มลทินปรารถนา ทัตเทพ - นีราภา

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 7 เมียเด็กปะทะหนุ่มใหญ่ผู้เจนโลก 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 748
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 ส.ค. 60

ชีวินจ้องดวงตาสีน้ำตาลสดใสอย่างไม่เข้าใจนักแต่ก็ยอมคิดหาวิธีที่จะพาเธอออกไปจากที่นี่โดยไม่ให้มีใครรู้เห็น ไม่กี่อึดใจต่อมาก็นัดแนะให้หญิงสาวทำตามแผนการของตน

“เธอลงไปชั้นล่างสุดแล้วออกไปรอที่ประตูหนีฉุกเฉิน มันจะทะลุกับลานจอดรถข้างนอก พอได้ยินฉันบีบแตรเธอก็ค่อยเปิดประตูออกมา”

          “ทำอย่างนั้นพนักงานรักษาความปลอดภัยจะไม่เห็นฉันเหรอ ?”

          “ฉันจะขับรถไปจอดแล้วเปิดประทุนท้ายขึ้น เธอต้องอยู่ในนั้นเสียก่อน ให้ฉันไปส่งปะป๊ากับแม่ที่บ้านเรียบร้อยแล้วเธอค่อยออกมา”

          นีราภาพยักหน้ารับเร็วๆ

“โอเค ฉันจะไปรออยู่ตรงประตูฉุกเฉิน แล้วอีกนานไหมกว่าจะเสร็จธุระ”

          ชีวินยกข้อมือของตนขึ้นพลางมองเวลา “ไม่หรอก ฉันว่าน่าจะเสร็จแล้วละ เพราะตอนที่ฉันเดินออกมานี่ก็เกือบสิบห้านาทีแล้ว”

          “งั้นรีบไป ฉันจะไปรอข้างล่างตอนนี้เลย” นีราภาบอกพลางแยกกับชีวิน

          หญิงสาวใช้ลิฟต์จากชั้นที่ยี่สิบลงมาถึงชั้นล่างสุดในเวลาอันรวดเร็ว จังหวะหัวใจเต้นระทึกจนต้องใช้มือกดบริเวณหน้าอกเอาไว้ กลัวว่าจะมีใครล่วงรู้แผนการนี้เสียก่อน

          โชคชะตาเข้าข้างนักที่ได้มาเจอกับชีวินในเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นที่สุดเช่นนี้ เพียงชั่วอึดใจประตูลิฟต์ก็ค่อยๆ เปิดออก นีราภาโผล่หน้าออกไปด้านนอกใช้สายตาสอดส่องลาดเลาเพื่อความปลอดภัย

          เมื่อเห็นว่าปราศจากผู้คนจึงรีบเดินออกมาจากลิฟต์และเปิดประตูด้านฉุกเฉินที่อยู่ติดกัน สอดตัวเข้าไปด้านในยืนชิดอยู่กับประตูทางออก รออย่างใจจดใจจ่อ

 

          ราวสิบห้านาทีต่อมา... เสียงแตรที่ดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออกจากด้านนอกเข้ามา ก็ทำให้นีราภารีบก้มตัวลงต่ำ เดินหลบอยู่หลังชีวินเพียงแค่ไม่กี่ก้าวก็สามารถเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในฝากระโปรงท้ายรถยนต์คันใหญ่

          “อย่าขยับตัวแรงนะ เดี๋ยวปะป๊ากับแม่ฉันจะสงสัย” ชีวินกำชับเมื่อเห็นว่าเพื่อนที่ตนมีใจให้เข้าไปนอนขดตัวอยู่บนรถแล้วเรียบร้อย

          นีราภาพยักหน้ารับก่อนที่ฝากระโปรงท้ายรถจะปิดสนิทลง ความมืดกับการเคลื่อนตัวของรถเกิดขึ้นพร้อมๆ กับความเบาโหวงในหัวใจ ทันทีที่รู้สึกได้ว่ารถยนต์เลี้ยวออกจากอาณาบริเวณของเขาก็เกิดความรู้สึกใจหายขึ้นมาทันใดทั้งที่ตอนอยู่กับเขา อยากหนีหน้าจากผู้ชายคนนี้ให้ไกล ไม่อยากมองเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่จ้องมองตัวเองราวกับจะกลืนกิน

อย่านะนีราภา... อย่าได้คิดถึงผู้ชายคนนั้นอีกเป็นอันขาด!

เขาคือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในชีวิต นับจากนี้จะต้องกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ถือเอาเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนสำคัญกับชีวิต อย่าให้เกิดเรื่องพลาดพลั้งเช่นนี้ได้อีกแล้วกลับไปดำเนินชีวิตให้เป็นปกติเช่นเดิม

หญิงสาวบอกกับตัวเองแต่ลึกๆ ในใจแล้วก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าตอนนี้ในใจนั้นคิดถึงผู้ชายร้ายกาจคนนั้นเหลือเกิน

 

          บรรยากาศในรถยนต์คันใหญ่ของชีวินนั้นดูมีความสุขยิ่งนัก เมื่อผู้เป็นพ่อและแม่ยังรู้สึกยินดีที่ได้เซ็นสัญญาทำการค้ากับเอเยนต์นำเข้ารถยนต์รายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้อย่างทัตเทพ

          “ถึงจะต้องเตรียมเอกสารยุ่งยากไปหน่อยแต่ในที่สุดทุกอย่างก็ราบรื่น เป็นไปตามที่เราคิดเอาไว้ คราวนี้จะทำอะไรๆ ก็ง่ายขึ้นแล้วนะคะคุณ” วารีพูดด้วยความโล่งอกพลางกวาดตาดูคู่สัญญาที่ได้มาไว้กับตนอีกฉบับหนึ่ง

          “อืม... ผมคิดว่างานของเราน่าจะง่ายขึ้น เมื่อทุกอย่างง่ายขึ้น ทางสะดวก เราก็จะหาเงินเข้ากระเป๋าได้มากขึ้น ฮ่า...” วสันต์หัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ เมื่อแผนการทุกอย่างที่วางไว้มันเริ่มชัดเจนขึ้นมาทีละน้อย ในยุคที่ผู้คนวัดความสำคัญกันที่ความมั่งคั่ง เงินสามารถบันดาลความสุขได้ทุกอย่าง เขาก็ไม่เคยที่จะสนใจว่าจะหาเงินมาด้วยวิธีใด ไม่ว่ามันจะถูกหรือผิดกฎหมาย

สุดท้ายแล้วเงินจะสามารถทำให้ครอบครัวของตนอยู่อย่างมีหน้ามีตา ไม่ต้องเดือดร้อนเหมือนเมื่อก่อน แต่เสียงแหลมของภรรยาที่ดังขึ้นจากเบาะนั่งด้านหลัง ก็ทำให้ตนหันไปมองลูกชายที่กำลังใช้ความเร็วจนกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ !

          “ตายแล้วตาวิน ขับรถให้มันช้าๆ ลงกว่านี้หน่อยได้ไหม แม่กลัวนะ !

          “นั่นสิ ! แกเป็นอะไรไปตาวิน ป๊าบอกให้ลดความเร็วลงเดี๋ยวนี้” วสันต์บอกพลางถอนหายใจเมื่อลูกชายยอมทำตามความต้องการแต่โดยดี “ทำอะไรก็อย่าใจร้อนนักสิตาวิน วันนี้ฉันตั้งใจให้แกไปเรียนรู้ ไปดูอาณาจักรของคนที่มีความสามารถอย่างไอ้ทัตเทพ แกกลับเดินออกมาเสียดื้อๆ อย่างนั้น ไม่อยากได้ใคร่ดีกับคนอื่นเขาบ้างหรือไง”

          “ป๊าจะดีใจอะไรนักหนาก็แค่ได้ทำงานกับไอ้ขี้เก๊กนั่น ถึงเราไม่ได้ทำงานกับมันก็มีลูกค้าคนอื่นอีกถมเถไป” ชีวินบอกพลางค่อยๆ เร่งความเร็วขึ้นอีกนิดเพื่อให้ถึงบ้านของตนเร็วที่สุด

          “นี่แกจะขัดใจฉันไปถึงไหนกัน ไม่ช่วยทำงาน ไม่แบ่งเบาภาระป๊ากับแม่ไม่ว่า แต่ยังไม่รู้สำนึกอีกว่าที่ทำไปทั้งหมดนั่นเพื่ออนาคตของแก...” วสันต์ทำการอบรมสั่งสอนลูกชายเพียงคนเดียวไปเรื่อยๆ โดยมีวารีผู้เป็นภรรยาคอยยื่นมือมาลูบบ่าให้ใจเย็นลงบ้าง วสันต์จึงได้ปรับเสียงให้นุ่มขึ้นเพื่อเล่าเรื่องราวในอดีตที่ทำงานหาเช้ากินค่ำ

          เขาอดทนต่อความยากลำบากกว่าจะสร้างฐานะให้มั่นคง มั่งคั่งได้เช่นนี้ เพราะอยากให้ลูกชายซึมซับว่าความยากลำบากความจนนั้นเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงให้ไกล

          หากแต่หนุ่มวัยคะนองอย่างชีวินเติบโตมาอย่างสุขสบายจนเคยชิน เขาไม่ได้สนใจกับเรื่องราวของพ่อแม่สักเท่าไหร่เพราะจิตใจยังกังวล อยากรู้ว่าสิ่งที่ได้ยินจากพนักงานสาวในโชว์รูมที่ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้หญิงที่ตนแอบรักมาเป็นแรมปีคือนางบำเรอลับของไอ้ขี้เก๊กทัตเทพ !

 

          ราวยี่สิบนาทีต่อมา... ชีวินก็บึ่งรถยนต์คันใหญ่ออกจากคฤหาสน์หลังงามของตน หลังจากที่ส่งผู้เป็นพ่อและแม่ถึงหน้าบันไดตึกใหญ่ โดยไม่ได้สนใจเสียงเรียกของผู้เป็นแม่ที่แปลกใจนักว่าทำไมวันนี้ลูกชายถึงไม่เปลี่ยนเอารถสปอร์ตคันโปรดไปเช่นเคย

          ชีวินค่อยๆ จอดรถยนต์ที่ริมถนนเมื่อขับออกจากรั้วคฤหาสน์หลังงามมาได้ไม่ไกลนัก ชายหนุ่มเดินอ้อมมาเปิดกระโปรงรถอย่างรวดเร็วพลางพยุงเพื่อนสาวให้ออกมาจากการนอนคุดคู้อยู่หลังกระโปรงท้าย

          ไม่กี่อึดใจต่อมา นีราภาก็สอดตัวเข้ามานั่งเคียงข้างกับชายหนุ่มที่ช่วยเหลือตัวเองให้เป็นอิสระ ใบหน้าบึ้งตึง อาการเงียบ นิ่งเฉยผิดวิสัยของคนขี้เล่นอย่างชีวิน ทำให้ต้องลอบถอนหายใจเมื่อรู้ว่าเขาไม่พอใจเอามากๆ

          นีราภาเองก็ใช่จะไม่รู้ว่าผู้ชายที่นั่งข้างๆ นี้คิดกับตนมากกว่าความเป็นเพื่อน แต่ตนนั้นไม่เคยจะคิดเกินเลยเป็นอื่นจึงไม่รู้ว่าต้องทำเช่นไรถึงจะทำลายความเงียบงัน ตึงเครียดที่เกิดขึ้นภายในรถยนต์คันหรูนี้อย่างไร ?!

 

มลทินปรารถนา
ศิริพารา
www.mebmarket.com
      ทันทีที่ ทัตเทพ วิชิตเมธา มหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่ผู้มั่งคั่งจากธุรกิจนำเข้าซูเปอร์คาร์แบรนด์หรู ได้มีโอกาสสบสายตากับ นีราภา ก็ทำให้เขาหลงวนเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลสดใสจนหาทางออกไม่เจอ แต่เธอกลับไม่แม้แต่ชายหางตาแล          ทว่าค่ำคืนที่มีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง ทัตเทพก็ไม่อาจจะหักห้ามใจตนเองไว้ได้ เงินก้อนโตและความสุขสบายจึงถูกเสนอให้เจ้าของฝ่ามือเรียวบางโดยไม่อั้นเพียงเพราะอยากให้เธอได้จับต้องทุกส่วนในร่างกายอย่างถึงพริกถึงขิง       นีราภากรีดร้องปฏิเสธว่าตนเป็นเพียงพนักงานจากร้านสปาแห่งหนึ่งเท่านั้น ไม่มีบริการเสริม ‘นวดพร้อมนาบ’ อย่างที่เขาเข้าใจ แต่คนเหลือทนกลับตีขลุมเอาเองว่าการขัดขืนนั้นคือลีลาที่เธอใช้ ‘เรียก’ ลูกค้าให้ ‘กระหายจัด’ จริตมารยาที่แสดงออกนั้นแสนเร้าใจจนมหาเศรษฐีหนุ่มคิดว่าได้หลุดเข้าไปอยู่ในการถ่ายทำหนังต้องห้าม        หาก ‘ความสาว’ ที่เพิ่งปล้นมาจากเธอมานั้นก็ทำให้เขาหูตาสว่าง ติดอกติดใจ หลงใหลจนถึงขั้นคิดเก็บ ‘เมียเด็ก’ เอาไว้กับตัวคนเดียว เสียงซุบซิบนินทาจากคนรอบข้างไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องแยแส ตรงกันข้ามกลับหิ้วเมียเด็กติดหนึบไว้ข้างกายไม่ต่างจากรอยสักบนร่างกาย แต่ความคิดของคนทั้งสองกลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง        ถึงแม้ว่านีราภาจะมีความสุขกับเสน่หาที่เขาปรนเปรอ แต่นั่นคือมลทินที่ทำให้เธอต้องนึกอดสูใจ การตีจากเป็นหนทางเดียวที่จะปลดปล่อยตนเองออกจากวังวนแห่งปรารถนา        ถ้าคิดจะหนี... ก็ต้องหนีให้พ้น        คนอย่างทัตเทพไม่เคยเกี่ยงที่จะเป็นผู้ล่า ยิ่งได้ล่าคนที่ขโมยหัวใจตัวเองไปนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิดเมื่อเธอปล้นเอาหัวใจเขาไปก็ต้องยอมใช้ตัวเองเลี้ยงดูเขาให้อิ่มเอม สมกับความรักที่ตั้งใจมอบให้เธอเพียงผู้เดียว **********นิยายชุดนี้มีทั้งหมด 3 เรื่อง 1. นางบำเรอครึ่งคืน (ร็อก - ชมพู่)2. มลทินปรารถนา (เทมส์ - องุ่น)3. เมียบำเรอครึ่งคืน (กาย - ส้มโอ)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

2 ความคิดเห็น