นางบำเรอเลื่อนขั้น อัครรัฐ-ชยาภา

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 5 หายนะของเด็กเลี้ยงแกะ 1 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 937
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    15 ก.ค. 60

โครม!...

          “ขะ...ขอโทษค่ะ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจทำข้าวของท่านรองเสียหาย”

          อัครรัฐถอนหายใจเฮือก ก้าวถอยหลังออกมายืนกอดอก กางขาออกกว้างมองร่างอ้อนแอ้นยกเก้าอี้ขึ้นด้วยความสงสัย “ก็ยังไม่ได้ตำหนิอะไรเลย ทำไมเธอต้องทำท่ากลัวฉันจนลนลานอย่างนี้ด้วย”

          สิ่งที่เธอทำทำให้เขาสงสัยนักก็คือ เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ไม่อยากเข้าใกล้เขา บั่นทอนความมั่นใจของเขาโดยการบอกว่าจูบของเขานั้นไม่มีผลต่อความรู้สึกของเธอเลยแม้แต่น้อย

          “ดิฉันเป็นเพียงลูกจ้างก็ต้องกลัวนายจ้างนี่คะ มันสมควรแล้ว” ชยาภาตอบเมื่อจัดแจงเก้าอี้ตัวสูงเรียบร้อย “ดิฉันทำงานเรียบร้อยแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”

          “เดี๋ยว!” อัครรัฐก้าวเข้าไปขวางหน้าเมดสาวทันที และท่าทางของเธอก็ทำให้เขาโมโหยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อเขาก้าวประชิด เธอกลับก้าวถอยหลังในทันที

          “มีอะไรให้ดิฉันรับใช้อีกหรือคะ?”

          “สอนไม่รู้จักจำ การมองหน้าคู่สนทนานั่นแสดงว่าเราสนใจเขา การสบสายตาคู่สนทนานั่นก็แสดงว่าเราให้เกียรติเขา” เจ้านายเริ่มอบรมและรู้ทันความคิดของลูกจ้างสาวแสนสวยว่าเธอไม่คิดที่จะสนใจเขาและไม่ให้เกียรติเขาไปพร้อมๆ กัน “อย่าคิดนะว่าฉันจะไม่รู้ทันความคิดของเธอ แม่เด็กเลี้ยงแกะ”

          “ดิฉันไม่เคยคิดอะไรอย่างนั้น หากไม่เชื่อฟังและทำตามความประสงค์ของเจ้านายดิฉันก็คงหาเรื่องใส่ตัว และคงฆ่าตัวเองตายทางตรงที่จะอาจหาญไม่ให้เกียรติคนที่จ่ายเงินเดือนให้ดิฉันทุกเดือน แม้ดิฉันจะไม่ชอบใจนักที่ท่านรองเรียกขานดิฉันด้วยคำพูดไม่น่าฟังอย่างนั้น”

          ถึงแม้จะสำนึกอยู่เสมอว่าเขาเป็นใคร แต่ความโกรธก็ทำให้ชยาภาขาดการควบคุมสติอารมณ์ไปมาก

          “เด็กเลี้ยงแกะน่ะเหรอ?” อัครรัฐยักคิ้วหลิ่วตาถามอย่างกวนอารมณ์ “ก็มันจริงนี่... เธอมาหลอกฉันว่าแต่งงานมีสามีแล้ว ทั้งที่รสจูบของเธอมันใช้ไม่ได้เอาเสียเลย ทำให้ฉันอดสงสารคู่สามีภรรยาอยู่ตั้งเกือบชั่วโมง ที่แท้ก็กุเรื่องขึ้นมาทั้งเพ อย่างนี้ไม่ให้เรียกเด็กเลี้ยงแกะ แล้วจะให้เรียกอะไร ฮึ?...”

          “กะ...ก็ ดิฉันก็ไม่เคยบอกกับท่านรองนี่คะ ว่าคุณรวิคือสามี”

          “จุ...จุ... จุ... นอกจากจะเป็นเด็กเลี้ยงแกะแล้ว ยังเถียงข้างๆ คูๆ แก้ตัวน้ำขุ่นๆ” อัครรัฐต่อว่า เริ่มสนุกกับการต่อล้อต่อเถียงกับเมดสาวคนสวย

          “งั้นเธอก็เป็นผู้หญิงหลายใจ มีสามีแล้ว แต่ยังให้ผู้ชายอื่นจับมือถือแขน แต่เป็นผู้หญิงหลายใจที่มีลีลายอดแย่ ฉันเดาได้ว่าสามีเธอคงเป็นพ่อพระถือศีลกินเจเลยไม่มีเวลาสอนเรื่องรัก แต่ก็ยังแปลกใจนะ รวิน่ะ เรื่องผู้หญิงก็ใช่ย่อยเสียเมื่อไหร่ มันไม่สอนเธอมั่งเหรอ”

          จบคำพูดดูแคลน สติและความยั้งคิดของชยาภาก็ขาดผึง เหมือนสายป่านเส้นสุดท้ายที่ขาดวิ่นเพราะคำพูดเจ็บแสบที่ได้ยิน

          ต่อไปนี้หากต้องอดมื้อกินมื้อก็คงจะสบายใจกว่าที่ต้องทนฟังคำพูดเหยียดหยามศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงเช่นนี้! หญิงสาวกัดฟันถามออกไปด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันไม่แพ้กัน

          “ท่านรองจะสงเคราะห์สอนเรื่องรักให้ดิฉันเหรอคะ ถึงได้ตามตอแย หาเรื่องไม่เป็นเรื่องกับพนักงานชั้นล่างอย่างดิฉันนัก”

          “ฮึ... ฉันคิดแล้วเชียว เธอจะอดทนได้สักแค่ไหน สุดท้ายเธอก็ไม่แตกต่างจากผู้หญิงทั่วไปที่ฉันเคยผ่านมา ความจริงฉันไม่เคยคิดจะเคลมพนักงานในปกครองของตัวเองนะ และก็ไม่เคยจ่ายเงินซื้อผู้หญิงด้วย แต่ถ้าถูกใจอาจจะซื้อเพชร ซื้อรถให้สักคันเพราะส่วนมากพวกเธอค่อนข้างมีฐานะเชียวล่ะ” อัครรัฐกวาดสายตาคมกริบมองร่างอ้อนแอ้นตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

          “แต่เธอคงไม่ใช่ แล้วฉันก็ยอมรับว่าเธอสวยถูกใจฉันมากทีเดียว ไปลาออกจากการเป็นพนักงานซะ แล้วค่อยมาเป็นผู้หญิงของฉัน”

          เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผู้ชายอย่างอัครรัฐคิดอยากมีอีหนูไว้บำเรอสวาท แต่อีหนูกลับไม่ได้คิดอย่างนั้น สองมือบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือของตัวเอง มันเจ็บจนชา แต่ความเจ็บนั้นยังไม่เทียบเท่ากับคำพูดดูถูกที่เขามีให้

          “ถ้าอย่างนั้นดิฉันจะรีบลงไปลาออกและจะไม่ก้าวเข้ามาเหยียบในพื้นที่ที่เป็นของผู้ชายจิตใจสกปรกอย่างคุณ จำไว้นะคะ ถึงแม้คุณจะรวยล้นฟ้าก็จะไม่มีวันได้สอนเรื่องรักใคร่กับฉันเพราะฉันคงไม่มีใจไปรักกับผู้ชายที่มองผู้หญิงเป็นเพียงแค่เครื่องเสพสุขทางเพศ แต่ฉันยินดีและเต็มใจให้ผู้ชายที่ยากจนต้อยต่ำสอนเรื่องรักใคร่ ถ้าเขาคนนั้นจะไม่โลกแคบ มีความคิดกับผู้หญิงติดลบเหมือนอย่างคุณ จำเอาไว้”

          อัครรัฐได้แต่ยืนนิ่งฟังเธอด่ากลับอย่างไม่ไว้หน้า คำด่าตอกหน้าของเธอทำให้เขาโกรธอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอยังกระชากป้ายชื่อที่หน้าอกออกอย่างแรง ถอดผ้ากันเปื้อนแล้วขว้างมาถูกช่วงขาของเขา

          นั่นไม่ได้ทำให้เจ็บกายสักนิดเดียว แต่มันเจ็บใจที่ถูกพนักงานชั้นล่างปฏิเสธได้อย่างเจ็บแสบนัก

          “จะรีบไปไหน คิดว่าตัวเองเป็นใคร ด่าฉันฉอดๆ แล้วจะเดินหนีไปเฉยๆ อย่างนี้ มันง่ายไปหน่อยไหม”

          “กรี๊ด... ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ มาจับฉันไว้ทำไม” ชยาภากรีดร้องพร้อมดิ้นสุดแรง เมื่อท่อนแขนแกร่งตวัดเข้าที่ช่วงเอว แรงมหาศาลของผู้ชายด้านหลังยังยกร่างเล็กให้ลอยหวือขึ้นจากพื้น “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!

          “ด่าได้ดี... เดี๋ยวจะได้รู้ว่าอย่างอื่นจะดีด้วยรึเปล่า” อัครรัฐเค้นเสียงลอดไรฟันชิดริมใบหูบาง เหวี่ยงร่างอ้อนแอ้นลงบนโซฟาตัวนุ่มไม่เบานัก แล้วโถมตัวเองกักขังร่างเล็กไว้ใต้ร่างตัวเองอย่างง่ายดาย

          อึก!

ชยาภาจุกไปพักใหญ่เพราะแรงเหวี่ยงรวมเข้ากับกำแพงเลือดเนื้อที่ทาบทับลงมาทั้งตัว หากแต่การเปิดปากออกเพราะต้องการร้องขอความช่วยเหลือนั้นมันเป็นการคิดผิดอย่างมหันต์

“กรี๊ด... อุ๊บ! อื้อ...”

          อัครรัฐบดจูบหนักๆ ลงมาทันทีราวกับตั้งท่ารอไว้แต่แรกแล้ว สองมือเล็กถูกตรึงไว้บนศีรษะด้วยฝ่ามือใหญ่เพียงข้างเดียว อีกมือสอดเข้าตรึงท้ายทอยสวยให้รับจุมพิตแสนเร่าร้อนอย่างไม่มีทางหนีรอดไปได้เลย

          ชยาภาใจหายวาบเมื่อสัมผัสได้ถึงลิ้นหนาที่สอดเข้ามาในโพรงปาก พยายามหนีแรงดึงดูดที่หมายจะเกี่ยวเอาลิ้นของเธอไป หากไม่สามารถปกป้องตัวเองได้อย่างใจคิดเพราะแรงบดของริมฝีปากหนานั้นช่างรุนแรงจนเจ็บร้าวไปทั่วโครงหน้า

          อัครรัฐยิ้มกริ่มในใจ เมื่อสามารถปราบพยศเด็กเลี้ยงแกะปากดีได้ด้วยความช่ำชองของประสบการณ์ผู้ชายเจนโลก เธอไม่เพียงปากดี แต่ยังหวานจับใจ ลิ้นเล็กนุ่มนั้นหนีเอาตัวรอดได้ไม่นานก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับแรงดึงดูดของเขา

          เธอเงอะงะแต่ก็เผลอตัวคล้อยตามในบางครั้งได้อย่างน่ารัก เพียงแค่เขาตวัดลิ้นไปทั่วโพรงปากหวานฉ่ำก็ได้ยินเสียงครางฮือในลำคอระหง

          ความรู้สึกหวิวใจบังเกิดขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเขาจู่โจมหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ความรุนแรงแรกเริ่มที่ได้รับแปรเปลี่ยนเป็นความซ่านใจ แรงดูดดึงโรมรันในโพรงปากมันทำให้สติสัมปชัญญะเลือนหาย เรี่ยวแรงต่อต้านก็ลดลงอย่างน่าใจหายเช่นกัน

          หากอาการตัวอ่อนระทวย ยินยอมเดินไปตามสัมผัสที่เขาชักพานั้นยิ่งทำให้ชายหนุ่มผยอง อัครรัฐเลื่อนฝ่ามือที่ตรึงข้อมือเล็กลงมากอบกุม เคล้นคลึงทรวงอกแน่นหนั่น ก้อนเนื้อเต่งตึงหยุ่นมือนั้นช่างให้ความรู้สึกดียิ่งนัก สัมผัสรุกเร้าที่เพิ่มขึ้นมันยังเรียกเสียงครางน่ารักจากเจ้าของร่างได้เป็นอย่างดี

          อัครรัฐถอนจุมพิตเร่าร้อนออกจากริมฝีปากอิ่มอย่างอ้อยอิ่ง ซุกไซ้ทั้งปากและจมูกทั่งวงหน้างดงาม คลอเคลีย ดอมดมความหอมจากลำคอระหง แอ่งชีพจรเรื่อยมาจนถึงก้อนเนื้ออวบหยุ่นที่จัดการปลดกระดุมออกจากรังดุมด้วยมือเพียงข้างเดียว

          ชายหนุ่มไม่เสียเวลาที่จะหาวิธีจัดการกับบราเซียร์ลูกไม้สีหวาน เขาออกแรงดึงกรวยลูกไม้เพียงเล็กน้อย ทั้งใบหน้าก็ได้ซุกซบกับเนื้อเนียนนุ่ม

          หากแต่ความร้อนชื้นที่ประทับลงมาบนยอดทรวงพร้อมกับแรงดูดดึงผ่อนหนักผ่อนเบาเป็นจังหวะน่าหลงใหลก็ทำให้ชยาภาตกใจแทบสิ้นสติเพราะไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองยอมให้เขารุกล้ำร่างกายมากมายได้อย่างไร?!

          ดวงตาคู่หวานจับได้เพียงภาพของศีรษะที่มีผมสีเข้มกำลังคลุกเคล้าอยู่บนทรวงอกข้างขวาอย่างเมามัน จึงรวบรวมสติอันน้อยนิดเปล่งเสียงออกไปอย่างกระท่อนกระแท่น

          “ยะ...อย่า... ออกไป จากตัว ฉันนะ!

          อัครรัฐหงุดหงิดใจกับแรงต่อต้านที่เริ่มจะมากขึ้นเรื่อยๆ เธอขัดสุนทรีย์ในการดื่มชิมความหวานของทรวงอกทั้งที่เขาเพิ่งลิ้มลองมันได้ข้างเดียว

          ชายหนุ่มจึงถอนริมฝีปากออกจากทรวงอกหมายจะก้มลงมาร่ายมนตร์ที่ริมฝีปากอิ่มอีกครั้งเพื่อปราบอาการต่อต้าน

          ผัวะ!...

          ชยาภาเกรงลำคอ กระแทกหน้าผากเข้ากับปลายจมูกโด่งของเขาอย่างแรง มันเรียกเสียงครางด้วยความเจ็บปวดจากริมฝีปากหนาได้ ความอ่อนหวานของเธอทำให้เขาไม่ทันได้ระวังตัวอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

          เมื่อเป็นอิสระ... ชยาภาก็คว้าเอาโคมไฟสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่ผลิตขึ้นไม่กี่ชิ้นในโลกขึ้นมาฟาดที่สีข้างของเขาอย่างแรง!

          “นี่แน่ะๆ คิดจะรังแกผู้หญิงงั้นเหรอ ไปตายซะ!” ชยาภาทิ้งโคมไฟราคาแพงที่ไม่เหลือสภาพเดิมอย่างไม่แยแส สองมือติดกระดุมเสื้อจัดเสื้อผ้าอย่างรีบเร่ง มองผู้ชายที่ร้องโอดครวญอยู่บนโซฟาอย่างสาแก่ใจ

          “ยัยตัวแสบ ยัยเด็กเลี้ยงแกะ ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่” อัครรัฐเค้นเสียงออกมาอย่างอาฆาต ที่เธอลงไม้ลงมือมันก็ไม่ได้ทำให้เขาเลือดตกยางออก หากแต่ความที่ไม่ทันได้ระวังตัวก็ทำให้เขามึนศีรษะจนถึงนาทีนี้

          “ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่ ถ้าฉันไม่ได้ลงโทษเธออีกครั้ง อย่ามาเรียกคนอย่างฉันว่าอัครรัฐเลย!

          ชยาภาไม่สนใจที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเขาอีกต่อไปเพราะถ้าหากไม่อาศัยช่วงเวลานี้เอาตัวรอด มีหวังคงต้องตกเป็นนางบำเรอของผู้ชายจิตใจคับแคบอย่างเขาเป็นแน่ ชาตินี้ทั้งชาติขออย่าได้พบเจอกันอีกเลย บอกกับตัวเองว่าจะไม่ทนกับเรื่องแบบนี้อีกต่อไปแล้ว

          แม้อีกไม่กี่วันจะถึงสิ้นเดือนและไม่ได้รับเงินเดือนก็ตามที ชยาภาเดินออกจากโรงแรมหรูโดยที่ไม่บอกกล่าวหรืออำลาใครเลยแม้แต่เพียงคนเดียว

          สิ่งที่อยากทำมากที่สุดในตอนนี้คือกลับบ้านหลังเล็กของตน อาบน้ำชำระคราบไคล กลิ่นของผู้ชายที่แสนเกลียดชังยังติดตัว ลอยอบอวลอยู่ในขณะนี้ให้สิ้นไป แล้วตั้งสติหางานใหม่ให้ได้เร็วที่สุด

นางบำเรอเลื่อนขั้น
ศิริพารา
www.mebmarket.com
‘เท่าไหร่ ว่ามา?’       อัครรัฐ พิพิธณรงค์ ซีอีโอหนุ่มมหาเศรษฐีไม่เคยรีรอหรือเกี่ยงราคาเลยสักครั้ง หากอยากได้สิ่งใดในโลกนี้ รวมทั้งเธอ...       ชยาภา เมดสาวผู้มีใบหน้างดงาม อ่อนหวาน ผู้ซึ่งเป็นเพียงพนักงานปลายแถวในปกครองของเขา แต่เธอกลับกล้าดีประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้คนอย่างเขาได้มีโอกาสมาสอนเรื่องรักใคร่ เงินและความสุขสบายที่เขาจะเนรมิตให้ก็ไม่สามารถซื้อความสุขใจของเธอได้         แน่นอนว่าเขารู้ทันเกม ทั้งหมดที่เธอพูดมาเป็นแค่การ ‘เล่นตัวและโก่งราคา’ หากแต่มันได้ผลเพราะเขากำลังรวดร้าวด้วยความต้องการที่ ‘อยากจะเล่นตัวของเธอ’ ขึ้นมาจริงๆ        ดีล่ะ! ในเมื่อเธอกล้าที่จะท้าทายคนที่อย่างเขา เธอก็ควรจะได้เรียนรู้ว่าอำนาจและอิทธิพลของมหาเศรษฐีอันดับต้นของโลกสามารถทำให้ผู้หญิงอวดดีอย่างเธอเดินเข้ามาอยู่ในฐานะ ‘นางบำเรอ’ ได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ สั่งสอนให้เธอสิ้นฤทธิ์ ทำให้เธอได้สั่นสะท้านไปทั้งร่างกายและหัวใจ ตอกย้ำให้ได้รู้ว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่จะสอนเกมทางกายให้เธอได้โหยหา...        ทันทีที่ชีวิตของนางบำเรอเริ่มขึ้น เธอก็ได้รู้ว่ามีผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งฐานะและชาติตระกูล คู่ควรที่จะยืนเคียงข้างเขารออยู่แล้ว แต่สัมผัสทางกายอันเร่าร้อนที่เขามอบให้ทุกคืนวันเป็นเหมือนบ่วงล่อที่ผลักให้เธอดำดิ่งลงไปในหุบเหวแห่งเสน่หาจนยากที่จะถอนตัว          เมื่อสบโอกาส ‘หนี’ จึงไม่รั้งรอที่จะแหกกฏของเขาเช่นกัน!! แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยให้นางบำเรอก้าวลงจากเตียงในเวลาที่ยังติดใจเธอเช่นนี้ ที่สำคัญเธอยังหอบเอา ‘ทายาท’ อันดับหนึ่งของเขาติดท้องไปด้วย แล้วมันจะเป็นไรไปถ้าจะเลื่อนขั้นนางบำเรอมาเป็นเมียตีตรา ด้วยเหตุผลที่ว่า...          ‘ฉันรักความเป็นคนดีของเธอ รักความดื้อรั้นของเธอ รักในความคิดของเธอ รักที่เธอกล้าเถียงฉันคอเป็นเอ็น รักที่เธอกล้าดุ กล้าตวาด กล้าถลึงตาใส่ฉัน เข้าใจไหมว่าฉันรักทั้งหมดที่เป็นชมพู่ ชยาภา’
มลทินปรารถนา
ศิริพารา
www.mebmarket.com
      ทันทีที่ ทัตเทพ วิชิตเมธา มหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่ผู้มั่งคั่งจากธุรกิจนำเข้าซูเปอร์คาร์แบรนด์หรู ได้มีโอกาสสบสายตากับ นีราภา ก็ทำให้เขาหลงวนเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลสดใสจนหาทางออกไม่เจอ แต่เธอกลับไม่แม้แต่ชายหางตาแล          ทว่าค่ำคืนที่มีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง ทัตเทพก็ไม่อาจจะหักห้ามใจตนเองไว้ได้ เงินก้อนโตและความสุขสบายจึงถูกเสนอให้เจ้าของฝ่ามือเรียวบางโดยไม่อั้นเพียงเพราะอยากให้เธอได้จับต้องทุกส่วนในร่างกายอย่างถึงพริกถึงขิง       นีราภากรีดร้องปฏิเสธว่าตนเป็นเพียงพนักงานจากร้านสปาแห่งหนึ่งเท่านั้น ไม่มีบริการเสริม ‘นวดพร้อมนาบ’ อย่างที่เขาเข้าใจ แต่คนเหลือทนกลับตีขลุมเอาเองว่าการขัดขืนนั้นคือลีลาที่เธอใช้ ‘เรียก’ ลูกค้าให้ ‘กระหายจัด’ จริตมารยาที่แสดงออกนั้นแสนเร้าใจจนมหาเศรษฐีหนุ่มคิดว่าได้หลุดเข้าไปอยู่ในการถ่ายทำหนังต้องห้าม        หาก ‘ความสาว’ ที่เพิ่งปล้นมาจากเธอมานั้นก็ทำให้เขาหูตาสว่าง ติดอกติดใจ หลงใหลจนถึงขั้นคิดเก็บ ‘เมียเด็ก’ เอาไว้กับตัวคนเดียว เสียงซุบซิบนินทาจากคนรอบข้างไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องแยแส ตรงกันข้ามกลับหิ้วเมียเด็กติดหนึบไว้ข้างกายไม่ต่างจากรอยสักบนร่างกาย แต่ความคิดของคนทั้งสองกลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง        ถึงแม้ว่านีราภาจะมีความสุขกับเสน่หาที่เขาปรนเปรอ แต่นั่นคือมลทินที่ทำให้เธอต้องนึกอดสูใจ การตีจากเป็นหนทางเดียวที่จะปลดปล่อยตนเองออกจากวังวนแห่งปรารถนา        ถ้าคิดจะหนี... ก็ต้องหนีให้พ้น        คนอย่างทัตเทพไม่เคยเกี่ยงที่จะเป็นผู้ล่า ยิ่งได้ล่าคนที่ขโมยหัวใจตัวเองไปนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิดเมื่อเธอปล้นเอาหัวใจเขาไปก็ต้องยอมใช้ตัวเองเลี้ยงดูเขาให้อิ่มเอม สมกับความรักที่ตั้งใจมอบให้เธอเพียงผู้เดียว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น