มลทินปรารถนา ทัตเทพ - นีราภา

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 2 พนักงานสปาสุดสวย 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 565
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 มิ.ย. 60

นีราภามองนาฬิกาด้วยความร้อนรนใจเพราะกลัวว่าจะไปไม่ทันนัดกับเจ้าของร้านสปาสุดหรูแห่งหนึ่งที่เพื่อนติดต่อไว้

หญิงสาวตระเวนยื่นใบสมัครงานอยู่ครึ่งวัน ช่วงบ่ายก็ได้รับข่าวดีจากเพื่อนว่ามีร้านสปาแห่งหนึ่งต้องการพนักงานนวดพาร์ทไทม์ ซึ่งหญิงสาวเคยลองไปเรียนวิชานวดจับเส้น ผ่อนคลายนี้มาจากศูนย์ฝึกอบรมแรงงานของจังหวัดที่จัดการเรียนการสอนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ

เธอคิดว่ามันเป็นวิชาความรู้แขนงหนึ่งที่อาจจะช่วยเหลือในยามคับขัน และไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นจริงขึ้นมา

          ปี๊น... ปี๊น...

          เสียงแตรรถยนต์ที่ดังมาแต่ไกล ทำให้เจ้าของใบหน้างดงามผ่องใสหันไปมองยังต้นกำเนิดของเสียง

          “โดดขึ้นมาเลยองุ่น... ตรงนี้จอดนานไม่ได้” ทันทีที่ร่างระหงของเพื่อนก้าวขึ้นมานั่งบนเมอร์เซเดสเบนซ์ ชีวินก็ออกตัวซุปเปอร์คาร์คันงามออกไปจากป้ายรถเมล์หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว

          “ทำไมมาเอาป่านนี้ล่ะ นายมาสายเกือบยี่สิบนาทีแล้วถ้าฉันไปสัมภาษณ์งานไม่ทันเวลาแล้วจะทำยังไง” นีราภาต่อว่าเพื่อนเพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะถึงเวลานัดกับเจ้าของร้านสปาแล้ว

          “ได้งานทำที่ไหนกัน อะไรจะรวดเร็วปานนั้น ?” ชีวินหันมาถามเพื่อนสาวคนสวยที่คิดกับเธอมากกว่าเพื่อนมานานเกือบปีด้วยความสงสัย

          “ก็ไม่ใช่งานประจำแต่มันก็รายได้ดีแล้วอีกอย่างก็ดีกว่าอยู่เฉยๆ เตะฝุ่นไปวันๆ” นีราภาบอกพร้อมหันไปบอกเส้นทางที่จะมุ่งหน้าไปยังร้านสปา

          ชีวินพยักหน้ารับพลางชิดขวาเปลี่ยนช่องการจราจรเพื่อทำความเร็วให้ได้มากขึ้น

“ทำไมต้องว่ากระแทกด้วย ถึงฉันจะเตะฝุ่นไปวันๆ แต่ก็ทำตัวเป็นประโยชน์นะ เห็นมะ เธอเรียกใช้ปุ๊บฉันก็มาปั๊บ ด่วนกว่ารถไฟความเร็วสูงซะอีก”

          “ฉันไม่ได้ทำอย่างนั้นสักหน่อย ที่พูดนี่หมายถึงตัวเองทั้งนั้นทำงานตรงนี้ไปพลาง มันก็เกิดเป็นรายได้ดีกว่าตระเวนหางานไปวันๆ ฉันไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองเหมือนเธอสักหน่อย อย่าร้อนตัวสิ !” นีราภาพูดจากใจจริง ไม่ได้อยากขอความช่วยเหลือจากชีวินเลย

          แต่ด้วยเวลากระชั้นชิดและบังเอิญว่าชายหนุ่มโทรเข้ามาหาในช่วงเวลาที่กำลังหาทางไปยังร้านสปาให้ตรงเวลาพอดี จึงต้องจำใจเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ

          “ฉันบอกว่าให้ไปทำงานที่บริษัทของปะป๊ากับแม่ฉัน เธอก็ไม่เชื่อ ไม่รู้จะเกรงใจอะไรนักหนา”

          นีราภาถอนหายใจเฮือกเพราะตนนั้นชี้แจงเหตุผลมาไม่รู้กี่ครั้งกี่หน

“วิน เธอน่าจะเข้าใจที่ฉันพูดนะ ฉันให้เธอได้แค่เพื่อนแต่ถ้ามากกว่านั้น ฉันก็ไม่มีให้”

          “โอเคๆ แค่หยอกเล่นเท่านั้นน่า...ทำไมต้องทำหน้าซีเรียสขนาดนั้น ฉันอาจจะอกหักที่เธอไม่รับรักแต่ผู้หญิงสวยๆ ไม่ได้มีเธอคนเดียวสักหน่อย ไม่รักก็ไม่รักสิ” ชีวินบอกอย่างเข้าใจ แต่ความจริงในใจแล้วยังรู้สึกห่วงหา รักและเป็นห่วงเธออยู่ทุกเวลา

          “สำหรับฉัน ฉันไม่ชอบให้เพื่อนมารู้สึกพิเศษจนเลยเถิดมาเป็นคนรัก ไม่ได้หมายความว่าคู่รักที่เริ่มจากความเป็นเพื่อนมันไม่ดีนะ แต่ในความรู้สึกของฉันแล้วรักเพื่อนกับรักผู้ชายคนหนึ่งมันต่างกัน เป็นเพื่อนกันน่ะดีแล้ว ถ้าเป็นแฟนกัน...ทะเลาะกันเลิกกันขี้คร้านจะเกลียดหน้ากันด้วยซ้ำ” นีราภาอธิบาย น้ำเสียงท้ายประโยคสดใสราวกับจะให้กำลังใจคนข้างๆ

          “จ้ะๆ รับทราบแล้ว ก็บอกแล้วว่าผู้หญิงสวยไม่ได้มีเธอคนเดียวสักหน่อย เดี๋ยวถ้าฉันหาสาวได้สวยกว่าเธอแล้วจะควงมาแนะนำให้เธอรู้จักเป็นคนแรกเลย” ชีวินบอกพลางบังคับพวงมาลัยอย่างมั่นคง เหลือบมองใบหน้าผ่องใสของเพื่อนที่นั่งชี้นิ้วบอกทางข้างๆ ด้วยความรู้สึกหลากหลาย

          เธอน่ารัก สดใส อยู่ใกล้ๆ แล้วมีความสุข ยิ่งคุยด้วยก็เหมือนยิ่งมีเรื่องราวให้น่าค้นหาไม่จบสิ้น ไม่น่าเบื่อเหมือนผู้หญิงบางคน แต่เมื่อนิ้วเรียวบางชี้ไปยังจุดหมายที่อยู่อีกไม่ไกล

          เรือนไม้ทรงไทยหลังเล็กๆ เรียงรายกันเป็นแนวยาวตั้งอยู่กลางใจเมืองเชียงใหม่ เป็นที่รู้จักกันดีว่านี่คือสปาอันหรูหราและแพงที่สุดในจังหวัด มีเฉพาะคนรวย ผู้มีฐานะทางสังคมอันเป็นที่นับหน้าถือตามาใช้บริการเท่านั้น

          “ขอบใจมากนะ เดี๋ยวถ้าได้งานแล้วจะเลี้ยงน้ำปั่นแก้วหนึ่ง” นีราภาก้มตัวบอกกับเพื่อน หลังจากที่ก้าวลงมาจากรถคันหรูแล้ว

          “งานอะไรของเธอองุ่นถึงได้มาร้านสปานี่ ?” ชีวินถามอย่างสงสัย

          “ก็เป็นหมอนวดแผนไทยน่ะสิ หรือคิดว่าฉันจะมาเป็นหมอนวดอย่างว่า ?” นีราภาถามทั้งใบหน้าบึ้งตึง

          “บ้า ! ใครก็รู้ว่านี่ร้านสปาแพงมหาโหด ที่ฉันถามนี่แค่แปลกใจว่าเธอจะมีฝีมือนวดเข้าขั้นที่ร้านสุดหรูอย่างนี้รับเข้าทำงานเลยเหรอ ไม่ได้คิดอกุศลอย่างที่เธอว่ามาเสียหน่อย” ชีวินอธิบายคำถามของตัวเองอย่างละเอียด

          วัยหนุ่มคึกคะนองอย่างเขารู้ดีเชียวละ ว่าถ้าอยากจะนวดพร้อมนาบต้องไปที่ไหน แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่ร้านสปาที่มีชื่อเสียงการนวดผ่อนคลายเป็นอันดับหนึ่งเช่นนี้แน่

          “งั้นก็แล้วไป”

          “แล้วถ้าได้งานก็อย่าลืมมาเลี้ยงด้วยล่ะ เขาว่ากันว่าทิปของพนักงานที่นี่ได้ครั้งละหลายตังค์เชียวนะ” ชีวินบอก

          “อือ...ให้ได้ก่อนเถอะ ฉันไปนะ จวนถึงเวลานัดแล้ว”  นีราภาบอกพลางโบกไม้โบกมือลาเพื่อน โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาคมกริบของทัตเทพมองตามอย่างเย้ยหยัน !

          เส้นทางที่ทัตเทพออกจากโรงแรมหรูหลังจากที่สั่งสอนไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแล้วนั้น มันบังเอิญเป็นเส้นทางเดียวกันกับที่ชีวินบึ่งรถสปอร์ตเร็วเป็นพายุจอดรับผู้หญิงหน้าตางดงามที่ทัตเทพยอมรับว่าหลงเข้าไปในดวงตากลมโตสีน้ำตาลนั้นอย่างหาทางออกไม่เจอ

          ความจริงในข้อนั้นทำให้เขาบังคับพวงมาลัยสะกดรอยตามมาติดๆ เพราะอยากรู้ว่าหนุ่มสาวทั้งสองจะพากันไปสิ้นสุดที่จุดหมายแห่งใด

          ภายในใจทัตเทพนั้นเกิดความหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเห็นว่าแม่คนงามที่สามารถดึงดูดสายตาได้นั้นก้าวลงจากรถแล้วยังเดินเข้าไปในสปาที่มีชื่อเสียงของจังหวัด

          ก็เธอคือ หญิง ที่ไอ้เด็กชีวินนั่นพูดถึง ซ้ำร้ายเธอยังเดินหายเข้าไปในสปาสุดหรูที่มีราคาแพงลิบลิ่ว เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าไปใช้บริการในเมื่อว่าเมื่อเช้าเธอเพิ่งใช้บริการรถเมล์สาธารณะ

          สิ่งเดียวที่ทำให้เธอเดินเข้าไปในสปาแห่งนี้ก็คือเป็นพนักงานเท่านั้น จริงอยู่ว่าสปาแห่งนี้ไม่มีประวัติทำธุรกิจบังหน้าเพื่อค้าเนื้อสด 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น