เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 48 : ตอนที่ 13 ความรักทำให้คนตาบอด 1 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,881
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    7 พ.ย. 60


การทวงของฝากยังทำให้พลิสราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กอีเมลอีกครั้ง แล้วต้องถอนหายใจหนักๆ ออกมา วันคืนช่างผ่านไปรวดเร็วนัก ตีห้าครึ่งของวันพรุ่งนี้เธอต้องเดินทางกลับตามไฟลต์ที่จองเอาไว้ในทริปฮันนีมูน

...ไม่ได้คำตอบจากอธิป แถมยังเกิดความรู้สึกลึกซึ้งกับสามีแปลกหน้า คงไม่มีใครจะโชคร้ายกว่าเธออีกแล้ว

“จะเอาตัวเองรอดไหมล่ะพลีส...”

บ่นพึมพำกับตัวเองในระหว่างที่ขับรถออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังเอาท์เล็ท เมื่อคิดว่าจะต้องไปซื้อหาของฝากคนที่ต้องนึกถึงก่อนเป็นคนแรกก็คงเป็นพ่อ เวลาก่อนเที่ยงวันของฮาวายก็ตรงกับช่วงห้าโมงครึ่งของกรุงเทพ ซึ่งจะเป็นคนละวันกัน

พลิสราจึงต่อสายถึงผู้เป็นพ่อผ่านแอปพลิเคชั่นหนึ่ง รอสายไม่นานนักก็ต้องยิ้มออกมาอย่างอุ่นใจเมื่อได้ยินเสียงทุ้ม คุ้นหูดังขึ้นที่ปลายสาย

“ว่าไงคนสวย นกรู้หรือไงนะเรา โทรมาตอนพ่อกินข้าว”

“ไม่ขอโทษหรอกนะคะเพราะแค่ได้ยินว่าพ่อกำลังกินข้าว หนูก็พลอยหิวตาม” จบคำพูดเสียงหัวเราะของพ่อและลูกสาวก็ดังขึ้น จากนั้นพลิสราก็ชวนคุยตามประสา “แล้วพ่อกินข้าวกับอะไร กินคนเดียวเหงาไหมคะ”

“ไม่เหงาหรอก เลสเลอร์ส่งคนมาอยู่กับพ่อตลอดเวลา ส่วนไซม่อนก็ไปๆ มาๆ คอยดูแลรอดส์กับงานที่บริษัท แต่ก็กลับมาค้างบ้านเราทุกวัน นี่พ่อก็เลยเข้าครัวทำให้แกงจืดเต้าหู้ไข่กับผัดพริกให้กินกัน” พิศาลตอบอย่างอารมณ์ดี

เป็นเมื่อก่อนก็คงจะนึกหมั่นไส้ หากตอนนี้เธอรู้แล้วว่าความปรารถนาดีและจริงใจที่เขามอบให้สร้างความรู้สึกดีและการยอมรับนับถือได้โดยไม่มีข้อกังขา

“แล้วนี่พลีสทำอะไร เที่ยวสนุกไหม อย่าเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงอันตรายนะ ถ้ามีอะไรผิดสังเกตก็ให้รีบบอกเลสเลอร์” ยังย้ำเตือนอยู่ทุกครั้งที่ลูกสาวติดต่อกลับมา

นั่นทำให้พลิสราคิดถูกแล้วว่าไม่ควรบอกเรื่องที่มีคนปองร้ายตนถึงขั้นเอาชีวิต ไม่เช่นนั้นพ่อคงจะบินตามมาพาตัวกลับไปเป็นแน่

“รู้แล้วค่ะ ตอนนี้หนูกำลังจะถึงเอาท์เล็ทเลยจะโทรมาถามว่าพ่ออยากได้อะไรเป็นพิเศษไหม”

“ไม่นะ หนูซื้ออะไรมาให้พ่อก็ชอบทั้งนั้นแหละ แต่อย่าเลือกที่แพงนักนะ ถึงเลสเลอร์จะตามใจหนู แต่เราเป็นแม่บ้านก็ต้องรู้จักใช้จ่ายอย่างประหยัด สามีจะได้รักจะได้เอ็นดู เข้าใจไหมลูก”

ที่สอนออกไปอย่างนั้นเพราะเห็นสายตาของลูกเขยที่มองลูกสาวแล้ว มีหรือที่คนผ่านร้อนผ่านหนาวมาทั้งชีวิตจะไม่รู้ว่าเลสเลอร์ตกหลุมรักลูกสาวของตน

“โอ๊ย... หนูก็มีเงินเก็บของตัวเองนะคะ ลูกสาวพ่อไม่ได้นั่งกินนอนกินนะ แต่มีการมีงานทำ”

เถียงกับลูกคนนี้ทีไรไม่มีวันจบสิ้น พิศาลหัวเราะร่วนเพราะรู้ว่าเงินเก็บก้อนใหญ่นั้นตนก็ยืมมาแล้ว ถึงแม้ว่าเลสเลอร์จะจ่ายสินไหมจนครบถ้วน

แต่เงินก้อนดังกล่าวก็ยังอยู่กับตนแล้วในแต่ละเดือนพลิสราก็ต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนตัว จะเหลือเป็นพ็อกเก็ตมันนี่ไปเที่ยวสักเท่าไร

“งั้นปฏิเสธมาสิว่าในกระเป๋าสตางค์ของหนู ไม่มีบัตรเครดิตของเลสเลอร์” คนเป็นพ่อดักคออย่างรู้ทัน

หากรู้ทันความคิดของเลสเลอร์ เพราะเคยผ่านสถานภาพของการเป็นสามีมาแล้ว ในตอนนั้นก็มักจะใส่เงินค่าใช้จ่ายเอาไว้ในกระเป๋าของภรรยาเช่นกัน

พลิสราขมวดคิ้วมุ่นเพราะไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนั้นอย่างไร “ไม่รู้จริงๆ ค่ะ เพราะหนูไม่ทันสังเกต แต่ที่แน่ๆ หนูโดนแย่งพ่อไปแล้ว”

พิศาลหัวเราะร่วนก่อนจะถามถึงกำหนดการเดินทางกลับ “อ่อ.. แล้วนี่พลีสจะกลับตามกำหนดเดิมใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ ก็หนูต้องกลับไปทำงานแล้ว” ตอบในขณะที่เลี้ยวเข้ามาในลานจอดรถหน้าเอาท์เล็ท “ถึงแล้วนะคะ ถ้าพ่ออยากได้อะไรก็โทรกลับมาหาหนูก็แล้วกัน กินเผื่อหนูด้วยนะคะ”

“จ้า... ไปเถอะคนสวย”

พลิสราเดินห่างออกมาจากสปอร์ตคาร์สุดหรูด้วยความรู้สึกขัดแย้ง ใจหนึ่งยังไม่อยากกลับเพราะไม่รู้ว่าการพบกับอธิปตามนัดนั้นจะได้ฟังคำตอบจากปากเขาหรือไม่ แล้วเรื่องนักฆ่าที่หมายปองชีวิตตนก็ยังคลุมเครือ และยังไม่มีความคืบหน้า

อีกใจหนึ่งก็อยากเว้นระยะห่างจากเลสเลอร์ดูบ้าง บางครั้งอาจจะทำให้เธอได้คำตอบที่แน่ชัดกับตัวเอง หากหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบก็เป็นเหมือนตัวกำหนดให้เธอได้ตัดสินใจแล้ว

ทุกอย่างก้าวของพลิสราตั้งแต่ออกจากบ้านพักริมหาดส่วนตัวจนเดินเลือกซื้อของอยู่นั้น มีสายตาของคนมากกว่าหนึ่งคนกำลังจ้องมองเธออยู่ตลอดเวลา

นั่นทำให้การเดินเลือกซื้อของไม่ได้รื่นรมย์นัก คุณหมอคนสวยหันขวับกลับไปข้างหลังแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อไม่พบสิ่งใดผิดปกติจึงหันมาสนใจอยู่กับของตรงหน้า

“ขอโทษค่ะ มีไซส์เล็กกว่านี้ไหมคะ” พลิสราหยิบเสื้อเชิ้ตลายต้นมะพร้าวสีสันฉูดฉาดแล้วนึกถึงผู้เป็นพ่อ จึงถามกับพนักงานขาย

“มีค่ะ จะรับเป็นไซส์แปดหรือสิบคะ”

“อืม... น่าจะแปด” ตอบแล้วก็เห็นว่ามีลายชายหาดที่สวยไม่แพ้กันจึงหยิบแขนเสื้อตัวดังกล่าวขึ้น แล้วหันไปบอกกับพนักงานอีกครั้ง “ขอไซส์แปดลายนี้ด้วยนะคะ”

“ด้วยความหวังดี เสื้อราคาถูกแบบนี้เขาไม่ใส่ให้ระคายผิวหรอก”

เสียงที่ดังขึ้นก็ทำให้พลิสราละสายตาจากของตรงหน้าแล้วมองไปยังต้นกำเนิดของเสียง จึงได้พบกับผู้หญิงที่เป็นปริศนาและใช้น้ำเสียงดูหมิ่นดูแคลนเช่นนี้มาถึงสองครั้งสองคราแล้ว

หากการเผชิญหน้ากันในครั้งนี้พร้อมด้วยการกล่าวถึงบุคคลที่สามก็ทำให้ใบหน้าของเลสเลอร์ผุดขึ้นมาในหัวทันที

ท่าทางแปลกๆ การหลบเลี่ยง ปิดบังบางอย่างเอาไว้ทั้งในตอนที่เธอถ่ายทอดรูปพรรณสัณฐานของผู้หญิงตรงหน้าให้เลสเลอร์ได้รับรู้แล้ว ไม่สนใจที่จะซักไซ้ไล่เรียงตามวิสัยของเขาก็ทำให้พลิสรารู้ว่า...

เขาที่ผู้หญิงท่าทางภูมิฐานนี้กล่าวถึงผู้ชายที่ทำให้จิตใจว้าวุ่นมาตั้งแต่กลางดึกนั้นคือคนเดียวกัน!

 เอาแล้วไงๆ มาเจอผู้หญิงลับของสะมีแล้ว 

คุณหมอจะจัดการยังไงเอาใจช่วยด้วยนะคะ 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น