พันธะหัวใจเถื่อน (นิยายพร้อมส่งค่ะ)

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 7 วิถีตัวร้าย(ที่รัก) 2 25%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,318
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    30 ก.ค. 61


***พันธะหัวใจเถื่อน เขียนใหม่ไม่เคยตีพิมพ์มาก่อน***

ในขณะที่อัญชวิกาทำเรื่องยืมหนังสือเล่มดังกล่าวกับบรรณารักษ์ อิกอร์ก็ทรุดตัวนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาผนังห้อง เลื่อนมือขึ้นเอาอุปกรณ์สื่อสารซึ่งเป็นหูฟังชิ้นจิ๋วที่ผู้คุมแอบซ่อนไว้ในมือเมื่อครู่นี้สอดเข้าหู ในทิศทางของกล้องวงจรปิดซึ่งเห็นแต่เพียงภาพจึงเหมือนนักโทษนอนอยู่บนเตียง ไม่ได้ส่อพิรุธอื่นใด

“ผมทำตามที่คุณสั่งเรียบร้อยแล้ว คราวนี้จะมาคุยกันซึ่งหน้าได้รึยัง”

“ทำไมต้องใจร้อน”

อิกอร์คิดว่าเสียงที่ดังอยู่ข้างหูนั้นช่างไม่คุ้นเอาเสียเลย “ถ้าไม่ร้อนใจสิแปลก เรื่องที่กำลังทำอยู่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ จะให้ผมมั่นใจได้ยังไงว่าคุณเป็นพวกเราจริงๆ”

“ที่ต้องพิสูจน์ตัวเองไม่ใช่ผม แต่เป็นคุณต่างหาก อิกอร์”

“จะให้บอกกี่ครั้งว่ารายชื่อนั่นไม่ได้อยู่กับผม”

“หลังจากที่คุณถูกจับ คนของเราที่เป็นทั้งนักการเมือง เจ้าหน้าที่ระดับต่างๆ ในรัฐบาล มีเหตุให้ต้องตายอย่างน่าสงสัย”

อิกอร์ได้ยินดังนั้นจึงรีบแย้งทันที “นั่นไม่เกี่ยวกับผม แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ถ้าผมเป็นคนให้รายชื่อพวกนั้นไปจริง ก็คงใช้มันเป็นข้อต่อรองอิสรภาพ ไม่ต้องมานั่งง่อยรอวันตายอย่างนี้หรอก”

“นั่นเป็นหตุผลที่คุณต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำตามคำสั่งของผม แล้วก็ไม่ต้องรีบร้อนอยากเห็นหน้าผมหรอก ยังไงเสีย เราก็ต้องร่วมมือกันทำงานใหญ่ให้เรียบร้อย แต่ก่อนที่ผมจะร่วมมือทำงานกับใครสักคนก็ต้องมั่นใจก่อนว่า... คนคนนั้นมีความภักดีอย่างสูงสุดต่อกลุ่มของพวกเรา”

ถึงอิกอร์จะไม่รู้ว่าคนที่สนทนากับตนนั้นมีใบหน้าอย่างไร แต่จากเครื่องมือสื่อสารขนาดจิ๋วที่อยู่ในหูนี้บอกได้ว่า... เขาต้องอยู่ในรัศมีไม่เกินครึ่งไมล์ แล้วยังต้องมีห้องทำงานส่วนตัวเพื่อติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณอีกด้วย

หากจะให้ไล่เลียงคนที่มีห้องทำงานส่วนตัวในเรือนจำแห่งนี้ก็คงมีมากกว่าสิบตำแหน่ง แล้วในตอนที่จำเป็นต้องอยู่แต่ในห้องขังนี้ หนึ่งในจำนวนสิบคนนั้นหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก

“ที่เงียบไปคงไม่ใช่เพราะตกใจมากที่กลุ่ม LONA ถูกกวาดล้างไปแล้ว แต่กลับมีกลุ่มใหม่ที่คุณยังไม่รู้ชื่อ ก่อตั้งขึ้นอย่างรวดเร็วหรอกนะ”

“ไม่เลย เพราะผมรู้ว่าคนที่อยู่สูงกว่าคุณต้องไว้ใจในตัวผม ไม่อย่างนั้นจะไม่เลือกใช้ผมเด็ดขาด” อิกอร์โต้กลับอย่างรู้ทันความคิด เขาอยู่ในกลุ่มนี้มานานพอที่จะรู้ว่ามันหยั่งรากลึกจนแทบมองไม่เห็นว่าจะกวาดล้างไปให้สิ้นซาก “แล้วผลงานของผมในวันนี้ก็จะทำให้คุณต้องบอกชื่อกลุ่ม ซึ่งผมขอเตือนให้คุณรู้ว่าควรทบทวนการใช้หมากเดินเกมตัวล่าสุดเสียใหม่”

“ทำไม นึกสงสารเธอขึ้นมาละสิ”

“สงสารคุณมากกว่า เพราะเธอฉลาดเป็นกรด และนั่นจะเป็นหายนะทำให้เราเสียแผนได้”

คนฟังชักคอแข็งกับคำเตือนที่ดูกร่าง ฟังแล้วราวกับล่วงรู้เหตุการณ์ในอนาคตเป็นอย่างดี “เอาเป็นว่าผมมั่นใจในหมากตัวนี้ ในครั้งต่อไปที่เธอมา รับรองว่าผมจะใช้ความฉลาดของเธอให้เป็นประโยชน์ แต่ถ้าคุณไม่เห็นด้วยก็จงหาทางพิสูจน์ตัวเอง แล้วคนที่อยู่สูงกว่าผมจะมองเห็นความบริสุทธิ์นั้นเอง”

“แล้วสิ่งที่ผมควรรู้ล่ะ” อิกอร์รีบทวงเพราะอย่างน้อยชื่อของกลุ่มก็เป็นเบาะแสเริ่มต้นของการสาวไปถึงตัวผู้บงการ

“เรายังเรียกตัวเองว่ากลุ่ม LONA เหมือนเดิม แค่เพิ่มชื่อเรียกจุดมุ่งหมายใหม่นี้ว่า... ดูม”

เสียงที่ข้างหูเงียบหายไปครู่ใหญ่แล้ว แต่อิกอร์ยังคงนอนนิ่งทบทวนกับชื่อปฏิบัติการล่าสุด ‘DOOM’ เรียบง่าย แต่ความหมายรุนแรง เด็ดขาดเหลือเกิน

จากที่รัฐบาลแอลเมเรียเคยกวาดล้างกลุ่ม LONA อย่างต่อเนื่อง ซึ่งย้อนไปในเวลาสามปีให้หลังนี้หนักหน่วงจนไร้ฐานที่มั่น แทบจะไม่มีใครกล้าแสดงตัวว่าเป็นสมาชิกของกลุ่ม ทว่ายังมีผู้คนอีกมากมายนักที่แฝงตัวอยู่ในประชาชนแอลเมเรีย

ความจริงแล้ว รายชื่อที่ได้เคยให้กับนราวิกาไว้คงจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะตั้งแต่ที่ตนถูกจำคุก ก็คิดว่านราวิกาคงเอารายชื่อนั้นมอบให้กับลาโคลอฟ ซึ่งบุคคลที่อยู่ในลิสต์ก็ล้มหายตายจากไปจนหมดแล้ว นั่นพอจะทำให้เขาใจชื้นขึ้นมาได้บ้างว่า...

ในชีวิตที่เคยทำผิดพลาดมาตลอดยังพอมีความดี ช่วยให้ลูกชายคนโตได้อยู่ในตำแหน่งผู้นำประเทศที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชากร มากกว่าที่จะเสียเวลา เสียงบประมาณมาปราบปรามกบฏ


หากแต่ความตั้งใจอันดีนั้นเป็นผลอยู่ราวปีครึ่ง อิกอร์ก็ได้รับการติดต่อจากคนที่อ้างตัวว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม LONA อีกครั้ง

แผนการต่างๆ ที่บอกบทให้ทำตามช่างอึดอัดและฝืนใจยิ่งนัก บ่อยครั้งที่คิดจะแสดงอาการขัดขืนให้พวกมันได้จบชีวิตตนลง แต่หากต้องตายง่ายดายเช่นนั้นคงทำให้ลูกชายทั้งสองคนต้องเสียความรู้สึก จึงเป็นแรงจูงใจให้อิกอร์ได้ฮึดสู้อีกครั้ง

อย่างน้อยถ้าเขาทำให้พวกมันเชื่อใจ ยังพอมีโอกาสได้ล่วงรู้แผนการบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ เป็นหูเป็นตาช่วยลาโคลอฟ

นับว่าความพยายามของเขาไม่สูญเปล่า เพราะการทำตามคำสั่งทำให้ได้รู้ว่าจุดมุ่งหมายของกลุ่ม LONA นั้นมีชื่อเรียกว่า แผนปฏิบัติการดูม!

อิกอร์ชันตัวลุกขึ้นแล้วเดินไปยังส่วนกั้นที่เป็นห้องน้ำ ซึ่งเป็นเพียงจุดเดียวในห้องขังที่กล้องวงจรปิดไม่อาจเข้าถึงการทำธุระส่วนตัว โถชักโครกจึงเป็นจุดทิ้งอุปกรณ์สื่อสารที่เพิ่งดึงออกมาจากหู พลางนึกเป็นห่วงในความปลอดภัยของอัญชวิกา เพราะยังหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมพวกมันถึงเลือกใช้เธอให้มาเป็นหมากเดินแผนการ

... แล้วแผนการที่ว่านั้นคืออะไร และส่งไปถึงใคร?!


ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าอัญชวิกายืนรอหนังสือที่มีอยู่เล่มเดียวในหอสมุดกว่ายี่สิบนาที แต่เพื่อหนังสือที่ถูกสปอยล์มาอย่างหนักจึงอดทนรอจนมันซุกตัวอยู่ในกระเป๋าสะพายใบใหญ่ ถึงกระนั้นเวลาที่เสียไปก็ต้องทำให้เธอต้องเลื่อนแพลนที่คิดเอาไว้ว่าจะไปเยี่ยมเลเรฟพร้อมของกินเล่นมื้อเที่ยงออกไปเป็นตอนเย็น

โชคดีที่กรุงแอลเมเรียมีมีโตรเป็นระบบขนส่งมวลชนหลัก เส้นทางเชื่อมต่อการเดินรถไฟหลายสายที่ไม่ต่างจากใยแมงมุงจึงอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ทั้งยังประหยัดเวลาในการเดินทางในแบบที่ไม่ต้องเผื่อเวลาเหมือนอาศัยอยู่เมืองหลวงของหลายประเทศ

จากเรือนจำซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองมาถึงร้านกาแฟที่อยู่ใกล้ศูนย์ราชการใจกลางเมืองจึงใช้เวลาเดินทางแค่เพียงสิบห้านาทีเท่านั้น

หญิงสาวเดินแกมวิ่งมายังคอฟฟี่ชอป เพราะรู้แก่ใจดีว่าผิดนัดอันเดรไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว

ประตูร้านถูกผลักเข้ามาไม่เบานัก ทำให้คนที่อยู่ด้านในหันมามองคนสวยที่ก้าวเข้ามาด้วยอาการรีบร้อนเป็นสายตาเดียวกัน แต่รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้างดงาม ช่างสดใสและเต็มไปด้วยความสดชื่น เพียงเท่านี้ก็ทำให้อันเดรไม่ได้รู้สึกว่าเวลาที่ต้องรอเธอนั้นเป็นเรื่องกวนอารมณ์ให้ขุ่นมัว

“โทษทีค่ะ พอดีทำธุระติดพันไปหน่อย”

********************
น้องเอ๋ยไปเจออันเดร แล้วปล่อยให้เรฟฟี่เฉาตายที่รพ. อ่ะนะ?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

57 ความคิดเห็น

  1. #36 poppy09 (@poppy09) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 08:37

    เรฟฟี่ตายแล้วตอนนี้ หนีออกจาก รพ แล้วมั้ง 5555

    #36
    1