นางบำเรอเลื่อนขั้น อัครรัฐ-ชยาภา

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 7 หายนะของเด็กเลี้ยงแกะ 3 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 718
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    21 ส.ค. 60

“ไม่รู้ ไม่รู้อะไรทั้งนั้น ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ฉันจะไปแจ้งความ พาตำรวจไปจับไอ้บ้ากามนั่น” เมื่อเข้ามาถึงด้านใน ชยาภารวบรวมกำลังทั้งหมดสะบัดตัวเองให้หลุดออกจากการเกาะกุม “ฉันจำผู้ชายคนนั้นได้ นั่นมันเพื่อนสนิทของคุณ ฉันจะแจ้งความเอาพวกคุณเข้าคุกทั้งคู่เลยคอยดู”

          ทำไมเธอจะจำเพื่อนสนิทของเขาไม่ได้ ผู้ชายที่ร่ำรวยด้วยฐานะทางสังคม หน้าตาหล่อเหลากระชากใจสาวน้อยใหญ่ ย่อมต้องเป็นที่รู้จักกันไปทั่วอยู่แล้ว!

          “ฉันนี่คิดผิดจริงๆ ไม่น่าเอ่ยปากห้ามทัตเทพเลย น่าจะให้มันพาแม่สาวน้อยแสนน่ารักไปชมสวรรค์สักรอบสองรอบเสียก่อน ฉันรึอุตส่าห์หวังดีเอ่ยปากขอเอาไว้ก่อนเห็นว่าเด็กคนนี้เป็นน้องสาวเธอ ตอนนี้น้องสาวของเธอปลอยภัยดี ยังไม่บุบสลาย แต่ก็ยังไม่ฟื้นเหมือนกัน รู้ไหมว่าทัตเทพจ่ายเงินไปตั้งห้าแสนเชียวนะ” น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยนั่นยิ่งทำให้ชยาภาร้อนใจมากขึ้น “ทางที่ดี เธอไปหาเงินสักห้าหกแสนไปไถ่ตัวน้องสาวคืนดีกว่า อย่าไปหวังพึ่งตำรวจเลย เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นทุกวินาที ถ้าคิดจะจับกันจริงๆ เธอก็คงได้น้องสาวกลับมาในตอนที่เสียสาวไปแล้ว อ้อ... จะเตือนให้รู้ไว้อีกอย่างนะ! ถ้ามีเงินซื้อความสุขได้มากถึงห้าหกแสน คงไม่มีใครยอมให้ตำรวจจับแล้วมาขายหน้าตัวเองได้ง่ายๆ หรอก”

          “คุณ! พวกคุณมัน...” ชยาภาชี้หน้าผู้ชายที่พูดจาเห็นแก่ตัวเพราะไม่รู้จะไปหาเงินมากมายนั่นจากที่ไหน

          “อ๊ะๆ เตือนไว้ก่อนนะว่าอย่าคิดจะปากกล้าด่าว่าฉันอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะถอนคำพูดที่ห้ามทัตเทพไว้ทันที เธอน่าจะรู้นะว่าถ้าฉันทำอย่างนั้นแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น!” อัครรัฐเอ่ยชื่อของเพื่อนสนิท ขู่เธอซ้ำแล้วซ้ำอีก

          “ฉันจะเชื่อคุณได้ยังไง คุณอาจจะสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเพื่อเอาคืนฉันก็ได้ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดว่าพี่โต้งจะหักหลังพวกเราได้อย่างนี้” ชยาภาพูดในขณะที่มือก็กดโทรศัพท์ต่อสายหากันตาภาและรวิไม่หยุดหย่อน แต่ไม่มีใครรับสายเลยสักคน “ฉันต้องได้ยินจากปากของน้องสาวฉันก่อน ฉันจะไม่เชื่อใครง่ายๆ โดยเด็ดขาด”

          “น้องสาวเธอยังไม่รู้สึกตัวจะฟื้นขึ้นมารับโทรศัพท์ได้ยังไง ส่วนไอ้รวิ มันคงคาบเงินห้าแสนหิ้วผู้หญิงสักคนไปกกแล้วมั้ง แล้วดึกๆ ค่อยหน้าตื่นกลับมาหาว่าทำน้องสาวเธอหายไป” อัครรัฐว่าพลางกวาดสายตามองร่างอ้อนแอ้นที่เดินกลับไปกลับมาด้วยความว้าวุ่นใจ

          “พี่โต้งคบกับฉันมานาน เขาเป็นคนดี ไม่มีทางที่จะคิดทรยศ ทำกับเราพี่น้องแบบนี้”

          “เฮอะ!... เธอทำงานที่โรงแรมมาไม่เคยได้ยินเขาพูดกันเหรอ รวิน่ะมันเสือผู้หญิง เมื่อก่อนที่มันอยู่จัดซื้อ มันก็เป็นคนจัดซื้อทุกอย่างมาให้ฉันทั้งคนทั้งของ หรือถ้าไม่เคยรู้มาก่อนก็รู้เอาไว้ซะ”

          “งั้นฉันจะไปหาน้องเอง ถอยไป อย่ามาขวางทาง!” ชยาภาตวาดร่างสูงใหญ่ที่ยืนขวางประตูจนมิด เรื่องอื่นไม่อยากคิดเอามาใส่ใจ สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือความปลอดภัยของกันตาภา

          “รู้เหรอว่าเขาอยู่กันที่ไหน” อัครรัฐยิ้มกริ่มในใจเมื่อคำถามนั้นทำให้หญิงสาวหยุดชะงักได้ “นี่... จะบอกอะไรให้นะ เธอควรพูดกับฉันดีๆ จะขอร้องหรืออ้อนวอนก็ได้ เพราะมีฉันคนเดียวเท่านั้นแหละที่จะเอ่ยปากขอน้องสาวเธอจากทัตเทพได้”

          ชยาภาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบอย่างค้นคว้า ไม่เข้าใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้มันเป็นเพียงความบังเอิญหรือความตั้งใจของใครกันแน่ “ฉันไม่เข้าใจ ไม่มั่นใจ ไม่เชื่อใจคุณ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นราวกับมีคนจัดฉากไว้ และฉันก็มั่นใจว่าคนคนนั้นคือคุณ”

          “ฮ่าๆ... อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลยน่า... ชยาภา! ฉันยอมรับว่าเธอสวยถูกใจ แต่คนอย่างฉันคงไม่ว่างงานมากจนมีเวลาคิดวางแผนเพื่อผู้หญิงคนหนึ่งหรอก ยอมรับว่าฉันให้คนติดตามดูชีวิตเธอ แต่นั่นก็แค่อยากรู้ว่าผู้หญิงที่กล้าดีปฏิเสธตำแหน่งนางบำเรอของฉันจะอวดเก่งไปได้สักแค่ไหน”

          ชยาภาคอแข็งเมื่อรู้สึกได้ถึงความต้อยต่ำของตัวเองที่เขาอธิบายออกมาเป็นคำพูด แท้จริงแล้ว... เธอควรต้องหมอบราบคาบแก้ว คลานเข้าไปประจบเขาสินะ ที่ยื่นตำแหน่งนางบำเรอให้!! “แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าเด็กสาวคนนั้นคือน้องสาวของฉัน?”

          “ฉันรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับผู้หญิงอวดดีอย่างเธอ แต่ไม่รู้หรอกนะว่าคนแวดล้อมตัวเธอจะไปขึ้นเขาลงห้วยที่ไหน ทัตเทพก็แค่ส่งคลิปผู้หญิงที่ถูกใจแบ่งปันให้เพื่อนอย่างฉัน ถ้าสนใจ... ไอ้รวิมันคงจัดหามาให้ได้ แล้วบังเอิญว่าฉันก็จำหน้าของน้องสาวเธอได้เท่านั้นเอง” อัครรัฐพูดทุกอย่างด้วยใบหน้าเรียบเฉยจนคนฟังชักหวั่นใจ เมื่อคิดถึงรวิ ผู้ชายที่เคยคิดว่าจะสร้างอนาคตร่วมกัน ความเสียใจปะปนมากับความเจ็บใจที่ถูกคนกันเองหักหลังได้ถึงเพียงนี้

          “ว่ายังไง เงินสักห้าหกแสนน่ะมีไหม” อัครรัฐย้ำถาม เมื่อเห็นว่าหญิงสาวนิ่งเงียบไปพักใหญ่

          ชยาภาส่ายหน้าอย่างเหนื่อยอ่อน อย่าว่าแต่เงินหลักแสนเลย ทั้งเนื้อทั้งตัวเธอมีเพียงเงินไม่ถึงครึ่งแสนที่เก็บหอมรอมริบไว้เดือนละเล็กละน้อย “ฉันไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น” ตอบด้วยน้ำเสียงเบาหวิวจนแทบหาเสียงตัวเองไม่เจอ!

          “แต่ฉันมี”

          เสียงห้าวทรงพลังที่โต้กลับมาทันควันทำให้ชยาภาจ้องดวงตาคู่คมเขม็ง! หากเขายังคงพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยราวกับไม่ได้เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เป็นอนาคตของเด็กสาวคนหนึ่งที่เพิ่งจะสำเร็จการศึกษา กำลังจะมีอนาคตที่สดใส

          “ยังไงๆ ฉันก็ต้องจ่ายเงินจำนวนนี้ให้ทัตเทพอยู่แล้ว สิทธิ์ขาดในตัวของน้องสาวเธอก็คงต้องตกเป็นของฉัน” อัครรัฐยืนกอดอกบอกด้วยท่าทางสบายๆ เช่นเดิม “แค่เอ่ยปากขอน้องสาวจากฉันแล้วจะขอผ่อนผันใช้หนี้ในระยะยาว เธอก็รู้ว่าฉันไม่ใช่พ่อพระแล้วที่สำคัญของฟรีไม่มีในโลก”

          ชยาภาพอจะเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการ แต่อยากได้ยินตรงๆ จากปากของเขาให้แจ้งแก่ใจมากกว่า “พูดในสิ่งที่คุณต้องการออกมาเลยดีกว่า”

          “ฉันต้องได้ตัวเธอเพื่อแลกกับอิสรภาพของน้องสาวเธอ หรือจะคิดว่าเป็นค่าตอบแทนที่ฉันช่วยน้องสาวเธอไว้ก็แล้วแต่”

          คำพูดร้ายกาจของเขาเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางร่าง เขาทำร้ายหัวใจเธอด้วยคำพูดอันเจ็บแสบ เอาอนาคตอันสดใสของน้องสาวเธอมาเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ทำให้พูดไม่ออก ปฏิเสธไม่ได้! ชยาภาหัวเราะด้วยความขมขื่นใจ มองเขาด้วยสายตาปวดร้าว

          “คุณคงแค้นใจฉันมากสินะ ถึงได้ให้คนตามติดชีวิตฉัน จ่ายเงินมากมายซื้อน้องสาวฉันเพื่อมาบีบบังคับฉันอีกทางหนึ่ง ถ้าฉันทำให้คุณแค้นใจมากถึงอย่างนั้นก็มาฆ่าฉันเลยสิ เอามีดมาแทง เอาปืนมายิงให้ตายไปตรงนี้เลย”

          อัครรัฐหัวใจกระตุกวาบเมื่อได้เห็นสายตาปวดร้าวของผู้หญิงที่ท้าทายอำนาจของตนตรงหน้า เงินเพียงเล็กน้อยนั่นมันไม่ได้ทำให้เขาเดือดร้อนเลย

          หากแต่มันกลับสร้างปัญหาใหญ่หลวงให้กับคนยากไร้อย่างเธอจนต้องเรียกร้องหาความตาย “อย่ามาบีบน้ำตาเรียกความสงสารจากฉัน ฉันเป็นนักธุรกิจ แน่นอนว่าไม่เคยเสียเงินไปเปล่าๆ ปลี้ๆ เลือกมาว่าเธอจะก้าวเข้าไปอยู่ในตำแหน่งนั้นเอง หรือจะให้ฉันไปรับน้องสาวเธอมาทำหน้าที่เสียเอง”

          “เฮอะ... นี่มันสมัยไหนกันแล้ว คุณมีสิทธิ์อะไรมาเรียกร้องอย่างนี้ ฉันกับน้องสาวฉันไปขายตัวเองให้กับคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ พวกเราไปเป็นทาสคุณตอนไหน ติดหนี้คุณได้ยังไงกัน?!” ชยาภาตวาดเสียงถามอย่างเหลืออด

          อัครรัฐเดินเข้ามาเกี่ยวเอวบาง ดึงร่างอ้อนแอ้นเข้ามาประชิดตัว พร้อมบอกด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

          “ถ้าไม่อยากติดหนี้ก็เอาเงินห้าแสนมากองตรงหน้า ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าไม่ได้เธอบนเตียงอย่ามาเรียกฉันว่าอัครรัฐ สมัยนี้อาจไม่มีทาสแรงงานนะ แต่ฉันนี่แหละจะทำให้เธอได้รู้ว่าทาสอารมณ์น่ะมันเป็นยังไง รับรองว่าเธอต้องชอบ ติดอกติดใจเชียวล่ะ!

          เพียะ! เพียะ!



นางบำเรอเลื่อนขั้น
ศิริพารา
www.mebmarket.com
‘เท่าไหร่ ว่ามา?’       อัครรัฐ พิพิธณรงค์ ซีอีโอหนุ่มมหาเศรษฐีไม่เคยรีรอหรือเกี่ยงราคาเลยสักครั้ง หากอยากได้สิ่งใดในโลกนี้ รวมทั้งเธอ...       ชยาภา เมดสาวผู้มีใบหน้างดงาม อ่อนหวาน ผู้ซึ่งเป็นเพียงพนักงานปลายแถวในปกครองของเขา แต่เธอกลับกล้าดีประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้คนอย่างเขาได้มีโอกาสมาสอนเรื่องรักใคร่ เงินและความสุขสบายที่เขาจะเนรมิตให้ก็ไม่สามารถซื้อความสุขใจของเธอได้         แน่นอนว่าเขารู้ทันเกม ทั้งหมดที่เธอพูดมาเป็นแค่การ ‘เล่นตัวและโก่งราคา’ หากแต่มันได้ผลเพราะเขากำลังรวดร้าวด้วยความต้องการที่ ‘อยากจะเล่นตัวของเธอ’ ขึ้นมาจริงๆ        ดีล่ะ! ในเมื่อเธอกล้าที่จะท้าทายคนที่อย่างเขา เธอก็ควรจะได้เรียนรู้ว่าอำนาจและอิทธิพลของมหาเศรษฐีอันดับต้นของโลกสามารถทำให้ผู้หญิงอวดดีอย่างเธอเดินเข้ามาอยู่ในฐานะ ‘นางบำเรอ’ ได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ สั่งสอนให้เธอสิ้นฤทธิ์ ทำให้เธอได้สั่นสะท้านไปทั้งร่างกายและหัวใจ ตอกย้ำให้ได้รู้ว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่จะสอนเกมทางกายให้เธอได้โหยหา...        ทันทีที่ชีวิตของนางบำเรอเริ่มขึ้น เธอก็ได้รู้ว่ามีผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งฐานะและชาติตระกูล คู่ควรที่จะยืนเคียงข้างเขารออยู่แล้ว แต่สัมผัสทางกายอันเร่าร้อนที่เขามอบให้ทุกคืนวันเป็นเหมือนบ่วงล่อที่ผลักให้เธอดำดิ่งลงไปในหุบเหวแห่งเสน่หาจนยากที่จะถอนตัว          เมื่อสบโอกาส ‘หนี’ จึงไม่รั้งรอที่จะแหกกฏของเขาเช่นกัน!! แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยให้นางบำเรอก้าวลงจากเตียงในเวลาที่ยังติดใจเธอเช่นนี้ ที่สำคัญเธอยังหอบเอา ‘ทายาท’ อันดับหนึ่งของเขาติดท้องไปด้วย แล้วมันจะเป็นไรไปถ้าจะเลื่อนขั้นนางบำเรอมาเป็นเมียตีตรา ด้วยเหตุผลที่ว่า...          ‘ฉันรักความเป็นคนดีของเธอ รักความดื้อรั้นของเธอ รักในความคิดของเธอ รักที่เธอกล้าเถียงฉันคอเป็นเอ็น รักที่เธอกล้าดุ กล้าตวาด กล้าถลึงตาใส่ฉัน เข้าใจไหมว่าฉันรักทั้งหมดที่เป็นชมพู่ ชยาภา’**********นิยายชุดนี้มีทั้งหมด 3 เรื่อง 1. นางบำเรอครึ่งคืน (ร็อก - ชมพู่)2. มลทินปรารถนา (เทมส์ - องุ่น)3. เมียบำเรอครึ่งคืน (กาย - ส้มโอ)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น