มลทินปรารถนา ทัตเทพ - นีราภา

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 5 ไม่อาจละสายตา 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 727
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 ก.ค. 60


ราวสิบนาทีต่อมา... นีราภาก็วิ่งกลับลงมายืนหอบฮักๆ อยู่ตรงหน้าคนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตารับประทานอาหารอย่างไม่ทุกข์ร้อนด้วยความโมโห

          “โทรศัพท์ฉันอยู่ไหน เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ”

          ทัตเทพหรี่ตามองผู้หญิงที่ตวาดแว้ดๆ ใส่ตนอย่างเอาเรื่องด้วยความชอบใจ

“โทรศัพท์เธอก็ต้องอยู่กับเธอ มาถามฉันได้ยังไง ?”

          นีราภากัดริมฝีปากล่างของตัวเองจนเจ็บ มือบางกำแน่นจนเล็บจิกกับฝ่ามือ

“อย่าคิดนะว่าแค่เสื้อผ้ากับโทรศัพท์จะทำให้ฉันไม่มีทางไป วันนี้ฉันสูญเสียหลายสิ่งในชีวิต ถ้าหากออกไปในสภาพนี้แล้วมันจะตกนรกทั้งเป็นอีกครั้งมันจะเป็นไรไป แต่ฉันขอให้คุณรู้สึกผิดที่ทำกับฉันอย่างนี้ไปจนวันตาย”

          จบคำพูดร่างระหงก็วิ่งออกไปจากห้องอาหารอย่างไม่คิดชีวิต จุดหมายปลายทางคือประตูใหญ่ที่เดินเข้ามาเมื่อหลายชั่วโมงที่แล้ว

          หากแต่ตอนนี้มันปิดไว้อย่างแน่นหนา ไม่ว่าจะดึง กระชากจนสุดแรงก็ไม่สามารถเปิดออกได้ กระจกใสบานใหญ่ที่มองออกไปด้านนอกก็เห็นเพียงความมืดมิดยามราตรีที่ตัดกับแสงไฟสว่างไสวในสวนหน้าบ้าน

          “ช่วยด้วย...ช่วยด้วย ใครก็ได้มาเปิดประตูให้ฉันที ช่วยด้วย !” นีราภาตะโกนก้อง วิ่งไปทุบประตูแล้วก็วิ่งไปทุบกระจกบานใหญ่อยู่หลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าการกระทำของตนนั้นอยู่ในสายตาของทัตเทพตลอดเวลา “ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยเปิดประตูให้ฉันด้วย”

          “คนที่เปิดประตูบานนี้ได้มีเพียงแค่ฉันคนเดียว และขอแนะนำให้เธอปฏิบัติตามคำสั่งของฉัน ถ้าจะให้ดีก็มาซุกที่อก ออดอ้อนออเซาะ พูดเพราะๆ หวานๆ บางทีฉันอาจจะใจอ่อนก็ได้” ทัตเทพค่อยๆ สาวเท้าเข้าไปหาร่างงดงามอย่างมั่นคง

          หากแต่ปิฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของเธอก็ทำให้คนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเกือบหน้ามืดไปเช่นกัน

          ร่างระหงคุกเข่าลงกับพื้น อ้อนวอนขอร้องด้วยน้ำเสียงและแววตาน่าสงสารเพราะคิดว่าหากใช้ไม้แข็งไม่ได้ผล ก็ควรที่จะลองใช้ไม้อ่อนดูบ้าง

“ขอร้องละนะ...คุณได้ทุกอย่างไปจากฉันหมดแล้ว ฉันไม่มีอะไรที่จะเสียมากกว่านี้อีกแล้ว คุณก็รู้ว่าฉันไม่ได้ขายตัว ไม่ได้เป็นผู้หญิงอย่างว่าเพราะฉะนั้นไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรในตัวฉัน ถ้าไม่อยากทำลายชีวิตฉันไปมากกว่านี้ คุณแค่เปิดประตูแล้วปล่อยฉันไป นะ... ฉันขอร้อง...”

          หัวใจหนุ่มที่ไม่เคยหวั่นไหวต่อน้ำตาของผู้หญิงหน้าไหนบนโลกกลับกระตุกวาบเพียงเพราะได้เห็นแค่น้ำใสๆ เอ่อล้นขอบตาของเธอ

“ทำไมถึงอยากไปนัก ทำไมถึงไม่ยอมให้ฉันรับผิดชอบ”

          “เพราะฉันไม่อาจจะมองหน้าคนที่ทำลายความภาคภูมิใจของตัวเอง ฉันละอายแก่ใจตัวเอง คุณเข้าใจฉันบ้างไหม ฉันอยากกลับไปอยู่ในที่ที่ฉันคุ้นเคยเพราะไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นี่ไปทำไม มันรังแต่จะทำให้ฉันผิดหวังในตัวเองมากขึ้น” นีราภาพูดออกมาจากใจจริงทั้งยังปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาจากสองตาอย่างไม่อาย

          “ฉันเข้าใจความรู้สึกเธอ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่อยากให้ฉันรับผิดชอบ” ทัตเทพถามพลางเอื้อมสองมือไปรั้งต้นแขนกลมกลึงให้ลุกขึ้นมาเผชิญหน้า ท่าทีและแววตาที่อ่อนแสงลงอย่างมากนั้นเกือบทำให้นีราภาสมหวังหากไม่ได้ยินคำพูดต่อไปของเขาเสียก่อน “พรุ่งนี้ค่อยกลับก็แล้วกัน วันนี้ค้างที่นี่ก่อน”

          นีราภาอาศัยจังหวะที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัวผลักหน้าอกของเขาออกไปอย่างแรง

“ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือยังไงนะ ฉันบอกว่าจะกลับๆ กรี๊ด... ปล่อยฉันนะ บอกว่าให้ปล่อย”

          ทันทีที่ถูกผลักไสออกอย่างแรง ชายหนุ่มก็ตวัดร่างระหงเข้ามาไว้ในวงแขนหนาแน่นอย่างรวดเร็ว

“คำถามเดียวกัน ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องใช่ไหม หรือชอบให้ใช้ภาษากาย คราวนี้ละ... ตัวอ่อนปวกเปียกแน่ บอกให้ทำอะไรก็ทำ ว่าง่ายจนฉันติดใจแล้วจะมาหนีไปดื้อๆ อย่างนี้ ใครจะยอม”

          “ไอ้คนบ้า ปล่อยนะ...” นีราภาดิ้นรน ใช้สองมือทุบตีเขาไม่เลือกที่ หากแต่ไม่นานก็ต้องร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดอย่างหมดหนทางสู้ เพราะความเหนื่อยอ่อนที่ต้องเผชิญมาตลอดทั้งวันประกอบกับร่างกายยังไม่ได้รับสารอาหารมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง

          ทัตเทพส่ายหน้าให้กับคนที่ร้องไห้อย่างสิ้นฤทธิ์กับอกตัวเอง เธอคงหมดแรงและเหนื่อยจริงๆ ขนาดว่าเขาเคลื่อนตัวมานั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ที่ตั้งไว้กลางห้องโถงแล้วให้จับเธอนั่งซ้อนบนตัก

          เธอยังซุกตัวร้องไห้อยู่กับอกเขาอย่างน่าสงสาร เหมือนเด็กหลงทางที่ต้องการผู้ใหญ่ช่วยเหลือ

          ให้ตายสิ!

          ...นี่การคิดจะเคลมสาวน้อยคนหนึ่งมันต้องใช้ความอดทนในการจัดการกับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของวัยรุ่นมากขนาดนี้เลยหรือไงวะ?

          คนที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนปลายคิดอย่างหน่ายใจพร้อมกับลูบหลัง ลูบไหล่ให้เธออย่างปลอบประโลม

          “อีกไม่กี่ชั่วโมงก็พรุ่งนี้แล้ว... ทำไมต้องทำให้มันเกิดปัญหาด้วย ฉันจะปล่อยให้เธอไปตอนนี้ทั้งที่จะเที่ยงคืนอยู่รอมร่อได้ยังไง บ้านเธอมันก็อยู่ที่เดิม ไม่หนีไปไหนหรอกน่า...” ทัตเทพบอกพลางเหล่ตามองคนที่กำลังสูดน้ำมูกอยู่ที่หน้าอกของตัวเอง

          เขารู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นจากน้ำตาและน้ำมูกที่แผ่นอก แต่กลับไม่รู้สึกรังเกียจและแปลกใจความคิดของตัวเองที่ผุดขึ้นมาในสมองว่า ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้ร้องไห้น่ารัก น่าเอ็นดูอย่างนี้

          “พรุ่งนี้ยิ่งเสี่ยง ฉันต้องไปตอนนี้ ยิ่งไปเร็วเท่าไหร่ยิ่งปลอดภัยกับฉันมากขึ้น”

          ทัตเทพขมวดคิ้วจรดกันแทบเป็นเส้นตรงมุ่น ไม่เข้าใจในคำพูดของเธอ

“รับรองว่าฉันจะไม่ปล้ำเธออีกแน่ ถ้าหากเธอไม่หน้ามืดปล้ำฉันก่อนนะ” จบคำพูดทัตเทพก็ต้องครางออกมาเมื่อถูกกำปั้นเล็กๆ ทุบเข้าที่อกอย่างแรง

          “ลองทำสิ ฉันสู้แค่ตาย” นีราภามองด้วยแววตาเขียวปัด

          “ก็ลองมาแล้วไง เธอสู้ฉันเก่งจะตาย แต่ไม่ตายนะ เสียวเกือบตายต่างหาก”

          นีราภาเถียงไม่ออกเพราะมันเป็นความจริงที่สุด แต่ไม่เข้าใจว่าผู้ชายท่าทางภูมิฐาน บ้านช่องใหญ่โตบ่งบอกถึงฐานะอันมั่งคั่งทำไมถึงได้ขยันลากทุกเรื่องเข้าเรื่องบนเตียงนัก

          หากยังอ้ำอึ้งไม่พูดเหตุผลที่แท้จริงกับเขาก็คงไม่มีวันรอดพ้นไปจากที่นี่ได้ หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังจากที่เงียบไปชั่วครู่

“ฉันต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ฉันกลัว !

          “กลัวอะไร ?” ทัตเทพถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง

          “เมื่อกี้นี้เราไม่ได้ป้องกัน ฉันกลัวจะทะ...ท้อง” ท้ายประโยคน้ำเสียงหวานขาดหายราวกับกลืนมันเข้าไปในลำคอ

          “อย่าบอกนะว่าคิดจะกินยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน” พูดมาถึงขนาดนี้แล้วมีหรือผู้ชายที่ผ่านร้อนผ่านหนาวจนอายุสามสิบปีเต็มจะไม่รู้ทันความคิดของเธอ

          “ก็มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้ฉันปลอดภัย”

มลทินปรารถนา
ศิริพารา
www.mebmarket.com
      ทันทีที่ ทัตเทพ วิชิตเมธา มหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่ผู้มั่งคั่งจากธุรกิจนำเข้าซูเปอร์คาร์แบรนด์หรู ได้มีโอกาสสบสายตากับ นีราภา ก็ทำให้เขาหลงวนเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลสดใสจนหาทางออกไม่เจอ แต่เธอกลับไม่แม้แต่ชายหางตาแล          ทว่าค่ำคืนที่มีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง ทัตเทพก็ไม่อาจจะหักห้ามใจตนเองไว้ได้ เงินก้อนโตและความสุขสบายจึงถูกเสนอให้เจ้าของฝ่ามือเรียวบางโดยไม่อั้นเพียงเพราะอยากให้เธอได้จับต้องทุกส่วนในร่างกายอย่างถึงพริกถึงขิง       นีราภากรีดร้องปฏิเสธว่าตนเป็นเพียงพนักงานจากร้านสปาแห่งหนึ่งเท่านั้น ไม่มีบริการเสริม ‘นวดพร้อมนาบ’ อย่างที่เขาเข้าใจ แต่คนเหลือทนกลับตีขลุมเอาเองว่าการขัดขืนนั้นคือลีลาที่เธอใช้ ‘เรียก’ ลูกค้าให้ ‘กระหายจัด’ จริตมารยาที่แสดงออกนั้นแสนเร้าใจจนมหาเศรษฐีหนุ่มคิดว่าได้หลุดเข้าไปอยู่ในการถ่ายทำหนังต้องห้าม        หาก ‘ความสาว’ ที่เพิ่งปล้นมาจากเธอมานั้นก็ทำให้เขาหูตาสว่าง ติดอกติดใจ หลงใหลจนถึงขั้นคิดเก็บ ‘เมียเด็ก’ เอาไว้กับตัวคนเดียว เสียงซุบซิบนินทาจากคนรอบข้างไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องแยแส ตรงกันข้ามกลับหิ้วเมียเด็กติดหนึบไว้ข้างกายไม่ต่างจากรอยสักบนร่างกาย แต่ความคิดของคนทั้งสองกลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง        ถึงแม้ว่านีราภาจะมีความสุขกับเสน่หาที่เขาปรนเปรอ แต่นั่นคือมลทินที่ทำให้เธอต้องนึกอดสูใจ การตีจากเป็นหนทางเดียวที่จะปลดปล่อยตนเองออกจากวังวนแห่งปรารถนา        ถ้าคิดจะหนี... ก็ต้องหนีให้พ้น        คนอย่างทัตเทพไม่เคยเกี่ยงที่จะเป็นผู้ล่า ยิ่งได้ล่าคนที่ขโมยหัวใจตัวเองไปนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิดเมื่อเธอปล้นเอาหัวใจเขาไปก็ต้องยอมใช้ตัวเองเลี้ยงดูเขาให้อิ่มเอม สมกับความรักที่ตั้งใจมอบให้เธอเพียงผู้เดียว
นางบำเรอเลื่อนขั้น
ศิริพารา
www.mebmarket.com
‘เท่าไหร่ ว่ามา?’       อัครรัฐ พิพิธณรงค์ ซีอีโอหนุ่มมหาเศรษฐีไม่เคยรีรอหรือเกี่ยงราคาเลยสักครั้ง หากอยากได้สิ่งใดในโลกนี้ รวมทั้งเธอ...       ชยาภา เมดสาวผู้มีใบหน้างดงาม อ่อนหวาน ผู้ซึ่งเป็นเพียงพนักงานปลายแถวในปกครองของเขา แต่เธอกลับกล้าดีประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้คนอย่างเขาได้มีโอกาสมาสอนเรื่องรักใคร่ เงินและความสุขสบายที่เขาจะเนรมิตให้ก็ไม่สามารถซื้อความสุขใจของเธอได้         แน่นอนว่าเขารู้ทันเกม ทั้งหมดที่เธอพูดมาเป็นแค่การ ‘เล่นตัวและโก่งราคา’ หากแต่มันได้ผลเพราะเขากำลังรวดร้าวด้วยความต้องการที่ ‘อยากจะเล่นตัวของเธอ’ ขึ้นมาจริงๆ        ดีล่ะ! ในเมื่อเธอกล้าที่จะท้าทายคนที่อย่างเขา เธอก็ควรจะได้เรียนรู้ว่าอำนาจและอิทธิพลของมหาเศรษฐีอันดับต้นของโลกสามารถทำให้ผู้หญิงอวดดีอย่างเธอเดินเข้ามาอยู่ในฐานะ ‘นางบำเรอ’ ได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ สั่งสอนให้เธอสิ้นฤทธิ์ ทำให้เธอได้สั่นสะท้านไปทั้งร่างกายและหัวใจ ตอกย้ำให้ได้รู้ว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่จะสอนเกมทางกายให้เธอได้โหยหา...        ทันทีที่ชีวิตของนางบำเรอเริ่มขึ้น เธอก็ได้รู้ว่ามีผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งฐานะและชาติตระกูล คู่ควรที่จะยืนเคียงข้างเขารออยู่แล้ว แต่สัมผัสทางกายอันเร่าร้อนที่เขามอบให้ทุกคืนวันเป็นเหมือนบ่วงล่อที่ผลักให้เธอดำดิ่งลงไปในหุบเหวแห่งเสน่หาจนยากที่จะถอนตัว          เมื่อสบโอกาส ‘หนี’ จึงไม่รั้งรอที่จะแหกกฏของเขาเช่นกัน!! แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยให้นางบำเรอก้าวลงจากเตียงในเวลาที่ยังติดใจเธอเช่นนี้ ที่สำคัญเธอยังหอบเอา ‘ทายาท’ อันดับหนึ่งของเขาติดท้องไปด้วย แล้วมันจะเป็นไรไปถ้าจะเลื่อนขั้นนางบำเรอมาเป็นเมียตีตรา ด้วยเหตุผลที่ว่า...          ‘ฉันรักความเป็นคนดีของเธอ รักความดื้อรั้นของเธอ รักในความคิดของเธอ รักที่เธอกล้าเถียงฉันคอเป็นเอ็น รักที่เธอกล้าดุ กล้าตวาด กล้าถลึงตาใส่ฉัน เข้าใจไหมว่าฉันรักทั้งหมดที่เป็นชมพู่ ชยาภา’
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น