เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 3 มารร้ายอยากเข้าเครื่องจับเท็จ 2 25%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,336
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    23 ก.ย. 60

เลสเลอร์ เมอร์ดอช ไม่ใช่คนเจ้าชู้ที่เปลี่ยนผู้หญิงรายวันราวกับเสื้อผ้า แต่ผู้ชายอายุสามสิบห้าปี มีความมั่นคงในหน้าที่การงาน มาจากตระกูลเก่าซึ่งประกอบธุรกิจเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางของคนในสังคม เรื่องความสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามนั้นยิ่งห้ามไม่ได้

          เขาอาจจะเคยเห็นผู้หญิงเปลือยกายมานับครั้งไม่ถ้วน หากแต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกหลากหลายเหมือนกับการสัมผัสและจ้องมองสรีระของผู้หญิงตรงหน้า

          ผ้าขนหนูขนาดย่อมที่ดึงออกมาจากศีรษะคือสิ่งที่เธอใช้ปกปิดร่างกายแล้วรีบหมุนตัวกลับไปหาเขา แม้มันจะดูล่อแหลมแต่เพียงแค่นี้ก็ดีที่สุดที่ทำได้แล้ว

          “ออกไปจากห้อง ฉะ...ฉัน” น้ำเสียงขาดหาย เมื่อกวาดสายตามองแล้วเห็นว่าเขาเปลือยเปล่าไม่ต่างจากตนเองเลยสักนิด แม้ทั้งห้องจะมืดแต่แสงไฟที่ลอดออกมาจากห้องน้ำก็ทำให้เธอได้เห็นเรือนกายแกร่ง แน่นตึงและ...

          “มองตาค้างเชียว”

          น้ำเสียงที่ได้ยินทั้งกระเซ้าเย้าแหย่และล้อเลียนเธอในคราวเดียวกัน ไร้ซึ่งความอับอายที่จะปกปิดร่างกายของตนเอง “คนเหลือทน หน้าไม่อาย พวกชอบโชว์”

          ความจริงแล้วเลสเลอร์ไม่ได้ตั้งใจจะทำตัวเป็นพวกชอบโชว์อย่างที่เธอกล่าวหา แต่เขาลืมตัวมองร่างเปลือยเปล่าของเธออย่างเพลินตา ไม่ได้คิดถึงตัวเองเลยว่าอยู่ในสภาพใด

          “โธ่... จะปลุกคนทั้งบ้านให้แห่กันมาดูเรารึยังไง ทำอย่างกับไม่เคยเห็น มันก็แค่ฮิวแมน อนาโตมี ที่คุณหมอคุ้นเคยอยู่ทุกวันไม่ใช่เรอะ”

          “มันเหมือนกันที่ไหนเล่า ไปใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้นะ ออกไปจากห้องฉันด้วย”

          เขาเริ่มสนุกอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน  ลองคิดดูสิว่า... มีผู้หญิงสวยนั่งเปลือยอยู่กลางเตียง ผ้าผืนเล็กอาจจะช่วยปกปิดยอดทรวงและความลึกลับของอิสตรี แต่ยังเปิดเผยให้เขาได้มองเห็นใต้ฐานทรวงอกขนาดเหมาะมือ ส่วนโค้งของเอวคอดกิ่วไล่ต่ำลงมาจนถึงสะโพกผาย ขาเรียวยังไขว้กันไว้เห็นแล้วเร้าอารมณ์ให้อยากจับข้อเท้าเอาไว้มั่นแล้วดึงกลับมาอยู่ใต้ร่างเช่นเดิม

          นั่งนิ่งๆ ว่าเซ็กซี่แล้ว แต่ตอนนี้เธอยังตวาดแวดๆ แก้มเนียนใสคงจะกลายเป็นสีระเรื่อเพราะไม่รู้ว่าจะโกรธหรืออายมากกว่ากัน  แล้วทั้งเนื้อทั้งตัวล่ะจะน่ามองสักแค่ไหน

          ...ผู้หญิงสวย เปลือยทั้งตัวกำลังโกรธจัด

          มันน่าโมโหที่เขาไม่ทำตามเธอเลยสักอย่าง ซ้ำร้ายยังใช้สายตาลวนลามกวาดมองทั้งตัว พลิสราใช้ความคิดอย่างหนักว่าควรจะจัดการกับพวกชอบโชว์อย่างไร แต่การที่เขาเอื้อมมือไปยังโคมไฟข้างเตียงนั้นก็ทำให้สติของเธอกระเจิดกระเจิงอีกครั้ง

“ห้ามเปิดไฟนะ” ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อเห็นฝ่ามือหนาชะงักงัน

“จะเอายังไง ไล่ให้ไปใส่เสื้อผ้าแต่ห้ามผมเปิดไฟ”

ไม่ว่าเขาจะกลั่นแกล้งด้วยเหตุผลกลใด แต่ตอนนี้พลิสราไม่อาจจะปล่อยเนื้อตัวให้เป็นอาหารตาของเขาได้อีกต่อไปแล้ว จึงรีบโน้มไปไปหวังจะดึงผ้าคลุมเตียงขึ้นมาปกปิดร่างกาย

อีกครั้งที่คุณหมอคนสวยชักช้ากว่ามารร้าย เมื่อเขายกเท้าข้างหนึ่งขึ้นบนขอบเตียงอย่างรู้ทันความคิด รอยยิ้มที่ไม่ต่างจากนึกเอ็นดูเด็กสักคนจึงเกิดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา หากคนมองกลับคิดว่าเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่สุดที่เคยเห็นมา

นั่นยังไม่ทำให้พลิสราหน้ามืดได้เท่ากับส่วนกลางร่างกายของเขาที่อยู่เหนือการควบคุมกำลังห้อยโหน ชี้หน้าชี้ตาราวกับต่อว่าเธอ

“อะ...ไอ้คนลามก โรคจิต พวกชอบโชว์” พลิสรารีบขยับตัวให้ถอยห่างออกมานั่งอยู่ตรงจุดเดิม ชี้นิ้วต่อว่าเขาไม่หยุดหย่อน “มีอยู่นิดเดียวแค่นี้ก็อยากโชว์ ฉันไม่เห็นว่าจะมีอะไรน่าสนใจตรงไหน”

ท่าทางเหลืออดที่เธอตวาดแวดๆ อยู่ตอนนี้ยิ่งทำให้เลสเลอร์หัวเราะชอบใจ ตอนแรกไม่คิดจะเปิดไฟ แต่ยิ่งรู้ว่าเธอโมโหก็ยิ่งอยากเห็นให้ชัดทุกอณูผิวเนื้อ เมื่อโคมไฟสว่างวาบขึ้นยิ่งทำให้พลิสราเบิกตากว้าง เพราะท่ายืนที่เขาทรงตัวด้วยขาเพียงข้างเดียวนั้นเปิดเปลือยเนื้อตัว เรียกเลือดให้สูบฉีดไปทั้งร่าง

สารพัดคำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหวานๆ ซึ่งเธอไม่รู้ตัวหรอกว่ากำลังล้อเล่นกับอีโก้ในตัวของผู้ชาย และเขาก็จะถือโอกาสนี้กำราบเมียตัวน้อยให้อยู่หมัด

“ตามทฤษฏีก็เป็นอย่างนั้นแหละคุณหมอ แต่จิตใจผมไม่ได้บกพร่องแบบที่ว่ามาสักอย่าง คำพูดพวกนั้นบั่นทอนความมั่นใจของผมไม่ได้หรอก” พูดพร้อมเอื้อมมือไปคว้าข้อเท้าทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ ออกแรงเพียงนิดเดียว ร่างน่าปรารถนาก็ล้มหงายหลังแล้วเลื่อนตัวเข้ามาใกล้ในทันที

“ว้าย... ปล่อยนะ จะทำอะไร โอ๊ะ!

จุก... เพราะเขาทิ้งตัวลงมาทาบทับอย่างรวดเร็ว เหมือนวิ่งชนกระสอบทรายที่หนักกว่าเธอเกือบเท่าตัว หากความจริงแล้วเป็นกำแพงเลือดเนื้อที่ตรึงไว้ทั้งร่าง

อาการนิ่วหน้าทำให้เลสเลอร์หรี่ตามองคนใต้ร่างอย่างไม่อยากเชื่อ ถ้าเขาล้มทับเธอลงกับพื้นแข็งๆ ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ที่นอนก็นุ่มแล้วจะทำหน้าตาเจ็บจุกมากมายเช่นนี้หรือไร

“เจ็บขนาดนั้นเลย?...” ถามด้วยน้ำเสียงสูงบ่งบอกว่าเธอช่างโกหกได้อย่างยอดแย่

ความจริงแล้วก็ไม่ได้เจ็บหรอก แต่ความเจ็บมาพร้อมกับความตกใจเพราะไม่ทันตั้งตัวรับ อีกอย่างผิวเนื้อของบุรุษเพศอันแข็งแกร่งที่เบียดเสียดอยู่กับเธอนี้ช่างให้ความรู้สึกที่ประหลาดนัก หากพลิสราต้องสลัดความรู้สึกวาบหวามอย่างออกไปจนสิ้นเพราะแววตาของเขานั้นจับโกหกเธอได้อย่างดีเยี่ยม

“ลองมีใครเอากระสอบทรายหนักสักสองเท่าของตัวคุณมาทับบ้างสิ จะได้ไม่ต้องมาตั้งคำถามโง่ๆ แบบนี้”

“เอาล่ะแม่คนฉลาด ถ้าด่าได้ฉอดๆ แบบนี้ก็คงไม่เจ็บนักหรอก” ชักฉุนขึ้นมาบ้างเพราะเธอไม่ยอมพูดจาดีๆ ด้วยสักคำ ไม่เพียงเท่านั้นยังใช้ท่อนแขนทั้งสองข้างดันเขาให้ถอยห่าง

“ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้นะเลสเลอร์ เอ๊ะ!” พลิสราดุเพราะเขาคว้าข้อมือทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว นั่นยิ่งทำให้เธอต้องแอ่นหน้าอกขึ้นโดยปริยาย “ปล่อยนะ ก็บอกว่าหนัก เจ็บ จุก หายใจไม่ออก ปล่อย”

เนื้อตัวเธอช่างให้ความรู้สึกวิเศษเหลือเกิน

ความคิดดังกล่าวส่งผลให้เกิดรอยยิ้มเซ็กซี่อย่างร้ายกาจบนใบหน้าหล่อเหลา ยอดทรวงทั้งสองข้างของเธอหดเกร็งบดเบียดกับแผงอกอันหนั่นแน่น ยังไม่นับรวมก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นที่ยั่วใจให้ปากคอเขาแห้งผาก อยากก้มลงไปดูดดึงเสาะหาคำตอบให้กับตัวเองว่า... เธอจะหวานล้ำสักแค่ไหน

 ราวกับมีกระแสไฟฟ้าโวลต์ต่ำแล่นผ่านร่างกาย ทำไมพลิสราจะไม่รู้ว่านี่คือปฏิกิริยาตามธรรมชาติเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับเพศตรงข้าม แม้จะเพิ่งรู้จักเขาได้ไม่ถึงหนึ่งวันเต็ม แต่แววตาเร่าร้อนที่เปิดเปลือยความปรารถนาออกมาอย่างโจ่งแจ้งก็ชักนำให้เธอหลงใหลไปกับความวิเศษที่เนื้อตัวได้แนบชิดกัน


อารายน้าห้อยโหนโจนทะยาน อุอิ ชอบมั้ยคะ อย่าลืมเม้นต์บอกด้วยน้าาา 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #25 นัควัต (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 12:00
    มีความแซบขึ้นทุกวันๆเลยนะคะคุณเลสเลอร์ ชอบยั่วโมโหคุณหมอจริงๆเลย

    รออ่านตอนต่อไปค่า
    #25
    1
    • #25-1 ศิริพารา(จากตอนที่ 11)
      25 กันยายน 2560 / 08:51
      555555รักดอกจึงแหย่เล่น
      #25-1