มลทินปรารถนา ทัตเทพ - นีราภา

ตอนที่ 19 : ตอนที่ 7 เมียเด็กปะทะหนุ่มใหญ่ผู้เจนโลก 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 553
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    13 ส.ค. 60

หลังอาหารกลางวันของวันต่อมาซึ่งนีราภาต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้ชายเอาแต่ใจตัวเองในห้องทำงานอีกเช่นเคย เกือบสองวันที่ต้องติดแหง็กอยู่กับเขา

หญิงสาวไม่สามารถที่จะขอความช่วยเหลือจากใครได้เลย ไม่สามารถติดต่อพี่สาวและฝาแฝดของตัวเองได้เพราะไร้ซึ่งอุปกรณ์สื่อสารใดๆ และอย่าหวังว่าผู้ชายเอาแต่ใจคนนี้จะให้ได้เฉียดกรายเข้าใกล้คอมพิวเตอร์

แต่มีสิ่งหนึ่งที่นีราภาสามารถจับจุดเขาได้ก็คือ หากเธอดื้อรั้น ไม่เชื่อฟังคำสั่งของเขาก็ไม่พ้นจะต้องเกิดวิวาทะ และจบลงด้วยน้ำตาจากการพ่ายแพ้เจ็บช้ำน้ำใจ แต่หากเธอยอมอ่อนข้อทำตามที่เขาสั่งแต่โดยดีเขาก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่ใจดีจนน่าตกใจ

          “ขอไปเดินดูรอบๆ ได้ไหมคะ ฉันอยู่ในนี้ดูทีวีอย่างเดียวมันน่าเบื่อ” นีราภากระอ้อมกระแอ้มบอก เมื่อเช้าบอกว่าขออยู่บ้านอยากดูซีรีส์ฮ่องกง แต่เขากลับไม่ยินยอมบอกว่าที่โชว์รูมก็มีเช่นกัน พอเดินทางมาถึงในห้องทำงานก็เห็นซีรีส์ฮ่องกงที่ชื่นชอบเป็นพิเศษวางเรียงรายอยู่เต็มชั้นจนอดคิดประชดตัวเองไม่ได้ว่า...

          วิถีชีวิตผู้หญิงลับของมหาเศรษฐีก็คงราบรื่น ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้เช่นนี้กระมัง ! แต่เธอจะไม่ยอมงอมืองอเท้าใช้ร่างกายแลกกับเงินทองเพื่อประทังชีวิตเช่นนั้นแน่

          “ทำไมล่ะ ดูหมดแล้วเหรอ เดี๋ยวจะให้สาธิตไปหามาเพิ่มให้เอาไหม ?” ทัตเทพถามด้วยน้ำเสียงเอื้ออาทรหากแต่สายตายังกวาดดูเอกสารที่สาธิต ผู้จัดการสาขาเอาเข้ามาให้ตรวจทานเป็นครั้งสุดท้าย

          “ยังไม่หมดหรอกแต่มันน่าเบื่อ ใครจะนั่งดูทีวีได้ทั้งวัน” นีราภาโกหกคำโตเพราะทุกครั้งที่หลวมตัวดูซีรีส์มันก็ทำให้ติด อยากดูไปเรื่อยๆ จนจบเรื่องต่างหาก “ฉันยอมทำตามคุณทุกอย่างแค่จะขอออกไปเดินรอบๆ ก็ไม่ได้ ไหนเมื่อคืนนี้คุณบอกว่าถ้าฉันไม่มีปัญหากับคำพูดของคุณก็จะยอมให้ฉันทำอะไรก็ได้ตามใจ นับตั้งแต่ที่คุณพูด ฉันยังไม่ได้ขัดคำสั่งคุณเลยนะ ขนาดจะออกไปเดินเล่นยังขออนุญาตก่อนเลย”

          ทัตเทพละสายตาจากเอกสารตรงหน้า เมื่อได้ยินเสียงหวานตัดพ้อต่อว่าทำนองน้อยอกน้อยใจ และก็ต้องเผลอยิ้มเอ็นดูออกมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อได้เห็นใบหน้างดงามกำลังมองมาด้วยสายตาเว้าวอน แถมยังเป็นฝ่ายเดินมาหาถึงข้างเก้าอี้ทำงานเสียด้วย

          “นะ...นะคะ ยังไงบ่ายนี้คุณก็ต้องเข้าประชุม จะลากฉันเข้าห้องประชุมด้วยก็คงไม่เหมาะ เท่านี้คนอื่นก็มองฉันด้วยสายตาแปลกๆ แล้ว ยังไงฉันก็ต้องอยู่คนเดียว แค่ขอออกไปเดินเล่นเท่านั้นจะหนีไปไหนได้ คุณสั่งยามให้จับตาดูฉันไว้อย่างนั้น นะ...”

          โอ้...แม่คุณเอ๊ย ! อย่ามาอ้อนป๋านักเลย เดี๋ยวอดใจไม่ไหวจับกดลงบนโต๊ะทำงานนี่เสียหรอก อยากดึงเธอมาระดมจูบให้ทั่วทั้งตัวแล้วรักให้สมกับที่ต้องอดใจมาตลอดเวลาแต่กลับต้องแสร้งทำหน้าตึงกดเสียงต่ำ

“ใครมันมองเธออย่างนั้น สายตาแปลกๆ น่ะมันแปลกยังไง เล่ามาซิ ?”

          “ช่างเขาเถอะค่ะ ก็ฉันไม่ได้เป็นอย่างที่เขามองทำไมต้องสนใจด้วย คุณอย่ามาเปลี่ยนเรื่องได้ไหม นะ... ขอออกไปเดินดูข้างนอกหน่อย คุณให้คนจับตามองฉันอย่างนั้นถึงมีปีกก็หนีไม่พ้นหรอก อีกอย่างฉันมาคิดๆ ดูแล้วว่าให้หมอเป็นคนตรวจมันน่าจะมั่นใจและปลอดภัยกว่า รับรองไม่มีหนี” นีราภาชักแม่น้ำทั้งหมดในโลกมาจูงใจให้ผู้ชายเอ่ยปากอนุญาต

          “แต่...”

          จุ๊บ !

นีราภากดปากและจมูกเข้าที่แก้มสากอย่างรวดเร็ว ฉวยโอกาสที่เขายังอยู่ในอาการนิ่งงันย้ำถามอีกครั้งหนึ่ง

          “ขอออกไปเดินเล่นข้างนอก นะคะ...”

          “จ้ะ...” ทัตเทพรับคำราวกับละเมอ มองดวงตาสีน้ำตาลสดใสกะพริบตาถี่ๆ อย่างรอคอยคำตอบ นีราภาแย้มยิ้มสดใสให้คนที่ตกอยู่ในภวังค์ได้มองตาค้างพลางวิ่งออกไปจากห้องด้วยความดีใจ

          หญิงสาวไม่รู้ว่าการกระทำอันน่ารักเช่นนั้นมันทำให้นักธุรกิจหนุ่มเกิดอาการหัวใจเต้นแรงแทบทะลุออกมานอกอก มีเพียงเสียงปิดประตูที่ดังขึ้นไม่เบานักดึงสติของเขาให้กลับเข้ามาสู่โลกของความจริง

          ทัตเทพอยากจะบ้าตายให้กับความเผลอเรอของตัวเองนัก แค่เธอส่งยิ้มน่ารัก บดจูบหวานจับใจ ออดอ้อนออเซาะก็หลุดปากรับคำเธอไปง่ายๆ นี่แม่ตัวดีคงรู้สินะว่าจะจัดการควบคุมเขาให้อยู่หมัดได้ด้วยวิธีใด เธอถึงได้กล้าหาญแสดงความสนิทชิดเชื้อถึงเพียงนี้

          ทั้งที่ความจริงแล้วเธอหวงเนื้อหวงตัวราวกับฉาบไว้ด้วยทองคำ แต่มันก็ทำให้หัวใจของเขาแช่มชื่น สมองปลอดโปร่ง เป็นครั้งแรกที่สามารถอมยิ้มกับเอกสารที่มีแต่ข้อตกลง บทลงโทษหากผิดสัญญาอยู่เต็มไปหมด!

 

          ในขณะที่ด้านล่างของโชว์รูมสุดหรูมีโอกาสได้ต้อนรับอาเสี่ยเจ้าของธุรกิจขนส่งสินค้ารายใหญ่ในภาคเหนือ ซึ่งเดินทางมาเซ็นสัญญาการขนส่งรถยนต์สุดหรูทั้งครอบครัว

          “ทำหน้าให้มันดีกว่านี้หน่อยได้ไหมตาวิน” นารีสั่งลูกชายคนเดียวของตนที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับเพราะเกิดอคติกับคู่ค้าธุรกิจตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งที่แล้ว ชีวินไม่พอใจอย่างมากที่ทัตเทพกล้าดีมาสั่งสอนตนทั้งที่ไม่ใช่ญาติ

          “ก็ผมไม่ได้อยากมา ปะป๊ากับแม่ลากผมมาเอง” ชีวินพูดด้วยน้ำเสียงและท่าทางไม่ยี่หระจนทำให้ผู้เป็นพ่อต้องหันกลับมาตวาดลูกชายด้วยความไม่พอใจ

          “แล้วแกคิดว่าฉันพอใจนักหรือไงที่มันสั่งสอนแกอย่างนั้น มันฉีกหน้าฉัน ทำราวกับว่าเราสองคนไม่รู้จักอบรมสั่งสอนลูก แต่ที่ฉันต้องกล้ำกลืนฝืนยิ้มนี่ก็เพราะกลัวว่าหากขัดใจมันแล้วจะไม่ได้เซ็นสัญญาทำงานใหญ่ครั้งนี้ รู้ไหมว่าที่ฉันต้องบากหน้า เตรียมเอกสารหลายอย่างที่พวกมันร้องขอมานี่ก็เพื่ออนาคตของแกทั้งนั้น แกโตจนเรียนจบแต่ไม่เคยสนใจกิจการของครอบครัว ดีแต่ถลุงใช้เงินไปวันๆ ถ้าถึงวันที่ไม่มีงานไม่มีเงินใช้แล้วแกจะทำยังไง ?” วสันต์ถามลูกชายด้วยสีหน้าจริงจัง

          “ก็ผมขอเวลาปีเดียวผ่อนคลายความตึงเครียดที่เรียนมาก่อน ครบปีเมื่อไหร่ผมจะสานต่อธุรกิจของครอบครัวเราเอง” ชีวินตอบด้วยความไม่พอใจเท่าไหร่นักแต่ก็ยอมเดินตามพ่อแม่เข้าไปด้านในแต่โดยดี



มลทินปรารถนา
ศิริพารา
www.mebmarket.com
      ทันทีที่ ทัตเทพ วิชิตเมธา มหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่ผู้มั่งคั่งจากธุรกิจนำเข้าซูเปอร์คาร์แบรนด์หรู ได้มีโอกาสสบสายตากับ นีราภา ก็ทำให้เขาหลงวนเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลสดใสจนหาทางออกไม่เจอ แต่เธอกลับไม่แม้แต่ชายหางตาแล          ทว่าค่ำคืนที่มีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง ทัตเทพก็ไม่อาจจะหักห้ามใจตนเองไว้ได้ เงินก้อนโตและความสุขสบายจึงถูกเสนอให้เจ้าของฝ่ามือเรียวบางโดยไม่อั้นเพียงเพราะอยากให้เธอได้จับต้องทุกส่วนในร่างกายอย่างถึงพริกถึงขิง       นีราภากรีดร้องปฏิเสธว่าตนเป็นเพียงพนักงานจากร้านสปาแห่งหนึ่งเท่านั้น ไม่มีบริการเสริม ‘นวดพร้อมนาบ’ อย่างที่เขาเข้าใจ แต่คนเหลือทนกลับตีขลุมเอาเองว่าการขัดขืนนั้นคือลีลาที่เธอใช้ ‘เรียก’ ลูกค้าให้ ‘กระหายจัด’ จริตมารยาที่แสดงออกนั้นแสนเร้าใจจนมหาเศรษฐีหนุ่มคิดว่าได้หลุดเข้าไปอยู่ในการถ่ายทำหนังต้องห้าม        หาก ‘ความสาว’ ที่เพิ่งปล้นมาจากเธอมานั้นก็ทำให้เขาหูตาสว่าง ติดอกติดใจ หลงใหลจนถึงขั้นคิดเก็บ ‘เมียเด็ก’ เอาไว้กับตัวคนเดียว เสียงซุบซิบนินทาจากคนรอบข้างไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องแยแส ตรงกันข้ามกลับหิ้วเมียเด็กติดหนึบไว้ข้างกายไม่ต่างจากรอยสักบนร่างกาย แต่ความคิดของคนทั้งสองกลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง        ถึงแม้ว่านีราภาจะมีความสุขกับเสน่หาที่เขาปรนเปรอ แต่นั่นคือมลทินที่ทำให้เธอต้องนึกอดสูใจ การตีจากเป็นหนทางเดียวที่จะปลดปล่อยตนเองออกจากวังวนแห่งปรารถนา        ถ้าคิดจะหนี... ก็ต้องหนีให้พ้น        คนอย่างทัตเทพไม่เคยเกี่ยงที่จะเป็นผู้ล่า ยิ่งได้ล่าคนที่ขโมยหัวใจตัวเองไปนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิดเมื่อเธอปล้นเอาหัวใจเขาไปก็ต้องยอมใช้ตัวเองเลี้ยงดูเขาให้อิ่มเอม สมกับความรักที่ตั้งใจมอบให้เธอเพียงผู้เดียว **********นิยายชุดนี้มีทั้งหมด 3 เรื่อง 1. นางบำเรอครึ่งคืน (ร็อก - ชมพู่)2. มลทินปรารถนา (เทมส์ - องุ่น)3. เมียบำเรอครึ่งคืน (กาย - ส้มโอ)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

2 ความคิดเห็น