มลทินปรารถนา ทัตเทพ - นีราภา

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 ใบหน้างดงามที่ก่อกวนหัวใจหนุ่ม 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 824
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    19 มิ.ย. 60


เชียงใหม่...

          เช้าตรู่วันทำงานแรกของสัปดาห์ บัณฑิตสาวจากคณะบัญชี มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของจังหวัด ที่เพิ่งจบการศึกษาได้หนึ่งเดือนเต็มรีบอาบน้ำแต่งตัว มือเรียวบางหยิบแฟ้มเอกสารซึ่งประกอบด้วยประวัติส่วนตัวและผลการเรียนเพื่อใช้เป็นเอกสารในการสมัครงาน

          นีราภา อำนวยพร หรือองุ่น เดินออกจากหอพักที่อาศัยมานานเกือบสองปีด้วยความรวดเร็ว สาวน้อยอมยิ้มเมื่อมองเห็นรถแดงแล่นมาแต่ไกล ไม่ต้องเสียเวลารอนานเช่นหลายวันที่ผ่านมา

          รถแดงก็คือรถกระบะต่อเติมโครงหลังคาด้านหลังเพื่อให้สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ราวสิบคนหรือมากกว่านั้น

          บางครั้งก็จะเห็นรถแดงนี้รับส่งผู้โดยสารตามแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ โด่งดังหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งนั่นก็แล้วแต่ว่าผู้ใช้บริการจะตกลงราคากับพนักงานขับรถได้อย่างไร

          นีราภาเริ่มใช้ชีวิตอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อสี่ปีที่ผ่านมา หลังจากที่สามารถเอ็นทรานซ์เข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย

          นับจากวันนั้นนีราภาต้องแยกจากพี่สาวอีกสองคนซึ่งอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร และมีโอกาสได้กลับไปพบหน้ากันในช่วงเวลาปิดภาคเรียนไม่ถึงสัปดาห์เพราะสาวน้อยต้องกลับมาทำงานพาร์ทไทม์เพื่อหารายได้แบ่งเบาภาระจากพี่สาวคนโต ซึ่งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในบ้าน

          ฝ่ามือบางของนีราภาควานหาโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโปรแกรมโซเซียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันและเธอเองก็ใช้มันเป็นเครื่องมือสื่อสารกับพี่สาวอีกสองคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครเป็นประจำ

          เรารู้ว่าวันนี้ตัวออกมาสมัครงานอีก สู้ๆ นะ ! นี่เราก็ออกมาสมัครงานเหมือนกัน

          อือ... สู้ๆ เหมือนกันนะ ระวังตัวด้วยล่ะ อย่าให้เกิดเรื่องเหมือนเมื่อวานนี้นะ คนเราเดี๋ยวนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ นีราภาพิมพ์ข้อความส่งกลับพี่สาวฝาแฝดที่ลืมตาออกมาดูโลกก่อนตนเพียงเจ็ดนาที

          เมื่อวานนี้กันตาภา ฝาแฝดคนพี่ไปทำงานพาร์ทไทม์เป็นพริตตี้ให้ค่ายรถยนต์หรูแห่งหนึ่งแต่กลับถูกวางยานอนหลับเพื่อขายให้กับอาเสี่ยกระเป๋าหนัก แต่บังเอิญว่าเพื่อนเจ้านายของพี่สาวคนโตมาช่วยเหลือไว้ได้เสียก่อน ไม่อย่างนั้นคงต้องเกิดเรื่องน่าเศร้าใจขึ้นกับครอบครัวของตนเป็นแน่

          อื้อ... ไม่ต้องห่วง ถ้าตัวได้งานแล้วอย่าลืมส่งข่าวด้วยนะ กันตาภาหรือส้มโอ ส่งข้อความกลับมาอย่างรวดเร็ว

          นีราภาอมยิ้มกับโทรศัพท์เครื่องบาง คิดถึงพี่สาวทั้งสองคนขึ้นมาจับหัวใจ หากแต่ต้องข่มความคิดถึงไว้ให้ลึกสุดใจเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือหางานทำให้ได้เป็นหลักเป็นฐาน อย่างน้อยก็ต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้เสียก่อน

นี่ส้มโอ เราใกล้จะถึงที่สมัครงานแล้ว เอาไว้เย็นๆ จะโทรหานะ แล้วก็ระวังตัวเองให้ดีล่ะ

          ใบหน้างดงามกระจ่างใสเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ สอดส่องสายตาวาววับไปยังสภาพแวดล้อมข้างๆ ที่รถแดงเคลื่อนที่ผ่านพลางกดกริ่งให้พนักงานขับรถได้จอดที่ป้ายรถประจำทางข้างหน้า

          หญิงสาวไม่ได้สนใจว่ารถแท็กซี่คันข้างหลังที่เคลื่อนตัวตามกันมาติดๆ นั้นมีสายตาคมกริบของนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ที่กำลังอารมณ์เสียสุดๆ จ้องมองตัวเองอย่างไม่วางตา !

          เขาตกตะลึงจนต้องชันตัวขึ้นชะโงกมองข้ามเบาะนั่งคู่หน้าเพื่อเบิ่งตามองผู้หญิงที่นั่งอยู่บนรถแดงคันข้างหน้าให้ชัดๆ เต็มสองตา

          ทัตเทพ วิชิตเมธา หรือเทมส์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงวัยสามสิบปีเต็ม ที่ติดอันดับหนุ่มโสดในฝันของสาวน้อยใหญ่ ยิ่งมองหน้าใบหน้าของเธอได้ชัดเจนขึ้นเมื่อเธอกำลังลงจากรถแดงแล้วเดินอ้อมไปจ่ายค่าโดยสารกับพนักงานขับรถ

          โอ้! ทำไมเธอถึงได้มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับสาวน้อยที่ถูกจัดฉากขึ้นมาด้วยสาเหตุบางประการนักนะ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง ผิวพรรณก็ดูเหมือนราวกับแกะจากแม่พิมพ์เดียวกัน

          เอ๊ะ!...

          หรือว่าจะใช่คนเดียวกัน ?

          ทัตเทพหรี่ตามองร่างสะโอดสะองที่เดินห่างออกไปและไกลออกไปเรื่อยๆ เมื่อรถแท็กซี่ที่ตนนั่งอยู่เริ่มเคลื่อนตัวถึงได้สะบัดศีรษะ ดึงตัวเองและความคิดออกมาจากแววตาสุกใสนั้น พลันแปลกใจตัวเองว่าทำไมเขาถึงได้หลงวนเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลกลมโตของเธอจนหาทางออกไม่เจอเช่นนี้

          มันเป็นอาการเหมือนตอนแตกเนื้อหนุ่มที่ดันไปสนใจรุ่นพี่ในโรงเรียนหญิงล้วนที่ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับโรงเรียนชายล้วนของตัวเองไม่ผิดเพี้ยน!

          หากแต่เสียงกรีดร้องของโทรศัพท์เครื่องบางที่ดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไปชั่วขณะ แล้วกรอกเสียงดุห้วนลงไปตามสาย

          “อะ...เอ่อ ผมต้องขอประทานโทษเจ้านายด้วยนะครับ คือว่ารถที่ผมเตรียมไปรับเจ้านายที่สนามบินเกิดยางรั่วกลางทางครับ เราเลยต้องเสียเวลาไปเปลี่ยนยางอะไหล่อยู่ราวสิบห้านาที แล้วตอนนี้เจ้านายอยู่ที่ไหนครับ ผมมารออยู่ที่จุดนัดพบแล้ว” สาธิตละล่ำละลักรายงานเจ้านายอย่างละเอียดยิบเพราะรู้ดีว่าเจ้านายนั้นเป็นคนตรงต่อเวลาและน่าเกรงขามแค่ไหน

          ทัตเทพถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไม่อยากจะต่อว่าให้สมกับความโมโหที่เกิดขึ้นเพราะเกรงใจคนรอบข้างที่ยังร่วมกันใช้รถสาธารณะนี้ จึงเอ่ยเพียงสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงติดรำคาญใจ

“ไปเจอกันที่ออฟฟิศเลยก็แล้วกัน”

          นี่ดีนะที่เขานัดลูกค้าไว้ในช่วงบ่าย หากนัดตอนเช้าละก็... มีหวังไปไม่ทันนัดเสียการเสียงาน

          ที่สำคัญยังเสียคำพูด!

          ซึ่ง คำพูด เป็นสิ่งที่เขายึดถือว่าถ้าพูดได้ก็ต้องทำให้ได้อย่างที่พูด หลักการง่ายๆ ในหลายๆ ข้อที่ทัตเทพยึดมั่นถือมั่นตลอดมา

          ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ได้รับการติดต่อจากนิตยสารหัวนอกฉบับหนึ่งซึ่งตีพิมพ์ในหลายภาษาขอเข้าสัมภาษณ์ในชีวิตส่วนตัวและการดำเนินธุรกิจของเขาที่สามารถทำผลกำไรได้อย่างมหาศาล

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

2 ความคิดเห็น