เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 1 ฉันไม่ใช่คุณนายเมอร์ดอช! 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,079
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    17 ก.ย. 60

    

          ตั้งแต่จำความได้จนอายุครบยี่สิบหกปี วันแต่งงานนี้กระมังที่พลิสรามั่นใจว่าตนเองนั้นจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สติสัมปชัญญะไม่ครบถ้วนเอาเสียเลย ยังไม่นับรวมกับเจ้าบ่าวแปลกหน้าที่กำลัง...

          ตุบ!

          เสียงประตูรถเบนท์ลีย์สีชมพูดังขึ้นเรียกสติให้ได้กะพริบตาถี่ๆ มองคนที่เดินอ้อมหน้ารถมายังประตูฝั่งคนขับ

          โอ... พระเจ้าช่วยที!

          ความจริงแล้วเธอจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเพราะจุมพิตอันแสนวาบหวาม แม้การก้าวขึ้นมานั่งอยู่บนซูเปอร์คาร์สุดหรูนี้ยังดูเบลอ ราวกับสมองสั่งงานได้ไม่เต็มที่ แสงแดดจ้าที่ส่งมายังร่างของเจ้าบ่าวซึ่งกำลังเดินผ่านหน้ารถยนต์อยู่นี้ ทำให้เธอเห็นภาพความจริงบางอย่างอันน่าหวาดหวั่น

          ดวงตาคู่คมนั้นจ้องมองมาอย่างมีเลสนัย ทว่ากลับเป็นนัยที่เธอไม่อาจคาดเดาได้เลย รอยยิ้มที่เขาใช้ยังล้อเลียน แต่กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเดิม ดูลึกลับราวกับมีแผนการบางอย่างในใจ

          แสงแดดที่ลอดต้นไม้ใหญ่ลงมากระทบกับเส้นผมสีน้ำตาล มองดูแล้วเหมือนกองเพลิงที่กำลังแผดเผาคนรอบข้างให้มอดไหม้

          เจ้าบ่าวแปลกหน้าที่เมื่อครู่ยังดูเป็นคนอบอุ่น ใจเย็น แต่ตอนนี้ทำไมเธอกลับเห็นเขาเป็นเหมือนมารร้ายที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า!

          เลสเลอร์เปิดประตูแล้วสอดตัวลงมานั่งประจำที่คนขับ แม้จะไม่ได้ละสายตาจากใบหน้างดงามของเจ้าสาวแต่เขาก็สามารถเคลื่อนรถออกจากโบสถ์ได้อย่างคล่องแคล่ว

          “หล่อเกินไปจนไม่อยากมองอย่างอื่นนอกจากหน้าผมใช่ไหม” ถามแล้วต้องถอนหายใจออกมาราวกับเบื่อหน่ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง

          หากคำถามที่หลงตัวเองจนเกินคำบรรยายกลับทำให้คนฟังต้องอ้าปากค้างแล้วมองค้อนในทันที “ไม่เข้าใจมากกว่าคุณกำลังทำอะไร”

          “ขับรถสิ ก็เรายังต้องฉลองสมรสกันนี่”

          พลิสราต้องถอนหายใจพรืดใหญ่แล้วใช้เสียงสูงปรี้ดตั้งคำถาม “เรา?...”

          ความสวยของเธออาจจะทำให้เขาต้องตัดสินใจอะไรได้อย่างง่ายดาย แต่เชื่อเถอะว่าตอนที่ตัดสินใจนั้นดวงตาคู่หวานนี้ต้องไร้ซึ่งความสงสัยหรือข้อกังขาใดๆ

          “งั้นสิ” เลสเลอร์ตอบพร้อมตีหน้าตาย แต่เมื่อเธอยังเลิกคิ้วตั้งคำถามอยู่เช่นเดิมก็ครางออกมาราวกับพบเจอเรื่องน่ารำคาญใจ “รู้ล่ะว่ารอดส์กำลังไปบอกยกเลิกงานเลี้ยง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องแบกโลกเอาไว้ทั้งใบ ขังตัวเองอยู่ในห้องแล้วเสียน้ำตาให้กับไอ้คนขี้ขลาดนั่น คนเป็นร้อยเป็นพันมาแสดงความยินดีก็ไม่ได้มีความหมายเท่ากับรอยยิ้มของพ่อคุณคนเดียวหรอก”

          จบคำพูดก็เบนสายตามองกระจกหลังซึ่งเป็นรถยนต์คันที่พิศาลขับตามมาติดๆ แน่นอนว่าคำพูดของเขานั้นเรียกสติของพลิสราได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าหากเธอเอาแต่ความรู้สึกของตนเองเป็นที่ตั้ง คงไม่ได้เห็นแหวนเพชรเม็ดใหญ่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายเช่นนี้

          “ฉันดูเหมือนคนไร้สติสินะ กำลังนั่งปั้นหน้ายากแบกโลกเอาไว้ทั้งใบเพราะไม่รู้ว่าคนรักหายตัวไปไหน หนำซ้ำยังหน้ามืดจนทะเบียนสมรสกับใครก็ไม่รู้”

          คนรัก!

          ใครก็ไม่รู้!!

          อา... มนุษย์เมียตัวน้อยช่างยั่วอารมณ์เขานัก

          เธอเรียกผู้ชายที่ทิ้งไปในวันที่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตคู่ว่า คนรักได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

          หากกล้าดีเรียกคนที่ช่วยกู้วิกฤตครั้งใหญ่ในชีวิตเอาไว้ว่า ใครก็ไม่รู้แต่ถ้าเขาจะเสียเชิงควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่แล้วกระชากเธอมาจูบอีกครั้งก็ดูจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ในตอนที่กำลังบังคับพวงมาลัยอยู่เช่นนี้

          “ก็... ไม่แย่นักที่ทำให้คุณหน้ามืดเพราะจูบของผม ถ้ามีเวลามากกว่านี้ อ่อ... ไม่สิ เดี๋ยวคืนนี้คงได้หน้ามืดจนแทบสลบคาเตียง คุณนายเมอร์ดอช”

          พลิสราอ้าปากค้างและมองไม่เห็นความรู้สึกผิดสักนิดที่เขาพูดออกมาเช่นนั้น “หยาบคาย”

          “An eye for an eye, and a tooth for a tooth” จบคำพูดก็ตีคิ้วใส่ดวงตาคู่หวาน ยั่วโมโหเธอกลับบ้าง

          ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าตอนนี้พลิสราโมโหจนรู้สึกถึงการเต้นตุบๆ บริเวณข้างขมับ “ฉัน-ไม่ใช่-คุณนาย-เมอร์ดอช”

          “ถ้าแหวนวงนั้นไม่มีค่าพอก็อย่าลืมว่าคุณเพิ่งเซ็นทะเบียนสมรส ย้ำอีกครั้งเผื่อยังเมาจูบผมไม่หาย”

          ตาต่อตา ฟันต่อฟัน หากทั้งหมดที่ผ่านมาในชีวิตยังไม่เข้าใจกับสำนวนนี้อย่างถ่องแท้ วันนี้พลิสราก็รู้ซึ้งแล้วว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ได้มีจิตใจดี อบอุ่น เป็นหลักให้พึ่งพิงเหมือนความคิดในครั้งแรก แต่เขาพร้อมจะต่อกรกับเธออย่างถึงที่สุด ไม่มีการอ่อนข้อเช่นเดียวกับแววตาดุกร้าวที่กำลังจ้องมองอย่างไม่ลดละ

          เลสเลอร์ส่ายหน้าช้าๆ ราวกับเตือนสติเธอ “ผมไม่ใช่อดีตคนรักของคุณที่จะขี้ขลาดทิ้งปัญหาทุกอย่างเอาไว้แล้วหนีเอาตัวรอด ไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะหนักหนาแค่ไหนการหนีไม่ได้จบปัญหา ผมไม่สนว่าคุณกับมันจะรักกันมากแค่ไหน แต่ตอนนี้คุณเป็นผู้หญิงของผม เพราะฉะนั้นอย่าอวดดีกับสามี”

          คำข่มขู่ของเขาทำให้เกิดก้อนแข็งๆ จุกอยู่กลางลำคอ พลิสราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากลั้นหายใจจ้องตาผู้ชายตรงหน้านานแค่ไหน ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายเบนสายตาหนีไปเสียเอง

          เลสเลอร์ต้องหันกลับมามองถนนนั่นเป็นเพียงเหตุผลรอง หากเหตุผลหลักที่แท้จริงก็คือ เขานึกเกลียดความชิงชังที่ส่งผ่านมาจากดวงตาคู่หวาน

          “ถ้ายังไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะอะไร ก็อย่าพยายามสร้างระยะห่างกับผม ผมไม่ใช่ไก่อ่อน ไม่ได้แร้นแค้นผู้หญิงข้างกายจนต้องตามงอนง้อคุณได้ตลอดเวลา”

          แม้เขาจะลดความดุดันลงกว่าครึ่ง แต่เชื่อเถอะว่าความเฉียบขาดในน้ำเสียงยังคงครบถ้วนจนเธอต้องเบือนหน้ามองข้างถนน พลางกะพริบตาถี่ๆ ขับไล่น้ำตาไม่ให้ไหลออกมาได้อายเขาซ้ำอีกครั้ง

          อวดดีทั้งที่สิ้นไร้ไม้ตอกสินะ!

          พริสราอดคิดเย้ยหยันตัวเองไม่ได้ ความเงียบไม่ได้หยุดคำพูดร้ายกาจของเขาด้วยซ้ำ

          “ผมไม่ใช่นักบุญมาโปรดผู้ยากไร้ ใจดีเที่ยวช่วยเหลือคนอื่นทั้งที่...” เลสเลอร์ชะงักคำพูดไปชั่วครู่ เมื่อมองกระจกข้างแล้วได้เห็นขอบตาแดงๆ ของเจ้าสาวคนสวย แม้จะสั่งตัวเองว่าต้องกำราบเธอให้อยู่หมัด แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับไร้น้ำหนักในความรู้สึกของตนยิ่งนัก “ทั้งที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันหรอกนะ”

          จบคำพูดความเงียบงันก็เข้าครอบคลุม อึดอัดใจ แต่เธอก็ยังไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรอย่างที่เขาว่ามาและจากนี้จะไม่รีรอไถ่ถามผู้เป็นพ่อให้ได้รู้ความจริง

          บรรยากาศรอบตัวไม่น่าพิสมัยเลยสักนิด แต่อย่างน้อยอาการนิ่งเงียบ ก็ทำให้เลสเลอร์มั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าสามารถควบคุมภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเอาไว้ได้แล้ว  ท้ายที่สุดเขายังนึกไม่ออกว่าเริ่มต้นโต้เถียงกับเธอเป็นเด็กๆ อย่างนี้ได้อย่างไร

          ความจริงแล้วปล่อยให้เธอเป็นเจ้าสาวร้างงานวิวาห์ยังจะดีเสียกว่ายัดเยียดเธอให้กับผู้ชายปากร้าย ใจโหดที่นั่งอยู่ข้างๆ มันน่าน้อยใจและหงุดหงิดใจในคราวเดียวกันที่ต้องสั่งตัวเองไม่ให้ร้องไห้เพราะคำขู่เข็ญของเขา

******************

555555 หลัวใหม่ทำไมมาสายโหด ปากร้ายแต่ก็เว็กซี่ร้ายกาจเหมือนกัน ตามต่อพรุ่งนี้นะคะ เอาใจช่วยคุณหมอด้วย จะตอบโต้กับสามีแปลกหน้ายังไงน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #14 coffee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 09:58
    สายโหด ปากร้าย เว็กซี่ แต่รักพลิสสสส ก็เครค่ะ
    #14
    0
  2. #12 นัควัต (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 17:41
    เลสนัย =เลศนัย 

    แผนการ =แผนการณ์ 

    มีความลับลมคมในยังไงไม่รู้ น่าติดตามมากๆค่ะ 

    ถ้าคุณหมอพลีสไม่อยากเป็นคุณนายเมอร์ดอช เดี๋ยวคนอ่านอาสาแทนที่เองค่ะ กร๊ากกกกก
    #12
    2
    • #12-1 ศิริพารา(จากตอนที่ 5)
      17 กันยายน 2560 / 20:29
      ขอบคุณงับ รีบเอามาลงยังไม่ตรวจเลย
      #12-1
    • #12-2 นัควัต(จากตอนที่ 5)
      17 กันยายน 2560 / 20:30
      แผนการ ถูกแล้วค่ะ ขออภัยด้วยค่าา
      #12-2