เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 26 : ตอนที่ 7 เล่ห์ลวงจากมารร้ายที่เป็นอันตรายต่อใจ 1 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    7 ต.ค. 60


แก้มเนียนใสที่แดงก่ำขึ้นด้วยความโกรธ กำปั้นน้อยๆ ที่นึกอยากชั่งน้ำหนักด้วยใบหน้าดูสักหมัดสองหมัด ไล่ต่ำลงมาจนถึงร่างอ้อนแอ้นยังอยู่ในเสื้อคลุมของตนนั้นช่างน่ารักน่าชังในสายตาคนมองนัก ใจหนึ่งก็อยากรู้ว่าถ้าความโกรธของเธอจะพุ่งถึงขีดสุดแล้วระเบิดออกมาให้เห็นอย่างไร

“แต่ผมคิดว่าคุณคงจะบินกลับเอง เพราะเบื่อหน้าหล่อๆ ของผมเต็มทน” เลสเลอร์ยั่วโมโหเธอเพิ่มอีก

“ไม่กลับ จะอยู่ที่นี่” ตอบด้วยน้ำเสียงห้วนจัดอย่างที่ไม่เคยใช้เสียงโทนนี้มาก่อนในชีวิต

“ดี เพราะถ้าอยู่ที่นี่ก็มั่นใจได้ว่าไม่มีใครตามมาทำร้ายคุณแน่”

“อยู่ที่นี่หมายถึงฮาวาย โรงแรมสักแห่งในโฮโนลูลู” พลิสราตอบอย่างเอาเรื่องเช่นกัน ก่อนที่เขาจะเผยอปากโต้ตอบยังฉวยโอกาสนั้นเอาไว้เสียเอง “แล้วก็ไม่ต้องลำบากไปช่วยเหลือให้เปลืองแรง ฉันเกิดมาคนเดียว ถ้าตายก็ตายคนเดียวได้เหมือนกัน”

เป็นอีกครั้งที่ได้เห็นเขาพยักหน้ารับแล้วเกิดความรู้สึกใจหายวาบ ท่าทางไม่ยี่หระในตัวเธอยิ่งสร้างความขุ่นเคืองใจเพิ่มมากขึ้น

“ตอนนี้ที่กรุงเทพก็น่าจะสักบ่ายสามโมง”

บ่นพึมพำกับตัวเองพร้อมวางแก้วเบอร์เบิ้นลงแล้วหยิบอุปกรณ์สื่อสารเครื่องบางขึ้นมาถือไว้ “จะทำอะไร”

“โทรบอกพ่อน่ะสิว่าวันนี้คุณถูกตามฆ่า แล้วก็...”

“หยุดเลยนะ” พลิสราห้ามด้วยเสียงดุ

ในตอนที่เธอรีบเดินเข้ามานั้น เลสเลอร์ก็เดาใจได้แล้วว่าคิดจะแย่งโทรศัพท์จึงยืดตัวลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วหย่อนมันลงไปในกระเป๋ากางเกงจนได้เห็นเธอกัดริมฝีปากล่างแล้วถลึงตามองอย่างเหลืออด

ที่น่าโมโหไปมากกว่านั้นคือเขายังเลิกคิ้ว เอียงศีรษะมองอย่างล้อเล่นกับอารมณ์อันคุกรุ่นของเธอ สุดท้ายพลิสราต้องสั่งตัวเองให้ใจเย็น เจรจากับคนตรงหน้าด้วยสันติวิธี หากไม่อยากเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำให้กับเขาอย่างเช่นที่ผ่านมา

“โอเค” เธอถอยหลังกลับไปยืนห่างจากเขาราวสองสามก้าว “คุณก็รู้ว่าเรื่องที่มีคนตามฆ่าฉันจะบอกพ่อไม่ได้เด็ดขาด”

“อือ... รู้ แต่ผมต้องบอก”

อีกครั้งที่เธอสั่งให้ตัวเองใจเย็น อธิบายเหตุผลให้เขาได้รับรู้ “ท่านอยู่บ้านคนเดียว ถ้าเกิดตกใจหรือคิดมากจนไม่สบายแล้วใครจะดูแล”

“ก็ผมถึงได้บอกให้คุณกลับไปยังไงเล่า” เลสเลอร์ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง หากแท้จริงแล้วเขาต้องกลั้นหัวเราะจนปวดกรามกับท่าทางของมิสเพอร์เฟกต์ที่กำลังสูดลมหายใจเข้าลึก ฝ่ามือบางที่เคยกางออกตอนนี้เริ่มกำแน่นอีกครั้ง

พลิสราส่ายหน้าช้าๆ ในตอนนี้ไม่มีอะไรจะทำให้เขาเข้าใจไปมากกว่าคำถามที่กวนใจมาตลอดระยะเวลาสามวัน “กลับไม่ได้เพราะฉันไม่สามารถใช้ชีวิตที่จมอยู่กับคำถามได้แน่ๆ คุณลองนึกถึงจิตใจฉันบ้างสิ ลองมาเป็นฉันดูแล้วจะรู้ว่ามันอึดอัดใจแค่ไหน ฉันคบกับเขามาจนกระทั่งตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน แต่จู่ๆ เขาก็หายตัวไป ปล่อยให้อยู่กับคำถามมากมายว่าเพราะอะไร ถ้าเป็นคุณจะไม่ตามเพื่อหาคำตอบให้กับตัวเองเหรอ”

ตามสิ!

เธอคงลืมไปว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาแล้ว ยังบินหนีมาไกลอีกซีกโลก สุดท้ายเขาก็ยังตามเธอจนได้มายืนอยู่ตรงหน้า ความจริงที่เลสเลอร์ก็เข้าใจได้เป็นอย่างดีจึงไม่เคยถามเธอเลยว่าทำไมถึงได้ตัดสินใจทำเช่นนี้

“คิดจริงๆ เหรอว่าจะได้เจอมันที่นี่” น้ำเสียงที่ถามออกไปก็จริงจังไม่แพ้กัน

“ก็เป็นที่เดียวที่ฉันตีความได้จากข้อความที่อธิปส่งให้”

“ก่อนที่จะได้คำตอบจากมัน คุณควรจะหาวิธีเอารักษาชีวิตให้รอดพ้นจากศัตรูก่อนดีกว่า”

พลิสราถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ก็ฉันไม่มีทางเลือก”

“คุณไม่เลือกเองต่างหาก แต่ตั้งแง่รังเกียจในความหวังดีที่ผมหยิบยื่นให้ เพราะฉะนั้นเรื่องทุกอย่างมันก็เลยต้องวกกลับไปหาพ่อคุณ ต้องให้พ่อคุณอนุญาตเองถ้าอยากอยู่ที่นี่คนเดียว”

“ตกลงที่อธิบายมาตั้งยืดยาวคุณไม่เคยจะเข้าใจอะไรเลยใช่ไหม” จบคำพูดเขายังล้วงโทรศัพท์ออกมายื่นให้เธอ “เลสเลอร์ เมื่อไหร่จะเลิกยั่วประสาทฉันแล้วหันมาใช้เหตุผลคุยกันแบบผู้ใหญ่สักที”

“โตแล้ว รับผิดชอบตัวเองได้กับการใช้ชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยมันคนละเรื่องกัน ก่อนจะคิดถึงมันก็ควรคิดถึงตัวเองเป็นอันดับแรก คุณตามหาผู้ชายที่เลือกเป็นเจ้าบ่าวนั่นไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรเตรียมใจไว้ด้วยว่าถ้าได้ฟังคำตอบแง่ลบจากปากมันแล้วจะรับได้ไหม จะจัดการกับชีวิตต่อไปยังไง อีกอย่างควรเข้าใจไว้ด้วยว่า... ผมก็มีสิทธิ์ตามหาเมียตีทะเบียนด้วยเหมือนกัน”

ความจริงดังกล่าวทำให้หัวใจพลิสรากระตุบวูบ เธอกำลังวิ่งตามหาผู้ชายคนหนึ่งในขณะเดียวกันก็วิ่งหนีสามีที่ถูกต้องตามกฏหมายของตัวเองด้วย

ฟังดูแล้วช่างเป็นผู้หญิงที่น่ารังเกียจที่สุด!

“ถ้ายังยืนยันจะหาคำตอบด้วยตัวเองให้ได้ก็ต้องอยู่ข้างๆ ผม” เลสเลอร์ก้าวเข้าไปหยุดตรงหน้าเธอ มือข้างหนึ่งจับฝ่ามือบางเอาไว้แน่น ก่อนที่ล้วงกระเป๋าแล้วหยิบแหวนที่เธอถอดทิ้งไว้สวมลงบนนิ้วนางข้างซ้ายอีกครั้ง “ถ้าอยากอยู่อย่างสันติ คุณจะต้องให้เกียรติผมเหมือนกับที่ผมให้เกียรติคุณ ไม่ว่าอดีตที่ผ่านมาจะเป็นยังไงนั่นไม่สำคัญกับผมหรืออนาคตก็เป็นเรื่องที่ยากเกินจะคาดเดา ทั้งหมดนั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับตอนนี้ ผมเป็นสามีของคุณ”

พลิสรามองแหวนเพชรเม็ดโตที่ส่องประกายวาบวับเล่นกับแสงไฟประกอบกับคำพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดของเขา ทำให้เธอได้หยุดแล้วคิดอย่างเป็นกลาง คิดในมุมมองของเขาบ้าง

ไม่ผิดเลยที่อยากฟังเหตุผลจากปากของคนรักที่คบหากันมาแปดเดือน

...แต่ผิดที่เพราะเธอไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของผู้ชายตรงหน้า คนที่เข้ามาช่วยชีวิตให้รอดพ้นจากความตาย คนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี

“ฉันขอโทษและขอบคุณสำหรับเรื่องวันนี้” 

นี่ตกลงเขาจะเริ่มคุยกันดีๆ แล้วใช่ไหม ลุ้นๆๆๆ

พรุ่งนี้ตามต่อนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #61 25142551 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 10:52
    หล่อนเริ่มรู้สึกตัวแล้ว ว่ามีคนเริ่มลำไยหล่อน ค่อยยังชั่วหน่อย
    #61
    0
  2. #56 coffee (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 10:39
    เริ่มจะดีกันแล้ว ตามต่อพรุ่งนี้ค่ะ
    #56
    0