เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 43 : ตอนที่ 12 ชีวิตคู่เริ่มต้นที่ความไว้ใจ 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    30 ต.ค. 60


มีเมียฉลาดเป็นกรด จะทำอะไรก็ต้องให้แนบเนียนไร้ซึ่งพิรุธที่เธอจะจับผิดได้ เมื่อคิดได้ดังนั้นเลสเลอร์ก็ปรับเบาะให้เอนลงจนแทบจะนอนมองเธอขับรถ

“แวะแอดมิดที่โรงพยาบาลสักคืนไหมคะ อาการคุณน่าเป็นห่วงนะ”

ถึงน้ำเสียงจะราบเรียบ แต่เลสเลอร์ก็รู้ว่าเธอกำลังประชดประชัน จึงตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศก็เลี้ยวเข้าโรงแรมข้างหน้าได้จ้ะ เคยได้ยินว่ามีห้องเวทีมวย ห้องครัว ห้องผ่าตัดก็มี เมียผมเป็นถึงหมอผ่าศพ ตรวจแป๊บเดียวคงรู้แหละว่าทำยังไงให้ผมคึกขึ้นมาเหมือนเดิม”

ถ้าเวลาที่อยู่ด้วยกันคนฉลาดอย่างเธอจะเรียนรู้นิสัยใจคอของเขาได้อย่างรวดเร็วแล้ว ก็คงไม่แปลกนักถ้าคนเหลี่ยมจัดมากเล่ห์อย่างเขาจะรู้ทันความคิดและหยุดความสงสัยของเธอเอาไว้ได้อย่างชะงักงัน

เธอกำลังแพ้ทางเขา

ความจริงที่ทำให้พลิสราต้องปรายตามองเขาด้วยความหมั่นไส้ นึกเข่นเขี้ยวอยู่ในใจเพียงคนเดียวเพราะยิ่งพูดยิ่งเข้าเนื้อตัวเอง

หากตอนนี้สมรรถนะของสปอร์ตคาร์ที่มีอยู่ไม่กี่คันบนโลกใบนี้ก็ดึงความสนใจของเธอให้จดจ่ออยู่กับอัตราเร่งเร็วตามใจสั่ง

ยิ่งขับออกมาถึงซูเปอร์ไฮเวย์ยิ่งรู้สึกถึงความสนุก ท้าทายเมื่อเธอเหยียบคันเร่งหนักขึ้นจนรถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วในระดับที่ทำให้คนกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ข้างๆ ยิ้มอย่างพึงใจ

...เห็นเธอมีความสุขเขาก็พลอยสุขใจไปด้วย ตั้งแต่ผูกมัดเธอไว้ด้วยพันธะสมรสก็ไม่มีอะไรที่ทำให้เขาผ่อนคลายได้เท่า รอยยิ้มของคุณนายเมอร์ดอช

 

เป็นครั้งแรกในการนอนร่วมเตียงเดียวกันที่เห็นเขานอนรออยู่บนเตียง เมื่อเห็นเธออยู่ในชุดนอนเดินอ้อมมาหยุดที่ข้างเตียงอีกฝั่งหนึ่ง เขายังตบมือลงข้างตัวเบาๆ

“มานอนตรงนี้เลยก็ได้ ตอนหลับจะได้ไม่ต้องควานมือหาผมให้ลำบาก”

พลิสราไม่ได้ตอบว่าอย่างไร แต่เธอนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นที่ของตนแล้วมองเขาอย่างพิจารณา “นี่คือตัวตนที่แท้จริงของเลสเลอร์ เมอร์ดอช”

“รู้ไหมว่าคุณใช้สายตาจับผิดมองผมมาทั้งวัน”

“มีปัญหาเหรอคะ” หมายถึงการงานหรือเรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้นกับเธอ ซึ่งน้ำเสียงและท่าทางที่แสดงออกไปนั้นชัดเจนทั้งยังมั่นใจว่าเขาเองก็เข้าใจในคำถามนั้น

เลสเลอร์ส่ายหน้าช้าๆ เป็นคำตอบ ก่อนจะขยับตัวขึ้นแล้วค้ำแขนข้างหนึ่งกับหมอนใบใหญ่ มองเธอด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกัน

“เปล่า... แค่รู้สึกดี ความช่างสังเกตของคุณทำให้เรียนรู้นิสัยใจคอผมได้เร็วกว่าที่คิด เป็นเรื่องดีๆ ตอบรับกับความสัมพันธ์ของเรา”

พลิสราถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ที่พูดมานั้นไม่ผิด แต่การหลีกเลี่ยงนั้นยิ่งทำให้เธอมั่นใจว่าเขากำลังปิดบังเรื่องบางอย่างเอาไว้

คงเป็นเรื่องท้าทายหากเธอจะเล่นตามเกมเดินอ้อมโลกให้เขาตายใจเสียก่อน เพื่อเก็บข้อมูลแล้วค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง

“ปกติแล้วคุณใช้มุกจีบผู้หญิงง่ายๆ ตรงๆ แบบนี้เลยเหรอคะ ดูขัดแย้งกับบุคลิกภายนอกของคุณนะ”

เลสเลอร์หัวเราะร่วนเพราะความจริงแล้วควรจะกล่อมเธอให้หลับสนิทโดยเร็ว แต่จนแล้วจนรอดเขายังต้องมาถกปัญหาเรื่องพฤติกรรมของตัวเอง

“ปกติผมไม่ค่อยได้จีบผู้หญิง คือถ้าหมายถึงที่ถูกใจกันนะ มันเป็นคอมมอนเซนส์ที่เกิดขึ้นระหว่างกัน ถ้าคุยกันครั้งแรกถูกคอ ก็จะมีครั้งที่สองตามมาซึ่งต่างคนต่างรู้แก่ใจว่าครั้งสองที่ความสัมพันธ์จะไม่ใช่แค่คนรู้จักแล้ว”

พลิสราพยักหน้ารับช้าๆ แล้วตั้งคำถามอีก “แปลว่าคุณจะไม่มีความลับกับพวกเธอ”

“ใช่แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาผมยังไม่เคยคบกับใครจนรู้สึกว่าต้องเก็บเธอไว้อย่างมิดชิดเหมือนเป็นสมบัติส่วนตัว อย่างมากพวกเธอก็แค่เรียนรู้ความชอบพื้นฐาน รสนิยมเฉพาะตัวของผม”ตอบด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลาย หากทำให้คนมองอดหมั่นไส้ไม่ได้

“อ่อ... เซ็กส์ล้วนๆ”

“ก็ทำนองนั้น”

“ฟังดูแล้วชีวิตนี้คุณคงไม่น่าจะเจอผู้หญิงที่อยากเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวหรอก อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้ที่คุณใช้เรื่องเซ็กส์มากำหนดระยะห่างในความสัมพันธ์กับใครสักคน”

ผู้ชายบ้าอะไรอย่างนี้!

ก็เขาเป็นมนุษย์ผู้ชายที่มีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งหน้าตาและเงินในกระเป๋า จึงมักมองผู้หญิงที่เดินผ่านหน้าด้วยสภาพที่เนื้อตัวเปลือยเปล่าถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ภาพในจินตนาการก็ตาม แต่ยิ่งคุยด้วยยิ่งทำให้เธอโมโห

“ถ้ากำลังวิเคราะห์พฤติกรรมของผมก็ควรจะตัดความหึงหวงออกไปด้วย ยุติธรรมกับผมบ้าง...”

โถ... เธอคงไม่รู้หรอกว่าอาการหึงหวงที่ซ่อนเอาไว้ไม่มิดนั้นน่ารักน่าชังในสายตาของเขามากแค่ไหน เลสเลอร์คิดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ

ถึงแม้ว่าเธอจะพลาดพลั้งแสดงความรู้สึกนั้นให้เขาเห็น แต่คนอย่างพลิสราก็ไม่จนต่อแต้มง่ายๆ “อย่างน้อยฉันก็ต้องรู้สึกว่าเป็นสมบัติของคุณก่อน ถึงจะเกิดความหึงหวงตามมา ความคิดของฉันเป็นระเบียบแบบแผนค่ะ”

เป็นการปฏิเสธอย่างนิ่มนวล แยบยลและฉลาดลึกล้ำที่สุดที่เคยได้ยินมา นั่นทำให้เลสเลอร์หัวเราะร่วนอย่างชอบใจแล้วยกมือข้างหนึ่งขึ้นหมุนอยู่กลางอากาศรอบตัวเธอ

“ทั้งตัวคุณนั่นแหละเป็นสมบัติส่วนตัวของผม อย่าปฏิเสธให้ยุ่งยากเลยเพราะในข้อเท็จจริงเดียวกันนี้สามีก็เป็นสมบัติส่วนตัวของภรรยาด้วยเหมือนกัน” มีบางอย่างที่เห็นได้ชัดจากสีหน้าของเธอเตือนให้รู้ว่าต้องจบหัวข้อสนทนานี้ให้เร็วที่สุด

จบคำพูดจึงเอื้อมมือไปคว้าต้นแขนเรียว ออกแรงดึงให้เธอล้มตัวลงข้างกาย รีบตวัดขาเกี่ยวสะโพกผายเอาไว้โดยไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งตัว

“ผมอายุสามสิบห้าแล้วนะพลีส... ถ้าใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่มีเรื่องเซ็กส์เข้ามาในชีวิตเครื่องจับเท็จส่วนตัวคงสนิมเขรอะ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ คนที่ลำบากก็ไม่พ้นคุณนั่นแหละ ต้องขัดต้องถูอีกงานกว่าจะใช้การได้ แล้วเรื่องความสะอาดก็ไม่ต้องห่วงถึงจะผ่านมาจนจำหน้าไม่ได้ แต่ผมรอบคอบและซีเรียสกับเรื่องนี้ที่สุด นอนได้แล้วนะคราวนี้”

สนิทเขรอะอัลไลครัช ตอบมาด่วนๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น