เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 45 : ตอนที่ 12 ชีวิตคู่เริ่มต้นที่ความไว้ใจ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,094
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    1 พ.ย. 60


“เปล่า ฉันมั่นใจว่าไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนั้น อายุไม่น่าเกินห้าสิบ แต่งตัวดูดีมีฐานะ แต่คำพูด... ไม่น่าฟังเลย”

รูปพรรณสัณฐานที่ได้ยินเรียกความสนใจจากเลสเลอร์ได้ไม่น้อย “หล่อนพูดอะไร”

พลิสราหันมาสบสายตาเขาแล้วถ่ายทอดคำพูดเหล่านั้นออกมา “ผู้หญิงหน้าด้าน กลางคืนนอนกับผู้ชายคนหนึ่ง ส่วนกลางวันก็วิ่งโร่ตามหาผู้ชายอีกคน คิดแต่ว่าตัวเองเสน่ห์แรง หารู้ไม่ว่าหล่อนก็เป็นได้แค่ของเล่นชั่วครั้งชั่วคราว สักวันเถอะจะถูกเขี่ยทิ้งเหมือนขยะพิษ สมน้ำหน้า”

หากเธอไม่ได้ตาฝาดก็มั่นใจว่าได้เห็นแววตาขุ่นมัวชั่วแวบหนึ่ง อีกทั้งร่างกายแข็งแรงก็เกร็งตัวขึ้นราวกับโกรธเคืองในคำพูดนั้น

“คือตอนด่าว่านี่มองหน้าฉันนะ แต่ในมือถือนิตยสารกอสซิปพอด่าจบก็ทิ้งลงถังขยะ ฉันเลยไม่รู้ว่าหล่อนอินกับข่าวของดาราหรือว่าฉันกันแน่” พลิสราพยายามถ่ายทอดสิ่งที่เห็นออกมาให้ได้มากที่สุด เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะหลับตาลงอีกครั้งจึงรีบสอดมือทั้งสองข้างเข้าไปประคองใบหน้าคร้ามคม “เลสเลอร์ แต่ฉันมั่นใจว่าหล่อนกับผู้หญิงที่นั่งอยู่บนรถคันนั้นเป็นคนเดียวกัน”

“พลีส... มีคนไม่น้อยที่คลั่งไคล้คนดังชนิดที่สอดส่องเรื่องส่วนตัวแล้วเก็บเอาคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของตัวเอง แล้วคุณก็เพิ่งไปเจอคนประเภทนี้มา” ตอบพร้อมเอียงหน้าเข้ากดจูบหนักๆ ลงบนฝ่ามือนุ่ม กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด “หลับเถอะคนสวย ผมง่วงจริงๆ”

“แต่...”

“ชู่ว...” ปลอบพร้อมยกมือขึ้นคลึงกลางหว่างคิ้วให้เธอผ่อนคลาย “อย่าเก็บเอาทุกเรื่องมาคิดนักเลย ผมจะใช้ชีวิตอย่างปกติได้ก็ต่อเมื่อรู้ว่าในแต่ละวันคุณอยู่อย่างมีความสุข เข้าใจไหม”

เป็นอีกครั้งที่เลสเลอร์ใช้ประสบการณ์ชีวิตที่มากกว่า กำจัดความสงสัยที่เกิดขึ้นแม้ไม่ได้คำตอบ แต่ก็ทำให้เธอสงบลงได้ในช่วงเวลาหนึ่ง

ตอนนี้ยังยิ้มหวานตอบรับกับสัมผัสและคำพูดที่บอกให้รู้ว่าแคร์เธอมากสักแค่ไหน นั่นเพียงพอแล้วที่จะทำให้เธอหลับใหลไปในอ้อมกอดอันอบอุ่น

สามชั่วโมงไม่ขาดไม่เกิน เลสเลอร์ก็รู้สึกตัวตื่นโดยไม่ต้องอาศัยนาฬิกาปลุก เขาขยับตัวถอยห่างจากร่างอ้อนแอ้นที่หลับสนิทแล้วดึงเอาหมอนข้างมาวางให้เธอกอด อยากเอื้อมมือไปลูบแผ่นหลังเพื่อปลอบประโลมจากคำพูดหยาบคาย แต่ก็ต้องตัดใจเพราะยังมีเรื่องสำคัญกว่ารอคอยอยู่

เลสเลอร์ใช้เวลาในการเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว ก่อนออกจากบ้านยังอดที่จะหันกลับมามองร่างที่นอนหลับใหลอย่างสบายอยู่บนเตียงซึ่งรู้ดีที่บนก้อนหินกลางมหาสมุทรแปซิฟิกนี้ จะไม่มีใครเล็ดลอดเข้ามาทำอันตรายเธอได้อย่างแน่นอน

ระบบรักษาความปลอดภัยที่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อบ้านพักริมชายหาดส่วนตัวนี้ สร้างความวางใจให้เขาได้ไม่น้อยไปกว่าการเก็บเธอไว้ข้างกาย

 

ร่างกำยำของมือปืนที่สวมเสื้อผ้าสีดำทั้งตัวกำลังถูกจ้องมองผ่านจอมอนิเตอร์ซึ่งถูกติดตั้งเอาไว้ในห้องน้ำอพาร์ตเมนต์ของมาไค

พิกัดที่เจ้าของห้องเป็นคนแจ้งรายละเอียดให้กับเอเย่นหามือปืนผ่านบล็อกหนึ่งในดาร์กเว็บไซต์ แม้ว่าจะวางกับดักเอาไว้เป็นอย่างดี แต่เลสเลอร์และคนสนิทก็ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่ามือปืนจะบุกเข้ามาในอพาร์ตเมนต์ช่องทางใด

ระเบียงดูจะเป็นช่องทางที่ง่ายที่สุด หากล่อแหลมต่อสายตาของผู้คนนัก

ประตูก็เป็นอีกทางเลือกที่ปลอดจากสายตาผู้คน แต่นั่นหมายความว่ามือปืนต้องมีทักษะเฉพาะตัวอันยอดเยี่ยม เพราะระบบรักษาความปลอดภัยของอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ไม่ได้หละหลวมเหมือนห้องเช่าราคาถูกเลย

ทว่าการที่มือปืนล้วงกระเป๋าแล้วหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาจนประตูด่านแรกเปิดออกอย่างง่ายดาย ไร้ซึ่งข้อกังขาจากสายตาของพนักงานรักษาความปลอดภัย ก็ทำให้เลสเลอร์ต้องสั่งการในรายละอียดเพิ่มลงในแผนอย่างเร่งด่วน เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่าพวกมันทำงานเป็นทีม ไม่ได้โชว์เดี่ยวอย่างที่คาดการณ์เอาไว้

“หยุดภาพแล้วขยายขึ้นมา” เลสเลอร์สั่งเร็วๆ

หมายเลขของห้องที่ปรากฏอยู่บนแป้นสแกนคีย์การ์ดปรากฏอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ นั่นทำให้เลสเลอร์หยิบปืนเก็บเสียงขึ้นมาถือเอาไว้อย่างคล่องแคล่ว

ในตอนที่มือปืนยืนรออยู่ในลิฟต์ เลสเลอร์ก็วิ่งออกจากห้องตรงไปยังบันไดหนีไฟเพื่อจัดการกับคนในทีมของพวกมัน ซึ่งไม่อาจรู้ได้ว่ามีอยู่มากน้อยสักแค่ไหน

หนึ่งในทีมรักษาความปลอดภัยจะติดต่อกับเลสเลอร์และมาไคด้วยอัลฟ่าเบตที่มีรหัสเรียกง่ายๆ ฟังได้อย่างชัดเจน นิยมใช้ในปฏิบัติการที่ต้องแบ่งกำลังมากกว่าสองกลุ่มหรือสองคนขึ้นไป อัลฟ่าเบตจึงนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก

ออสก้าจึงเป็นรหัสแทนหนึ่งในทีมรักษาความปลอดภัยที่นั่งประจำหน้าจอมอนิเตอร์ละสายตาจากร่างของเจ้านายแล้วหันมาจ้องมองในจอมอนิเตอร์อีกครั้ง

เมื่อมือปืนก้าวออกจากลิฟต์พร้อมกับดึงหมวกไหมพรมลงปิดบังใบหน้า จึงกรอกเสียงผ่านเครื่องสื่อสารที่สามารถติดต่อทุกคนในระหว่างปฏิบัติการ

“ออสก้าเรียกปาป้า ปลาเริ่มว่ายน้ำ อีกสามร้อยเมตรจะถึงเหยื่อ”

“ปาป้ารับทราบ” มาไคตอบรับและยืนนิ่งอยู่หลังตู้เหล็กซึ่งถูกย้ายจากมุมห้องมาไว้ปลายเตียงเพื่อเป็นเกราะกำบัง

“อีกสองร้อยเมตร...”

เลสเลอร์และมาไค ต่างก็ได้ยินเสียงที่ดังอยู่ข้างหูอย่างชัดเจนซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่เลสเลอร์ได้มายืนหน้าห้องหมายเลขเดียวกันกับที่อยู่ในคีย์การ์ดของปลา

“บราโว่เรียกออสก้า พร้อม” ไม่บ่อยครั้งนักที่เลสเลอร์จะได้ร่วมงานกับทีมรักษาความปลอดภัยเช่นนี้ แต่เขาไม่ไม่ได้ประมาท สติสัมปชัญญะมีอย่างเต็มเปี่ยม ตั้งใจฟังเสียงจากออสก้า

“ห้าสิบเมตร...” ออสก้าเว้นระยะไปชั่วครู่ เมื่อสามารถกะเกณฑ์จำนวนก้าวเดินได้แม่นยำแล้วจึงเริ่มนับถอยหลัง “ปลาว่ายน้ำเร็วขึ้นกำลังจะฮุบเหยื่อ ห้า... สี่... สาม... สอง...”

ปุ!... ปุ!...

กระสุนจากปืนเก็บเสียงทำให้กล่องเซฟตี้ล็อกเสียหายประตูห้องถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย มือปืนไม่รีรอที่จะจู่โจมเหยื่อในยามวิกาลขณะที่เหยื่อกำลังหลับสนิท

ปุ!... ปุ!... ปุ!...

กระสุนอีกสามนัดพุ่งลงไปยังร่างที่นอนอยู่กลางเตียง ทว่ากลับไม่ได้เห็นเลือดสักหยดไหลออกมา นั่นทำให้มือปืนรู้ตัวว่ามีความผิดปกติจึงเอื้อมมือไปกระตุกผ้าห่มออกสุดแรง

ความจริงแล้วในตอนนี้มาไคต้องออกไปจัดการกับปลา แต่เพราะไม่ได้มีปลาตัวเดียวจึงต้องรอให้ปลาตัวที่หนึ่งส่งสัญญาณกลับไปหาปลาตัวที่เหลือเสียก่อน

นั่นเป็นการล่อเป้าปลาทั้งหมดออกไปให้บราโว่จัดการ แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนเมื่อได้ยินเสียงปลาตัวที่หนึ่งดังขึ้น

“เราถูกแหกตา  อ๊ากกก...” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นแล้วก็เหมือนถูกน็อกกลางอากาศจนฟุบลงกับที่นอน

มาไคตัดสินใจใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าโจมตีมือปืน ไม่นานนักไฟในห้องก็สว่างวาบขึ้นจึงรีบใช้ด้ามปืนทุบเข้าที่ท้ายทอยซ้ำอีกครั้ง เมื่อเห็นว่ามือปืนถูกช็อตเข้าแล้วยังไม่ได้สลบไปทันที

“ปาป้าเรียกบราโว่...” ถึงมาไคจะกรอกเสียงย้ำออกไปอีกครั้งก็ไม่ได้ยินเสียงเจ้านายตอบกลับ หากได้ยินเพียงแค่เสียงต่อสู้กันดังอยู่ไกลๆ เท่านั้น

มาไคจึงส่งสัญญาณให้หนึ่งในทีมของคนที่ยืนอยู่ตรงแผงควบคุมไฟฟ้าเดินมาจัดการกับมือปืนที่สลบอยู่บนเตียง ส่วนตนนั้นจะรีบขึ้นไปช่วยเหลือเจ้านาย

ความจริงแล้วเสลเลอร์ไม่ได้เป็นรองเลย เขาไม่ได้ใช้ปืนสักนัดด้วยซ้ำเพียงเพราะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย รู้ดีว่าข้อมูลจากแต่ละคนย่อมแตกต่างกันจึงอยากเก็บมือปืนทั้งสองคนไว้ในสภาพที่บอบช้ำน้อยที่สุด ในตอนนี้เขายังได้เปรียบเพราะได้นั่งคร่อมระรัวหมัดเข้าใส่ใบหน้าจนมันแทบไม่รู้สติ

“ออสก้าเรียกบราโว่...”

“ปาป้าเรียกบราโว่...”

เสียงที่ดังขึ้นตรงข้างหูแทบจะพร้อมๆ กันนี้ทำให้เลสเลอร์ต้องรำคาญใจนักจึงตวาดออกไปในขณะที่พลิกร่างของมันให้นอนคว่ำแล้วจับมือทั้งสองข้างมาไพล่หลัง “เออ... ได้ยินแล้ว เคลียร์”

จบคำว่าเคลียร์ทุกคนก็โล่งอก เป็นเวลาที่มาไควิ่งขึ้นมาหยุดอยู่หน้าห้องมองเจ้านายนั่งคร่อมร่างของมือปืนอีกคนเอาไว้แล้วต้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะเข้ามาจัดการกับมือปืนแล้วย้ายทั้งสองคนไปยังเซฟเฮ้าส์ที่เตรียมการเอาไว้อย่างรวดเร็ว

 

ในเวลาที่เลสเลอร์นั่งอยู่บนรถแวนคันใหญ่ติดฟิล์มดำสนิท ข้างหลังมีร่างของมือปืนทั้งสองคนถูกมัดมือมัดเท้าอย่างแน่นหนา

เขาสั่งให้มาไคเร่งความเร็วขึ้นอีกเพราะกลัวว่าคนที่นอนหลับสนิทอยู่ในอาณาบริเวณอันเป็นส่วนตัวนั้นจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นเสียก่อน

ทั้งที่ปกติแล้วพลิสราไม่ค่อยจะตื่นขึ้นมากลางดึกนัก แต่อาจเป็นเพราะความหนาวเหน็บก่อกวนให้เธอได้ควานมือหาร่างแกร่งที่ให้ไอ่อุ่นเช่นหลายคืนที่ผ่านมา

ราวห้านาทีที่เดินสำรวจจนทั่วบ้านพลิสราก็มั่นใจว่าตอนนี้เธออยู่เพียงลำพังจึงเดินกลับมาทรุดตัวลงบนที่นอนอีกครั้งด้วยความไม่เข้าใจว่าเขาหายตัวไปไหน

ถ้าหากไปทำงานทำไมไม่บอกเธอสักคำ หรือ...

หารู้ไม่ว่าหล่อนก็เป็นได้แค่ของเล่นชั่วครั้งชั่วคราว สักวันเถอะจะถูกเขี่ยทิ้งเหมือนขยะพิษ สมน้ำหน้า

คำพูดของผู้หญิงแปลกหน้าที่ผุดขึ้นมากระแทกหัวใจ ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่พลิสราก็ไม่รู้ว่าทำไมน้ำเสียงและวาจาร้ายๆ ที่พรั่งพรูออกมานั้นหมายถึงตนนัก

สิ่งเดียวที่ผู้หญิงทุกคนนั้นไม่อาจอดทนได้นั่นก็คือการถูกทรยศหักหลัง คิดแล้วต้องหลับตาลงอย่างปวดใจทั้งที่ยังไม่ได้รู้แน่ชัดว่าเขาหายไปกลางดึกด้วยเหตุผลใด แต่หัวใจเธอเหมือนจะขาด หลายนาทีที่พยายามข่มตาให้หลับ

หากความคิดยังวกวนอยู่กับการที่เขาหายตัวไปกลางดึก จนไม่รู้เลยว่าคนที่เธอกำลังคิดถึงนั้นตอนนี้ได้ก้าวเดินเข้ามาในบ้านด้วยฝีเท้าอันเงียบกริบ

เมื่อร่างสูงใหญ่เอนตัวลงนอนซ้อนข้างหลังในขณะที่พลิสราเหมือนคนครึ่งหลับครึ่งตื่น อ้อมกอดที่รัดรึงร่างเธอให้เข้าไปซุกอยู่กับอกกว้างก็ทำให้พลิสราตั้งคำถามกับเขาด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

“ไปไหน มาคะ”

เขาไม่ได้ตอบในทันที แต่กดจูบหนักๆ ลงบนกระหม่อมบาง ลูบฝ่ามือขึ้นลงตรงหัวไหล่ราวกับปลอบประโลม “เปล่า... นอนต่อเถอะ”

ไออุ่นจากเรือนกายแกร่งที่เคยทำให้เธอหลับสนิทมาหลายคืน เมื่ออยู่ในอ้อมกอดแข็งแรงนี้เธอจะรู้สึกปลอดภัย มีที่พึ่งพิง

หากแต่ตอนนี้กลับทำให้เธอตื่นเต็มตาหากต้องนอนนิ่งๆ ทบทวนท่าทางแปลกประหลาดที่เขาแสดงออกมาให้เห็นอยู่หลายต่อหลายครั้งและความจริงที่ทำให้นอนตาค้างถึงเช้า

...เขาโกหกและมีความลับกับเธอ!

 ทำไมต้องโกหก เลสเลอร์มีเหตุผลอะไร หรือซ่อนอีหนูเอาไว้จริงๆ ติดตามด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น