นางบำเรอเลื่อนขั้น อัครรัฐ-ชยาภา

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 6 หายนะของเด็กเลี้ยงแกะ 2 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 893
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    30 ก.ค. 60

เสียงเคาะกระทะที่ดังลอดออกมาจากบ้านเช่าหลังเล็กทำให้กันตาภาเหลือบมองเวลาที่ข้อมือของตัวเองอย่างแปลกใจ แต่ก็มั่นใจว่าเสียงที่ได้ยินนี้เกิดจากผู้เป็นพี่สาวซึ่งคงจะกำลังทำอาหารเย็น แต่ก็แปลกใจยิ่งนักว่าเหตุใดวันนี้พี่สาวของตนจึงเลิกงานไวกว่าปกตินัก ทั้งที่เพิ่งเป็นเวลาห้าโมงครึ่งเท่านั้น

          ชยาภาหันกลับไปยิ้มให้น้องสาวที่เดินทำหน้างงเข้ามาหาในครัวด้วยสีหน้าเบิกบาน “กลับมาแล้วเหรอ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไป รอข้าวสุกสักยี่สิบนาทีน่าจะลงมือทานได้แล้ว”

          “ทำไมวันนี้พี่เลิกงานเร็วกว่าทุกวัน?” กันตาภาถามพลางกวาดสายตามองร่างอ้อนแอ้นของพี่สาวที่เปลี่ยนเครื่องแต่งกายมาเป็นชุดลำลอง นั่นก็แสดงว่ากลับมาก่อนหน้านี้มากกว่าหนึ่งชั่วโมง

          “พี่... ลาออกจากงานแล้ว” ชยาภาตอบโดยไม่หันมาสบสายตาน้องสาว สองมือเรียวกำลังหั่นผักเพื่อประกอบอาหารเย็น

          “อะไรนะ?!” กันตาภาถามเสียงสูงอย่างตกใจ ก้าวเดินมานั่งลงบนโต๊ะพับทรงกลม ซึ่งใช้ทั้งเตรียมอาหารและรับประทานอาหารในคราวเดียวกัน

          “ทำไมต้องทำหน้าตาตื่นอย่างนั้นด้วย ทำอย่างกับว่าพี่ไม่เคยลาออกจากงาน” ชยาภาบอก

          “มันก็ใช่... แต่มันกะทันหันเกินไป ก็เห็นว่าพี่มีความสุขกับการทำงานที่นี่เหลือเกิน เงินดี สวัสดิการเยี่ยม แล้วทำไมถึงลาออกง่ายๆ อย่างนี้” กันตาภาถามอย่างสงสัย เรื่องที่มีความเห็นไม่ตรงกันเล็กน้อยนั่นก็เลือนหายไปในทันที

          “พี่ได้งานใหม่แล้ว คะ...คือความจริงก็แอบสมัครไว้นานแล้ว แต่เขาเพิ่งเรียกตัวแล้วก็รับพี่เข้าทำงานทันที พี่ก็เลยต้องลาออกจากโรงแรม” ชยาภาโกหกคำโตโดยที่ไม่ยอมสบตาน้องสาว

          “ไม่อยากจะเชื่อ พี่ไม่เคยมีความลับกับเราสองคนนี่นา... เรื่องนี้ส้มโอไม่เคยรู้มาก่อนและก็คิดว่าองุ่นคงไม่รู้ด้วยเหมือนกัน” กันตาภาเอ่ยถึงนีราภาหรือองุ่นที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาพร้อมๆ กันกับตนเอง

          หากแต่ขออยู่ที่เชียงใหม่ต่อสักพักในระหว่างที่รอบริษัทเรียกตัวเข้าสัมภาษณ์งาน นีราภาก็ทำงานรอไปพลางๆ เช่นกัน ทั้งคู่จะพูดคุยกันผ่านโปรแกรมโซเชียลเน็ตเวิร์กทุกวัน หากไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมาสักครั้ง

          “พี่กำลังปิดบังอะไรพวกเราอยู่รึเปล่า?”

          ชยาภาเงยหน้าพร้อมกะพริบตาถี่บอกกับตัวเองว่าหากยังทำน้ำเสียงอึกอักเช่นนี้ เด็กแสบตรงหน้าคงจับพิรุธได้เป็นแน่ จึงจ้องใบหน้าน้องสาวพร้อมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง

          “เปล่า... พี่จะมีอะไรปิดบังเราสองคนล่ะ พี่ก็แค่ได้งานใหม่แล้วมันก็เป็นสายงานซึ่งตรงกับที่เรียนมา ถึงแม้ว่าเงินเดือนจะได้ไม่มากเท่าที่เดิมแต่มันก็มั่นคงกว่า เราน่ะรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว มัวแต่มาซักไซ้พี่อยู่นี่ เดี๋ยวก็เปลี่ยนใจซะหรอก”

          “อ่ะๆ ไม่เซ้าซี้แล้วก็ได้ ว่าแต่พี่อนุญาตให้ส้มโอไปทำงานวันหยุดนี้แล้วใช่ไหม?”

          ชยาภาส่ายหน้าระอาใจกับน้องสาวนัก แต่ใจหนึ่งก็สดชื่นที่ได้เห็นแววตาสุกใสนั้นมองมาอย่างมีความหวัง “รีบไปอาบน้ำแล้วค่อยออกมาคุยกัน พี่มีเรื่องต้องตกลงกับเรา”

          “โหย... ทานข้าวก่อนไม่ได้เหรอแล้วค่อยอาบน้ำก่อนเข้านอนทีเดียวเลย ประหยัดด้วย” กันตาภาตีขลุมเอาเอง ถือโอกาสนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมดึงเอาตะกร้าผักสดจากมือพี่สาวมาหั่นด้วยความดีใจ “พี่พูดมาได้เลย อยากให้ทำอะไรบ้าง”

          “พี่อนุญาตให้ไปทำงานที่เราขอ แต่... ต้องระวังตัวเองให้ดี พี่จะให้พี่โต้งคอยดูเราอยู่ตลอดเวลา ห้ามปิดโทรศัพท์ แล้วที่สำคัญเลิกงานแล้วให้กลับมานอนที่บ้าน ห้ามไปค้างบ้านเพื่อนเด็ดขาด รับปากได้ไหม?” ชยาภาถามด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

          “ไม่มีปัญหาสักข้อเลยเจ้าค่ะ รับทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด พี่จะไปดูด้วยก็ได้นะ” เมื่อสมดังตั้งใจ สาวน้อยก็เอ่ยปากชวนพี่สาวเสียเอง หากแต่พี่สาวกลับส่ายหน้า

          ความจริงแล้วเธอต้องการเดินสายสมัครงานให้ได้เร็วที่สุดต่างหาก และวางแผนเอาไว้ในใจแล้วว่าวันหยุดนี้ก็ขอหาข้อมูลจากหน้าหนังสือพิมพ์หรืออาจจะออกไปร้านอินเทอร์เน็ตหน้าปากซอยเพื่อค้นหาแหล่งงานดีๆ สักแห่ง

          “เอาไว้ให้ถึงเวลานั้นก่อนก็แล้วกัน ไม่ได้อยู่ว่างๆ มานาน พี่อยากอยู่บ้าน ทำความสะอาดโน่นนี่ตามประสาบ้าง” ชยาภาเอ่ยอย่างเลื่อนลอยจนน้องสาวผิดสังเกต

          “แปลกจัง... ปกติพี่ไม่เคยพูดว่าจะอยู่เฉยๆ พี่เป็นสาวขยันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แล้วทำไมจู่ๆ อยากอยู่เฉยๆ ไม่สบายรึเปล่า?” กันตาภารีบเช็ดมือตัวเองกับกระโปรงสีดำแล้วอังหลังมือเข้ากับหน้าผากของพี่สาว “ตัวก็ไม่ร้อน แปลกมาก...”

          “หรือเราอยากให้พี่เป็นวัวบ้า ตั้งหน้าตั้งตาพุ่งเข้าชนงานท่าเดียว” ชยาภาผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ถือตะกร้าผักบุ้งสดเดินมาหยุดตรงหน้าเตาแก๊สพลางลอบถอนหายใจเพราะกลัวน้องสาวจับพิรุธได้

          “ไม่ใช่อย่างนั้น... ใครจะอยากเห็นพี่เหนื่อยล่ะ ดีแล้วล่ะที่พี่คิดอยากพักผ่อนบ้าง แล้วก็ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราสองคนนะ เราดูแลตัวเองได้” พูดจบกันตาภาก็ฮัมเพลงอย่างสบายใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่าพี่สาวของตัวเองนั้นกำลังทุกข์ใจอย่างหนัก แต่ไม่กล้าที่จะระบายให้ใครได้ฟัง

          อาหารมื้อค่ำจบลงในอีกชั่วโมงถัดมา โดยที่สองพี่น้องมีความรู้สึกแตกต่างกันสุดขั้ว กันตาภาร่าเริงแจ่มใส พอใจเมื่อพี่สาวเข้าใจจุดประสงค์ที่แท้จริงของตน ถึงแม้ว่าจะมีกฎระเบียบเยอะแยะไปบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าพี่สาวนั้นเป็นห่วงไม่อยากให้ตกอยู่ในอันตราย

          ส่วนชยาภานั้นฝืนยิ้ม ฝืนพูดคุยกับน้องสาวให้เป็นปกติที่สุด ในขณะที่ภายในใจนั้นยังไม่มีทางออกให้กับตัวเอง ภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทุกวันนั้นคงเพียงพอกับเงินออมที่มีอยู่อย่างน้อยนิด มันคงทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างประหยัดได้เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น

นางบำเรอเลื่อนขั้น
ศิริพารา
www.mebmarket.com
‘เท่าไหร่ ว่ามา?’       อัครรัฐ พิพิธณรงค์ ซีอีโอหนุ่มมหาเศรษฐีไม่เคยรีรอหรือเกี่ยงราคาเลยสักครั้ง หากอยากได้สิ่งใดในโลกนี้ รวมทั้งเธอ...       ชยาภา เมดสาวผู้มีใบหน้างดงาม อ่อนหวาน ผู้ซึ่งเป็นเพียงพนักงานปลายแถวในปกครองของเขา แต่เธอกลับกล้าดีประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้คนอย่างเขาได้มีโอกาสมาสอนเรื่องรักใคร่ เงินและความสุขสบายที่เขาจะเนรมิตให้ก็ไม่สามารถซื้อความสุขใจของเธอได้         แน่นอนว่าเขารู้ทันเกม ทั้งหมดที่เธอพูดมาเป็นแค่การ ‘เล่นตัวและโก่งราคา’ หากแต่มันได้ผลเพราะเขากำลังรวดร้าวด้วยความต้องการที่ ‘อยากจะเล่นตัวของเธอ’ ขึ้นมาจริงๆ        ดีล่ะ! ในเมื่อเธอกล้าที่จะท้าทายคนที่อย่างเขา เธอก็ควรจะได้เรียนรู้ว่าอำนาจและอิทธิพลของมหาเศรษฐีอันดับต้นของโลกสามารถทำให้ผู้หญิงอวดดีอย่างเธอเดินเข้ามาอยู่ในฐานะ ‘นางบำเรอ’ ได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ สั่งสอนให้เธอสิ้นฤทธิ์ ทำให้เธอได้สั่นสะท้านไปทั้งร่างกายและหัวใจ ตอกย้ำให้ได้รู้ว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่จะสอนเกมทางกายให้เธอได้โหยหา...        ทันทีที่ชีวิตของนางบำเรอเริ่มขึ้น เธอก็ได้รู้ว่ามีผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งฐานะและชาติตระกูล คู่ควรที่จะยืนเคียงข้างเขารออยู่แล้ว แต่สัมผัสทางกายอันเร่าร้อนที่เขามอบให้ทุกคืนวันเป็นเหมือนบ่วงล่อที่ผลักให้เธอดำดิ่งลงไปในหุบเหวแห่งเสน่หาจนยากที่จะถอนตัว          เมื่อสบโอกาส ‘หนี’ จึงไม่รั้งรอที่จะแหกกฏของเขาเช่นกัน!! แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยให้นางบำเรอก้าวลงจากเตียงในเวลาที่ยังติดใจเธอเช่นนี้ ที่สำคัญเธอยังหอบเอา ‘ทายาท’ อันดับหนึ่งของเขาติดท้องไปด้วย แล้วมันจะเป็นไรไปถ้าจะเลื่อนขั้นนางบำเรอมาเป็นเมียตีตรา ด้วยเหตุผลที่ว่า...          ‘ฉันรักความเป็นคนดีของเธอ รักความดื้อรั้นของเธอ รักในความคิดของเธอ รักที่เธอกล้าเถียงฉันคอเป็นเอ็น รักที่เธอกล้าดุ กล้าตวาด กล้าถลึงตาใส่ฉัน เข้าใจไหมว่าฉันรักทั้งหมดที่เป็นชมพู่ ชยาภา’
มลทินปรารถนา
ศิริพารา
www.mebmarket.com
      ทันทีที่ ทัตเทพ วิชิตเมธา มหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่ผู้มั่งคั่งจากธุรกิจนำเข้าซูเปอร์คาร์แบรนด์หรู ได้มีโอกาสสบสายตากับ นีราภา ก็ทำให้เขาหลงวนเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลสดใสจนหาทางออกไม่เจอ แต่เธอกลับไม่แม้แต่ชายหางตาแล          ทว่าค่ำคืนที่มีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง ทัตเทพก็ไม่อาจจะหักห้ามใจตนเองไว้ได้ เงินก้อนโตและความสุขสบายจึงถูกเสนอให้เจ้าของฝ่ามือเรียวบางโดยไม่อั้นเพียงเพราะอยากให้เธอได้จับต้องทุกส่วนในร่างกายอย่างถึงพริกถึงขิง       นีราภากรีดร้องปฏิเสธว่าตนเป็นเพียงพนักงานจากร้านสปาแห่งหนึ่งเท่านั้น ไม่มีบริการเสริม ‘นวดพร้อมนาบ’ อย่างที่เขาเข้าใจ แต่คนเหลือทนกลับตีขลุมเอาเองว่าการขัดขืนนั้นคือลีลาที่เธอใช้ ‘เรียก’ ลูกค้าให้ ‘กระหายจัด’ จริตมารยาที่แสดงออกนั้นแสนเร้าใจจนมหาเศรษฐีหนุ่มคิดว่าได้หลุดเข้าไปอยู่ในการถ่ายทำหนังต้องห้าม        หาก ‘ความสาว’ ที่เพิ่งปล้นมาจากเธอมานั้นก็ทำให้เขาหูตาสว่าง ติดอกติดใจ หลงใหลจนถึงขั้นคิดเก็บ ‘เมียเด็ก’ เอาไว้กับตัวคนเดียว เสียงซุบซิบนินทาจากคนรอบข้างไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องแยแส ตรงกันข้ามกลับหิ้วเมียเด็กติดหนึบไว้ข้างกายไม่ต่างจากรอยสักบนร่างกาย แต่ความคิดของคนทั้งสองกลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง        ถึงแม้ว่านีราภาจะมีความสุขกับเสน่หาที่เขาปรนเปรอ แต่นั่นคือมลทินที่ทำให้เธอต้องนึกอดสูใจ การตีจากเป็นหนทางเดียวที่จะปลดปล่อยตนเองออกจากวังวนแห่งปรารถนา        ถ้าคิดจะหนี... ก็ต้องหนีให้พ้น        คนอย่างทัตเทพไม่เคยเกี่ยงที่จะเป็นผู้ล่า ยิ่งได้ล่าคนที่ขโมยหัวใจตัวเองไปนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิดเมื่อเธอปล้นเอาหัวใจเขาไปก็ต้องยอมใช้ตัวเองเลี้ยงดูเขาให้อิ่มเอม สมกับความรักที่ตั้งใจมอบให้เธอเพียงผู้เดียว
เมียบำเรอครึ่งคืน
ศิริพารา
www.mebmarket.com
‘ดอกไม้ เครื่องเพชร บ้าน รถยนต์ฉันซื้อให้ อยากใช้เงินวันละเท่าไหร่ตามสบายเพราะฉันหามาไว้ให้คนเป็นเมียใช้ ถ้าอยากคุยกับฉันพูดกันต่อหน้าไม่ต้องผ่านโทรศัพท์หรือพิมพ์ตัวหนังสือส่งมา ที่วิเศษไปกว่านั้นเธอจะมีฉันกกกอดและเราจะรักกันทุกค่ำคืน’ข้อเสนออันเร้าใจที่เธอสะบัดหน้าใส่อย่างไม่ชายตาแล แล้วมีหรือที่จอมเสเพลอย่าง "เวทิศ" ผู้ซึ่งไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้ต้องรีไชเคิลผู้หญิงหน้าไหนกลับมาใช้ซ้ำสองต้องสนใจ แต่เมื่อได้มีโอกาสเปิดกล่องของขวัญเป็นคนแรก เขากลับต้องคิดหนักเพราะต้องกลืนน้ำลายตัวเอง อยากเป็นเจ้าของ "กันตาภา" แต่เพียงผู้เดียวแน่นอนว่าเขาติดใจในรสชาติไม่ประสีประสา เธอมันเด็กร้ายเดียงสาที่ทำให้เขา ‘หลงใหล’ และ ‘ใฝ่ฝัน’ อยากเห็นเธอบิดตัวเร่าๆ อยู่ใต้ร่างอีกหลายต่อหลายครั้ง ซ้ำร้ายเขายังมีนิสัย 'หวงโหด' ขู่ฆ่าผู้ชายทุกคนที่บังอาจมองเธอแตะต้องเธอแม้เพียงปลายก้อย แม้เจ้าตัวจะฤทธิ์ร้าย เหวี่ยงสะบัด ตะโกนใส่หน้าเขาปาวๆว่าไม่สนใจในพรหมจรรย์ที่เขาพร่าผลาญไปจากเธอ ไม่เคยเรียกร้องให้เขารับผิดชอบตามสเต็ปสาวเวอร์จิ้นสักนิด!เวลาหนึ่งเดือนที่เธอต้องดูแลตัวเองเพียงลำพัง จึงไม่ได้ทำให้เวทิศคิดหาหนทางอื่นที่จะกำราบเธอได้เลย นอกเสียจากว่า "ย้ำรัก" เธออีกหลายๆ ครั้ง ยัดเยียดตำแหน่งแม่ของลูกให้เธอโดยไม่ต้องถามความเห็นชอบ“ถ้าเธอปล้ำฉันกลับแล้วรู้สึกดีขึ้นบ้าง ฉันยอม”กันตาภาอ้าปากค้างไม่รู้ว่าเขาเอาความคิดแบบนี้มาจากไหน หากเขาพูดจริงเพราะไม่รู้ว่าจะไถ่โทษให้ตัวเองได้อย่างไรแล้ว “มันมีที่ไหนเล่า ผู้หญิงข่มขืนผู้ชาย หรือต่อให้มีจริง ฉันก็ไม่หน้ามืดทำอะไรบ้าๆ อย่างนั้น”เสียงตวาดแว้ดๆ ที่ดังขึ้นทำให้เวทิศต้องบดกรามแน่น เอาอีกแล้วนะ เธอใช้เสียงดุตวาด ข่มขู่ให้รู้สึกผิดอีกแล้ว! “แล้วจะเอายังไง จะทำยังไงถึงหายโกรธ ทำยังไงถึงจะยอมให้ฉันรักดีๆ”“อะไรคือยอมให้รักดีๆ” กันตาภาถามด้วยน้ำเสียงสูงปรี๊ด...“ก็ร่วมรักกันไง รู้ไหมว่าฉันจะคลั่งตายแล้วนะ”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น