พันธะหัวใจเถื่อน (นิยายพร้อมส่งค่ะ)

ตอนที่ 29 : ตอนที่ 7 วิถีตัวร้าย(ที่รัก) 2 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    6 ส.ค. 61

***พันธะหัวใจเถื่อน เขียนใหม่ไม่เคยตีพิมพ์มาก่อน***

กำลังเปิดจองค่ะ


“ผมยังไม่ได้บอกใช่ไหมว่าอาหารญี่ปุ่นร้านนี้อร่อยมาก”

“ถ้าคุณชอบอาหารญี่ปุ่น ผมรู้จักร้าน และรับรองว่ามันจะอร่อยขึ้นเพราะมันเป็นเดตแรกของเรา” เลเรฟข่มกลับ

“เอาละค่ะ ถ้าฉันไม่เลือก พวกคุณจะบลัฟกันไปมาแบบนี้ใช่ไหม” ถามแต่ไม่ต้องการคำตอบ เพราะเธอจะเป็นคนให้คำตอบกับพวกเขาเอง “เลเรฟ...”

เสียงที่เธอเรียกชื่อเมื่อครู่นี้ให้ความรู้สึกเหมือนผ่านการทดสอบสมรรถภาพเพื่อเข้าเป็นหน่วยรบพิเศษอย่างไรอย่างนั้น แต่ให้ตายเถอะ!

“ฉันมีนัดแล้วค่ะ” อัญชวิกาเลือกที่จะไปกับอันเดร

เหมือนกำลังล่องลอยอยู่บนปุยเมฆนุ่ม แล้วจู่ๆ ก็ถูกเหวี่ยงลงไปนอนตายอยู่ก้นเหวลึก หนำซ้ำเธอไม่แยแสด้วย แต่...

“ไม่” สั้นๆ ง่ายๆ แล้วคนฟังยังรู้ถึงความตั้งใจของเลเรฟ

หากการที่เลเรฟไม่ยอมรับในการตัดสินใจของเธอก็ทำให้อันเดรยัวะจัด ยกมือขึ้นผลักหน้าอกของเลเรฟอย่างแรง

“ถ้าผู้หญิงไม่เต็มใจอย่าบังคับ ไม่เคยมีใครสอนมารยาทในการใช้ชีวิตหรือไง”

“ถ้าหมายถึงพ่อแม่แล้วละก็... ไม่มี เด็กกำพร้าน่ะ” เลเรฟตอบพร้อมกับเดินเข้าหาอย่างไม่กริ่งเกรง

กลายเป็นว่าอัญชวิกายืนดูผู้ชายสองคนกำลังเกร็งตัวใช้หน้าอกแกร่งชนกัน มองหน้ากันอย่างเอาเรื่อง

“อย่าทำให้เป็นเรื่องเลยค่ะ ขอร้อง”

“มิน่าล่ะ ดูยังไงก็เหมือนอันธพาลข้างถนนมากกว่าที่จะมีตำแหน่งใหญ่โตในประเทศนี้” อันเดรส่ายหน้า ไม่อยากมีเรื่องกับเจ้าหน้าที่รัฐในคราบอันธพาลจึงหันไปบอกกับอัญชวิกา “ไปเถอะน้องเอ๋ย หิวอยู่ไม่ใช่เหรอ”

หญิงสาวเลือกข้างแล้ว แต่แค่ขยับตัวเล็กน้อย แรงบีบที่เพิ่มขึ้นตรงข้อมือก็ทำให้ต้องนิ่วหน้า “เจ็บนะ บอกแล้วไงว่าวันนี้ฉันมีนัด ถ้าคุณจะนัดก็ต้องรอวันหลัง”

เลเรฟเหล่มองคนสวยเลือกได้แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แข็งกว่า “รอไม่ได้ เพราะตอนนี้ผมไม่มีผู้หญิงคนอื่น ถึงจะได้นัดหล่อนแก้ขัดเพื่อรอคุณ”

ได้ยินแล้วอันเดรต้องแสยะยิ้ม เปรยออกมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “ก็แหงละ... ผู้หญิงที่ไหนจะอยากคุยด้วย เถื่อนขนาดนี้”

“ก็ผู้หญิงที่นายจับข้อมือเธอไม่ปล่อยนี่ไง เธอไม่ได้แค่อยากคุยด้วย แต่กำลังมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า”

ตอบแล้วเอื้อมมืออีกข้างไปผลักหน้าอกของอันเดรบ้าง หากแต่ต้องชะงักงันชั่วครู่เมื่อเธอสะบัดข้อมือออกสุดแรง หนำซ้ำยังไปยืนข้างๆ มันอีก


“ก็พอรู้ว่าคุณไม่มีใคร เพราะเสื้อผ้าที่ใส่ไม่ใช่รสนิยมการเลือกเสื้อผ้าของผู้หญิง แต่นั่นก็ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับการที่คุณต้องมาขัดขวางนัดของฉัน”

“ไม่เกี่ยวเลยถ้าสายตาคุณเฉยเมยเหมือนที่มองเขา แต่ความคิดซอกแซกในเรื่องส่วนตัวของผม นั่นก็เป็นเหตุผลที่เราควรได้กินมื้อเที่ยงด้วยกัน”

อัญชวิกาส่ายหน้า ครางออกมาอย่างเหลืออด ซึ่งในใจลึกๆ แล้วกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอใคร่ในวิถีตัวร้ายอย่างที่เขาเป็น

จริงจัง ชัดเจน เปิดเผยความรู้สึก ถึงแม้ว่าถ้าตกลงคบหากันจริงๆ ต้องปรับพฤติกรรมและทัศนคติต่อคนรอบข้างเธอเป็นการใหญ่

ทั้งที่เธอเลือกแล้วว่าวันนี้ไม่ใช่วันของเขา แต่เขากลับค้านหัวชนฝาให้เปลี่ยนใจ พฤติกรรมนั้นกำลังบอกเธอว่า...

หากผู้ชายคนนี้เลือกที่จะรักแล้ว จะมีทั้งความซื่อสัตย์ ภักดีอย่างสูงสุดอยู่ในรักนั้นด้วย

ทว่าอัญชวิกาต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ความคิดดังกล่าวว่าเป็นเรื่องจริงมากน้อยแค่ไหน แต่ตอนนี้เธอต้องใช้สถานการณ์ตรงหน้าสอนให้เขารู้จักกันคำว่า อดทนและรอคอย เสียก่อน

“นายนี่มันเหลือทนจริงๆ”

คำตำหนินั้นไม่ได้อยู่ในความสนใจเลย กลายเป็นเพียงแค่คลื่นความถี่ที่เลือนหายไปในอากาศ ขณะที่เลเรฟฉีกยิ้มกว้างให้เธอ ถามออกมาอย่างอารมณ์ดีกับสิ่งที่ฝึกฝนในช่วงก่อนนอน

“อยากกินไร บอกผมมาสิน้องเอ๋ย...”

โอ... ไม่ไช่แค่ออกเสียงอย่างชัดเจน ยังรู้จักลากเสียง แล้วใช้สายตาเว้าวอนกับเธอ!

ทว่าคนที่ทำให้เลเรฟยอมรามือนั้น ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นอันเดรซึ่งยอมปล่อยข้อมือเธอแล้วขอตัวไปรอในรถ อาจเป็นเพราะหลังคำชวนที่เขาเรียกชื่อเล่นเธออย่างชัดเจน แล้วเจ้าตัวก็ยิ้มออกมาอย่างสุดกลั้นที่เป็นเหตุผลให้อันเดรยอมรามือ

แน่นอนว่าเรื่องของอันเดรและเธอยังต้องเปิดใจเคลียร์กันอีก ซึ่งเขาควรให้ระยะห่าง ปล่อยให้เธอได้จัดการด้วยตัวเอง

เมื่ออันเดรยอมถอยออกไปหนึ่งก้าว เขาก็จะถอยให้อีกก้าวเช่นกัน

ถึงแม้จะขัดใจ ขัดตากับภาพที่เธอเดินหันหลังเพื่อไปนั่งอยู่ในรถยนต์ของผู้ชายอีกคน แต่ความแน่วแน่ มั่นคงที่ปะปนมากับความเคอะเขินในรอยยิ้ม ดวงตาเป็นประกายเหมือนผู้หญิงคนหนึ่งมองผู้ชายของเธอ ก็ทำให้เลเรฟได้อุ่นใจและมั่นใจว่า...

ครั้งต่อไปเธอจะเดินขึ้นรถของเขา และนั่นจะเป็นเดตแรกระหว่างกัน

**********

เรฟฟี่จากไปพร้อมความเข้าใจ จีบสาวก็ต้องมีระยะห่างให้ด้วย 

สะมีรู้จักตึงเชือก หย่อนเชือก 

แหม... ได้แบบเรฟฟี่สักคนนี่รักตายเลยโน๊ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

57 ความคิดเห็น