เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 47 : ตอนที่ 13 ความรักทำให้คนตาบอด 1 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,901
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    5 พ.ย. 60


เลสเลอร์สายหน้าช้าๆ เป็นการยั่วอารมณ์ของสองมือปืน “ถ้าพวกแกฉลาดพอก็ปริปากออกมา แต่ดูสภาพแล้วเห็นจะโง่จริงๆ”

ท่าทางและคำพูดอาจยั่วโทสะ แต่น้ำเสียงที่ดังก้องในห้องนี้นั้นวางอำนาจ เฉียบขาดเสียจนหนึ่งในมือปืนต้องปรือตาที่บวมช้ำขึ้นมอง เมื่อเห็นใบหน้าเจ้าของคำพูดอย่างชัดเจนก็ต้องหัวเราะออกมาลั่นห้อง

“มึงก็ไม่ต่างกันหรอก ไอ้หน้าตัวเมีย ถุย!

นั่นไม่ได้ทำให้เลสเลอร์โกรธ ตรงกันข้ามเพราะมีบางอย่างเตือนให้รู้ว่า ไอ้หน้าตัวเมียนั้นมีนัยซ่อนเร้น

“อือ... กูเคยไปเล่นผู้หญิงของมึงแล้วโยนทิ้งทะเลสินะ”

เล่นตามเกมแล้วก็พบว่าเริ่มมาถูกทางเมื่อเห็นความเดือดดาลจากดวงตาของมัน จึงสาวเท้าเข้าไปใกล้ๆ สอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ยืนกางขาทั้งสองข้างออกราวยั่วโมโหมันซึ่งหน้า

“ใครวะ ลองเฉลยออกมาให้ได้สำนึกบาปมั่งสิ”

ท่ายืนกางขานั้นยุยั่วให้ต้องดิ้นรนจากพันธนาการอันแน่นหนา โซ่ที่ขึงขาเก้าอี้เอาไว้นั้นทำให้ไม่สามารถกระโจนเข้าไปทำร้ายคนตรงหน้าที่เลย

“ไอ้เลว มึงมันก็แค่มีเงิน มีเงินอย่างเดียวเท่านั้น”

“ก็อย่างเดียวที่มีนี่แหละ มึงถึงได้มานั่งอยู่ตรงนี้ไง” ถึงจะตอบโต้มันด้วยคำพูดยั่วโมโห แต่เลสเลอร์กำลังใช้ความคิดอย่างหนักและมั่นใจว่าไม่เคยได้ไปทำให้ผู้หญิงคนไหนเจ็บช้ำน้ำใจ ทำร้ายจนสร้างความเคียดแค้นให้กับมือปืนจนต้องเรียกตนว่าไอ้หน้าตัวเมีย

หนึ่งเดือนให้หลังเขาไมได้มีสัมพันธ์กับผู้หญิงหน้าไหนทั้งสิ้นเพียงเพราะไม่อาจตัดภาพของพลิสราที่เห็นแค่ในรูปออกไปจากใจ แต่...

โอ... สี่วันที่แล้วเขาได้ลงมือฆ่าผู้หญิงคนหนึ่ง!

เมื่อคิดได้ดังนั้นก็เริ่มใช้จุดอ่อนนี้เล่นงานมือปืนให้หนักขึ้น “อาชีพมือปืนต้องโกรธด้วยเหรอถ้าเจอเหยื่อฮึดสู้... สู้จนบางครั้งอาจพลาดแล้วไม่มีโอกาสให้แก้ตัว”

“ไอ้เลว แต่นั่นเป็นงานแรกของเธอ แล้วเธอก็ไม่ได้...”

“เฮ๊ย! หุบปากเดี๋ยวนี้” มือปืนอีกคนขัดจังหวะขึ้นเสียก่อนที่คู่หูจะเปิดเผยเรื่องราวต่างๆ ออกไปมากกว่านี้

เลสเลอร์เบ้ปากรับเพราะทุกอย่างที่ได้เห็นได้ยินนั้นแสดงออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่ตามหานั้นไม่ได้มืดมนอีกต่อไป เขาจึงไม่รีรอที่จะถามอย่างตรงประเด็น

“ก็แค่บอกมาว่าเอเย่นที่จ่ายงานให้เป็นใคร พวกแกก็น่าจะรู้ว่าเป้าหมายของฉันไม่ใช่เอเย่นที่พวกแกกำลังปกป้อง หรือชีวิตของพวกแกทั้งสองคน”

“จะต่างอะไรกันวะ ถ้าบอกก็ถูกคนอาชีพเดียวกันตามฆ่า ถ้าไม่บอกแกก็ไม่ปล่อยพวกเราไปหรอก” คนที่ขัดจังหวะห้ามเมื่อครู่ดูท่าจะเจรจาง่ายกว่าอีกคนมากโข

เลสเลอร์ส่ายหน้าพร้อมยิ้มเย็น “ถึงวิธีการเชื้อเชิญให้พวกแกมานั่งคุยกันวันนี้ดูรุนแรงไปสักหน่อย แต่ฉันแค่นักธุรกิจคนหนึ่งจะไม่ลงมือฆ่าใครบ่อยๆ หาเรื่องเดือดร้อนมาใส่ตัวเองหรอก สู้ส่งตัวให้ตำรวจจัดการ พวกแกก็คงจะพอคิดสภาพอันรื่นรมย์ในคุกฮาลาวาได้ หรือไม่ก็ไลฟ์สดลงในบล็อกหางานแล้วปล่อยพวกแกออกไป ถึงตอนนั้นจะมีใครจ้างมือปืนฝีมือห่วยแตกไปทำงานวะ”

ไม่ใช่แค่ไม่มีงานทำ แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นพวกเขาจะถูกตามฆ่าเพราะคงไม่มีใครเชื่อว่าจะรอดออกมาได้โดยไม่ปริปากบอกความลับในโลกของอาชญากร หรือถ้าติดคุกก็อย่าหวังว่าชาตินี้จะพ้นโทษออกมาใช้ชีวิตปกติได้อีก ต่างคนต่างรู้ว่าคดีที่ก่อเอาไว้นั้นมากมายสักแค่ไหน

“แล้วจะเอาอะไรมารับประกันความปลอดภัย”คนที่มีท่าทีว่าจะเจรจาง่ายกว่าถามขึ้น แต่อีกคนก็ตวาดดุออกมาเสียก่อน

“พูดบ้าอะไรวะ แกกำลังแหกกฎ”

“เถียงกันให้พอใจ แต่ฉันเตือนไว้ก่อนว่าฉันมีเวลาไม่มาก สิบห้านาที” จบคำพูดก็ทำท่าว่าจะหมุนตัวเดินออกไป หากไม่ได้ยินเสียงเรียกดังขึ้นเสียก่อน นั่นทำให้เลสเลอร์ขยับมายืนตรงหน้ามือปืนอีกคน

“ฉันจะบอก แต่ข้อมูลที่แกอยากรู้ต้องแลกกับเงินสี่แสนเหรียญและลบประวัติอาชญากร”

“ให้มันน้อยๆ หน่อย แกก็รู้ฉันไม่ใช่พ่อเอชพีดีหรือเอฟบีไอ” เลสเลอร์ปฏิเสธในเรื่องที่ไม่อาจเป็นไปได้ แต่ก็รีบต่อรองก่อนที่มันจะเปลี่ยนใจ “เงินสองแสนเหรียญพร้อมกับการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แล้วไปโผล่ที่ไหนสักแห่งในประเทศที่ไม่มีการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน”

“แกกำลังจะหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว”

“แกนั่นแหละที่หาเรื่องตาย จะแค้นห่าเหวอะไรนักหนา นังนั่นมันก็แค่เด็กใหม่ที่แกยังไม่ได้อึ๊บ ลองคิดดูสิว่าถ้าหายหัวกันออกไปจากนี่ได้ อยากฟัดสักกี่คนใครจะมาห้ามแกวะ”

เลสเลอร์ปล่อยให้ทั้งคู่ได้ถกเถียงกันจนพอใจแล้วเขาก็เดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง ก่อนที่จะซักถามเรื่องทุกอย่าง

สถานที่ที่จะเจอเอเย่นเป็นเป้าหมายอีกขั้นหนึ่งของแผนการ ซึ่งตอนนี้นั้นเลสเลอร์ก็ได้รู้แล้วว่าจะควานหาตัว          เอเย่นคนนั้นได้จากไหน

เหนือสิ่งอื่นใดเขายังได้ล่วงรู้ว่า... นักฆ่าสาวที่ลงมือฆ่ากับมือปืนคนนั้นไม่ได้รับใบสั่งฆ่าแต่อย่างใด หากเป็นเพียงแค่ใบสั่งข่มขู่!

 

ในขณะที่เลสเลอร์เดินทางออกจากเซฟเฮ้าส์มุ่งหน้าไปหาเอเย่นตามคำบอกกล่าวของสองมือปืนนั้น พลิสราก็ไม่อาจจะอยู่ในบ้านคนเดียว

หลังเล่นน้ำอยู่ราวสี่สิบนาทีก็เกิดความเบื่อหน่าย ผิดจากที่เคยใช้เวลากับเขาในทะเลอยู่เกือบสองชั่วโมง ไม่อยากคิดเลยว่าการไม่มีผู้ชายดุๆ อยู่ข้างกายจะทำให้เรื่องรอบตัวกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย

พออาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยก็โทรหาชัญญา อยากรู้ว่าในตอนที่ตนหยุดยาวเช่นนี้ สร้างความลำบากให้เพื่อนร่วมงานหรือไม่ แต่สุดท้ายก็หลุดปากเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองจน เกิดการซักถามตามความสงสัยของชัญญา ซึ่งเธอก็ตอบออกไปตามความรู้สึก

เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ประจำตามประสาเพื่อน ก่อนจะสรุปตามความคิดเห็นชัญญายังทวงของฝากทั้งกระเป๋าและชุดสาวระบำฮูล่า

เมื่อรับปากหิ้วของฝากกลับไปให้ ชัญญาจึงสรุปด้วยความมั่นใจเกินกว่าหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า... เธอกำลังตกหลุมรักสามีของตัวเอง

ไม่ใช่ยอมรับไม่ได้ แต่มันเร็วเกินไปที่จะเรียกความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้ว่าความรัก!

หากเลสเลอร์ได้ยินก็คงจะตราหน้าเธอว่าขี้ขลาดไม่กล้ายอมรับหัวใจตัวเอง ตอนนี้คนขี้ขลาดจึงไม่อาจอยู่ในบ้านเพียงคนเดียว เพราะการอยู่กับตัวเองทำให้ฟุ้งซ่านหนักข้อมากกว่าเดิมนัก

การทวงของฝากยังทำให้พลิสราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กอีเมลอีกครั้ง แล้วต้องถอนหายใจหนักๆ ออกมา วันคืนช่างผ่านไปรวดเร็วนัก ตีห้าครึ่งของวันพรุ่งนี้เธอต้องเดินทางกลับตามไฟลต์ที่จองเอาไว้ในทริปฮันนีมูน


คุณหมอจะหนีกลับบ้านใหจบกันไป  

เอาใจช่วยด้วยนะคะว่าเลสเลอร์จะยอมให้กลับง่ายๆ มั้ย จะทะเลาะอะไรกันอีกม้อยยย  

เจ้าห้อยโหนวางแผงแล้วสามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์สนพ. 

หรือร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป 

ข้อความมาสั่งกับศิริพาราได้ตามโปสเตอร์ข้างล่างเลยค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น