เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 24 : ตอนที่ 6 อันตรายจากศัตรูยังน้อยกว่าอันตรายจากการใกล้ชิดกับมารร้าย 75%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,003
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    5 ต.ค. 60



...ถ้าอยู่ในประเทศไทยก็คงจะไม่ปล่อยให้เขาได้ไล่ลงจากรถแบบนี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบนเกาะสวรรค์นี้เธอรู้จักเขาเพียงแค่คนเดียว!

พลิสราหลับตาลงแล้วสั่งตัวเองให้ตั้งสติ การปะทะกับผู้ชายข้างๆ ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเลยสักนิดเพราะที่ผ่านมานั่นเป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้วว่า... ความรุนแรง โต้กลับแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ไม่เคยเอาชนะเอาได้เลยสักครั้ง

การโวยวายไม่ใช่สิ่งที่เธอถนัดนัก แต่ถ้าให้นั่งนิ่งๆ เป็นหุ่นยนต์เหมือนสาวสวยใสไร้สมองก็สู้ฆ่าเธอให้ตายดีกว่า

ตาย!...

ไม่เอาเด็ดขาด ความรู้สึกในตอนที่ใครสักคนกำลังจะพรากลมหายใจของเราไปนั้นช่างน่าหวาดกลัวนัก เธอเพิ่งเผชิญกับความรู้สึกดังกล่าวย่อมมีคำตอบให้ตัวเองได้เป็นอย่างดี

เลสเลอร์เองก็ตอบไม่ได้ว่าอยากให้เธอเงียบหรือโต้เถียงอย่างไม่ยอมแพ้ ตอนนี้เขากำลังหมกมุ่นอยู่กับความคิดของตัวเองที่ว่า... หลังจากที่ช่วยชีวิตเธอให้รอดพ้นจากความตายมาอย่างหงิดหงุด แต่เขายังมีจิตพิศวาสในตัวเธอได้รุนแรงมากขึ้นเช่นนี้ ต้องไปปรึกษาจิตแพทย์โดยด่วนหรือไม่?

พลิสราไม่รู้ว่าใช้เวลาในการตั้งสตินานสักแค่ไหน แต่รับรู้ได้ว่าเสียงรถยนต์ที่เคยดังรอบกายนั้นลดน้อยลงเรื่อยๆ จนตอนนี้จับได้เพียงแค่เสียงสปอร์ตที่ตนนั่งอยู่เท่านั้น

ความมืดที่รายล้อมรอบตัว มีแสงไฟจากรถยนต์ที่วิ่งสวนมาเป็นระยะๆ เท่านั้น ทำให้พลิสราเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“จะไปไหนคะ”

“บ้านพักของผมเอง มันปลอดภัยกว่าที่จะอยู่ตามโรงแรม”

“ค่ะ”

ว่านอนสอนง่ายจนน่าประหลาดใจ เลสเลอร์เหล่มองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ แวบหนึ่งก่อนจะบังคับพวงมาลัยให้เลี้ยวซ้ายเมื่อถึงทางแยกของถนนส่วนตัว “คิ้วขวาคุณแตก เดี๋ยวถึงบ้านแล้วจะทำแผลให้”

เธอไม่ได้ตอบว่าอย่างไร แต่เลื่อนมือขึ้นแตะปลายนิ้วเข้ามาหางคิ้วข้างขวาก็รู้สึกได้ถึงเลือดที่แห้งเกอะพร้อมความรู้สึกเจ็บที่วิ่งขึ้นมาโจมตี

“เจ็บมากไหม ต้องเย็บแผลรึเปล่า ผมจะได้โทรเรียกหมอ”

พลิสรายังไม่ได้ตอบคำถามเขาเช่นเคย เพราะสายตามองไปข้างหน้าแล้วเห็นว่าเขาเลี้ยวเข้าไปในอาณาบริเวณของรั้วสูงเกือบสามเมตรซึ่งดูแปลกตามากตามสภาพแวดล้อมของเมืองชายทะเล ความเงียบเชียบและมืดมิดทำให้เธอนึกหวั่นใจขึ้นมาอีกครั้ง

“ไม่มีใครอยู่เหรอคะ  บ้านถึงได้มืดแบบนี้” ถามแล้วต้องหันกลับไปมองข้างหลัง จึงได้เห็นว่าประตูรั้วกำลังเคลื่อนตัวปิดอัตโนมัติ “คุณแน่ใจนะว่าไม่มีใครตามมาจริงๆ”

เลสเลอร์ส่ายหน้าให้กับความรั้นของเธอ เพราะถึงจะนิ่ง ไม่โต้เถียง แต่ก็ยังไม่ยอมตอบคำถามเขาง่ายๆ เลยสักคำ สุดท้ายเขาเองก็เลือกที่จะเงียบก่อนจะจอดรถแล้วเดินอ้อมไปยังประตูฝั่งที่เธอนั่ง

พลิสรากอดอกเอนตัวหนี เมื่อเห็นว่าเขาโน้มตัวลงมาหา “จะทำอะไร”

“ก็อุ้มสิ คุณไม่ได้สวมรองเท้า”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเดินเองได้” ยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น และได้รู้ว่าตัวเองนั้นคิดผิดถนัดเพราะทางเดินนั้นเป็นหินเม็ดใหญ่ทั้งอากาศที่ร้อนอบอ้าวมาทั้งวัน ความร้อนที่ก้อนหินกับพื้นทรายอมเอาไว้จึงทำร้ายฝ่าเท้าบอบบางจนน้ำตาแทบเล็ด

เลสเลอร์เดินตัวปลิวนำหน้า ทั้งที่รู้ว่าความร้อนจากพื้นที่ระอุขึ้นมานั้นต้องทำร้ายเธอไม่น้อย แต่ก็ต้องข่มใจให้ได้เผชิญด้วยตัวเอง ให้รู้ว่าการปฏิเสธความปรารถนาดีจากเขาเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ ที่สำคัญต้องกำราบให้เธอรู้ว่า... จากนี้ไปเขาจะไม่ยอมวิ่งตามเธอเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว

พลิสราพยายามกระชับเสื้อคุลม ใจอยากเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพราะต้นมะพร้าวใหญ่และต้นปาล์มสองข้างทางนี้ดูไม่ปลอดภัยสำหรับเธอเลย อากาศร้อนชื้นอย่างเมืองชายทะเลต้องมีงูหรือสัตว์เลื้อยคลานที่เธอไม่ปรารถนาจะเห็นอยู่แน่นอน

“เปิดไฟให้หน่อยได้ไหมคะ ฉันมองไม่ชัดเลย”

ความเงียบงันยังเป็นสิ่งที่เธอได้รับจนกระทั่งเดินมาถึงพื้นปูนอย่างทุลักทุเล ใจจริงแล้วคิดว่าจะพักเท้าสักครู่ แต่พื้นปูนที่อมความร้อนของแดดจ้าทั้งวันเอาไว้ก็สร้างความแสบร้อนให้ฝ่าเท้าอย่างสาหัสไม่แพ้กัน

เลสเลอร์จึงได้ยืนอมยิ้มเมื่อเห็นร่างอ้อนแอ้นวิ่งเข้ามาในบ้านโดยไม่ต้องเชื้อเชิญสักคำ ถึงตอนนี้เขาถึงยอมกดรีโมตควบคุมไฟฟ้าทั้งหมดให้มันสว่างไสวขึ้นเปิดเผยให้เห็นสถานที่พักผ่อนส่วนตัวที่เขาหลงใหลมากที่สุด หากตอนนี้สิ่งที่อยากเห็นมากที่สุดคือปฏิกิริยาของเธอ

เขาอยากรู้ว่าเธอจะมีความชื่นชอบในรสนิยมแบบเดียวกันหรือไม่

คุณหมอคนสวยเริ่มไม่สนใจกับความเรียบร้อยของตัวเองอีกครั้ง แสงไฟที่สว่างไสวขึ้นทำให้มองกลับไปข้างหลังจึงรู้ว่าต้นไม้ใหญ่ที่ข่มขวัญเธอเมื่อครู่ ตอนนี้นั้นน่ามองด้วยไฟสีส้มที่อยู่ในโคมไม้แกะสลักง่ายๆ วางห่างกันเป็นระยะอยู่บนพื้น ดูร่มรื่น เย็นสบาย

บ้านพักของเขาไม่ได้หรูหราราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในวิลล่าแสนแพง แต่เหมือนเอากล่องสีขาว ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ามาวางไว้กลางป่าที่มีต้นไม้ใหญ่อันร่มรื่นปกคลุม

เมื่อประตูด้านหน้าปิดลงก็ไม่ต่างจากผนังกล่องสีขาวทั้งสามด้าน หากอีกด้านหนึ่งนั้นเป็นกระจกใสกรุจากพื้นจรดเพดาน

โซฟาตัวใหญ่ มุมนั่งเล่น ห้องนอนและห้องครัวนั้นหันหน้าออกไปยังกระจกใสซึ่งเป็นผืนทะเลอันกว้างใหญ่ เมื่อเห็นว่าเธอไล่สายตาออกไปสู่ความมืดมิดของท้องทะเล เลสเลอร์ก็กดรีโมทเปิดไฟส่องสว่างให้เห็นถึงสระว่ายน้ำซึ่งมองจากจุดนี้ ระดับของน้ำก็แทบจะเป็นผืนเดียวกับน้ำทะเล

ไกลออกไปจากสระว่ายน้ำยังเห็นสะพานไม้ทอดตัวยาวสักสามร้อยเมตรจนถึงกระโจมไม้ทรงกลมที่ทำให้พลิสรานึกอยากเดินไปชมความงามของทะเลยามค่ำคืนยิ่งนักกลางคืนยังสวย ดูน่าค้นหาถึงเพียงนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่าตอนกลางวันสีฟ้าอมเขียวของน้ำทะเลจะทำให้สดชื่นสักเพียงใด

ภาพตรงหน้าสามารถสะกดสายตาของพลิสราได้จนไม่รู้ตัวว่า เขาได้เดินเข้ามายืนซ้อนอยู่ข้างหลังแล้ว

“ดีใจที่คุณชอบ”

“ค่ะ ดูสบายๆ ไม่อึดอัดเหมือนอยู่ในรีสอร์ตแพง แต่ความจริงแล้วที่นี่ก็คงแพงน่าดู”

คนฟังหัวเราะร่วนเพราะเป็นครั้งแรกที่เธอจะตอบออกมาด้วยความรู้สึกบวก “ถ้าทำตัวดีๆ ก็ให้อยู่ฟรีได้นานตามใจชอบ ไม่คิดเงินสักเซนต์เดียว”


น่านนนนนน

5บาท 10 บาท ป๋าก็เอา  ขอให้ได้อ่อย จะให้อยู่บ้านฟรีจริงเรอะ ตามต่อพรุ่งนี้ค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #59 25142551 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 10:43
    เห็นด้วยกับเลสให้ยายหมอจอมมโนได้เรียนรู้ถึงความอวดเก่งของตัวเองบ้างก็ดี อวดดีแต่ไม่มีดีจะอวด
    #59
    0
  2. #54 Poppy1973 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 11:00
    ค้างแล้วก้อค้างงงงงง
    #54
    0
  3. #53 coffee (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 09:37
    ทิ้งไว้ให้ค้างงงงทุกวันเลยนะคะคุณตาล แต่เราก็ตามติดทุกวันค่ะ
    #53
    0