นางบำเรอเลื่อนขั้น อัครรัฐ-ชยาภา

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 3 จูบฝังใจ 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,048
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    17 มิ.ย. 60

“ผมถามหัวหน้าแผนกแม่บ้านมาเป็นอย่างดีแล้วครับ พนักงานคนดังกล่าวเป็นคนทำความสะอาดเพนท์เฮาส์ของคุณร็อก เธอขึ้นไปหยิบโทรศัพท์มือถือให้หัวหน้าแผนกแม่บ้านซึ่งขึ้นไปตรวจตราความเรียบร้อย และก็ลงมารายงานอาการของคุณร็อกครับ” สมชายรายงานอย่างละเอียด “ท่านวางใจได้ครับ คือระยะเวลามันรวดเร็วมาก ถ้าเธอถูกคุณร็อก อะ...เอ่อ ใช้งานคงไม่กลับลงไปรายงานได้รวดเร็วอย่างนั้นครับ”

          “ดี... ฉันคงไม่ได้ยินว่ามีผู้หญิงมาร่ำร้อง อ้างตัวว่าเป็นเมียทั้งมีลูกอยู่ในท้อง เดี๋ยวคนอื่นเขาจะครหาว่าท่านรองของกลุ่มพิพิธรีโซเทล เสเพลจัดเป็นสมภารกินไก่วัด” พิพิธตั้งใจว่าประชดลูกชายให้เจ็บแสบพลางลุกขึ้นอย่างช้าๆ หมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องพักวีไอพีโดยไม่สนใจเสียงของลูกชายที่ดังขึ้น

          “อ้าว! แล้วนั่นพ่อจะไปไหน?”

          “กลับบ้านน่ะสิ ชังน้ำหน้าแกนัก อยู่ไปก็รังแต่จะทำให้ฉันเสียประสาทเปล่าๆ” แต่เมื่อเดินไปถึงประตูบานใหญ่สีสะอาดตาจึงทิ้งท้ายประโยคเด็ดที่ทำให้ลูกชายต้องดีดตัวผึงขึ้นจากเตียงผู้ป่วยราวกับตัวติดสปริงชั้นดี “แต่ฉันว่าจะแวะไปหาผู้หญิงดีๆสักสองสามคน เผื่อมีคนไหนเข้าตาจะได้เอามานั่งแท่นเป็นลูกสะใภ้”

          “ถ้าพ่อทำอย่างนั้นผมจะไม่กลับบ้าน พ่อเดี๋ยวก่อนสิครับ กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน ผมไม่ยอมให้พ่อทำอย่างงั้นแน่!” อัครรัฐใช้สองมือทึ้งเส้นผมตัวเองอีกครั้ง กรอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอาใจเมื่อผู้เป็นพ่อไม่ได้สนใจกับคำพูดของตนเลยแม้แต่น้อย

          นิ้วมือเรียวยาวกดปุ่มขอความช่วยเหลือก่อนที่จะพาร่างสูงใหญ่ของตนมายังห้องน้ำกว้าง จัดการอาบน้ำชำระร่างกาย ทั้งส่งเสียงออกมาว่าต้องการออกจากโรงพยาบาล โดยที่นางพยาบาลไม่กล้าคัดค้านเพราะรู้ดีว่า...

เขาคือลูกค้าวีไอพีผู้ร่ำรวยทั้งยังอุดหนุนเงินให้กับโรงพยาบาลในทุกโครงการ จึงได้แต่เดินออกมาแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องให้รับทราบและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

          อัครรัฐกวาดสายตาสำรวจความเรียบร้อยของตนในกระจกเงาบานใหญ่ พลันในสมองก็ผุดภาพเลือนลางของผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมาทันที

รูปร่างอ้อนแอ้นทว่าเมื่อได้สัมผัส กอดรัดแล้วกลับรู้ได้ว่าผิวกายเธอเรียบลื่น นุ่มนิ่ม หอมกรุ่นจนทำให้ร่างกายของชายชาตรีรวดร้าวขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ

จำได้ว่าตัวเองบดจูบเร่าร้อนกับริมฝีปากอิ่มของเธออยู่นานหลายนาที หากไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมวินาทีนั้นจึงได้ปล่อยแม่สมันสาวให้หลุดลอยไปได้

 

          ราวสองชั่วโมงต่อมาเบนท์ลีย์ (Bentley) รุ่นฟลายอิ้ง สเปอร์ (Flying spur) สีดำสุดหรูราคาแพงระยับก็เคลื่อนตัวมาจอดสนิทหน้าโรงแรมพิพิธรีโซเทล ความมันวาววับของซุปเปอร์คาร์ระดับโลกสามารถสะกดสายตาของลูกค้าที่กำลังเดินเข้าออกในโรงแรมได้เป็นอย่างดี

หากแต่บุคคลที่ก้าวลงมานั้นเป็นคนที่พนักงานทุกคนต่างรู้จักเป็นอย่างดี รูปร่างสูงเกินกว่าชายเอเชียทั่วไปของอัครรัฐที่ก้าวลงมาประกอบกับใบหน้าอันหล่อเหลา ดวงตาคมกริบ โหนกแก้มสูงบ่งบอกถึงความมั่นใจในตัวเอง

ทำให้เขากลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มโสดที่กำลังเป็นที่กล่าวขานของคนในสังคมชั้นสูง สาวๆน้อยใหญ่ที่ได้เห็นก็มักจะชะม้ายชายตา โปรยยิ้มหว่านเสน่ห์ ไม่เว้นแม้แต่ลูกค้าสาวชาวต่างชาติซึ่งเข้ามาใช้บริการในโรงแรมของชายหนุ่ม

          เพียงแค่อัครรัฐแสยะยิ้ม ก้มศีรษะให้เล็กน้อยตามมารยาท ก็สามารถเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากพวกเธอเหล่านั้นได้แล้ว

หากแต่นั่นไม่ได้ทำให้ผู้ชายที่ไม่เคยซื้อผู้หญิงด้วยเงินสะท้านสะเทือนเพราะเพียงแค่เขากระดิกนิ้ว เซเลบริตี้สาว ดารา นางแบบก็พร้อมใจกันเรียงแถวหน้ากระดานให้เขาเลือก แต่เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแล้วก็ทำให้ชายหนุ่มอารมณ์ขุ่นมัวยิ่งนัก

ผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่นักร้องหน้าใหม่ที่ยังไม่ได้มีชื่อเสียงในวงการยังกล้าดีวางยาปลุกเซ็กซ์ จนทำให้เกิดเรื่องยุ่งยาก ปะทะคารมกับผู้เป็นพ่อ

          ดีล่ะ!... ถ้าเธออยากอนาคตดับวูบก่อนที่จะแจ้งเกิดนัก เขาก็จะสงเคราะห์ให้ แล้วคอยดูว่าคนอย่างอัครรัฐที่ไม่เคยคิดทำร้ายใครก่อน จะเอาคืนกับคนที่บังอาจลองดีกับเขาได้เจ็บแสบแค่ไหน

อัครรัฐคิดในใจพร้อมกับเดินหายเข้าไปในลิฟต์ผู้บริหารด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ ถึงกระนั้นในสายตาของสาวๆก็ยังคงมองว่าเขาหล่อเหลาทุกอิริยาบทเช่นเดิม

 

          ทันทีที่เดินเข้ามาในเพนท์เฮาส์ส่วนตัวชั้นสูงสุดของโรงแรม อัครรัฐก็จัดการสั่งอาหารกลางวันซึ่งเลยเวลามานานกว่าสี่ชั่วโมง จากนั้นชายหนุ่มจึงจัดการถอดเสื้อผ้าออกจากร่างกายพลางก้าวขาหย่อนลงไปในอ่างน้ำวน หลับตานิ่งปล่อยให้แรงดันของน้ำนวดผ่อนคลายความตึงเครียด

ในใจยังคิดหาวิธีรับมือกับผู้เป็นพ่อ ซึ่งสายตาของท่านนั้นจริงจังกับการอยากให้เขาตกล่องปล่องชิ้นกับผู้หญิงสักคนเหลือเกิน

แน่นอนล่ะว่า... ความจริงจัง มุ่งมั่นนั้นเริ่มทำให้อัครรัฐกังวลใจขึ้นมาแล้ว โดยไม่รู้เลยว่าการสั่งอาหารของตนนั้น ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งต้องทำหน้าที่นำอาหารพร้อมเครื่องดื่มทั้งหมดมาเสิร์ฟกำลังหนักใจ เพราะยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับผู้ชายที่ปล้นจูบแรกของเธอไปในตอนนี้!

 

          ชยาภาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อมองรถเข็นที่เต็มไปด้วยอาหารเลิศรสพร้อมเครื่องดื่มด้วยความลำบากใจ แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธหน้าที่นี้ได้ จึงได้แต่ยืนลังเลเมื่ออยู่หน้าประตูบานใหญ่

          อะไรนะคะ?

          หัวหน้าแผนกแม่บ้านขมวดคิ้วโก่งอย่างสงสัยเมื่อได้ยินเสียงหวานสูงปรี้ด... หลังจากที่ตนออกคำสั่งให้ชยาภาจัดการเอาอาหารไปเสิร์ฟท่านรองยังเพนท์เฮาส์ ซึ่งเธอมีหน้าที่รับผิดชอบทำความสะอาด ทำไมต้องถามฉันเสียงสูงอย่างนั้น ฉันพูดเสียงดังฟังชัดขนาดนี้ไม่ได้ยินหรือไง บอกว่าให้เอาอาหารบนรถเข็นนี้ไปเสิร์ฟให้ท่ารองในเพนท์เฮาส์

          เอ่อ... ได้ยินชัดค่ะ แต่มันไม่ใช่หน้าที่ของดิฉันนี่คะ ชยาภาบอกด้วยน้ำเสียงเกรงใจ

          ฮึ... จำใส่ใจไว้นะชยาภา เมื่อเธอคือคนที่ถูกเลือกให้รับผิดชอบดูแลเพนท์เฮาส์ นั่นก็หมายความว่าทุกๆอย่างที่เกี่ยวข้องในเพนท์เฮาส์คือหน้าที่หลักของเธอ เริ่มจากทำความสะอาด เก็บเสื้อผ้าท่านรองมาส่งให้ฝ่ายซักรีดแล้วเธอก็ต้องเป็นคนเอาเสื้อผ้าเหล่านั้นขึ้นไปจัดเรียง เสิร์ฟอาหารและจัดเก็บโต๊ะอาหารให้เรียบร้อย เธอคงไม่คิดว่าโรงแรมของเราใจดี จ้างเธอมาทำความสะอาดเพนท์เฮาส์เพียงแค่ชั่วโมงสองชั่วโมง แล้วก็เดินลอยไปลอยมาทั้งวันหรอกนะ หรือถ้าคิดอย่างนั้นก็เชิญไปหางานที่อื่น ฉันจะได้เลือกคนใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่นี้แทน

          เพียงแค่ได้ยินเท่านั้นชยาภาก็รีบส่ายหน้าพร้อมกล่าวคำขอโทษเป็นพัลวัน เมื่อได้รับคำตอบเป็นการพยักหน้าก็ต้องยิ้มออกมาอย่างโล่งอก รีบเข็นอาหารหน้าตาน่ารับประทานออกมาอย่างกระตือรืนร้นแต่แท้จริงแล้วในใจนั้นกลับกังวลเป็นอย่างมาก

          ชยาภาเช็ดมือชื้นเหงื่อทั้งสองข้างของตนพร้อมกับเคาะประตู และได้ยินเพียงเสียงห้าวที่ดังลอดออกมาจากประตู

          “เชิญ... ฉันไม่ได้ล็อกประตู”

          ชยาภาเปิดประตูบานใหญ่เข้าไปพร้อมกลั้นหายใจราวกับว่ากลัวมันจะส่งเสียงดัง ทำให้เจ้าของห้องรำคาญใจหันมาเล่นงานตนอีก แต่เมื่อเข้าไปด้านในก็ได้ยินเพียงเสียงห้าวสนทนากับใครคนหนึ่ง

ดวงตาคู่หวานจึงค่อยๆเหลือบสายตามองไปยังต้นกำเนิดของเสียง แล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อเห็นว่าร่างสูงใหญ่ของเขากำลังหันหน้าออกสู่กระจกใสบานใหญ่ ซึ่งมองเห็นวิวมุมสูงของกรุงเทพมหานครได้ชัดเจน จึงรีบหันมาจัดโต๊ะอาหารอย่างเร่งรีบพลางคิดในใจว่า นี่คงเป็นโอกาสดีที่จะไม่ต้องเผชิญหน้ากับเขา

          “แกอย่ามากวนประสาทฉันอีกคนเลยน่า... ฉันโทรมาขอคำปรึกษาจากแก ไม่ได้โทรมาให้แกซ้ำเติม” อัครรัฐชักหงุดหงิดใจ เมื่อเพื่อนสนิทที่อยู่ปลายสายยังเห็นว่าเรื่องของตนเป็นเรื่องขบขัน

          “ฮ่า... ก็มันจริงนี่ ถ้าพ่อแกท่านอยากได้หลานนัก แกก็หาผู้หญิงสวยหุ่นเอ็กซ์เซ็กซ์ระเบิดมาเป็นแม่พันธุ์ แกก็หน้าตาใช้ได้ รับรองลูกออกมาต้องน่ารัก ถึงตอนนั้นสมใจท่านแล้วก็คงเลิกยุ่งกับชีวิตของแกไปเอง”

          อัครรัฐสำลักน้ำสะอาดที่กำลังดื่มเมื่อได้ยินคำแนะนำของเพื่อนสนิทที่เรียนในต่างแดนด้วยกัน “ไอ้ตูดหมึก ผู้หญิงสวยหุ่นเอ็กซ์เซ็กซ์ระเบิดอย่างที่แกว่า ก็มีแต่ผู้หญิงในหนังสือหน้ากลาง แล้วพวกนี้ก็เด็กเสี่ยทั้งนั้น แกจะให้ฉันไปคว้าอีหนูมาเป็นแม่ของลูกหรือไงวะ?! ความคิดไม่เข้าท่า”

          “ลองมาดูน้องๆนักศึกษาไหมวะ ไม่เด่น ไม่ดัง ไม่เรื่องมาก แค่ส่งเสียค่าเทอมให้ก็พอ อาทิตย์หน้านี่มีมอเตอร์โชว์ แกก็มาดูที่บูทบริษัทฉันสิ เผื่อเข้าตามั่ง” ทัตเทพ เจ้าของบริษัทนำเข้าชุปเปอร์คาร์รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยพูดอย่างอารมณ์ดี

          อัครรัฐถอนหายใจเฮือกใหญ่หมุนตัวกลับ เดินมายังโต๊ะอาหารเมื่อท้องร้องประท้วงเพราะความหิว ไม่ได้สนใจกับร่างของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังก้มๆเงยๆอยู่บริเวณรถเข็น “นักศึกษานี่น่าจะเรื่องมากว่ะ อีกอย่างฉันไม่ชอบผู้หญิงด้อยประสบการณ์ ขี้เกียจสอน งั้นแค่นี้ก่อนแล้วกัน ท้องร้องแล้ว หิวมากๆ”

          ชยาภารีบเข็นรถออกห่างจากโต๊ะอาหารทันทีเมื่อจัดแจงตั้งอาหารเรียบร้อย ในใจคิดว่าจะไปนั่งรอด้านนอก ให้เขาได้รับประทานอาหารเรียบร้อยแล้วจึงจะเข้ามาเก็บกวาดอีกครั้ง หากแต่เสียงห้าวติดรำคาญก็ดังขึ้น ทำให้การก้าวเดินของชยาภาหยุดชะงักทันที

          “เดี๋ยว! เธอเป็นเมดที่มาดูแลแทนคนเก่าใช่ไหม?” อัครรัฐถามพลางลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้า พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังบอบบางที่ยังกล้าดี ตอบคำถามตนโดยไม่หันหน้ามาสบสายตา

          “ค่ะ” ชยาภารับคำสั้นๆ

          “เธอคงจะเสียมารยาทตอบคำถามลูกค้าของพิพิธรีโซเทลโดยไม่หันหน้ามาสบสายตาคู่สนทนาเป็นประจำสินะ ถึงได้ทำอย่างนี้กับฉัน ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าฉันเป็นใคร”

นางบำเรอเลื่อนขีั้น พร้อมดาวน์โหลดแล้วนะคะ

นางบำเรอเลื่อนขั้น
ศิริพารา
www.mebmarket.com
‘เท่าไหร่ ว่ามา?’       อัครรัฐ พิพิธณรงค์ ซีอีโอหนุ่มมหาเศรษฐีไม่เคยรีรอหรือเกี่ยงราคาเลยสักครั้ง หากอยากได้สิ่งใดในโลกนี้ รวมทั้งเธอ...       ชยาภา เมดสาวผู้มีใบหน้างดงาม อ่อนหวาน ผู้ซึ่งเป็นเพียงพนักงานปลายแถวในปกครองของเขา แต่เธอกลับกล้าดีประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้คนอย่างเขาได้มีโอกาสมาสอนเรื่องรักใคร่ เงินและความสุขสบายที่เขาจะเนรมิตให้ก็ไม่สามารถซื้อความสุขใจของเธอได้         แน่นอนว่าเขารู้ทันเกม ทั้งหมดที่เธอพูดมาเป็นแค่การ ‘เล่นตัวและโก่งราคา’ หากแต่มันได้ผลเพราะเขากำลังรวดร้าวด้วยความต้องการที่ ‘อยากจะเล่นตัวของเธอ’ ขึ้นมาจริงๆ        ดีล่ะ! ในเมื่อเธอกล้าที่จะท้าทายคนที่อย่างเขา เธอก็ควรจะได้เรียนรู้ว่าอำนาจและอิทธิพลของมหาเศรษฐีอันดับต้นของโลกสามารถทำให้ผู้หญิงอวดดีอย่างเธอเดินเข้ามาอยู่ในฐานะ ‘นางบำเรอ’ ได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ สั่งสอนให้เธอสิ้นฤทธิ์ ทำให้เธอได้สั่นสะท้านไปทั้งร่างกายและหัวใจ ตอกย้ำให้ได้รู้ว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่จะสอนเกมทางกายให้เธอได้โหยหา...        ทันทีที่ชีวิตของนางบำเรอเริ่มขึ้น เธอก็ได้รู้ว่ามีผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งฐานะและชาติตระกูล คู่ควรที่จะยืนเคียงข้างเขารออยู่แล้ว แต่สัมผัสทางกายอันเร่าร้อนที่เขามอบให้ทุกคืนวันเป็นเหมือนบ่วงล่อที่ผลักให้เธอดำดิ่งลงไปในหุบเหวแห่งเสน่หาจนยากที่จะถอนตัว          เมื่อสบโอกาส ‘หนี’ จึงไม่รั้งรอที่จะแหกกฏของเขาเช่นกัน!! แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยให้นางบำเรอก้าวลงจากเตียงในเวลาที่ยังติดใจเธอเช่นนี้ ที่สำคัญเธอยังหอบเอา ‘ทายาท’ อันดับหนึ่งของเขาติดท้องไปด้วย แล้วมันจะเป็นไรไปถ้าจะเลื่อนขั้นนางบำเรอมาเป็นเมียตีตรา ด้วยเหตุผลที่ว่า...          ‘ฉันรักความเป็นคนดีของเธอ รักความดื้อรั้นของเธอ รักในความคิดของเธอ รักที่เธอกล้าเถียงฉันคอเป็นเอ็น รักที่เธอกล้าดุ กล้าตวาด กล้าถลึงตาใส่ฉัน เข้าใจไหมว่าฉันรักทั้งหมดที่เป็นชมพู่ ชยาภา’
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น