เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 29 : ตอนที่ 8 เล่ห์ลวงจากมารร้ายที่เป็นอันตรายต่อใจ 2 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    12 ต.ค. 60


ความจริงแล้วเลสเลอร์ไม่ได้คิดจะกักขังเธอไว้ในบ้านพักริมชายหาดส่วนตัว หากเขาตั้งใจขับรถมายังโรงแรมเพื่อรับเอากระเป๋าเดินทางของเธอ แต่เมื่อไปถึงก็ได้พบกับตำรวจท้องถิ่นและทีมพิสูจน์หลักฐานที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการเก็บวัตถุพยานในจุดเกิดเหตุ

ตำรวจกำลังสอบปากคำพยานบุคคล นั่นทำให้เขาต้องเดินทางไปยังสถานีตำรวจเพื่อให้ปากคำซึ่งใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะออกจากสถานีตำรวจยังได้รู้ผลรายงานการชันสูตรศพของนักฆ่าสาวที่เขาเป็นคนลงมือปลิดชีพเอง

“ฉันทำการเช็กประวัติผู้ตายแล้วพบว่าซาร่า เกรย์ เดินทางเข้ามาในโฮโนลูลูเมื่อหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา อายุสามสิบห้าปี ถือไอดีการ์ดของรัฐนิวยอร์ก แต่ลืมข้อมูลเหล่านั้นไปได้เลยเพราะมันมาจากหนังสือเดินทางปลอม ตอนนี้เลยต้องรอผลเทียบลายนิ้วมือ”

เสียงของสาวร่างเล็กที่เปิดประตูห้องค้างไว้ก็เริ่มร่ายยาวจนทำให้เลสเลอร์และตำรวจเจ้าของคดีมองเป็นสายตาเดียวกัน

ผู้บัญชาการพยักหน้ารับ “งั้นถ้าได้ประวัติจริงแล้วลองค้นหมายจับจากอินเตอร์โพลดู ผมคิดว่าเราน่าจะได้ข้อมูลเชิงลึกบ้าง”

“ค่ะ เดี๋ยวจะจัดการให้ตอนนี้เลย”

ก่อนที่สาวร่างเล็กจะถอยหลังกลับ เสียงของเลสเลอร์ก็ดังขึ้นเสียก่อน “เดี๋ยวครับ ใช่ด็อกเตอร์ลาน่ารึเปล่าครับ”

ลาน่าเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเพราะจำได้ว่าไม่เคยรู้จักกับสุดหล่อคนนี้อย่างแน่นอน “เอ่อ... ใช่ค่ะ เราเคยรู้จักกันหรือ...”

เลสเลอร์ยืดตัวลุกขึ้นเต็มความสูง ยื่นมือออกไปรอทักทายพร้อมแนะนำตัว “ไม่เคยครับ ผมเป็นสามีของพลีส พลิสรา”

“โอ... ยินดีที่ได้พบค่ะ พลีสเพิ่งติดต่อมาเมื่อวานนี้เอง อย่าบอกนะว่า...” ลาน่าชี้นิ้วเข้ากับรายงานผลชันสูตรที่อยู่ในมือของตน

เลสเลอร์พยักหน้ารับ “หล่อนกำลังใช้สายไดร์รัดคอพลีส โชคดีที่ผมเข้าไปช่วยไว้ได้ทัน”

“ตายจริง แล้วพลีสโอเคไหมคะ”

“ครับ ตอนนี้โอเคแล้ว” ถึงปากจะตอบว่าโอเค แต่ความคิดกับสวนทาง เพราะตอนนี้มิสเพอร์เฟกต์คงจะโกรธจนตัวสั่นงันงกเพราะถูกขังให้อยู่ในบ้านคนเดียว

หากเสียงกระแอมของเจ้านายที่ดังขึ้นก็ทำให้ลาน่าส่งสัญญาณให้รู้ว่าต้องออกไปรอข้างนอก เลสเลอร์จึงหันกลับไปคุยกับผู้บัญชาการอีกครั้ง

“หมดธุระแล้วนะ”

“ครับ แต่พรุ่งนี้ต้องพาภรรยาของคุณมาให้การปากคำด้วย”

เลสเลอร์พยักหน้ารับก่อนจะเดินออกมาจากห้องผู้บัญชาการแล้วเดินไปสมทบกับลาน่าที่ยืนรออยู่ประตูทางออก “พลีสคงส่งภาพรอยสักให้คุณแล้ว”

ลาน่าพยักหน้ารับเร็วๆ “ค่ะ แต่ฉันยังหาจุดเชื่อมโยงกับการลอบทำร้ายพลีสไม่ได้ คุณคิดว่าทั้งสองเรื่องนี้เกี่ยวพันกันไหม”

“ไม่แน่ใจ แต่พลีสยืนยันว่าเธอไม่เคยสร้างศัตรูที่ไหน นอกเสียจากทำคดีของนักการเมืองคนหนึ่งจนเขาต้องจนต่อหลักฐานแล้วติดคุก ถ้าสืบได้ว่าลูกชายของนักการเมืองคนนั้นชื่ออะไร เป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งมาเฟียในโฮโนลูลูจริงรึเปล่า เราก็น่าจะคลำทางได้ดีขึ้น”

ลาน่ายิ้มแล้วมองผู้ชายหล่อเหลาตรงน่าด้วยความอัศจรรย์ใจ “คุณเป็นนักสืบเอกชนเหรอคะ ขอโทษที่ต้องถามตรงๆ แต่ถ้าเป็นคนธรรมดาก็คงจะใช้แรงที่มากกว่ากดหัวเธอให้จมน้ำ แล้วคงไม่ตั้งข้อสันนิษฐานที่เป็นลำดับขั้นแบบนี้”

“เลสเลอร์ เมอร์ดอช ผมเป็นแค่นักธุรกิจธรรมดา”

การแนะนำตัวอย่างเป็นทางการทำให้ลาน่าต้องยกมือขึ้นปิดปาก ถึงซีอีโอเมอร์ดอชแอสชัวรันซ์โฮลดิ้งจะเป็นหนุ่มฮอตของอเมริกา เคยเห็นรูปของเขาตามนิตยสารบ้างบางครั้ง แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอตัวจริงเช่นนี้

การเป็นเจ้าของธุรกิจประกันภัยทุกรูปแบบ มีสายสัมพันธ์อันดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงและทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้เอาประกัน จึงเป็นคำตอบในตัวอยู่แล้วว่าเพราะเหตุใดผู้ชายตรงหน้าถึงได้มีความคิดอย่างเป็นระเบียบแบบแผน

ถึงแม้ความคิดชื่นชมจะเกิดขึ้น แต่แวบหนึ่งที่เคยได้รับข้อมูลจากเพื่อนก็ทำให้ลาน่าต้องประหลาดใจ “แต่... เท่าที่จำได้ พลีสจะแต่งงานกับคุณหมอ...”

นั่นทำให้เลสเลอร์รู้ว่าพลิสรายังไม่ทันได้เล่ารายละเอียดอื่นใด นอกเสียจากให้ลาน่าช่วยหาข้อมูลของรอยสัก “เรื่องนั้นเอาไว้ให้พลีสอธิบายเองดีกว่า”

ลาน่าพยักหน้ารับ “ค่ะ งั้นฉันต้องขอตัวไปทำงานก่อน”

“ลาน่า ผมมีเรื่องรบกวนหน่อย คือข้อมูลที่พลีสวานให้สืบ ถ้าได้เรื่องแล้วให้ติดต่อผมโดยตรง” เลสเลอร์บอกพร้อมกับยื่นนามบัตรให้เธอ “ผมไม่อยากให้พลีสเอาตัวเข้าไปเสี่ยงอันตรายอีก คุณน่าจะรู้ว่าคนพวกนี้มันฆ่าไม่ยั้งมือ”

“เข้าใจค่ะ แล้วจะติดต่อไปนะคะ อ้อ... อีกอย่างฝากบอกพลีสด้วยว่าว่างๆ ฉันอยากเลี้ยงมื้อเย็นพวกคุณสักครั้ง”

“ครับ แล้วจะบอกเธอให้”

ทั้งคู่แยกกันตรงหน้าสถานีตำรวจ แต่เมื่อเลสเลอร์เดินไปยังสปอร์ตคาร์ที่จอดรออยู่ไม่ไกลเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์เครื่องบางก็ดังขึ้น

กริ๊ง... กริ๊ง...

“ได้เรื่องไหม มาไค” กรอกเสียงลงไปในทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ของคนสนิทที่ติดต่อเข้ามา

“เรื่องรอยสักยังสืบอยู่ครับ แต่ตอนนี้ผมได้เบาะแสของโทคิยะแล้วครับ” มาไครายงาน

“ใครวะ”

“เทียบจากรูปที่เรามีในมือกับเจ้าของร้านรับจำนำในไชน่าทาวน์ คาดว่าน่าจะเป็นลูกชายของ ส.ส. คนนั้นครับ แต่เขาใช้ชื่อโทคิยะ ถือสัญชาติอเมริกันเข้าออกโฮโนลูลูกับแผ่นดินใหญ่เป็นว่าเล่น ท่านจะให้ผมเข้าไปล่อเป้าข้างในเลยไหมครับ”

เลสเลอร์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเปิดประตูสอดตัวเข้าไปประจำที่นั่งคนขับ สุดท้ายก็ตัดสินใจปล่อยให้เธอรอต่อไปเพราะไม่อยากปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไป “รอฉันก่อน ส่งพิกัดมาให้ด้วย”

หลังจากวางสายได้ไม่นานนัก เลสเลอร์ก็ได้รับพิกัดของร้านรับจำนำจึงรีบบึ่งสปอร์ตคาร์ไปตามตำแหน่งดังกล่าว แม้ระยะทางจะไม่ไกลนักแต่ด้วยความหนาแน่นของการจราจร ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเมืองท่องเที่ยวจึงต้องเสียเวลาอยู่ราวสี่สิบนาที เขาก็เดินทางมาสมทบกับคนสนิท

มาไคเดินเข้ามาหยุดข้างสปอร์ตคาร์ของเจ้านายพร้อมกับรายงานความคืบหน้าบางอย่างที่ดูผิดปกติ “ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนะครับ ทั้งที่ความจริงแล้วขึ้นป้ายปิดร้านห้าโมงเย็น แต่วันนี้ปิดก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น