เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 42 : ตอนที่ 12 ชีวิตคู่เริ่มต้นที่ความไว้ใจ 25%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,924
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    29 ต.ค. 60


พลิสราเดินทางมาถึงออฟฟิศในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา... ในตอนที่อยู่บนรถก็ได้รู้จากมาไคว่าเขากำลังสะสางงานอีกทั้งยังมีประชุมกับหัวหน้าสาขา

ในช่วงเวลาที่นั่งรอนั้นก็ยังนึกชั่งใจว่าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เขาได้ฟังดีหรือไม่ แต่เมื่อได้เห็นสีหน้าเครียดจัดในตอนที่เดินออกมาจากห้องประชุมแล้ว เธอจึงตัดสินใจเก็บเรื่องนี้เอาเสียเสียก่อน

อาหารเย็นยังถูกสั่งเข้ามากินในห้องทำงานของเขา ซึ่งพลิสราก็เข้าใจและไม่ได้มองว่ามันคือปัญหาที่เขาต้องกล่าวคำขอโทษใดๆ

บ่อยครั้งที่พลิสราลอบมองคนที่นั่งหน้าตึงอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ เรียกพนักงานอีกสองสามคนเข้ามาตำหนิ จนไม่มีใครกล้าสบสายตาตรงๆ ยังทำให้เธอต้องกลั้นยิ้มเพราะเลสเลอร์ตอนนี้กับคนที่ชอบหยอดมุกจีบเธอราวกับเป็นคนละคน

“ผมรู้นะ ว่าคุณกำลังหัวเราะเยาะผม” เปรยออกมาในขณะที่เปิดเอกสารเป็นแฟ้มสุดท้ายที่เหลืออยู่บนโต๊ะ

“เรื่อง”

“ไม่รู้ แต่ดวงตาคุณกำลังบอกอย่างนั้น”

“ใส่ร้ายป้ายสี คุณดุออกขนาดนี้ฉันจะกล้าหัวเราะเยาะได้ยังไง กลัวจนตัวสั่นงันงกสิไม่ว่า” ไม่ได้ต่อปากต่อคำอย่างเดียว แต่เธอลุกขึ้นจากโซฟาตัวเดี่ยวแล้วเดินมาประจันหน้ากับคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ยืนพักเท้าอย่างเอาเรื่อง

ท่าทีดังกล่าวทำให้เลสเลอร์ต้องเบนสายตามองไปยังกระจกห้องทำงาน แล้วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะม่านโปร่งแสงนั้นปิดลง จึงไม่ได้เปิดเผยให้คนข้างนอกได้มองเข้ามาแล้วพาลเสียการปกครอง

ซีอีโอเมอร์ดอชแอสชัวรันซ์โฮลดิ้งหงอให้เมีย รู้ถึงไหนอายถึงนั่น!

“พาลเพราะวันนี้ไม่ได้เกาะหลังผมว่ายน้ำใช่ไหม” ถามยิ้มๆ พร้อมกับปิดแฟ้มเอกสารลงไม่เบานัก จากนั้นจึงยืดตัวขึ้นเต็มความสูง “ไป... กลับบ้านได้แล้ว พอถึงบ้านจะฤทธิ์เยอะแค่ไหนก็ตามสบาย”

พลิสราไม่ได้ตอบโต้ว่าอย่างไรอีก แต่มองตามร่างสูงใหญ่ที่เดินจากโต๊ะทำงานมาเปิดประตูห้องค้างเอาไว้ “วันนี้มาแปลก”

ถึงจะบอกอย่างนั้น แต่ก็ยอมเดินออกมาจากห้องแต่โดยดีนั่นทำให้เขาต้องเลิกคิ้วประหลาดใจมากกว่าคำพูดของเธอ

“ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ฉันไม่เคยได้ยินคุณชวนกลับบ้านเลย ออกจากร้านอาหารถ้าไม่ไปซื้อของก็ต้องขับรถเล่น ชวนเข้าผับ ฉันซะอีกที่เป็นคนรบเร้าอยากกลับบ้าน”

อืม... ไม่ได้ฉลาดอย่างเดียว แต่ยังช่างสังเกตเสียด้วย เลสเลอร์คิดในใจแล้วคิดต่อไปอีกว่าถ้าเธอได้รู้ถึงรายละเอียดที่เขาต้องออกมากลางดึกคืนนี้คงต้องซักไซ้ถึงแผนการโดยละเอียด

ที่แน่ๆ คงไม่ยอมรออยู่บ้านอย่างสงบ เพราะฉะนั้นเขาควรตัดปัญหาทุกอย่างทิ้ง ไม่ต้องให้เธอได้รับรู้คงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

 เมื่อเดินออกมาถึงสปอร์ตคาร์ที่จอดรออยู่หน้าออฟฟิศ เลสเลอร์ก็ยื่นกุญแจให้เธอ “ขับไหม วันนี้ผมเหนื่อยอยากเป็นคนนั่งบ้าง”

เขาไม่ใช่คนประเภทแบ่งแยกความสามารถของหญิงชาย เหยียดเพศ หากความเป็นผู้นำที่มีอยู่ในตัวสูงแล้วยังมองเธอเป็นภรรยาที่ต้องดูแล ปกป้องและรับผิดชอบ

คนประเภทนี้จึงไม่มีทางที่จะยอมวางหน้าที่ลงบนมือเธอเช่นนี้เด็ดขาด นอกเสียจากว่าเขาจะเหน็ดเหนื่อยจะแทบไม่มีแรงกระดิกนิ้ว

นี่คือความแปลกอีกอย่างที่สัมผัสได้อย่างชัดเจน

หากพลิสราก็เลือกที่จะเงียบแล้วเอื้อมมือไปรับกุญแจพร้อมเดินอ้อมไปเปิดประตูทรุดตัวลงบนที่นั่งของคนขับ ปรับตำแหน่งเบาะนั่งและกระจกมองข้างเล็กน้อยก็บังคับรถให้เคลื่อนตัวออกมาได้อย่างคล่องแคล่ว

มีเมียฉลาดเป็นกรด จะทำอะไรก็ต้องให้แนบเนียนไร้ซึ่งพิรุธที่เธอจะจับผิดได้ เมื่อคิดได้ดังนั้นเลสเลอร์ก็ปรับเบาะให้เอนลงจนแทบจะนอนมองเธอขับรถ

“แวะแอดมิดที่โรงพยาบาลสักคืนไหมคะ อาการคุณน่าเป็นห่วงนะ” 

สะมีภรรยาคู่นี้เขาทันกันนะคะ  

มาลุ้นกันต่อว่าจะคุยกันดีๆ ได้ถึงเมื่อไหร่  

เลสเลอร์วางแผลแล้ว 

มีหลายคนได้อ่านจนจบเอ็นดูเจ้าห้อยโหนมากมาย วันหลังศิริพาราจะเอารีวิวมาสปอยล์นะครัช


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #82 siriwan17 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:44
    หือ!!! ห้อยโหน คือ????
    #82
    0