เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 34 : ตอนที่ 9 เล่ห์ลวงจากมารร้ายที่เป็นอันตรายต่อใจ 3 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    17 ต.ค. 60


“ก็ผมไม่ได้หลับ” ตอบพร้อมกับพลิกข้อมือเป็นฝ่ายดึงเธอลงมาหา ในขณะเดียวกันก็ใช้อีกมือถอดสลักกรอบไม้ที่ขึงตาข่ายเชือกเอาไว้จนหล่นลงไปในทะเลทั้งคู่

“ว้าย...”

ตูม!...

เสียงของพลิสราดังขึ้นแทบจะพร้อมๆ กับน้ำหนักตัวของทั้งสองที่จมลงในน้ำ หากสิ่งที่เลสเลอร์ไม่รู้นั่นก็คือเธอแค่พอลอยตัวในน้ำได้ แต่ไม่ถึงกับชื่นชอบการว่ายน้ำ ดังนั้นการที่จมลงไปในทะเลโดยไม่ทันตั้งตัวจึงตกใจจนเหมือนคนกำลังจะจมน้ำ

ท่าทางดังกล่าวทำให้เลสเลอร์รีบเข้ารัดร่างของเธอเอาไว้ อีกมือสอดเข้าใต้รักแร้แล้วดันตัวขึ้นจนโผล่เหนือผิวน้ำ เสียงไอค่อกแค่กอย่างคนสำลักน้ำทำให้เขาต้องสาปแช่งตัวเอง

“พลีส... หายใจๆ คุณโอเค ไม่เป็นไรแล้วที่รัก” เลสเลอร์พยายามบอกเพื่อเรียกสติของเธอ

เรือนกายแข็งแรงคือหลักยึดเหนี่ยวของเธอในตอนนี้ พลิสราจึงกอดลำคอแกร่งเอาไว้แน่น สองขายังเกี่ยวสะโพกสอบเอาไว้ไม่ต่างจากลูกลิง

“ทำไม ชอบแกล้งฉัน”

เสียงที่เปล่งออกมานั้นยังกระท่อนกระแท่นจนคนฟังต้องทำหน้าสำนึกผิด “ผมไม่รู้ว่าคุณว่ายน้ำไม่เป็น”

การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ต้องใช้กล้ามเนื้อแทบทุกส่วน แต่เธอเพิ่งจะหัดว่ายน้ำตามข้อบังคับของหน่วยงานที่สังกัดอยู่เท่านั้น

“ฉันไม่ถนัด”

จบคำพูดเขาก็ปล่อยมือทั้งสองข้างแล้วหัวเราะร่วน ส่วนเธอก็ได้แต่หวีดร้องจนสุดเสียงเพราะการสำลักน้ำเป็นความรู้สึกที่ไม่น่าพิสมัยนัก

“ไม่เอา อย่าปล่อยนะ” เขาปล่อยแขนทั้งสองข้างแล้ว แต่เธอสิที่กอดเขาเอาไว้แน่นทั้งขยับตัวขึ้นสูงจนคางเกยอยู่บนศีรษะได้รูป นั่นเท่ากับเปิดโอกาสให้คนเจ้าเล่ห์ได้หากำไรจากทรวงอกนุ่มหยุ่น“น้ำมันลึกนะ ขอร้องอย่าแกล้งฉันนะเลสเลอร์”

ถ้าแกล้งต่อไปก็จะได้ซุกทั้งใบหน้าอยู่กับร่องอกอวบอิ่ม แต่น้ำเสียงเว้าวอนและอาการตัวสั่นที่สัมผัสได้นี้ก็ทำให้นึกสงสารนัก

อีกครั้งที่ต้องเป็นคนบ้าสับสนกับความคิดของตัวเอง แต่ดูเหมือนลูกลิงจะรู้ตัวว่าถูกลวนลามหลังจากที่เขากดจูบหนักๆ ลงบนเนินทรวงของตนแล้วเธอก็ตอบแทนด้วยการสอดนิ้วเข้าไปในผมเส้นสั้น ขยุ้มพร้อมดึงจนศีรษะได้รูปแหงนขึ้น

เลสเลอร์คราวระโหย ยิ่งเจ็บยิ่งเร้าอารมณ์ “ซาดิสม์ชะมัด”

“ลวนลามฉันอีกแล้วนะ ไม่เคยรักษาสัญญาเลย”ต่อว่าตรงๆ และเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะอยู่ใกล้ชิดกับเขา ใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ยิ่งขยับริมฝีปากตอบโต้ก็ดูเหมือนจะมีแรงดึงดูดอันวาบหวาม “ปล่อยนะ ไม่... อย่าปล่อย”

“ฮ่า... คุณหมอดูสับสน และ...” ลากเสียงยาวพร้อมทั้งกางฝ่ามือทั้งสองข้างออกกว้าง คว้าหมับเข้ากับบั้นท้ายงอนงาม ดึงเธอเข้าหาตัว “ผมจะยึดเอาคำสั่งสุดท้ายก็แล้วกัน”

ส่วนที่อ่อนไหวไร้ซึ่งสิ่งขวางกั้นกำลังแนบชิดกับผิวเนื้อแน่นตึง เพียงแค่เขาแขม่วท้องรับกับความรู้สึกแสนวิเศษ ความวาบหวามก็แล่นขึ้นตามสายเลือดนั่นทำให้เจ้าของดวงตากลมโตเบิกตาโพลง เขินจัดกับความซาบซ่านที่รายล้อมรอบตัว

“คน ฉวยโอกาส” พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด

“กอด จูบเมีย ไม่ใช่เรื่องฉวยโอกาส แต่เป็นเรื่องปกติของคนธรรมดาสามัญที่ควรกระทำ โอเคล่ะผมรู้ว่าระหว่างเรามันเกิดสถานการณ์บางอย่างจนต้องกลายมาเป็นคู่ชีวิต”

ไม่ยอมปล่อยให้เขาพูดจนจบประโยค คุณหมอก็ออกแรงดึงเพิ่มขึ้นจนใบหน้าหล่อเหลาเชิดขึ้นอีกนิด “ฉันถอยให้คุณมากพอแล้วนะ แต่อย่าหวังว่าจะยอมขึ้นเตียงด้วย ฉันเป็นผู้หญิงเสียเปรียบทุกประตู”

“สักครั้งไหมจ๊ะ ผมว่าเราจะวินวินกันทั้งคู่ ผมได้คุณ คุณก็ได้ผม”

“น่าเกลียด พูดมาได้ไม่อาย ฉันไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายที่จะยอมมีเซ็กส์กับผู้ชายที่เจอหน้ากันไม่กี่วัน”

“สำหรับผมไม่แปลก เพราะเซ็กส์อาศัยแค่ความรู้สึกแวบแรกล้วนๆ ถูกใจก็โยก ไม่ถูกใจก็จบกัน ส่วนเรื่องของเรา ผมก็ยังย้ำคำเดิมว่าไม่ขืนใจคุณหรอก นอกเสียจากจะสมยอม”

ไม่พูดเปล่าแต่ยังกดฝ่ามือหนักขึ้นจนจุดอ่อนไหวเบียดเสียดกับหน้าท้องแกร่ง “ความสัมพันธ์ระหว่างหญิงชาย มันไม่มีทฤษฎีกำหนดตายตัวนี่ หลายคู่ลากกันขึ้นเตียงตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้าสุดท้ายก็อยู่กันจนแก่จนเฒ่า บางคู่จัดงานแต่งเสียใหญ่โตแต่อยู่กันไม่ถึงเดือนก็แยกทางด้วยซ้ำไป”

ทำไมพลิสราจะไม่รู้ว่าที่เขาพูดมานั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง สังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้รูปแบบของการใช้ชีวิตเปลี่ยนตาม แต่พอเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นกับตัวเองก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจไม่น้อยที่ปล่อยให้เขาได้กอดรัดฟัดเหวี่ยงเช่นนี้

ยอมรับล่ะว่าเธออาจจะไม่หนักแน่นพอ บ่อยครั้งที่เผลอตัวเผลอใจไปกับสัมผัสวาบหวาม แต่นั่นก็เป็นเพราะคนเจ้าเล่ห์ใช้เสน่ห์ทางกายที่เหนือกว่าหว่านล้อมเธอ

“ทำไมล่ะ เรื่องแบบนี้ต้องรอให้ถึงวันส่งตัวเข้าห้องหอเลยเรอะ”

เกิดความเงียบงันเข้าครอบคลุม ดวงตาสองคู่ยังจ้องมองกันอย่างไม่ลดละ ต่างฝ่ายต่างกำลังอ่านความคิดของอีกคน

หากรอยยิ้มพึงใจที่เกิดขึ้นบนใบหน้าคนเจ้าเล่ห์ก็ทำให้พลิสรารู้ทันความคิดว่าที่เขาถามนั้น ไม่ใช่เรื่องทั่วไป แต่หมายถึงเธอกับอธิปต่างหากจึงรีบพูดโพล่งขึ้นดักคอเขาทันที

“เปล่า แต่อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาบ้าง ฉันไม่ได้อดอยากหิวโซหรือใช้เซ็กส์หล่อเลี้ยงเซลล์สมองถึงจะได้เจอหน้ากันแล้วลากขึ้นเตียงนี่” จบคำตอบตามแบบฉบับของมิสเพอร์เฟกต์แล้วต้องลอบถอนหายใจ

ทั้งที่ไม่เคยสนใจกับเยื่อพรหมจรรย์ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหวงจนรู้สึกถึงลมร้อนที่แล่นออกมาจากหู ท่าทางดังกล่าวทำให้พลิสรานึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ เพราะเป็นครั้งแรกที่ทำให้เขาแสดงท่าทางเช่นนี้ออกมาได้ เธอกำลังจะเป็นผู้ชนะหลังจากที่แพ้ราบคาบมาจนนับครั้งไม่ถ้วน

“ก็ดี...” ตอบออกมาอย่างเสียมิได้ ถึงเธอจะเคยนอนกับมันมาแล้ว แต่จากนี้ไปอย่าหวังว่าจะมีโอกาส นอกเสียจากฆ่าเขาให้ตาย “แต่คุณก็ต้องกล้ายอมรับความจริงหน่อย รับรองว่าผมเด็ดกว่ามันเยอะ”

เป็นครั้งแรกกระมังที่พลิสรายิ้มให้เขาอย่างเอ็นดู ที่ร้ายกว่านั้นเธอยังตอบเสียงหวานจับใจ “บอกแล้วไงคะ ว่าฉันจะไม่พยายามล้อเล่นกับอีโก้ในตัวคุณ ถ้าคิดอย่างนั้นแล้วสบายใจ ก็ดี...”

ก็ดี...ของเธอเลียนแบบน้ำเสียงเขาไม่ผิดเพี้ยน แต่สงครามยังไม่จบอย่างเพิ่งนับศพทหาร

“ไม่ใช่แค่เด็ดนะ ผมว่าฮอตเลยล่ะ วัดจากจูบไม่ได้เรื่องของคุณน่ะ แปลว่ามันห่วย-แตก”

คำตอบเขาของทำให้เธอแทบหน้ามืด ปั้นหน้าบึ้งมองเขางอนๆ นั่นยิ่งทำให้เลสเลอร์ไม่เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของเธอมากขึ้น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอโกรธเรื่องอะไร ก็เมื่อครู่นี้ยังถกเรื่องความสัมพันธ์กันมันหยด

“ทำไม โกรธที่ผมดูถูกมันเหรอ”

“บางครั้งฉันก็สงสัยว่าสายเลือดหรือสายสัมพันธ์ของคนในครอบครัว จะส่งผลต่อความรู้สึกส่วนลึกในจิตใจแล้วเปลี่ยนให้คุณเรียกเขาดีกว่านี้บ้าง อย่าเพิ่งโมโหนะ ฉันไม่ได้หมายความว่าไม่ชอบใจที่คุณเรียกอธิปแบบนั้น แต่การเอ่ยถึงคนคนหนึ่งโดยใช้สรรพนามบุรุษที่สามเช่นเขา เป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดและคิดว่าใช้ความรู้สึกเข้าร่วมน้อยที่สุดแล้ว” พลิสราพยายามอธิบายด้วยคำพูดง่ายๆ “คุณไม่ต้องตอบนะคะ เพราะจากนี้เราจะไม่ยกเรื่องของเขาขึ้นมาเป็นประเด็นอีก ตอนนี้พาฉันขึ้นจากน้ำได้แล้ว”

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าท่าทางประนีประนอมที่เธอแสดงออกมาทำให้อารมณ์อันคุกรุ่นลดระดับลงมาก ที่เธอพูดนั้นไม่ผิดเพราะหากจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ต้องไม่มีบุคคลที่สามเข้ามาแทรกกลางระหว่างกัน

“ไม่ชอบว่ายน้ำแล้วทำไมเลือกฮาวาย”

อีกหนึ่งการปรับตัวเข้าหากันที่ทั้งคู่นั้นไม่รู้ว่าต่างถอยกันคนละก้าว เธอไม่อยากพูดถึง เขาก็ไม่เซ้าซี้ ไม่เก็บเอามาเป็นอารมณ์ แต่เปลี่ยนหัวข้อสนทนาแทน

“ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่อยากเล่นตรงที่น้ำตื้นกว่านี้ น้ำลึกเกินฉันก็ช่วยเหลือตัวเองลำบาก เป็นภาระให้คุณด้วย”

คำตอบง่ายๆ ตรงไปตรงมา แต่สร้างรอยยิ้มพรายบนใบหน้าหล่อเหลาจนคนมองดวงตาพร่าเลือนไปกับเสน่ห์ของคนตรงหน้า “คุณตัวเล็กนิดเดียว จะเป็นภาระอะไรมากมาย ขยับไปเกาะข้างหลังผมสิ”

“จะทำอะไรคะ” ถามพลางเคลื่อนตัวไปด้านหลังเขาอย่างว่าง่าย

“กอดหน้าอกผมเอาไว้นะ หายใจเหมือนกับว่ายน้ำปกติ รับรองว่าผมไม่ทำให้คุณจมน้ำแน่”

ก็พอจะเข้าใจแต่ก็ไม่รู้ว่าการเกาะอยู่ข้างหลังเขาจะทำให้เธอเล่นน้ำสนุกได้มากสักแค่ไหน ฟังดูแล้วเขาเองก็ไม่น่าจะเคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องตัวนัก

ทว่าเมื่อเขาเริ่มว่ายน้ำแล้วก็เหมือนว่าเธอลอยตัวได้เหนือผิวน้ำ ถึงตอนนี้ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงสั่งให้เกาะบริเวณหน้าอกไว้

หากเกาะคอจะทำให้เขาดึงสโตรกแขนลำบาก ว่ายน้ำได้ไม่คล่องตัวนัก ที่ผ่านมาเวลาอยู่ในสระว่ายน้ำจะรู้สึกกล้าๆ กลัวๆ ไม่ได้เป็นกิจกรรมที่ชื่นชอบนัก

แตกต่างกับตอนนี้ที่เธอหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ทุกครั้งที่เขามุดศีรษะลงใต้น้ำก็ไม่ต่างจากหลุดออกไปอยู่ในโลกอีกใบ แต่เมื่อเขาโผล่ขึ้นเหนือผิวน้ำก็จะได้ยินเสียงหัวเราะของเธอ สลับกับคำถามที่บ่งบอกถึงความห่วงใยเป็นระยะๆ

หายใจทันไหม

สนุกรึเปล่า

หิวไหม

เหนื่อยไหม คือคำถามสุดท้ายที่ทำให้พลิสราต้องอมยิ้มแล้วแนบแก้มลงกับแผ่นหลังแน่นตึง เธอกระชับแขนทั้งสองข้างให้แน่นขึ้นพร้อมกับพยักหน้ารับ

จะเหนื่อยได้อย่างไรในเมื่อไม่ได้ออกแรงเลยสักนิด หากคนที่เหนื่อยและเธอก็ไม่อยากจะเอาเปรียบไปมากกว่านี้คือเขาต่างหาก “เริ่มเหนื่อยแล้วก็หิวค่ะ”

ตราบใดที่เธอยังหัวเราะและสนุกอยู่กับการเล่นน้ำ ต่อให้ถามจนตายก็ไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าปริปากบ่นว่าเหนื่อยหรือหิวอย่างแน่แท้ มันก็แค่เพิ่มอีโก้ให้กับเขา ทั้งยังทำหน้าที่เป็นเหมือนมงกุฎค้ำคอ หากคิดนอกลู่นอกทางกับเธอแล้วความเป็นสุภาพบุรุษในสายตาเธอก็จะลดน้อยลงเช่นกัน

ตอนนี้ไม่ใช่แค่เลสเลอร์ที่รู้ว่าควรจะตึงหรือหย่อนสายป่าน แต่พลิสราเองก็เริ่มจะรู้ว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้ชายที่กำลังพาเธอว่ายน้ำขึ้นไปยังบันไดที่อยู่กึ่งกลางของสะพานไม้

“คุณขึ้นไปก่อนนะ”

ก็ถ้าเธอปีนบันไดขึ้นไปก่อนแล้วให้เขารออยู่ข้างล่าง คงได้อับอายขายหน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี เหตุผลที่ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยออกมาแต่เลสเลอร์ก็เข้าใจและทำตามโดยไม่อิดออด


เขาจะดีกันได้กี่วันคะ  ลุ้นต่อไปน้า...

งานหนังสือคราวนี้ศิริพาราไปที่บูธโรแมนติค ZoneC1 M21  

21-22 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไปนะคะ 

ใครไปเดินงานอย่าลืมแวะทักทายศิริพาราด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #75 Poppy1973 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 09:34
    ขอหวานนานๆหน่อย
    #75
    0
  2. #74 MamyKanya (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 08:49
    ให้10นาที เด๋วตีกันใหม่
    #74
    0