เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 38 : ตอนที่ 10 รักแท้ความแพ้ใกล้ชิด 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,928
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    21 ต.ค. 60


ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ในร้านอาหารริมชายหาดอีกสักสิบห้านาทีโดยไม่รู้ตัวว่ามีคนกำลังเก็บภาพในอิริยาบถต่างๆ เอาไว้มากมายนัก หาดไวกิกิอันเลื่องชื่อ

มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกแห่แหนกันเข้ามาพักผ่อน นอนอาบแดด เล่นเซิร์ฟกับคลื่นลูกใหญ่หากน้ำทะเลยังสวยใสไร้ตำหนิ เป็นแหล่งผู้คนพลุกพล่านก็ยากที่จะทำให้ทั้งคู่รู้ว่า... ตอนนี้ความเป็นส่วนตัวกำลังถูกล่วงล้ำ!

ในตอนบ่ายแก่แดดร่มลมตกมีคู่รักหลายคู่ออกมาเดินเล่นริมชายหาด เลสเลอร์และพลิสราก็เช่นกัน ไม่น่าเชื่อว่าการพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ ชีวิตวัยเด็ก วีรกรรมแสบสันของลูกสาวคนเดียวกับคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวไม่ได้สร้างความเบื่อหน่ายเลย

ตรงกันข้ามกลับเป็นเขาที่คอยซักถามเธอด้วยความอยากรู้ “จริงเหรอ คุณหมอเนี่ยนะ ประท้วงพ่อด้วยการทำข้อสอบมั่ว”

“อื้อ... มั่วทุกวิชาด้วย” ตอบพร้อมยักคิ้วอย่างท้าทาย “ดีนะที่เป็นสอบกลางเทอมไม่อย่างนั้นคงได้เรียนซ้ำชั้นอีกปี”

“อ้าว... แล้วพ่อก็เชื่อเหรอว่าคุณแกล้งทำข้อสอบมั่วๆ บางทีอาจจะติดเพื่อน เกเร ไม่ตั้งใจเรียน” ในขณะที่ตั้งคำถามเลสเลอร์ก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้น เหมือนว่ามีคนกำลังจับตามองตน แต่น้ำเสียงมั่นใจในตัวเองสุดฤทธิ์ก็เรียกความสนใจจากเขาได้เป็นอย่างดี

“ก็คนเรียนเก่งมาตลอด ถึงยังไงพ่อก็ไม่เชื่อว่าฉันจะเรียนไม่รู้เรื่อง อีกอย่างตอนนั้นก็มีประเด็นกันอยู่ว่าไม่อยากอยู่ประจำ แต่ที่ยอมเป็นเด็กประจำตั้งสองปีเพราะพ่อขู่ว่าจะหาแม่ใหม่มาดูแล”

“แล้วทำยังไงพ่อถึงยอม” ถามยิ้มๆ แล้ววาดแขนข้างหนึ่งขึ้นโอบหัวไหล่กลมกลึง

หากไม่ได้ทำให้พลิสรารู้สึกตะขิดตะขวงใจเพราะสัมผัสของเขานั้นไม่ได้ส่อเจตนาลวนลามหรือปากว่ามือถึง แต่เหมือนเอ็นดูเสียมากกว่า

“ก็ทำสนธิสัญญาเอนทรานซ์น่ะสิ” สนธิสัญญาชื่อแปลกๆ ทำให้คนฟังเลิกคิ้วอย่างสงสัย พลิสราจึงเล่าต่อ “ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้เรียนต่อหมอเท่านั้น”

จากที่ฟังมาก็พอจะรู้แล้วว่าสติปัญญาของเธอเฉียบแหลม เลยถามข้ามช็อตไป “อ้าว... แสดงว่าที่เรียนหมอนี่ไม่ได้รักไม่ได้ชอบหรอกรึ เรียนเอาใจพ่อสินะ”

“โธ่... จะอะไรนักหนาล่ะ คนในประเทศฉันส่วนมากถ้าลูกหลานเรียนดี เรียนเก่งก็อยากให้ลูกหลานเป็นหมอรักษาคนกันทั้งนั้น แล้วพ่อฉันก็เป็นหนึ่งในคนส่วนมาก ความจริงก็ไม่ได้ถูกบังคับ แต่ฉันรู้ว่าพ่ออยากให้เป็นหมอก็เลยยอมทำตามใจ คิดง่ายๆ ว่าทีพ่อยังไม่ยอมแต่งงานใหม่ทั้งที่ต้องหาเงินส่งเสีย ดูแลฉันมาคนเดียว แล้วทำไมฉันจะทำให้พ่อสมหวังบ้างไม่ได้” พลิสราตอบพลางยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อพูดถึงคนผู้เป็นพ่อ

“บางทีเราก็ต้องแชร์ความสุขให้กับคนข้างๆ บ้าง จะเป็นผู้รับหรือผู้ให้อยู่ตลอดเวลา ชีวิตนี้คงหาความสุขไม่ได้”

ความคิดเธอสวยไม่แพ้กับรูปร่างหน้าตาเลย ถ้าเขามีลูกสาวก็อยากให้มีความคิดความอ่านเช่นนี้ คนเป็นพ่อเป็นแม่คงสุขใจเพราะมีลูกรู้ความ รู้จักคิด

ก็ถ้าเธอยอมเป็นแม่ของลูก ลูกของเขาก็คงจะเติบโตขึ้นมาเป็นประชากรที่มีคุณภาพคนหนึ่งของโลก

เป็นครั้งแรกที่เลสเลอร์ เมอร์ดอชนึกถึงครอบครัว ความคิดดังกล่าวยังสอดคล้องกับปฏิกิริยาของร่างกาย นั่นคือกระชับอ้อมแขนแล้วดึงเธอเข้าหาตัวอีกเล็กน้อย

“เล่าเรื่องของคุณบ้างสิคะ ฉันว่า...”

หากคำถามนั้นยังไม่ทันจะจบประโยค ความรู้สึกวูบวาบที่ต้นคอเหมือนมีคนกำลังสะกดรอยตามก็เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองในระยะเวลาที่ไม่ห่างกันนัก

นั่นทำให้เลสเลอร์หมุนตัวกลับไปแล้วกวาดสายตามองรอบตัวจึงได้เห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังถือกล้องถ่ายรูป อีกทั้งยังหันหน้ากล้องมายังทิศทางที่ตนนั้นยืน

“ทำอะไร” ถามพร้อมทั้งก้าวเร็วๆ เข้าไปกระชากกล้องทิ้งลงพื้น ประโยคหลังยังดุดัน ข่มขวัญคนฟังยิ่งนัก “ฉันถามว่าแกทำอะไร”

“ปะ...เปล่า ผมก็แค่เก็บภาพทั่วไป ผมเป็นนักท่องเที่ยว”

สีหน้าท่าทางของเขานั้นหวาดกลัว ตกใจราวกับกลัวว่าจะถูกทำร้าย นั่นทำให้พลิสรารีบเดินเข้าไปคว้าแขนของเขาเอาไว้แน่น “เป็นอะไรคะ เลสเลอร์”

“นะ...นั่นสิ คุณเป็นอะไร จู่ๆ ก็มาทำลายข้าวของของผม”

หากคำปฏิเสธนั้นไม่ได้ทำให้เลสเลอร์วางใจ เขาก้มลงหยิบเอากล้องถ่ายรูปขึ้นมาแล้วเช็กภาพย้อนหลังทันที

ไม่นานนักพลิสราก็เห็นเขายื่นกล้องถ่ายรูปให้กับเจ้าของ เธอจึงได้แต่กล่าวคำขอโทษแล้วมองเขาอย่างไม่ชอบใจนัก

“คราวหลังลองเจรจากับเขาดีๆ ดูสิคะ”

เจ้าตัวส่ายหน้าดิก สีหน้ายังเป็นกังวลไม่ได้ผ่อนคลายลงสักนิด “ไม่ เสียเวลา”

“เหรอ ฉันคิดว่าคุณบ่ายเบี่ยงไม่อยากเล่าเรื่องของตัวเองให้คนอื่นฟังเสียมากกว่า”ตอบแล้วหมุนตัวเดินกลับ ทิ้งให้คนใจร้อนได้ยืนอยู่คนเดียว

โธ่... คุณนายเมอร์ดอช เอาอะไรมาคิดว่าเป็นคนอื่นสำหรับเขา!

หากมานึกย้อนดูอีกครั้งคงไม่ผิดนักหรอกถ้าเธอจะเข้าใจเช่นนั้น เพราะที่ผ่านมาก็ไม่เคยบอกกล่าวชีวิตส่วนตัวกับใคร

 ยิ่งช่วงวัยเด็กที่ไม่มีอะไรน่าจดจำก็แทบจะลืมเลือนมันไปด้วยซ้ำ ในตอนที่ฟังเธอพูดถึงความสัมพันธ์กับพ่อยังคิดว่าเธอโชคดีแค่ไหนแล้วที่มีพ่ออยู่เคียงข้าง คอยแบ่งปันทั้งความทุกข์และความสุข

ไม่... เขาไม่ได้เจ็บปวดกับครอบครัวที่ล่มสลายเลยสักนิด เพราะนั่นเป็นความจริงที่ยอมรับได้และใช้ชีวิตอยู่กับมันมาตั้งแต่เล็กจนโต เลสเลอร์บอกตัวเองก่อนจะเดินตามเจ้าของร่างอ้อนแอ้นแล้วพาเธอกลับสู่บ้านพักริมชายหาดส่วนตัว

สะมีจะเป็นคนมีปมในใจม้อยน้า คุณหมอก็อยากรู้แต่สะมีไม่ยอมบอก เลี่ยงได้เลี่ยงไป เดี๋ยวเจอคุณหมอกล่อมแล้วจะรู้สึกโน๊ะ

งานหนังสือคราวนี้ศิริพาราไปที่บูธโรแมนติค ZoneC1 M21  

21-22 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไปนะคะ 

ใครไปเดินงานอย่าลืมแวะทักทายศิริพาราด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น