มลทินปรารถนา ทัตเทพ - นีราภา

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 4 เมียเด็ก 2 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 756
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    1 ก.ค. 60



“อย่ามาปากจัดกับฉันนักเลย นี่ยอมลงให้มากแล้วนะ ทำไมไม่มาคุยกันดีๆ แล้วฟังเรียกคนอื่นซิ จิกเรียกแกอย่างนั้นอย่างนี้ทุกคำ” ทัตเทพเริ่มดุด้วยน้ำเสียงเข้ม

          เขายอมอ่อนข้อให้คนอื่นอย่างนี้เสียเมื่อไหร่

          “ทำไมฉันจะไม่เข้าใจว่าเธอไม่ได้ขายตัว แต่ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้วก็พูดมาสิว่าจะเอายังไง ต้องการให้ฉันรับผิดชอบอะไร ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่าจะจ่ายค่าตัวให้เธอ”

          “กรี๊ด...” นีราภากรีดร้องออกมาอย่างคนที่โกรธจัดจนไม่สามารถระงับสติของตัวเองได้ โผเข้าไปทุบตี จิกข่วนร่างแกร่งที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง ร้องไห้... ระเบิดความเสียใจออกมาเป็นคำพูดยืดยาวทั้งน้ำตาจนคนฟังเกิดความรู้สึกสงสาร “ก็ฉันไม่อยากได้อะไรจากแกทั้งนั้น ไม่ต้องการความรับผิดชอบของแก ไม่ต้องการเห็นหน้าแก แล้วก็จะจิกเรียกอย่างนี้ใครจะทำไม สิ่งเดียวที่ต้องการคือไม่อยากเห็นแกมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป ให้ฉันได้ไหมล่ะ ฮือ...”

          ทัตเทพกระหวัดแขนรัดร่างที่ร้องไห้ ระดุมทุบตีตนไม่เลือกที่เข้าไว้อย่างหนาแน่น เธอร้องไห้หนักจนไม่รู้จะปลอบใจอย่างไร

          ที่สำคัญคือในขณะที่เขาแสดงความรับผิดชอบเธอกลับไม่ต้องการ ไม่เหลียวแลแต่กลับอยากให้เขาตายไปจากโลกใบนี้

          นีราภาไม่มีแรงต่อสู้ขัดขืน ได้แต่ร้องไห้ เรี่ยวแรงทุบตีก็เริ่มน้อยลงยอมนั่งซ้อนบนหน้าขาแกร่งที่นั่งอยู่ปลายเตียง โยกตัวไปมาอย่างปลอบโยน

          แน่นอนว่ามันยิ่งทำให้เธอร้องไห้หนักขึ้น เสียใจในอ้อมกอดของคนที่พรากเอาความบริสุทธิ์ไปอย่างไม่มีวันเรียกกลับคืน

          “งั้นก็ร้องไห้เสียให้พอ...ฉันผิดเอง ฉันขอโทษ” ทัตเทพบอกด้วยน้ำเสียงขอลุแก่โทษทั้งยังใช้นิ้วเกี่ยวเอาแพนตี้ตัวบางที่ขาดวิ่นจนไม่เหลือสภาพออกไปอย่างง่ายดาย “บ้านเธออยู่แถวไหน เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะไปคุยกับพ่อแม่ของเธอเอง”

          ผีห่าซาตานตนใดเข้าสิงให้ผู้ชายที่รักและหวงแหนความโสดมาจนถึงอายุสามสิบ พูดกับสาวน้อยในอ้อมแขนราวกับจะรับผิดชอบเธอตลอดชีวิต !

          แต่แทนที่สาวเวอร์จิ้นจะดีใจ ซุกตัวลงกับอกแล้วจูบขอบคุณ เธอกลับหยุดร้องไห้ ส่ายหน้าจนผมเผ้ากระจาย

          “ไม่ ! ฉันไม่ได้ต้องการให้ใครมารับผิดชอบ”

          ทัตเทพมองใบหน้างดงามที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาแดงช้ำ ปลายจมูกแดงระเรื่อเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก สงสัยว่าทำไมเธอถึงได้ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้

“ทำไม ?”

          ก็ใครจะกล้าบอกล่ะ มันเรื่องเล็กเสียเมื่อไหร่ โดนขืนใจก็ว่าไปอย่างแต่นี่อะไร !?... ก็เสนอตัวให้เขาในบางครั้งอย่างนั้นจะเรียกว่าขืนใจได้ยังไงกัน

“ฉะ...ฉันอยู่คนเดียว คะ...คือ หมายถึงพ่อแม่เสียหมดแล้ว มาเรียนที่นี่คนเดียว”

          “อืม... งั้นก็อยู่ด้วยกันที่นี่แหละ ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิงของฉันแล้ว” ทัตเทพตีขลุมเอาเองง่ายๆ

          “ไม่ ก็บอกว่าไม่ ฉันไม่ได้เป็นผู้หญิงของแก...”

          สายตาคมกริบที่จ้องมองอย่างดุๆ ทำให้หญิงสาวชะงักคำพูดทันที

“ถ้ายังจิกเรียกไม่เลิก จะแสดงให้ดูอีกครั้งว่าเราเป็นของกันและกันแล้ว เธอเป็นของฉัน ฉันก็เป็นของเธอ ถ้าไม่ต้องการความรับผิดชอบจากฉันก็ช่างปะไร แต่ฉันต้องการให้เธอรับผิดชอบ ได้ฉันแล้วจะทิ้งไปง่ายๆ น่ะเหรอ ฝันไปเถอะ”

          “คุณ !” นีราภาไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรกับคนตรงหน้าดี รู้ว่าเขาก็เข้าใจแต่กลับจงใจลากไปอีกเรื่อง

          “อย่างนี้สิถึงรื่นหูหน่อย แต่ถ้าจะให้ดีเธอต้องแทนตัวเองว่าองุ่นอย่างนั้น องุ่นอย่างนี้ มันถึงจะสมวัยหน่อย”

          “นั่นมันสำหรับคนที่สนิทสนมคุ้นเคยกันมานาน” นีราภาโต้กลับทันควัน

          “เรื่องสนิทนี่เราแนบชิดกันจนถึงแก่น ส่วนคุ้นเคยมันต้องทำบ่อยๆ นะ แบบให้สนิทจนถึงแก่นบ่อยๆ แล้วมันจะคุ้นเคยเอง”

          “คิดได้แต่เรื่องพรรค์นี้หรือไง ฉันหมายความว่านั่นมันสำหรับคนที่รู้จักกันมานาน รู้จักประวัติส่วนตัว แล้วอย่ามาเล่นลิ้นกวนโมโห ฉันรู้ว่าคุณเข้าใจ”

          ทัตเทพเบ้ปากอย่างหยอกเย้าเพราะเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่กล้าดุเขาอย่างนี้

“เทมส์ ทัตเทพ วิชิตเมธา อายุสามสิบปีห้าเดือน ไม่ได้แก่จนเธอต้องเรียกท่านอย่างตอนแรกที่เดินเข้ามา ส่วนนิสัยใจคอ ชอบอะไร เกลียดอะไรเดี๋ยวอยู่ด้วยกันไปเธอก็รู้เอง”

          “อย่ามาตลกน่า ฉันไปรับปากตอนไหนว่าจะอยู่ที่นี่ แล้วก็ปล่อยได้แล้วฉันต้องกลับบ้าน” นีราภาบอกเมื่อรู้สึกตัวว่าเธอไม่จำเป็นต้องมานั่งเถียงเรื่องพวกนี้กับเขา

          “กลับตอนนี้ไม่ได้มันอันตราย แถวนี้มันชานเมืองทั้งมืดทั้งเปลี่ยว ถูกพวกโจรมันฉุดไปจะทำไง ?” ตะล่อมเธอให้อยู่ด้วยกันเสียก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ชายหนุ่มคิดในใจ

          “ก็ไม่มีอะไรต้องเสียมากกว่านี้แล้วนี่ มันจะต่างอะไรถ้าวันนี้ฉันต้องเจอทั้งเสือทั้งจระเข้” นีราภาประชดประชันด้วยน้ำเสียงขื่นใจ

          “เออ ! ก็ยอมรับผิดแล้ว ทำไมถึงได้ขยันประชดอย่างนี้ด้วย รีบๆ ไปอาบน้ำเลยไปก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจลากเธอเข้าไปด้วยกัน ถึงตอนนั้นละก็...จะยกมาทั้งสวนสัตว์เลยก็ตามใจ” ทัตเทพบอกด้วยน้ำเสียงติดรำคาญแต่ความจริงแล้วกำลังรู้สึกผิดมหันต์ต่างหาก “หรือจะเอา ?”

          นีราภาผุดลุกขึ้นจากตักแกร่ง เดินแกมวิ่งอย่างไม่มั่นคงนักหายตัวเข้าไปในห้องน้ำราวกับหนีปีศาจร้าย จนคนมองถึงกับส่ายหน้าให้ความรั้นที่มีอยู่ในตัวของเธอ แต่ก็ต้องเผลอยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเพราะชอบใจนักที่เธอเป็นอย่างนี้

          การพูดจาตอบโต้ได้อย่างทันเกม  ฉะฉาน ตรงไปตรงมาแต่ก็ร้องไห้อย่างไม่อายตามสูตรสาวบริสุทธิ์ผู้เหนียมอาย มันเป็นบุคลิกที่ขัดแย้งซึ่งผสมผสานกันอย่างลงตัว

          ทัตเทพยิ้มพลางเดินออกจากห้องนอนส่วนตัวมาใช้ห้องน้ำอีกห้องหนึ่ง จัดการชำระร่างกายของตัวเองอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าสาวน้อยที่ได้ลิ้มรสความพิสุทธิ์ ผุดผ่องของเธอจะหนีหายไปเสียก่อน

มลทินปรารถนา
ศิริพารา
www.mebmarket.com
      ทันทีที่ ทัตเทพ วิชิตเมธา มหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่ผู้มั่งคั่งจากธุรกิจนำเข้าซูเปอร์คาร์แบรนด์หรู ได้มีโอกาสสบสายตากับ นีราภา ก็ทำให้เขาหลงวนเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลสดใสจนหาทางออกไม่เจอ แต่เธอกลับไม่แม้แต่ชายหางตาแล          ทว่าค่ำคืนที่มีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง ทัตเทพก็ไม่อาจจะหักห้ามใจตนเองไว้ได้ เงินก้อนโตและความสุขสบายจึงถูกเสนอให้เจ้าของฝ่ามือเรียวบางโดยไม่อั้นเพียงเพราะอยากให้เธอได้จับต้องทุกส่วนในร่างกายอย่างถึงพริกถึงขิง       นีราภากรีดร้องปฏิเสธว่าตนเป็นเพียงพนักงานจากร้านสปาแห่งหนึ่งเท่านั้น ไม่มีบริการเสริม ‘นวดพร้อมนาบ’ อย่างที่เขาเข้าใจ แต่คนเหลือทนกลับตีขลุมเอาเองว่าการขัดขืนนั้นคือลีลาที่เธอใช้ ‘เรียก’ ลูกค้าให้ ‘กระหายจัด’ จริตมารยาที่แสดงออกนั้นแสนเร้าใจจนมหาเศรษฐีหนุ่มคิดว่าได้หลุดเข้าไปอยู่ในการถ่ายทำหนังต้องห้าม        หาก ‘ความสาว’ ที่เพิ่งปล้นมาจากเธอมานั้นก็ทำให้เขาหูตาสว่าง ติดอกติดใจ หลงใหลจนถึงขั้นคิดเก็บ ‘เมียเด็ก’ เอาไว้กับตัวคนเดียว เสียงซุบซิบนินทาจากคนรอบข้างไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องแยแส ตรงกันข้ามกลับหิ้วเมียเด็กติดหนึบไว้ข้างกายไม่ต่างจากรอยสักบนร่างกาย แต่ความคิดของคนทั้งสองกลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง        ถึงแม้ว่านีราภาจะมีความสุขกับเสน่หาที่เขาปรนเปรอ แต่นั่นคือมลทินที่ทำให้เธอต้องนึกอดสูใจ การตีจากเป็นหนทางเดียวที่จะปลดปล่อยตนเองออกจากวังวนแห่งปรารถนา        ถ้าคิดจะหนี... ก็ต้องหนีให้พ้น        คนอย่างทัตเทพไม่เคยเกี่ยงที่จะเป็นผู้ล่า ยิ่งได้ล่าคนที่ขโมยหัวใจตัวเองไปนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิดเมื่อเธอปล้นเอาหัวใจเขาไปก็ต้องยอมใช้ตัวเองเลี้ยงดูเขาให้อิ่มเอม สมกับความรักที่ตั้งใจมอบให้เธอเพียงผู้เดียว
นางบำเรอเลื่อนขั้น
ศิริพารา
www.mebmarket.com
‘เท่าไหร่ ว่ามา?’       อัครรัฐ พิพิธณรงค์ ซีอีโอหนุ่มมหาเศรษฐีไม่เคยรีรอหรือเกี่ยงราคาเลยสักครั้ง หากอยากได้สิ่งใดในโลกนี้ รวมทั้งเธอ...       ชยาภา เมดสาวผู้มีใบหน้างดงาม อ่อนหวาน ผู้ซึ่งเป็นเพียงพนักงานปลายแถวในปกครองของเขา แต่เธอกลับกล้าดีประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้คนอย่างเขาได้มีโอกาสมาสอนเรื่องรักใคร่ เงินและความสุขสบายที่เขาจะเนรมิตให้ก็ไม่สามารถซื้อความสุขใจของเธอได้         แน่นอนว่าเขารู้ทันเกม ทั้งหมดที่เธอพูดมาเป็นแค่การ ‘เล่นตัวและโก่งราคา’ หากแต่มันได้ผลเพราะเขากำลังรวดร้าวด้วยความต้องการที่ ‘อยากจะเล่นตัวของเธอ’ ขึ้นมาจริงๆ        ดีล่ะ! ในเมื่อเธอกล้าที่จะท้าทายคนที่อย่างเขา เธอก็ควรจะได้เรียนรู้ว่าอำนาจและอิทธิพลของมหาเศรษฐีอันดับต้นของโลกสามารถทำให้ผู้หญิงอวดดีอย่างเธอเดินเข้ามาอยู่ในฐานะ ‘นางบำเรอ’ ได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ สั่งสอนให้เธอสิ้นฤทธิ์ ทำให้เธอได้สั่นสะท้านไปทั้งร่างกายและหัวใจ ตอกย้ำให้ได้รู้ว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่จะสอนเกมทางกายให้เธอได้โหยหา...        ทันทีที่ชีวิตของนางบำเรอเริ่มขึ้น เธอก็ได้รู้ว่ามีผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งฐานะและชาติตระกูล คู่ควรที่จะยืนเคียงข้างเขารออยู่แล้ว แต่สัมผัสทางกายอันเร่าร้อนที่เขามอบให้ทุกคืนวันเป็นเหมือนบ่วงล่อที่ผลักให้เธอดำดิ่งลงไปในหุบเหวแห่งเสน่หาจนยากที่จะถอนตัว          เมื่อสบโอกาส ‘หนี’ จึงไม่รั้งรอที่จะแหกกฏของเขาเช่นกัน!! แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยให้นางบำเรอก้าวลงจากเตียงในเวลาที่ยังติดใจเธอเช่นนี้ ที่สำคัญเธอยังหอบเอา ‘ทายาท’ อันดับหนึ่งของเขาติดท้องไปด้วย แล้วมันจะเป็นไรไปถ้าจะเลื่อนขั้นนางบำเรอมาเป็นเมียตีตรา ด้วยเหตุผลที่ว่า...          ‘ฉันรักความเป็นคนดีของเธอ รักความดื้อรั้นของเธอ รักในความคิดของเธอ รักที่เธอกล้าเถียงฉันคอเป็นเอ็น รักที่เธอกล้าดุ กล้าตวาด กล้าถลึงตาใส่ฉัน เข้าใจไหมว่าฉันรักทั้งหมดที่เป็นชมพู่ ชยาภา’
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น