เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 4 เงื่อนงำ 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    27 ก.ย. 60



คำสั่งของเจ้านายผ่านสายโทรศัพท์ทำให้ไซม่อนต้องรีบขับรถออกไปจัดหาวิสกี้และบุหรี่โดยเร็ว พอกลับมาถึงก็ได้เห็นว่าร่างสูงใหญ่ที่สวมเพียงกางเกงยีนนั่นหน้าเครียดอยู่บนฝากระโปรงซูเปอร์คาร์สีหวาน

แก้วที่หนึ่ง สอง สาม...

ไม่มีแก้วที่สี่ตามมา แต่คราวนี้เจ้านายยกขวดวิสกี้ขึ้นดื่มอึกใหญ่ เพียงเท่านั้นก็ทำให้คนสนิททั้งสองซึ่งยืนสังเกตการณ์อยู่ตรงพุ่มไม้ประดับหันหน้ามาสบสายตากัน

“เรื่อง?”

ไซม่อนมองคู่หูอย่างตำหนิ ก่อนจะโต้กลับด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ “ฉันเป็นคนออกไปซื้อวิสกี้กับบุหรี่ นายต่างหากที่เป็นคนอยู่กับท่านแล้วยังจะมีหน้ามาตั้งคำถาม”

มาไคส่ายหน้าดิกสำทับคำพูด “ไม่รู้”

“อ้าว”

“ไปไกลๆ ทั้งคู่เลย” เลสเลอร์ออกไปไล่คนสนิททั้งสองที่ดูเหมือนเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมากกว่าจะเป็นคู่หู ความสามัคคีอันแน่นแฟ้นของทั้งสองจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย แต่ถ้าในภาวะสงบมาไคกับไซม่อนแทบจะมีความเห็นไม่ตรงกันสักเรื่อง

ใช่! ความเห็นไม่ตรงกันสักเรื่อง ช่างไม่เหมือนคู่แต่งงานหมาดๆ เอาเสียเลย

ไม่ว่าจะพยายามคิดเรื่องรอบตัวอื่นใด แต่สุดท้ายแล้วก็ตัดภาพของดวงตาคู่หวานซึ้งออกจากใจไม่ได้สักครั้งหนึ่ง หากความชิงชัง การประณามหยามเหยียดที่ส่งผ่านมาให้นั้นทำให้จิตใจเขาร้อนรุ่มยิ่งนัก

เรื่องไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะเธอไม่ใช่ผู้หญิงสวยแต่ไร้สติปัญญา หรือลุ่มหลงความมั่งคั่ง สุขสบาย กระทั่งตีทะเบียนกันแล้วยังไม่สนใจใยดีในตัวสามีเลยสักนิด

ทั้งที่เธอกล้าตะโกนใส่หน้าว่ารักผู้ชายคนอื่น จนเขาไม่อาจสะกดกลั้นความขุ่นเคืองใจคิดกำราบเธอให้อยู่หมัด แต่เรื่องกลับพลิกกลับเมื่อท้ายที่สุดเขาต้องมานั่งจมจ่อมอยู่กับความรู้สึกผิดที่ทำให้เธอต้องน้ำตาตกใน

เลสเลอร์ต่อบุหรี่กับไลท์เตอร์ก่อนจะเอนตัวพิงแผ่นหลังเข้ากับกระจกหน้ารถยนต์ เขาอัดบุหรี่เข้าเต็มปอดแล้วพ่นควันออกมาให้ลอยขึ้นกลางอากาศราวกับคนมีเรื่องทุกข์ใจหนักหนา นานมากแค่ไหนที่ไม่มีได้มีโอกาสนอนดูท้องฟ้าแบบนี้ ความจริงแล้วควรจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขา

หากต้องมานั่งแบกทุกข์เพราะกลัวว่าผู้หญิงที่นอนอยู่ในห้องที่มีแสงไฟสว่างไสวข้างบนนั้นจะนึกเกลียดชังตนขึ้นมาจริงๆ

ตอนนี้เธอกำลังทำอะไร?

เธอจะร้องไห้ไหมนะ??

จะคิดถึงเขาเหมือนอย่างที่เขาคิดถึงเธอไหม???

คำถามมากมายและการนั่งมองหน้าต่างห้องนอนของผู้หญิงคนหนึ่ง ทำให้เลสเลอร์นึกเวทนาตัวเองยิ่งนัก เขาเลยเวลาของหนุ่มน้อยวัยริรักที่ต้องขับรถมาแอบอยู่หน้าบ้านแฟนสาว รอเวลาให้เธอส่งสัญญาณแล้วจะได้ย่องเข้าบ้าน ปีนหน้าต่างเข้าไปหา

พรึ่บ!...

สำหรับไก่อ่อนร้อนรักแล้วแสงไฟที่ดับวูบลงอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของความดีใจ แต่สำหรับเขาแล้วจะมีเพียงความเงียบงัน ไร้ซึ่งการยอมรับจากเธอ วันเริ่มต้นชีวิตคู่ที่ไม่น่าจดจำสำหรับเธอได้จบลงแล้วซึ่งเขาอยากบอกให้เธอรู้เหลือเกินว่าไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เรื่องทุกอย่างเป็นเช่นนี้เลย

 

รุ่งเช้าของคืนส่งตัวอันอ้างว้าง พลิสราก็เดินลงมาชั้นล่างด้วยจิตใจที่ไม่เป็นปกตินักเพราะไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับเขาได้อย่างไร หลังผ่านการทะเลาเบาะแว้งอันวาบหวามที่คิดถึงทีไรแล้วจะรู้สึกได้ถึงไอร้อนที่ลามเลียขึ้นมาบนผิวหน้า

หากความเงียบงัน ไร้ซึ่งผู้คนก็ทำให้คุณหมอคนสวยต้องขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเดินเข้ามาในครัวก็ได้พบกับแม่บ้านที่กำลังก้มๆ เงยๆ ปัดกวาดพื้น

“น้าแก้ว พ่อไปไหนแล้วคะ”

“อ๋อ... ออกไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจค่ะ ก่อนออกไปน้าแก้วเห็นคุณพ่อโทรหาหมอพลีสอยู่นะคะ แต่โทรไม่ติด ก็เลยฝากให้น้าบอกหมอพลีส” แก้ว ซึ่งเป็นภรรยาของคนงานในโรงงานพลาสติกรายงานอย่างละเอียด

เธอรับจ้างทำความสะอาดบ้านแบบไม่ต้องรอทำงานให้ครบชั่วโมง พิศาลเห็นว่าจะสร้างรายได้ให้กับครอบครัวของคนงานได้มากกว่าเดิมเพราะแก้วสามารถไปรับจ้างทำความสะอาดบ้านหลังอื่นได้อีกในช่วงบ่ายของวัน

“จริงสิ พลีสลืมเรื่องโทรศัพท์ไปเลย” จำได้ว่าทิ้งกระเป๋าถือใบย่อมไว้ในรถยนต์ของพ่อแล้วพอเกิดเรื่องวุ่นวายมากมายเธอก็ลืมมันไปเสียสนิทใจ

“น้าแก้วเก็บไว้ให้แล้วค่ะ อยู่ในลิ้นชักห้องทำงานคุณพ่อนะคะ แต่เดี๋ยวน้าแก้วไปหยิบให้ดีกว่า”

“ไม่เป็นไรค่ะ ทำงานต่อเถอะ” พลิสรายิ้มแล้วเดินออกจากห้องครัว หากต้องถอยหลังกลับมาถามแม่บ้านอีกครั้ง “แล้วพ่อไปสถานีตำรวจกับใครคะ”

“เห็นออกไปกับสามีหมอพลีสนะคะ เพิ่งออกไปก่อนที่หมอพลีสจะลงมาสักสิบห้านาทีนี่ล่ะค่ะ” พลิสรายิ้มแหยๆ หน่ายใจกับคำว่าสามีหมอพลีส

พ่อคงแนะนำให้เขาได้รู้จักกับคนในบ้านหมดแล้วสินะ หรือเมื่อเช้าอาจจะนำหน้าเดินไปโรงงานแล้วแนะนำให้ลุงๆ น้าๆ ได้รู้จักกันถ้วนหน้า ก็พ่อภูมิใจ มั่นใจในตัวเขาเหลือเกิน

“เขาชื่อเลสเลอร์ค่ะ เรียกง่าย สั้นกว่าสามีหมอพลีสเยอะเลย”

“โถ... ไม่ต้องเขินหรอกค่ะ แต่งงานกันใหม่ๆ ก็เป็นอย่างนี้แหละ อยู่กันไปอีกหน่อยเดี๋ยวก็ชินเอง” แก้วเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดลูกเขยของเจ้านายถึงได้เปลี่ยนตัวกะทันหันแบบนี้ แต่ด้วยความที่ทำงานกับพิศาลมานาน รู้ว่าเป็นคนดี ซื่อตรง ไม่คิดร้ายกับใคร

เมื่อพิศาลบอกอย่างไรก็เชื่อมั่นไปเต็มร้อยและจะไม่ทำตัวให้เป็นปัญหาสร้างความหนักใจ สอดรู้สอดเห็นเรื่องส่วนตัวของเจ้านายโดยเด็ดขาด

ความจริงแล้วไม่ได้เขิน แต่มันกระดากหูที่ต้องคิดว่าตัวเองมีสามีเป็นคนร้ายกาจอย่างนั้น พลิสราคิดในใจในขณะที่เดินตรงไปยังห้องทำงานของผู้เป็นพ่อ เมื่อไฟหน้าจอสว่างวาบขึ้นเสียงกริ่งของข้อความและแอพพลิเคชั่นต่างๆ ก็ดังแข่งกันจนเจ้าของเครื่องต้องทอดถอนหายใจแล้วก้าวเดินออกมาจากห้องทำงาน

ไม่ต้องเปิดอ่านจนครบทุกข้อความพลิสราก็รู้ว่าคงจะเป็นเพื่อน พี่ๆ น้องๆ ที่มาร่วมในงานวิวาห์ส่งข้อความมาไถ่ถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น หากคนที่ติดต่อเข้ามามากที่สุดก็คงไม่พ้นชัญญา แม้จะเป็นเพื่อนสนิทและทำงานด้วยกัน แต่เธอก็ยังไม่พร้อมที่จะอธิบายเรื่องทั้งหมดออกมา

จะว่าไปแล้วเธอเองก็ยังไม่รู้ถึงเหตุผลที่แท้จริงด้วยซ้ำว่าเพราะเหตุใด อธิปถึงหายตัวไปแล้วยังต้องอธิบายว่าเจ้าบ่าวคนใหม่เป็นใครมาจากไหน อีกสารพันคำถามที่ชัญญาต้องซักไซ้จนถึงที่สุดซึ่งเธอไม่มีคำตอบให้เลย

“หมอพลีส โจ๊กอยู่บนโต๊ะอาหารแล้วนะคะ กินเสร็จก็เอาชามไว้ในอ่างล้างจานเหมือนเดิม เดี๋ยวพรุ่งนี้น้าแก้วมาจัดการเองค่ะ”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” พลิสราบอกพร้อมกับยิ้มอย่างขอบคุณ แต่ก่อนที่แม่บ้านจะเดินจากไปยังอุตส่าห์แนะนำเธอด้วยความหวังดี

“ดูท่าแล้วคุณพ่อจะปลื้มลูกเขยคนนี้มาก อย่าลืมมีหลานไวๆ นะคะ บ้านจะได้ไม่เงียบเหงา” จบคำพูดก็เดินออกไปจากบ้านทิ้งให้คนที่เธอต้องคิดหนักเพราะนึกไม่ออกเลยลูกจะแสบสันแค่ไหน ถ้ามีต้นแบบร้ายกาจอย่างเลสเลอร์

ความคิดน่าหวาดหวั่นนั้นต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงโทรศัพท์กรีดร้องขึ้นอย่างต่อเนื่อง เบอร์โทรที่ไม่คุ้นตาปรากฏขึ้นซึ่งพลิสรากำลังชั่งใจว่าจะกดรับสายหรือปล่อยให้มันดังต่อไป

ความคิดแวบแรกนั้นย่อมมีโอกาสถูกเลือกกระทำก่อนเสมอ “ฮัลโหล...”

“ติดต่อจากโรงพยาบาลตามที่เบอร์โทรญาติของมิสเตอร์รอดส์ แอนเดอร์สัน ใช่ไหมคะ”

“ใช่ค่ะ คนไข้รู้สึกตัวแล้วเหรอคะ” พลิสราเป็นฝ่ายถามขึ้นเสียเอง

“ยังค่ะ แต่คุณหมอมีเรื่องแจ้งให้ทราบ รบกวนญาติเดินทางมาที่โรงพยาบาลด้วยนะคะ”

พลิสรารับคำและไม่ได้แปลกใจที่ทางโรงพยาบาลจะติดต่อมาหาเธอ ที่จริงแล้วมีเบอร์ของคริสและเบอร์ของเธอ แต่คุณหมอคนสวยก็เดาได้ไม่ยากว่าตอนนี้คริสคงจะอยู่ที่สถานีตำรวจไม่ต่างจากพ่อของตน

คำถามและสายตาของนายตำรวจที่ไปพบตนในโรงพยาบาลเมื่อวานนี้ บ่งบอกว่าเกิดความสงสัยในพฤติกรรมของเลสเลอร์ไม่น้อยไปกว่าเธอ มาถึงจุดนี้ก็หวังว่าเขาคงจะมีเหตุผลน่าเชื่อถือมาอธิบายให้กับหลายคำถามที่ยังค้างคาใจ

 หมอพลีสจะเจอเรื่องอะไรอีกมั้ยน้าาา ติดตามพรุ่งนี้ค่าาาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #38 Nutcha (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 18:29
    ชอบผลงาน ติดตามและอุดหนุนทุกเรื่องเท่าที่หาได้ตอนนี้เลยค่ะ รอเฮียเลสนะคะ
    #38
    1
    • #38-1 ศิริพารา(จากตอนที่ 15)
      27 กันยายน 2560 / 22:41
      สไลด์กราบขอบพระคุณค่า ดีใจยิ้มแก้มปริที่ได้รู้แบบนี้ ตามไปอ่านเลสเลอร์เลยนะคะ
      #38-1
  2. #37 coffee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 13:48
    ดีค่ะคุณตาล จองผ่าน web.สนพ. และโอนตังส์แล้วค่ะ รอจัดส่งหลัง 18 ต.ค คงหายค้างงงงแน่นอนค่ะ

    ระหว่างรอนี้บ่ายลงโปรย พรุ่งนี้ก็รออัพอีกค่ะ พลิสสสส
    #37
    1
    • #37-1 ศิริพารา(จากตอนที่ 15)
      27 กันยายน 2560 / 22:40
      ลงแล้วนะคะ ตามไปอ่านเพื่อความค้างที่มากขึ้นด่วนๆ เลยค่า
      #37-1
  3. #36 coffee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 08:40
    ค้างงงงทุกตอนจริงๆค่ะ
    #36
    1
    • #36-1 ศิริพารา(จากตอนที่ 15)
      27 กันยายน 2560 / 09:42
      เดี๋ยวบ่ายๆ เอาโปรยมาลงให้อ่าน จะได้ค้างเพิ่มดีไหมคะ
      #36-1