นางบำเรอเลื่อนขั้น อัครรัฐ-ชยาภา

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 3 จูบฝังใจ 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,048
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    15 มิ.ย. 60

เสียงตึก... ตึก... ตึก... ที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทำให้ร่างสูงใหญ่ที่นอนหงายอยู่บนเตียงผู้ป่วยผงกหัวขึ้นมองตามเสียงนั้น ทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่านั่นคือใคร

          “หึ... จัดการปิดข่าวทั้งหมด อย่าให้หนังสือพิมพ์ฉบับไหนเล็ดลอดข่าวออกมาได้ว่า รองประธานกลุ่มพิพิธรีโซเทล พลาดท่าเสียที โดนผู้หญิงกลางคืนวางยาปลุกเซ็กซ์ถึงกับต้องนอนโรงพยาบาล!

          น้ำเสียงเย้ยหยันของผู้เป็นพ่อที่ดังขึ้นทำให้อัครรัฐทิ้งศีรษะได้รูปลงบนหมอนใบใหญ่อย่างระอาใจ    ไม่มีคำพูดใดๆหลุดรอดออกจากปากบึกบึนแม้เพียงครึ่งคำ

          “ผมจัดการเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ รับรองว่าจะไม่มีข่าวซุบซิบใดๆที่ทำให้คุณท่านระคายเคืองหูแม้แต่น้อยครับ สบายใจได้” คุณสมชาย ทนายความวัยกลางคนซึ่งรั้งตำแหน่งคนสนิทของคุณพิพิธ พิพิธณรงค์ รับคำอย่างหนักแน่น พลางเลื่อนเก้าอี้ให้เจ้านายทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงคนไข้อย่างนอบน้อม

          “เห็นรึยังว่าต่อให้เก่งกาจ เชี่ยวชาญแค่ไหน มันก็ต้องมีสักวันที่ผู้ชายเสเพลพลาดท่าเสียทีให้กับมารยาหญิงกลางคืน”

          อัครรัฐฟังน้ำเสียงที่ต่อว่าอย่างจริงจังพร้อมมองผู้เป็นพ่อซึ่งใช้ไม้เท้ากวัดแกว่งในอากาศ ตามอารมณ์อันคุกรุ่น เดาได้ว่าหากยังแข็งแรง ลุกขึ้นเดินเหินได้เป็นปกติคงไม่แคล้วโดนฟาดด้วยไม้เท้านี้เป็นแน่

“พ่อก็พูดซะผมเสียหาย พอผมรู้ว่าถูกวางยา ผมก็พาตัวเองกลับมาอย่างปลอดภัย ไม่ได้เสียตัวให้ใครสักหน่อย”

          “ไอ้ลูกไม่รักดี!... แกนี่มันเหลือทนจริงๆนะ ร็อก!” พิพิธถึงกับเงื้อมืออยากหวดไม้เท้าสั่งสอนลูกชายเพียงคนเดียวเสียนาทีนี้ พร้อมกับลดไม้เท้ามาเคาะบนพื้นอย่างระงับอารมณ์ สองมือเหี่ยวย่นตามกาลเวลาประสานกันแน่นบนหลังไม้เท้าซึ่งแกะสลักลวดลายเป็นหัวมังกรอย่างงดงาม ข่มใจพูดกับลูกชายด้วยน้ำเสียงประนีประนอม

“แกจะเลิกใช้ชีวิตเสเพลได้รึยัง รู้แก่ใจแล้วรึยังว่าเดี๋ยวนี้ภัยอันตรายมันรอบตัว และมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะผู้หญิง ผู้ชายที่ผ่านผู้หญิงมานับไม่ถ้วนอย่างแกก็กลายเป็นผู้ถูกล่าได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเลิกเที่ยวกลางคืน แล้วเริ่มมองหาผู้หญิงดีๆสักคนที่จะมาอยู่ข้างๆแกได้แล้ว”

          อัครรัฐส่ายหน้าดิกอย่างไม่ยอมท่าเดียว “ไม่เด็ดขาด พ่ออย่าเอาเรื่องขี้ผงพวกนี้มาตีตรวนชีวิตโสดของผมน่า... ผมแค่โดนวางยาถ้าเมื่อคืนเรียกผู้หญิงมาให้ผมสักคนสองคนก็สิ้นเรื่อง ไม่เห็นต้องทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ ส่งตัวเข้าโรงพยาบาลแบบนี้ให้ยุ่งยาก”

          ใช่ว่าชีวิตวัยหนุ่มที่ผ่านมาในต่างแดน เขาจะไม่เคยลองใช้ยาปลุกอารมณ์พวกนี้เสียเมื่อไหร่ แต่นั่นเพราะความคะนองอยากรู้ว่าเมื่อร่างกายได้รับยากระตุ้นประสาทพวกนี้แล้ว ในยามที่ปลดปล่อยความต้องการในร่างกายมันจะสนุกสุดเหวี่ยงแค่ไหน

เมื่อสามารถให้คำตอบกับตัวเองได้แล้วว่าการปลดปล่อยน้ำเชื้อในขณะที่มีสติเต็มร้อยนั้น มันรับรู้ได้ถึงการปลดปล่อยและยังปลอดภัยที่สุดอีกด้วย หากแต่ไม่กล้าเอ่ยปากบอกผู้เป็นพ่อ ซึ่งบัดนี้สีหน้านั้นบ่งบอกว่ากำลังโกรธจัด!

          “อะ...ไอ้ลูกไม่รักดี แกต้องให้ฉันอกแตกตาย เส้นเลือดในสมองแตกไปก่อนใช่ไหม ถึงจะสำนึกในความผิดที่ตัวเองก่อ”

          “ใจเย็นๆครับคุณท่าน...” สมชายปรี่เข้ามาลูบแผ่นหลัง หน้าอกเจ้านายด้วยความเป็นห่วงแต่กลับถูกสะบัดออกอย่างแรงพร้อมกับเสียงตวาดดุ จนต้องถอยหลังกลับมายืนที่ตำแหน่งเดิม

          “อยากเห็นฉันนอนตายตาไม่หลับหรือยังไง แกถึงได้ทำตัวน่าโมโหอย่างนี้ แกจะให้ฉันเอาหน้าที่ไหนไปพบแม่แก จะให้ฉันไปโดยที่ยังส่งแกไม่ถึงฝั่ง ไม่เห็นหน้าหลานน่ะเหรอ แกจะใจดำกับพ่ออย่างฉันขนาดนั้นเลยเหรอร็อก?” พิพิธเริ่มใช้ไม้ตาย ยกเอาเรื่องภรรยาผู้ล่วงลับไปแล้วมาอ้าง เพราะมันคงเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ลูกชายอ่อนข้อลงบ้าง

          “โธ่!... พ่อครับ ผมยังรู้สึกสนุกกับชีวิตโสดอยู่ ยังใช้มันไม่เต็มอิ่มแล้วผมก็ยังไม่เจอผู้หญิงที่จะมานอนเตียงเดียวกัน อีกอย่างพ่อก็ยังแข็งแรง ยังไงก็ต้องได้เห็นหน้าหลานก่อนไปเจอแม่ล่ะน่า...” อัครรัฐบอกด้วยนำเสียงทีเล่นทีจริง เหล่ตามองพ่อที่นั่งหน้าบึ้งเพราะพูดไม่ออก

          “แล้วเมื่อไหร่แกจะเต็มอิ่มกับชีวิตโสด?” พิพิธกดเสียงต่ำถาม

          “ผมกำหนดวันเวลาที่แน่นนอนไม่ได้ ก็ถ้าเจอเธอคนนั้นล่ะมั้งครับ” อัครรัฐตอบแบบขอไปที

          “แล้วถ้าฉันเป็นคนหาผู้หญิงคนนั้นมาให้แกเองล่ะ”

          “พ่อกำลังลืมสัญญาลูกผู้ชายของเรา จำได้ไหม...”

          “ฉันไม่ได้ลืม ถ้าฉันลืม ฉันจับแกแต่งงานกับผู้หญิงตระกูลดีสักคนไปนานแล้ว” พิพิธพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่ลูกชายตัวดีจะทวงสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อกัน “ก็แค่อยากจะแนะนำผู้หญิงดีๆให้ ลองคุยกันดูก่อน ถูกใจไม่ถูกใจก็ค่อยว่ากัน”

          “แล้วถ้าพวกเธอดีจริงทำไมยังโสด” อัครรัฐเริ่มใช้แขนแข็งแรงทั้งสองข้างพยุงตัวเองลุกขึ้นมาพิงแผ่นหลังเข้ากับหัวเตียง ถามอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน

          “ก็เหมือนแกไง ถ้าดีจริงแล้วทำไมยังไม่มีเมีย อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว”

          อัครรัฐไหวหัวไหล่กว้างอย่างไม่สะทกสะท้าน “ผมไม่เคยพูดนะ ว่าตัวเองเป็นคนดี ผมแค่เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลงถึงจะผิดศีลห้ามากกว่าหนึ่งข้อแต่ก็ไม่เคยเคลมผู้หญิงที่มีเจ้าของ นอกเสียจากว่าเธอจะโกหก ไม่เอาน่า... พ่อก็รู้ว่ายังไงๆ ผมก็ไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงที่ผมไม่ได้รัก แล้วผมก็ทำงานที่พ่อมอบหมายให้เป็นอย่างดี ไม่มีข้อผิดพลาดให้พ่อต้องหนักใจ พ่อจะมาใช้ไม้นี้กับผม มันไม่แฟร์นะ!

          พิพิธถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ รู้ดีล่ะว่าอัครรัฐบริหารธุรกิจต่อจากตนได้อย่างชาญฉลาด ไม่เพียงไม่มีข้อบกพร่องแต่ยังสามารถนำพากลุ่มพิพิธรีโซเทลก้าวไปคว้ารางวัลการันตีระดับโลกได้หลายสาขา จนสามารถก้าวขึ้นไปเป็นโรงแรมหรูระดับโลกได้

หากแต่ความหวังดีของคนเป็นพ่อแม่ ไม่เพียงอยากเห็นลูกประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานเท่านั้น แต่ยังอยากเห็นลูกมีครอบครัวและชีวิตส่วนตัวอย่างสมบูรณ์ และดูเหมือนว่าผู้เป็นลูกชายยังไม่เข้าใจและเห็นความสำคัญในเรื่องนี้เท่าใดนัก

          “ตกลงว่าแกยังจะใช้ชีวิตเสเพล สำมะเลเทเมาอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ฉันจะตายวันนี้พรุ่งนี้แกก็ไม่สนใจใช่ไหม?” พิพิธเริ่มขึ้นเสียงอีกครั้งพร้อมมองลูกชายที่เป็นหนุ่มเต็มตัวใช้สองมือทึ้งผมตัวเอง ทำราวกับว่ามันยุ่งยากเสียยิ่งกว่าการเจรจาธุรกิจพันล้าน

          “พ่อก็พูดซะผมดูแย่ ผมแค่ยังรักความโสดของผมเท่านั้นเอง อีกอย่างพ่อแข็งแรงดีออก ถ้ามีเมียอีกคนคงมีน้องให้ผมได้แน่ๆ”

          “ไอ้ร็อก! ไอ้ลูกเลว ฉันจะตายก็เพราะความกะล่อนของแกนี่ล่ะ!” พิพิธพูดพร้อมลูบหน้าอกตัวเองไม่เบานัก

          “อ้อ... แล้วพ่อก็เลิกคิดเรื่องไปพบแม่ไปก่อนเพราะมันอีกนานเลยครับ” อัครรัฐพูดแสร้งทำสีหน้าจริงจัง ทั้งที่ความจริงแล้วไม่อยากให้ท่านเครียดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องนี้นัก แต่ดูเหมือนว่าผู้เป็นพ่อจะโมโหมากกว่าเดิม ท้ายที่สุดทนายความซึ่งรับใช้คุณพิพิธมาช้านานต้องเข้าห้ามศึก วิวาทะของสองพ่อลูกอีกเช่นเคย

          “โธ่!... คุณร็อกก็อย่ายั่วโมโหคุณท่านนักเลยครับ” สมชายปรามเจ้านายอีกคนแล้วรีบหลุบสายตามองพื้นทันที

          “สมชาย แกจัดการสอบถามดีแล้วใช่ไหมว่าไม่มีใครเข้าใกล้ร็อก ในตอนที่โดนวางยา” พิพิธถามเสียงดุเพราะเท่าที่ได้รับรายงานมานั้น มีพนักงานสาวคนหนึ่งเป็นผู้แจ้งอาการที่เกิดขึ้นให้หัวหน้าแผนกแม่บ้านได้รับรู้

          “ผมถามหัวหน้าแผนกแม่บ้านมาเป็นอย่างดีแล้วครับ พนักงานคนดังกล่าวเป็นคนทำความสะอาดเพนท์เฮาส์ของคุณร็อก เธอขึ้นไปหยิบโทรศัพท์มือถือให้หัวหน้าแผนกแม่บ้านซึ่งขึ้นไปตรวจตราความเรียบร้อย และก็ลงมารายงานอาการของคุณร็อกครับ” สมชายรายงานอย่างละเอียด “ท่านวางใจได้ครับ คือระยะเวลามันรวดเร็วมาก ถ้าเธอถูกคุณร็อก อะ...เอ่อ ใช้งานคงไม่กลับลงไปรายงานได้รวดเร็วอย่างนั้นครับ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น