มลทินปรารถนา ทัตเทพ - นีราภา

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 ใบหน้างดงามที่ก่อกวนหัวใจหนุ่ม 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 599
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 มิ.ย. 60

ราวสามสิบนาทีต่อมา... รถแท็กซี่คันหนึ่งก็จอดสนิทหน้าตึกสูงระฟ้าซึ่งเป็นที่กล่าวขานในจังหวัดเป็นอย่างมาก

          ในขณะเดียวกันรถแวนคันใหญ่สีดำสนิทก็เลี้ยวเข้ามาจอดหน้าออฟฟิศเช่นกัน สาธิตและคนขับรถต่างพากันอ้าปากค้างมองร่างสูงใหญ่ของเจ้านายที่เดินลงมาจากรถแท็กซี่

          ท่านกำลังล้วงกระเป๋าจ่ายค่าโดยสารกับพนักงานขับรถแล้วหมุนตัวกลับเดินตัวตรงอย่างสง่าเข้าไปด้านใน

          สาธิตเสียวสันหลังวาบๆ กับสายตาคมกริบที่เหลือบมองมายังตน พลางก่นด่าตัวเองในใจว่าคราวนี้คงต้องระเห็ดระเหินออกไปหางานใหม่ทำเป็นแน่ ด้วยสาเหตุที่ไปรับเจ้านายที่สนามบินไม่ทันเวลา ซ้ำร้ายท่านยังต้องเดินทางมาจากสนามบินด้วยตัวเองอีก

          “สวัสดีครับคุณทัตเทพ” สาธิตรีบก้าวขาเร็วให้ทันตามร่างของเจ้านาย กล่าวทักทายด้วยความนอบน้อม “อะ...เอ่อ กระเป๋าเดินทางของท่านอยู่ไหนล่ะครับ หรือท่านจะบินกลับกรุงเทพฯ เย็นนี้เลยเหรอครับ”

          ทัตเทพก้มศีรษะเล็กน้อยรับการทำความเคารพของพนักงานในปกครองที่ต่างลุกขึ้นพร้อมกันด้วยความนอบน้อม จากนั้นจึงหันกลับไปทำงานของตนต่อไป

          เพียงไม่นานเจ้าของกลุ่มวิชิตยนต์ซึ่งเป็นเอเยนต์นำเข้ารถยนต์สุดหรู แบรนด์ดังระดับโลกก็เดินเข้าห้องทำงานอันกว้างใหญ่ที่เจ้าตัวจะแวะมาใช้ห้องทำงานนี้เพียงเดือนละครั้งเท่านั้น

          “กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลครับ” สาธิตบอกกับเจ้านายเมื่อเลขานุการสาวจัดการเสิร์ฟเครื่องดื่มและเดินออกไปจากห้องเรียบร้อยแล้ว

          ทัตเทพยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบของเหลวสีดำสนิททีละน้อยอย่างที่เขาชอบทำ ความหอมกรุ่นและร้อนระอุของกาแฟคั่วสดทำให้อารมณ์แย่ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันดีขึ้นภายในเวลาชั่วพริบตา

          แต่เมื่อความขุ่นมัวในใจเหือดหาย ใบหน้างดงามอ่อนหวานของสาวน้อยที่เพิ่งพบหน้าเมื่อครู่ก็ทำให้เขาเผลอยิ้มเอ็นดูออกมาโดยไม่รู้ตัว

          สาธิตมองใบหน้าอันชื่นมื่นของเจ้านายแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก วันนี้คงเป็นวันที่ท่านอารมณ์ดีสุดๆ

          ความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้นก็น่าที่จะได้รับการอภัยจนไม่ต้องเดือดร้อนไปถึงความมั่นคงของตำแหน่งเก้าอี้ที่นั่งอยู่

“อะ...เอ่อ ท่านจะให้ผมจองตั๋วกลับกรุงเทพฯ ในเย็นนี้เลยไหมครับ ?”

          “ทำไมแกถึงอยากให้ฉันกลับนัก เอาเงินฉันไปหมุนแล้วยังหามาใช้คืนไม่ได้หรือไง ?” ทัตเทพถามด้วยสีหน้าเอาเรื่อง

          สาธิตตกใจ หน้าซีดเผือดยกไม้ยกมือโบกปฏิเสธเป็นพัลวัน

“ปะ...เปล่านะครับท่าน ผมแค่ถามด้วยความหวังดีกลัวว่าเย็นนี้ท่านจะไม่มีเครื่องเดินทางกลับกรุงเทพฯ เท่านั้นเองครับ”

          ใช่จะไม่รู้ว่าคนอย่างสาธิตนั้นมีความซื่อสัตย์ต่อตนมากแค่ไหน ไม่เช่นนั้นคงไม่ผลักดันจากคนสนิทที่ติดตามมาหลายปีให้ก้าวขึ้นมารับหน้าที่ดูแลโชว์รูมในภาคเหนืออย่างนี้

“แล้วฉันพูดสักคำรึยังวะว่าจะกลับวันนี้”

          “ก็ผมไม่เห็นว่าคุณทัตเทพเอากระเป๋าเสื้อผ้ามาด้วยนี่ครับ” สาธิตรีบตอบ

          “ฉันทิ้งมันไว้ที่สนามบินโน่น หน้าที่ของแกก็คือไปเอากระเป๋ากลับมาให้ฉันให้ได้ แล้วถ้าของในนั้นมันไม่ครบ แกเจ็บตัวแน่ไอ้ธิต !” มันเป็นบทลงโทษเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาต้องสั่งสอนให้ลูกน้องได้หลาบจำ

          “โธ่ ! ท่านครับ...”

          “หยุด ! แกไม่ต้องมาโอดครวญ” ทัตเทพวางแก้วกาแฟลงพร้อมสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “รถที่พวกแกๆ ใช้กันอยู่เนี่ยเป็นแบรนด์หรู ทุกสิ่งอย่างที่ประกอบขึ้นมาล้วนแล้วแต่มีมาตรฐานระดับเวิร์ดคลาสทั้งนั้น ฉันไม่ได้ให้แกใช้รถยนต์กลางเก่ากลางใหม่ เพราะฉะนั้นหากรถมันเสีย ยางแตก ยางรั่วขึ้นมาก็เพราะคนใช้มันไม่ดูแล ไม่ตรวจเช็กสภาพให้ดีเสียก่อน เพราะงั้นแกเลยต้องไปตามหากระเป๋ามาให้ฉัน”

          “แล้วบ่ายนี้ใครจะไปพบคู่ค้ารายใหม่กับท่านล่ะครับ ไหนจะต้องเตรียมเอกสารอีกมากมาย” สาธิตถามอย่างเป็นห่วง

          “เลขานุการของแกไง เอามาให้ฉันยืมสักคน” ทัตเทพจัดการปัญหาอย่างง่ายดาย “อ้อ... หาคนที่รู้ทางด้วยก็ดีนะ ฉันจะขับรถไปเอง เดี๋ยวแกให้ใครเตรียมแอสตันมาร์ติน แวนเทจเอสตัวใหม่ไว้ให้ฉันด้วยแล้วกัน”

          สาธิตรับคำพร้อมเดินถอยหลังออกไปจากห้องทำงานใหญ่อย่างรวดเร็ว มันไม่แปลกหรอกที่ท่านจะเลือกใช้ เลือกขับซุปเปอร์คาร์หรูๆ สักคัน มันเป็นหลักการทำงานง่ายๆ ข้อหนึ่งที่เรียนรู้มาตั้งแต่เป็นคนสนิทของท่านแล้วว่า...

          การจะขายรถสักคันให้ลูกค้าโดยเฉพาะรถยนต์ที่มีราคาหกหลักขึ้นไปนั้นมันจำเป็นต้องรู้ข้อดี ข้อเสียของรถยนต์แต่ละคันอย่างถ่องแท้

          ซึ่งมันจะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจให้ลูกค้าได้เป็นอย่างดี และยิ่งเป็นรถยนต์รุ่นใหม่เพิ่งนำเข้ามาเพียงไม่กี่คันอย่างที่ท่านเอ่ยปากมาเมื่อครู่นี้ด้วยแล้ว ท่านยิ่งต้องทดลองด้วยตัวเองเพราะสนนราคาของมันแพงลิบลิ่วเกือบสิบเก้าล้านบาทเลยทีเดียว

 

          บ่ายของวันเดียวกัน... ทัตเทพเดินทางออกจากโชว์รูมสุดหรูของตนพร้อมกับเลขานุการสาวที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ อวดคนทั้งออฟฟิศว่าตนจะได้มีโอกาสนั่งซุปเปอร์คาร์สุดหรูแล้วยังได้มีหนุ่มโสดในฝันของสาวๆ นับล้านเป็นคนขับเสียด้วย

          เสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์สิบหกสูบ พร้อมความแรงถึงเกือบหกร้อยแรงม้าทำให้ซุปเปอร์คาร์สุดหรูคันนี้ขับเคลื่อนบนท้องถนนด้วยความเร็วที่ไม่ค่อยจะทำได้ในกรุงเทพฯ นัก เพราะการจราจรติดขัดแตกต่างจากต่างจังหวัดเช่นนี้

          แต่ก็ใช่ว่าชายหนุ่มจะบังคับให้ความเร็วนั้นเป็นได้อย่างใจต้องการเพราะเมื่อรถเคลื่อนตัวเข้ามาในบริเวณชุมชนเมืองก็ต้องลดความเร็วลง

          เจ้าของสายตาคมกริบกวาดมองตามท้องถนนซึ่งพูดได้ว่าเชียงใหม่เป็นจังหวัดใหญ่ทางตอนบนของประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้ารวดเร็ว และตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างไปจากกรุงเทพฯ สักเท่าใดนัก

          ไม่กี่นาทีต่อมาสปอร์ตคาร์สุดหรูสีขาวสะอาดตาก็จอดสนิทหน้าโรงแรมพิพิธรีโซเทล ล้านนา ซึ่งมีอัครรัฐ พิพิธณรงค์เพื่อนสนิทที่สุดของตนเป็นเจ้าของ

          ในตอนนี้มันคงไม่ได้คิดถึงเรื่องธุรกิจแต่อย่างใดเพราะกำลังปราบพยศผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งตนก็ไม่เคยได้มีโอกาสเห็นหน้าค่าตา แต่รู้ได้ว่าคงต้องสวยบาดจิต ไอ้เพื่อนรักของตนถึงได้วางแผนให้วุ่นวายหลายชั้นเพียงเพื่อต้องการเธอไปครอง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น