นางบำเรอเลื่อนขั้น อัครรัฐ-ชยาภา

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 2 จูบแรกที่ยากจะลืม 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    14 มิ.ย. 60

“ก็ไม่เลวนะคะ ความจริงชมพู่เก็บเงินได้มากกว่างานประจำที่เคยทำซะอีก ถ้าได้อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆก็คงดี ระหว่างที่ส้มโอกับองุ่นเพิ่งเรียนจบ หางานทำยังไม่ได้ ชมพู่ก็จะได้ทำงานเป็นหลักต่อไป ไม่อยากไปเร่งรัดน้องน่ะค่ะ รู้ดีว่างานสมัยนี้มันหายาก งานดีๆมันมีมากกว่าคน งานไม่ดีก็ไม่อยากให้น้องทำ”

คนเป็นพี่ที่ต้องรับภาระส่งเสียน้องสาวฝาแฝดจนจบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยคิดพลางก้าวเข้าไปอยู่ในรถไฟฟ้าพร้อมๆกับแฟนหนุ่ม ซึ่งรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงขยัน นิสัยดี จิตใจดี ต่อให้ห้ามปรามอย่างไรก็คงไม่มีทางเป็นไปได้เพราะเรียกได้ว่า เธอทำงานเพื่อน้องสาวฝาแฝดทั้งสองอย่างที่ไม่เคยเกรงกลัวต่อความเหน็ดเหนื่อย

          ชยาภา อำนวยพรหรือชมพู่ หญิงสาววัย 25 ปี พี่สาวคนโตของครอบครัวเล็กซึ่งมีน้องสาวฝาแฝดอีกสองคน

เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดของครอบครัวเพราะบิดาและมารดานั้นด่วนจากไปอย่างกะทันหันเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อราวห้าปีที่ผ่านมา

ชยาภาจึงต้องทำหน้าที่เป็นเสาหลักของครอบครัวตั้งแต่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยชั้นปีที่สอง หญิงสาวทำงานทุกอย่างโดยไม่เกรงกลัวต่อความเหน็ดเหนื่อย

ด้วยเป็นคนที่มีใบหน้างดงาม รูปร่างผิวพรรณผุดผ่องทำให้หลายครั้งหลายครามีเพื่อนนักศึกษาชักชวนให้ทำงานพิเศษ นั่นคือการเป็นบ้านเล็กบ้านน้อยของอาเสี่ยกระเป๋าหนัก

หากแต่ความใฝ่ดีและเชื่อมั่นในคำพร่ำสอนของพ่อแม่นั้นเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจให้หญิงสาวรูปร่างอ้อนแอ้น แต่หัวใจกลับแข็งแกร่ง เลือกดำเนินชีวิตอย่างยากลำบากและหวังว่าสักวันเมื่อสำเร็จการศึกษา มีการงานอย่างมั่นคงจะสามารถยืนด้วยตัวเองอย่างภาคภูมิ

          ซึ่งสิ่งเหล่านั้นกำลังก่อร่างสร้างตัวให้เห็นเป็นรูปธรรมขึ้นเรื่อยๆ ความมานะ อุตสาหะ ทำให้ชยาภาสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ทั้งยังสามารถส่งเสียน้องสาวฝาแฝดให้เรียนจบในระดับเดียวกันได้อีกด้วย อีกทั้งตอนนี้ยังมีผู้ชายแสนดีที่คอยให้กำลังใจ คอยเป็นห่วงเป็นใยยืนอยู่เคียงข้างไม่ห่างกาย

ทั้งคู่เริ่มพูดคุยถึงอนาคตที่กำลังสร้างขึ้นด้วยกันหลังจากที่หญิงสาวหมดภาระจากน้องสาวฝาแฝดทั้งสองในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ทันทีที่ทั้งคู่สามารถหางานทำที่มั่นคง หารายได้เลี้ยงชีพอย่างสุจริต

 

          ราวหนึ่งชั่วโมงต่อมาสองหนุ่มสาวที่เดินทางมาถึงบ้านเช่าหลังเล็กๆ ซึ่งอยู่สุดซอยที่ไม่เคยมีเรื่องปล้นชิงวิ่งราวให้ได้ขวัญเสียเท่าไหร่นัก แต่รวิก็ไม่เคยไว้ใจกับภัยมืดเหล่านี้เลย

ชายหนุ่มจะต้องไปรับแฟนสาวแล้วส่งเธอให้ถึงประตูบ้านทุกวันจึงจะวางใจและวันนี้ก็เป็นเหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา

          “ขอบคุณนะคะมาส่งถึงหน้าบ้านทุกวันแล้วตัวเองก็ต้องเสียเวลาพักผ่อนไปอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน” ชยาภาพูดด้วยน้ำเสียงสดใสทันทีที่เดินมาถึงบ้านเช่าหลังเล็กๆของตน

          “ทำไมต้องพูดเหมือนคนเกรงใจกันอย่างนั้น ระหว่างเราต้องมีคำว่าขอบคุณด้วยหรือไง พี่จะนอนหลับไปได้ยังไงถ้าไม่เห็นกับตาว่าชมพู่ถึงบ้านกับตาตัวเอง” รวิพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “อ้อ! ระหว่างที่ชมพู่ทำงานกะดึกอยู่อย่างนี้ พี่ก็คงต้องมาส่งที่บ้านไปเรื่อยๆนั่นแหละ”

          “ค่า... ตามใจพี่โต้งก็แล้วกัน ชมพู่รู้ว่าห้ามไปพี่โต้งก็ไม่เชื่อหรอก ไม่ชวนเข้าบ้านนะคะ ดึกมากแล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นมาร้อยมาลัยส่งป้าหน้าปากซอยอีก”

          “จ้ะ ทำงานหนักก็ทานข้าวเยอะๆด้วยนะ ผอมจนจะปลิวลมอยู่แล้ว” รวิรู้ดีว่าแฟนสาวต้องทำงานหนักและขยันกว่าคนทั่วไปอยู่หลายเท่าเพราะมีภาระใหญ่หลวงต้องรับผิดชอบ

วันที่เธอหมดภาระต้องส่งเสียน้องสาวและสามารถทำงานเก็บหอมรอบริบได้นั้นก็เริ่มจะมีความหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน

“ไปแล้วนะ บายจ้า...”

          ชยาภาอมยิ้มพร้อมโบกมือลาแฟนหนุ่ม “บายค่า... พรุ่งนี้เจอกัน”

          “ฮะแฮ่ม!” เสียงกระแอมที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้ชยาภาหันขวับเพราะรู้ดีว่ามีคนเสียมารยาทแอบฟังคนอื่นคุยกัน

          “แอบฟังคนอื่นคุยกันอีกแล้วนะเราน่ะ” ชยาภาปรามน้องสาวด้วยน้ำเสียงดุอย่างไม่จริงจังนัก

          กันตาภาอมยิ้มพลางหมุนตัวเดินตามพี่สาวเข้ามานั่งบนโต๊ะรับประทานอาหารชุดเล็กๆที่ตั้งอยู่หน้าทีวีรุ่นธรรมดา “คนอื่นที่ไหน พี่สาวกับว่าที่พี่เขยคุยกัน อีกอย่างไม่ได้แอบสักหน่อย เสียงคุยกันมันลอยมากระทบหูส้มโอเอง”

          ชยาภาถอนหายใจพร้อมส่ายหน้าให้กับความแสนซนของน้องสาวตัวเอง “เมื่อเช้าพี่โอนตังค์ให้เราสองคนแล้ว องุ่นโทรมารึเปล่า?”

          “โทรมาแล้ว... องุ่นว่าโทรหาพี่เหมือนกันแต่ไม่รับสาย สงสัยติดงาน ได้ยินองุ่นบอกว่าได้งานพาร์ทไทม์ใหม่แล้ว รายได้ดีอยู่เหมือนกัน เขาคิดค่าแรงให้เป็นชั่วโมง” กันตาภาหรือส้มโอฝาแฝดคนพี่ของนีราภาหรือองุ่น รายงานพี่สาวคนโต

          “แล้วองุ่นได้งานอะไร ถามน้องรึเปล่า?”

          กันตาภา ฝาแฝดคนพี่ที่ลืมตาดูโลกก่อนไม่ถึงห้านาทีส่ายหน้าพร้อมยิ้มแหยๆ “ยังไม่ทันได้ถามอะไร องุ่นก็รีบวางสายไปเพราะบอกว่าลูกค้ามาพอดี เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยโทรไปถามอีกทีแล้วกัน”

          “ข้อความไปถามไม่ได้เหรอ พี่อยากรู้ว่ามันงานอะไร อันตรายรึเปล่า” ชยาภาถามด้วยความร้อนใจพลางควานหาโทรศัพท์ของตนขึ้นมาเพื่อส่งข้อความถึงน้องสาวคนเล็กที่อยู่ไกลถึงเชียงใหม่

          “ส้มโอส่งข้อความไปถามตั้งแต่วางสายแล้ว แต่องุ่นยังไม่อ่านข้อความเลย สงสัยจะปิดเสียงแจ้งเตือนไว้ พรุ่งนี้ค่อยโทรถามใหม่ก็ได้ คงหลับไปแล้วล่ะ ตอนนี้ดึกแล้วด้วย”

กันตาภาเพิ่งเรียนจบในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของรัฐบาลบอกกับพี่สาว พลางเลื่อนชามบะหมี่ที่ซื้อติดมือเข้ามาจากหน้าปากซอยไว้ตรงหน้าชยาภา

“พี่ทานบะหมี่แล้วอาบน้ำเข้านอนเลยนะ พรุ่งนี้ตื่นสายได้เพราะส้มโอจัดการร้อยมาลัยให้เรียบร้อยแล้ว พี่ออกไปทำงานก็เอาไปส่งป้าได้เลย”

          ชยาภาเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเพราะปกติกันตาภานั้นเป็นเด็กสาวแก่นเซี้ยว ไม่ค่อยชอบทำงานฝีมือ ยิ่งการร้อยมาลัยขายยิ่งต้องมีความละเอียดให้ดูสวยงามสมราคา

“ไหนว่าไม่ชอบไง แล้ววันนี้นึกยังไงถึงร้อยมาลัยได้ตั้งหลายพวง แล้วทำสวยรึเปล่า ไม่ใช่ต้องให้พี่ไปซื้อดอกไม้มาทำใหม่เปลืองตังค์ไปอีกนะ”

          “โธ่! ฝีมือส้มโอซะอย่าง รับรองว่าไม่ทำให้ขายหน้า ความจริงก็ทำได้แหละแต่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่” กันตาภาบอกพลางยิ้มอย่างดีใจเมื่อเห็นพี่สาวตั้งหน้าตั้งตารับประทานบะหมี่อย่างเอร็ดอร่อย จึงลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เย็นพร้อมรินน้ำใส่แก้วมาเสิร์ฟให้พี่สาว

“ส้มโอว่าเพลาๆลงบ้างก็ได้นะเรื่องทำงานน่ะ ความจริงส้มโอกับองุ่นก็ทำงานเก็บตังค์พอที่จะเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวได้ เห็นพี่ทำงานหนักกลับบ้านดึกดื่นอย่างนี้แล้วพวกเราไม่สบายใจเลย มันอันตรายมากนะ เดี๋ยวนี้พวกโจรปล้นจี้ยิ่งเยอะอยู่ด้วย”

          ชยาภาอมยิ้มเมื่อได้ฟังน้องสาวที่มีอายุห่างจากตนสี่ปี แต่กำลังพูดจากเหมือนแม่แก่ เตือนให้ระวังภัยสังคม “จะมาจี้เอาอะไรจากพี่ล่ะ เงินทองนี่ไม่เคยพกติดตัวเกินห้าร้อยบาทหรอกนะ”

          “พูดเป็นเล่นไป นี่พวกเราเป็นห่วงพี่จริงๆ นะ สวยๆ อย่างพี่น่ะ โจรชั่วมันไม่อยากได้เงินหรอกค่า...” กันตาภาลากเสียงยาวอย่างประชดประชัน รู้ดีว่าพี่สาวของตนนั้นแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจในสิ่งที่ตนพูด

          “พี่รู้จักระวังตัวน่า... ความจริงจากนี้ไปพี่อยากให้ส้มโอกับองุ่นตั้งใจหางานดีๆที่มีความมั่นคงมากกว่า ไม่ต้องมากังวลใจกับค่าใช้จ่ายเพราะพี่สามารถส่งเสียให้เราสองคนได้อยู่แล้ว พี่เคยผ่านช่วงนี้มาก่อน มันลำบากใจทั้งจะหางานทั้งจะมาคิดเรื่องค่าใช้จ่าย มันจะทำให้เราไม่มีรสมาธิ ค่อยๆหาไปเรื่อยๆ อย่าไปเร่งรีบมาก ไม่ต้องห่วงพี่ ยังไงเสียพี่สามารถส่งเราได้จนเรียนจบ จะหาเงินส่งเสียต่อไปอีกก็ไม่ได้ลำบากอะไร” ชยาภาบอกอย่างคนที่มีความรับผิดชอบในตัวอยู่เต็มเปี่ยม แต่เมื่อเห็นสีหน้าของน้องสาวซึ่งเป็นกังวลและมีท่าทีว่าไม่เห็นด้วยมากขึ้นจึงเปลี่ยนน้ำเสียงให้จริงจังลงเล็กน้อย

“ความจริงพี่ทำงานหนักอีกแค่ไม่กี่เดือนนะ ถ้าเราสองคนได้งานทำพี่ก็จะอยู่บ้านเฉยๆ ให้ส้มโอกับองุ่นเลี้ยงบ้าง”

          กันตาภาหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงสดใสเมื่อได้ยินเช่นนั้นพลางมองพี่สาวที่ยกแก้วน้ำสะอาดขึ้นดื่มเมื่อรับประทานบะหมี่จนเกลี้ยงชาม “เลี้ยงน่ะเลี้ยงได้... แต่พี่โต้งคงไม่ยอมเพราะดูท่าอยากอาสาเลี้ยงพี่จนตัวสั่น แล้วถ้ามีตัวเล็กออกมาร้องแงๆคงได้อยู่บ้านจริงๆล่ะค่ะ”

          ชยาภาหน้าแดงก่ำเมื่อได้ยินคำพูดของน้องสาวที่พูดไกลไปถึงเด็กตัวน้อยซึ่งตนยังไม่เคยคิดเช่นนั้น “อย่าไปพูดให้ใครได้ยินเชียวนะ เดี๋ยวคนอื่นจะมองเราไม่ดี” จบคำพูดก็ลุกขึ้นพร้อมถือชามบะหมี่เดินเข้าไปในส่วนที่แบ่งเป็นห้องครัวเล็กๆด้วยความเขินอาย

          “พูดเรื่องจริงก็ต้องอายด้วย พี่นี่ขี้อายจริงๆ” กันตาภาเดินตามแต่กลับหยุดตรงหน้าประตูห้องนอนของตัวเอง

          ชยาภาฟังเสียงเจื้อยแจ้วของน้องสาวที่มักล้อเลียนตัวเองเสมอ นี่ยังดีที่อยู่แค่คนเดียว หากนีราภาฝาแฝดคนน้องอยู่สมทบด้วยแล้วล่ะก็... เธอซึ่งเป็นพี่ใหญ่อย่าหวังว่าจะพูดทันแฝดคู่นี้เชียว

“รีบๆเข้านอนได้แล้วส้มโอ พรุ่งนี้ออกสายรถติดแล้วอย่ามาบ่นนะ!

          “เชอะ! ไปก็ได้ แค่นี้ต้องขู่ด้วย” กันตาภาพูดพร้อมยอมกลับเข้าห้องของตนไป เมื่อพี่สาวขู่ด้วยน้ำเสียงเอาจริง

          ชยาภาเช็ดมือกับผ้าขี้ริ้วผืนเก่าทว่าดูสะอาดหลังจากลงมือล้างชามบะหมี่ที่เพิ่งรับประทานเรียบร้อยพลางคิดถึงอดีตที่ผ่านมา ซึ่งจะว่าไปแล้วมันก็ไม่ได้สวยหรูอย่างที่ฝันไว้ในช่วงวัยเยาว์

การสูญเสียบิดา มารดาผู้เป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันหวนกลับทั้งยังกะทันหันนั้น ทำให้ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งอีกหลายเท่าตัว นับจากต้องทำงานหาค่าใช้จ่ายในส่วนของตนซึ่งยังเรียนอยู่ แล้วยังมีน้องสาวฝาแฝดอีกสองคนที่ต้องดูแล อบรมสั่งสอน ปลอบประโลมให้เหมือนดังเช่นที่ตนได้รับมา

          จากวันนั้นมาถึงวันนี้ หญิงสาวภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่สามารถส่งเสียน้องสาวฝาแฝดทั้งสองจนสำเร็จการศึกษา แล้วทั้งคู่ยังรู้จักคิด รู้จักทำงานพาร์ทไทม์หารายได้พิเศษเป็นค่าใช้จ่ายของตัวเอง ไม่ทำตัวออกนอกลู่นอกทางตามสิ่งแวดล้อมอันยั่วยุ

เมื่อคิดถึงวันที่น้องสาวทั้งสองสวมชุดพระราชทานปริญญาบัตรนั่นก็ทำให้ความเหน็ดเหนื่อยที่เกิดจากการตรากตรำทำงานหนักนั้นเลือนหายไปจนสิ้น อีกไม่นานอนาคตที่วาดหวังว่าจะสร้างครอบครัวเล็กๆกั บผู้ชายที่รักสักคน

แน่นนอนว่าคงไม่ได้ร่ำรวย ฟู่ฟ่าบนกองเงินกองทอง หากแต่พรักพร้อมด้วยความรักความอบอุ่นดังเช่นที่ตนเคยได้รับมาตลอดเวลา

          ทันใดนั้นภาพของผู้ชายหล่อเหลาเปี่ยมไปด้วยพลังดึงดูดทางเพศซึ่งปล้นจูบแรกของวัยสาวไปอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน!

ความวาบหวาม รัญจวนใจที่เพิ่งเคยได้สัมผัสลามเลียไปทั่วโพรงปากจนมือเรียวบางต้องยกขึ้นมาสัมผัสแผ่วๆ ที่ริมฝีปากตัวเองราวกับละเมอ แต่เพียงแวบเดียวชยาภาก็สะบัดหน้าแรงๆ จนผมเผ้ากระจาย

เมื่อคิดได้ว่าไปนึกถึงคนที่ไม่ควรพลางส่ายหน้าให้กับความคิดของตัวเองพร้อมเดินเข้าห้องส่วนตัว จัดการอาบน้ำชำระร่างกายแล้วล้มตัวลงนอนหลับสนิทในไม่กี่นาทีต่อมา

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น

  1. #7 โอ้มิสเตอร์~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:57

    ตามพล็อตเรื่ิองแฟนหนุ่มที่ดูแสนดีคงโดนแย่งแฟนแน่นอน NTR

    #7
    0