เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 46 : ตอนที่ 13 ความรักทำให้คนตาบอด 1 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,990
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    3 พ.ย. 60


เสียงสั่นครืดๆ ของอุปกรณ์สื่อสารเครื่องบางที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง กลายเป็นนาฬิกาปลุกให้เลสเลอร์รู้สึกตัวในอีกสองชั่วโมงต่อมา

เบอร์ส่วนตัวและการติดต่อเข้ามาในตอนเช้าตรู่เช่นนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากคนสนิทและบอกเป็นนัยว่า งานที่สั่งให้มาไคทำอยู่นั้นอาจไม่ราบรื่นนัก

การถอยห่างออกไปอย่างนุ่มนวลของร่างแกร่งที่กอดซ้อนอยู่ข้างหลัง ไม่ได้ทำให้พลิสราลืมตาขึ้นมาแล้วตั้งคำถามใดๆ กับเขาอีก คำโกหกและการปิดบังในช่วงกลางดึกที่ผ่านมาสร้างความคลางแคลงใจให้กับเธอเป็นอย่างมาก

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าพิรุธที่เขาแสดงออกมาสร้างความหวาดหวั่นต่อเธอไม่น้อย บางครั้งหากไม่ได้เห็น ไม่ได้ยินคำพูดใดๆ ให้จับผิดได้อีก อาจเป็นทางเลือกที่ทำให้เธอไม่ต้องขบคิดอยู่ในใจเพียงคนเดียวตลอดเวลาที่มีอ้อมแขนอันอบอุ่นกกกอด

เป็นเรื่องตลกร้ายที่เธอรู้สึกเหมือนเป็นเมียหลวงที่กำลังเคลือบแคลงใจในพฤติกรรมของสามี

ครั้งแรกที่ได้เจอเขาอาจจะดุดัน เฉียบขาด ทุกคำพูดขู่บังคับให้เธอรับสภาพการเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่สนใจกับความรู้สึกอันชอบธรรมที่เธอมีต่ออธิป

การตอกย้ำให้เธอได้รู้ว่าปัจจุบันอยู่ในตำแหน่งคุณนายเมอร์ดอช ช่างเป็นการลบความผูกพันที่เกิดขึ้นกับอธิปออกไปได้อย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ

ทุกครั้งที่เกิดเรื่องร้ายจนถึงขั้นเอาชีวิตไม่รอดจะมีฝ่ามือแข็งแรงฉุดดึงเธอขึ้นมาจากวิกฤตอันน่าพรั่นพรึง อ้อมกอดอบอุ่นของเขาจะคอยปลอบประโลมสร้างความเคยชินให้เธอได้โหยหาความปลอดภัย สุขสบายจนวินาทีนี้เพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองกำลังเสพติดทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นเลสเลอร์ เมอร์ดอช!

 ...สัมผัสแผ่วเบาที่เขาก้มตัวลงสูดเอาความหอมจากผิวเนื้อตรงหัวไหล่เรียกรอยยิ้มสุขใจให้เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีไออุ่นจากเรือนกายแข็งแกร่งก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงแค่คำถามเดิมๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกับเสียงปิดประตูอย่างเบามือ

พลิสราชันตัวลุกขึ้นนั่งอยู่บนกลางเตียงนุ่ม กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีเพียงแต่ความทรงจำอันสวยงามระหว่างกัน

หากกระดาษโน้ตสีส้มที่วางอยู่บนหมอนใบหนุ่มของเขาก็ทำให้เธอต้องเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาไล่สายตาตามข้อความ

 

ผมมีงานต้องเข้าออฟฟิศด่วน เห็นคุณกำลังหลับสบายเลยไม่อยากปลุก แต่งตัวสวยๆ ไว้รอนะจ๊ะ สองทุ่มคืนนี้เราออกไปดินเนอร์กัน คิสคุณนายเมอร์ดอช

 

แม้จะเกิดความเคลืองแคลงใจสักเพียงใด แต่ข้อความจากเขาก็ยังคงสร้างรอยยิ้มให้เธอได้เสมอ เลสเลอร์ยังคงเป็นผู้ชายคนเดียวที่ใช้ประโยคคำสั่งกับเธอ สั่งให้แต่งตัวสวยๆ สั่งให้ออกไปกินมื้อเย็น แต่กลับไม่ได้สร้างความอึดอัดใจเลย

ถ้าเป็นอธิปข้อความเหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นประโยคคำถามในทันที คุณว่างไหม คืนนี้เราออกไปกินข้าวกันได้ไหม ร้านไหนก็ได้ตามใจคุณบางครั้งเธอก็รู้สึกว่าอธิปไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องเหล่านี้เลย

คิดแล้วก็ต้องส่ายหน้าให้กับตัวเองเพราะไม่ควรเอาผู้ชายสองคนมาเปรียบเทียบกัน อย่างน้อยเธอก็ควรไม่ลืมจุดประสงค์ของการดั้นด้นมาครึ่งค่อนโลกนั่นเพราะอยากได้ยินคำอธิบายจากปากของอธิป

พลิสราวางกระดาษโน้ตลงบนหมอนเช่นเดิมแล้วขยับตัวลงจากเตียง บางครั้งเธอควรจะหยุดนิสัยที่เก็บเอาเรื่องรอบตัวมาปะติดปะต่อกัน แล้วคิดล่วงหน้าจากทำให้ทำอารมณ์ไม่ผ่องใส

หากต้องยอมรับกับตัวเองโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เลยว่า... จากผู้หญิงน่ารังเกียจที่วิ่งหนีสามีไล่ตามผู้ชายอีกคนมาค่อนโลก

ตอนนี้เธอกลายเป็นผู้หญิงใจง่ายที่เกิดความหึงหวงเนื้อตัวของสามี ในขณะที่ยังไม่ได้คำตอบที่ค้นหาเลย

น่าโมโหกว่าสิ่งใดในโลกก็คงหนีไม่พ้นหัวใจของตัวเอง ทั้งที่อยู่ในร่างกาย แต่กลับไม่อาจควบคุมหรือบงการได้เลยสักนิด

คุณหมอคนสวยอดคิดเย้ยหยันตัวเองไม่ได้ในระหว่างที่เดินออกมาจากบ้านแล้วกระโดดลงสระว่ายน้ำทั้งชุดนอน หวังว่าความเหน็ดเหนื่อยจากการออกกำลังกายจะช่วยให้สมองปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้น

แม้จะว่ายน้ำได้ไม่เร็วนัก แต่การที่เธอว่ายน้ำไปแตะอีกขอบสระข้างหนึ่งแล้วต่อด้วยการลงเล่นน้ำทะเลตื้นๆ ตรงบันไดกลางสะพานไม้ก็เป็นพฤติกรรมเลียนแบบสามีโดยที่เธอนั้นไม่รู้ตัวเลยสักนิด

 

เลสเลอร์อาจจะมองถึงความปลอดภัยของเธอเป็นอันดับแรกโดยไม่ได้ฉุกคิดเลยว่าการกระทำหรือท่าทางที่เปลี่ยนไปของตนเองนั้นจะสร้างความคลางแคลงใจให้กับคนเจ้าความคิดหรือไม่

เธอสวย ฉลาดมีความคิดเป็นของตัวเองเป็นผู้หญิงเก่งที่มีความสามารถสูง แต่ในสายตาของเขาเธอคือหัวใจที่เขาจะเก็บรักษาเอาไว้อย่างในที่ที่ปลอดภัย ทะนุถนอมไม่ต่างจากตุ๊กตากระเบื้องเคลือบราคาแพงซึ่งเปราะบาง แตกหักง่าย ยิ่งได้ใกล้ชิด กอดรัดโดยไร้ซึ่งอาการขัดขืนยิ่งทำให้เขาอยากใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดของชีวิตกับเธอเพียงผู้เดียว

ความรู้สึกละเอียดอ่อนที่เกิดขึ้นมาจากหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดี รักแท้ หากเลสเลอร์ก็เก็บเอาไว้อย่างมิดชิดปลอดจากสายตาและความรู้สึกของคนทั่วไป ยิ่งได้เห็นสภาพเละเทะของห้องหนึ่งใต้ดินกลางเซฟเฮ้าส์ ความเกรี้ยวกราด ดุดันก็แสดงออกมาในทันที

...ก็ไม่น่าแปลกใจนักที่มือปืนทั้งสองคนจะล้มทีมรักษาความปลอดภัยของเขาไปได้ถึงสองคน มาไคคิ้วแตก หน้าช้ำเพราะต้องออกแรงไม่น้อยกว่าจะจับทั้งคู่มานั่งบนเก้าอี้และพันธนาการทั้งตัวเอาไว้ด้วยโซ่

แม้ถูกซ้อมจนสะบักสะบอม แต่พวกมันก็ยังไม่ยอมปริปาก แต่กลับเรียกร้องที่จะเจรจากับตน นั่นทำให้เลสเลอร์ต้องรีบร้อนออกมาหลังวางสายจากมาไค

“ที่ล้มไปสองคนอาการหนักแค่ไหน” เลสเลอร์ถามถึงคนในทีมรักษาความปลอดภัยของตนหลังจากที่เดินลงบันไดมายังชั้นใต้ดิน

“คนหนึ่งกระดูกไหปลาร้าหักครับ อีกคนแขนหักทั้งสองข้าง ร่างกายมีแผลฟกช้ำ ตอนนี้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลครับ” มาไครายงานพร้อมหลีกทางให้เจ้านายได้เดินเข้าไปในห้องที่มีแสงสว่างไม่มากนัก

พื้นเจิ่งนองไปด้วยน้ำที่ใช้สาดร่างของมือปืนทั้งสอง เรียกให้พวกมันฟื้นคืนสติหลังจากที่ทรมานครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อเค้นเอาเบาะแสของเอเย่น

เลสเลอร์สายหน้าช้าๆ เป็นการยั่วอารมณ์ของสองมือปืน “ถ้าพวกแกฉลาดพอก็ปริปากออกมา แต่ดูสภาพแล้วเห็นจะโง่จริงๆ”

สะมีออกมาเคลียร์ปัญหาให้นางมารน้อย 

แต่จะเข้าใจกันไหมเพราะสะมีก็กวนโมโห เมียก็ขี้หึง   

55555แต่สะมีชอบนะครัชเพราะคนขี้หึงน่าร้ากกกก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น