เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 52 : ตอนที่ 14 ความรักทำให้คนตาบอด 2 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    20 พ.ย. 60

ฟินเว่อร์กับเลสเลอร์และเจ้าห้อยโหนแล้ว คราวนี้ศิริพาราฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะคะ


พิษรักพยัคฆ์ร้าย 

คุณแอลผู้อบอุ่น(ฟามหื่นก็ไม่ขาด)กับเบอร์รี่น่ากิน

รบกวนแอดแฟนไว้ล่วย อัปให้อ่านในเดือนนี้แน่นอนค่า

https://my.dek-d.com/siripara/writer/view.php?id=1636120


คิดมาถึงจุดนี้ก็ต้องหัวเราะออกมาอย่างประชดตัวเอง “หึ! จะเลือกเป็นอะไรล่ะพลีส ระหว่างเมียที่รู้ว่าสามีกำลังปันตัวให้กับผู้หญิงอื่นกับนางบำเรอที่ถูกสาวใหญ่ใช้เงินฟาดหัว”

ตอบไม่ได้ เลือกไม่ถูกเอาเสียเลยเพราะความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวว่าเธออาจจะเป็นเมียตีทะเบียนที่มาทีหลังผู้หญิงลับของเขาก็เป็นได้

...ถ้าจะได้ความเจ็บปวดใจกลับไปในวันพรุ่งนี้ อีกไม่ถึงชั่วโมงตามเวลานัดก็ขอให้เธอได้ยินเหตุผลที่ฟังดูแล้วน่าเชื่อถือจากปากของอธิปที

 

บางครั้งเรื่องตลกร้ายก็เกิดขึ้นกับเราทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ เช่นเดียวกับเลสเลอร์ที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้มีผู้หญิงสองคนกำลังคิดถึงตนด้วยความไม่พอใจ

ช่วงบ่ายของวันซึ่งเสียงแจ้งเตือนอีเมลเข้ามาเป็นระยะๆ นั่นทำให้เขาต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กในสองสามครั้งแรกจึงได้เห็นว่าเป็นการใช้เครดิตการ์ดที่ตนเป็นคนใส่เอาไว้ในกระเป๋าสตางค์ของพลิสรา

ยอดชำระแต่ละครั้งก็ทำให้เขาเลิกคิ้วพร้อมโคลงศีรษะรับกับรสนิยมส่วนตัวของภรรยา!

หากความจริงแล้วก็พึงพอใจอย่างมากเมื่อรู้ว่าเธอกำลังเพลิดเพลินกับการจับจ่ายใช้สอย อย่างน้อยก็ดีกว่าอยู่บ้านคนเดียวแล้วนั่งจมอยู่กับคำถามมากมายตามประสาคนเจ้าความคิด

อีเมลที่ดังขึ้นในครั้งหลังๆ จึงไม่ได้ทำให้เลสเลอร์หยิบอุปกรณ์สื่อสารออกมาจากกระเป๋ากางเกงอีกเลย

อีกทั้งช่วงนั้นก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่เดินทางไปยังแคมป์คนจรจัดตามคำบอกเล่าของมือปืนทั้งสอง แต่ก็ต้องเสียเวลาเปล่า เพราะถึงแม้ว่าจะมีคนรู้จักจอห์น กริฟฟิน แต่ก็ได้รับคำยืนยันว่าเขาออกจากแคมป์ไปได้นานระยะหนึ่งแล้ว

หากจะมีใครบอกที่ไปที่มาของคนที่ไม่มีบ้านเรือนเป็นหลักแหล่งได้ นอกเสียจากสุ่มเดินทางมาถึงแคมป์ตามคำบอกเล่าความน่าจะเป็นที่สองมือปืนคาดเดาเอาไว้

เลสเลอร์และมาไคเดินลงจากแวนสีดำสนิทแล้วถามถึงคนตรวจนับสินค้าที่ชื่อ จอห์น กริฟฟิน

“อ๋อ... คุณต้องขับรถวนไปเข้าฝั่งนั้น ตรงโกดังเก็บสินค้า วันนี้มีเรือใหญ่เข้า จอห์นคงอยู่ที่นั่น” ชายคนหนึ่งบอกทั้งยังชี้ทางให้เห็นอย่างชัดเจนนั่นเป็นแสงสว่างจุดเล็กๆ ในหนทางอันมืดมนที่ได้เลสเลอร์แทบจะพลิกทั้งเกาะนี้หาเอเย่นผู้รับใบสั่งฆ่า

ไม่กี่นาทีต่อมา... มาไคก็ขับรถเข้าไปในบริเวณโกดังเก็บสินค้าซึ่งมีตู้คอนเทรนเนอร์ขนาดใหญ่เรียงซ้อนกันเอาไว้มากมาย ไม่ห่างจากจุดจอดรถนักยังมองเห็นส่วนหนึ่งของรถเครนกำลังเคลื่อนย้ายของลงมาจากเรือ

มีชายสามคนกำลังทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป คนแรกบังคับรถเครน คนที่สองถือชาร์ตเอาไว้ในมือตรวจนับสินค้า คนที่สามกำลังเกาะอยู่บนลังไม้ขนาดใหญ่ที่มีผ้าใบสีน้ำตาลคลุมและกำลังเคลื่อนที่ตามแขนบังคับของรถเครน

“เฮ้... มีเวลาคุยกันหน่อยไหม” เสียงของเลสเลอร์ดังขึ้นเรียกความสนใจจากชายทั้งสามให้หันมามองเป็นสายตาเดียวกัน “ผมมาพบจอห์น กริฟฟิน มีใครรู้จักเขาไหม”

จบคำพูดชายคนที่หนึ่งและสองก็ชี้นิ้วไปยังคนที่เกาะอยู่บนลังสินค้า คนที่ถูกชี้ตัวว่าเป็นจอห์น กริฟฟิน นอกจากจะไม่มีโอกาสได้ปฏิเสธแล้วยังไม่คิดจะลงมาพูดคุยกันสักนิด แต่กลับอาศัยจังหวะที่แขนของเครนเคลื่อนที่มาในฝั่งแล้วกระโดดลงพื้นก่อนจะวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต

“ไอ้เลวเอ๊ย!...” เลสเลอร์สบถออกมาพร้อมทั้งวิ่งตาม ทว่าตู้คอนเทรนเนอร์ที่ตั้งอย่างไม่เป็นระเบียบก็สร้างทางหลบหนีออกเป็นซอกซอยได้มากมายนัก“จอห์น หยุดก่อน เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

“ไม่คุยโว้ย...” ตะโกนตอบในขณะที่สับขาวิ่งหน้าตั้ง

การที่มีคนไล่กวดอยู่ข้างหลังจึงทำให้จอห์นไม่ทันระวังตัว จิตใจจดจ่อกับคนที่ตามหลังมาติดๆ มากกว่าเสียงโครมครามที่ดังอยู่ไม่ไกล

มาไคเดาทางหนีทีไล่ของชายหนึ่งในสามคนนั้นเอาไว้แล้ว หากหนึ่งในสามนั้นคิดหนีเขาก็มีแผนสำรองเอาไว้ในใจ จึงแยกตัวกับเจ้านายแล้วปีนขึ้นไปนอนราบอยู่บนหลังตู้คอนเทรนเนอร์

ในขณะที่เจ้านายกำลังสอบถาม มาไคก็จับจ้องที่ปฏิกิริยาของทั้งสามได้อย่างชัดเจน แล้วเมื่อเหยื่อไหวตัวคิดหนีก็เป็นไปได้ยากนักเพราะตนนั้นอยูบนที่สูงย่อมมองได้ทะลุปรุโปร่งทุกซอกซอย

มาไควิ่งข้ามตู้คอนเทรนเนอร์เพียงแค่สามตู้ก็กระโจนลงไปตะครุบเอาร่างของจอห์นได้อย่างแม่นยำ

ตุบ!...

ไม่ต้องต่อสู้หรือทำร้ายร่างกายให้เปลืองแรง การที่กระโดดลงมาจากที่สูงโดยมีร่างกายของคนคนหนึ่งรองรับ ย่อมไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้มาไคสักน้อยนิด

แต่สำหรับจอห์นกลับเจ็บจุกจนพูดไม่ออก ได้แต่อยู่นิ่งๆ ปล่อยให้พวกมันจับตัวโยนเข้าไปในแวนสีดำสนิท

ในตอนที่เรี่ยวแรงนั้นกลับคืนมาก็ไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้แล้วเพราะทั้งแขนและขาถูกมัดเอาไว้อย่างหนาแน่น

“ปล่อยโว้ย... มาจับไว้ทำไม ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย” จอห์นตะโกนพร้อมทั้งกระเสือกกระสนตัวออกจากพันธนาการ

“ไม่ผิดแล้ววิ่งหนีทำไมวะ”มาไคถามกลับแล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งตบข้างแก้มมันไม่เบานัก

“เพราะมันรู้จักเราน่ะสิ”

หลังจากที่ได้ยินเจ้านายเป็นคนตอบคำถามนั้นเสียเอง มาไคก็หันมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถามคนที่นอนอยู่ข้างๆ “อย่าดิ้นเลยน่า... รู้จักก็ดีแล้วจะได้ไม่ต้องสาธยายให้มากความ คุยกันดีๆ ตอบคำถามมาอย่าเหลี่ยมเยอะเดี๋ยวก็ได้ลงจากรถแล้ว”

“ไม่รู้ ไม่รู้อะไรทั้งนั้นโว้ย แกก็รู้ว่าอาชีพแบบนี้ไม่มีใครยอมเปิดเผยตัวตนหรอก ปล่อยสิวะ”จอห์นยังยืนยันคำเดิม

คำตอบที่ได้ยินเรียกความสนใจจากเลสเลอร์ได้ไม่น้อย จึงขยับตัวเท้าศอกทั้งสองข้างเข้ากับหัวเข่าแล้วขู่ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ไปดูสภาพเด็กในสังกัดก่อนแล้วค่อยตอบก็ยังไม่สาย แต่ตอนนี้เด็กของแกกำลังจะสบายเพราะไม่ได้ทำให้ฉันเสียอารมณ์มากนัก เลยใจดีให้พ็อกเก็ตมันนี่พวกมันไปเที่ยวโมร็อกโก”

ทว่าจอห์นยังไม่ได้ตอบว่าอย่างไรเสียงโทรศัพท์ของเลสเลอร์ก็ดังขึ้นเสียก่อน ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะไม่รับสาย แต่เมื่อเห็นชื่อที่โชว์อยู่หน้าจอแล้วก็ต้องเปลี่ยนใจ จึงส่งสัญญาณให้คนสนิทปิดปากจอห์นเอาไว้ไม่ให้ส่งเสียงรบกวนระหว่างรับสาย

“ครับ” ถึงเลสเลอร์จะตอบรับสั้นๆ แต่ปลายสายกลับร่ายยาวโดยไม่ได้กล่าวคำทักทายเลยสักครึ่งคำหากคำพูดของผู้เป็นน้าด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดใจก็ทำให้เลสเลอร์ต้องเงียบแล้วฟังจนจบประโยค

...ปัญหาใหม่เกิดขึ้นแล้วในขณะที่เขายังแก้ปัญหาเก่าๆ ไม่ได้เลยสักเรื่อง!

ตอนต่อไปอร่อยแน่นอนครัช เพราะสะมีรู้ว่าเมียออกมาหาคนรักเก่า 

ส่วนเมียก็คิดว่าสะมีไปกกอีหนูลับ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #86 siriwan17 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 13:21
    กำหนด e book ช่วงธันวา ประมาณวันไหนค๊า จะรอไม่ไหวเเล้วววว
    #86
    1
    • #86-1 [ศิริพารา] [รายาฤดี](จากตอนที่ 52)
      21 พฤศจิกายน 2560 / 22:34
      น่าจะปลายเดือนธันวาค่า รอหน่อยนะคะ แต่ถ้าเปลี่ยนใจอยากลูบคลำเลสเลอร์ ก็ตรงไปที่ร้านนายอินทร์ ซีเอ็ดได้เลยค่า
      #86-1