นางบำเรอเลื่อนขั้น อัครรัฐ-ชยาภา

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 5 หายนะของเด็กเลี้ยงแกะ 1 75%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 875
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    13 ก.ค. 60

ราวสิบห้านาทีต่อมา... ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันหน้าร้านอาหารเพราะรวิต้องออกไปข้างนอกกับผู้จัดการฝ่ายบุคคล ชยาภาจึงเดินเข้ามาในโรงแรมเพียงลำพัง

          เจ้าของดวงตากลมโตสอดส่องมองหาพาหนะคันหรูที่มักจะจอดรออยู่ด้านหน้าอย่างหวั่นเกรง ใจจริงแล้วเธอไม่อยากเผชิญหน้าหรือปะทะคารมกับเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะมันเสียเปรียบทุกประตู ไม่รู้ว่าเขามองผู้หญิงทุกคนรอบกายเป็นสิ่งของที่สามารถซื้อหาด้วยเงินได้อย่างไร

          แม้เธอประกาศชัดว่าไม่ได้ต้องการเงินแม้แต่สตางค์เดียว เขาก็ยังหาว่าเธอเล่นตัวเพื่อโก่งค่าตัว!

          เมื่อคิดมาถึงตรงนี้หญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ ถึงแม้เขาจะเป็นเจ้านาย ใครๆ ต่างพากันยอมรับในมันสมองอันชาญฉลาดที่สามารถทำให้กลุ่มธุรกิจพิพิธรีโซเทลนี้ เดินหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง

          แต่จะมีใครรู้บ้างไหมนะว่าผู้ชายเก่งกาจคนนี้มีทัศนคติต่อผู้หญิงน่าเหลือเชื่อที่สุด! เกิดมาเพิ่งเคยเจอผู้ชายพ่นคำถามน่าเกลียดใส่หน้าตรงๆ อย่างน่าโมโห

          ‘เท่าไหร่... ว่ามา?’

          ใบหน้างดงามชาวาบอีกครั้งเมื่อคิดถึงคำพูดและท่าทางดูแคลนนั่น พลางบอกกับตัวเองให้อดทนเอาไว้ เมื่อหางานใหม่ได้แม้ว่าจะไม่ได้รับรายได้ดีถึงเพียงนี้ แต่ก็สบายใจและมีเกียรติกว่ายอมให้คนจิตใจคับแคบเช่นเขาออกคำสั่งโดยที่ไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้

 

          ชยาภาอมยิ้มด้วยความโล่งอกเพราะไม่ได้เห็นรถคันหรูที่จอดอยู่ด้านหน้า ทั้งหัวหน้าแผนกแม่บ้านยังบอกว่าท่านรองออกไปตั้งแต่เช้าตรู่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เมดสาวถึงกับต้องอ้าปากค้าง ก็คือภายในเพนต์เฮาส์สุดหรูที่ตนเก็บกวาด จัดเรียงข้าวของทุกสิ่งให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

          หากตอนนี้มันเหมือนกับผับบาร์ที่มีผู้คนเข้ามาสังสรรค์กันไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ขวดเหล้า แก้ว เศษขยะทิ้งให้กลาดเกลื่อน สองขาเรียวก้าวเดินเข้าไปด้านในซึ่งเป็นส่วนของห้องนอนก็พบว่ามีเสื้อผ้ากระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น เครื่องนอนเปรอะเปื้อน กลิ่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลอยคละคลุ้งไปทั่วห้อง!

          เมดสาวร่างอ้อนแอ้นเริ่มงานของตนด้วยความใจเย็น แม้ทั้งห้องจะมีสภาพที่ดูไม่ได้ แต่เธอก็ยังเต็มใจและมีความสุขที่จะจัดเก็บให้มันเข้าที่เข้าทางเช่นเดิม

          มันยังสบายใจกว่าตอนที่มีร่างสูงใหญ่ของท่านรองจอมโอหังอยู่ด้วย แต่กว่าจะทำให้ทุกอย่างสะอาดเรียบร้อยและมีสภาพเช่นเดิมก็เล่นเอาคนตัวเล็กปาดเหงื่อนับครั้งไม่ถ้วน สุดท้ายชยาภาต้องมาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์บาร์เมื่อทั้งเพนต์เฮาส์สะอาดเรียบร้อยแล้ว

          “เฮ้อ... เมื่อไหร่จะรวยอย่างนี้เสียทีนะ” ชยาภาทรุดตัวลงไปแนบใบหน้ากับเคาน์เตอร์บาร์ กวาดสายตามองห้องชุดสุดหรูพร้อมบ่นพึมพำออกมาด้วยความเหนื่อยอ่อน

          หากความเย็นสม่ำเสมอภายในห้องที่ได้รับคำสั่งว่าต้องเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ทุกครั้ง เมื่อทำงานเรียบร้อยแล้วนั้นก็เปรียบเสมือนสายลมโชยเอื่อยที่พัดผ่านให้คนเสียพลังงานมาทั้งวันเข้าสู่ห้วงนิทรา...

 

          อัครรัฐเดินออกจากลิฟต์พร้อมดึงเนกไทออกอย่างไม่ใส่ใจ เมื่อถึงเพนต์เฮาส์มันก็คือสถานที่ที่เขาสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องคำนึงว่าคนรอบข้างจะมองอย่างไร

          ตลอดทั้งวันเขาเครียดกับการวางแผนงานซึ่งกำลังจะสร้างโรงแรมเพิ่มอีกแห่งหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย มันสูบเอาเรี่ยวแรงและมันสมองเขาไปมากโขบวกกับอากาศที่ร้อนอบอ้าวกว่าปกติ จึงทำให้ชายหนุ่มออกจะหงุดหงิดใจเล็กน้อย มือเรียวยาวเปิดประตูห้องเข้าไปในทันที

          เจ้าของดวงตาคู่คมจดจ้องอยู่ที่ร่างอ้อนแอ้นซึ่งนอนหลับตาพริ้ม ซบหน้ากับหลังมือตัวเองอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ มันทำให้ผู้ชายที่ไม่เคยสนใจใครอย่างเขาต้องปิดประตูอย่างเบามือโดยไม่รู้ตัว ทั้งเธอยังมีพลังงานบางอย่างที่สามารถดึงดูดให้เขาก้าวเข้าไปยืนมองอยู่นิ่งนาน...

          เธอเป็นผู้หญิงที่สวยจนต้องกลั้นหายใจเวลามองใกล้ๆ ใบหน้างดงามรับกับตา จมูก ปากยิ่งนัก ผมดำขลับถูกมัดไว้ในโบข้างหลังถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของพนักงานหญิง แต่ลูกผมที่หลุดลุ่ยลงมาตามลำคอระหงมันทำให้ปากคอของอัครรัฐแห้งผาก...

          ลืมตัวไปว่าผู้หญิงตรงหน้าอยู่ในสถานะของลูกจ้างซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่งที่นายจ้างอย่างเขาจะจินตนาการเลยเถิดไปถึงสัมผัสเร้าใจยามสองร่างแนบสนิท!

          ลืมตัวไปจนกระทั่งยื่นมือของเขาไปปัดไรผมที่ตกลงมาระกับแก้มนุ่มขึ้นไปทัดไว้หลังใบหูบาง!

          เธอคือแม่ยั่วเมืองที่ทำให้เขารวดร้าว แข็งขึงไปด้วยความต้องการทั้งที่แค่นอนหลับในท่าทีธรรมดาที่สุด!

          หากไม่นานเจ้าของดวงตากลมโตก็ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น ราวกับว่าการพักเหนื่อยเอาแรงของตนนั้นสิ้นสุดลงแล้ว และต้องตกใจสุดขีดเมื่อจับภาพใบหน้าคร้ามคมที่อยู่ใกล้แค่คืบ

          “อู้งานเหรอเด็กเลี้ยงแกะ?” อัครรัฐเอ่ยทักทายเมดสาวด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าทั้งยังเอียงศีรษะมองหญิงสาวในแนวเดียวกัน


          “ปะ...เปล่าค่ะ ว้าย...” ชยาภาปฏิเสธทั้งส่ายหน้าเร็วๆ รีบผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ ความรีบร้อนลนลานนั่น ทำให้เก้าอี้ราคาแพงระยับล้มลงไปกองกับพื้น

          โครม!...

          “ขะ...ขอโทษค่ะ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจทำข้าวของท่านรองเสียหาย”

นางบำเรอเลื่อนขั้น
ศิริพารา
www.mebmarket.com
‘เท่าไหร่ ว่ามา?’       อัครรัฐ พิพิธณรงค์ ซีอีโอหนุ่มมหาเศรษฐีไม่เคยรีรอหรือเกี่ยงราคาเลยสักครั้ง หากอยากได้สิ่งใดในโลกนี้ รวมทั้งเธอ...       ชยาภา เมดสาวผู้มีใบหน้างดงาม อ่อนหวาน ผู้ซึ่งเป็นเพียงพนักงานปลายแถวในปกครองของเขา แต่เธอกลับกล้าดีประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้คนอย่างเขาได้มีโอกาสมาสอนเรื่องรักใคร่ เงินและความสุขสบายที่เขาจะเนรมิตให้ก็ไม่สามารถซื้อความสุขใจของเธอได้         แน่นอนว่าเขารู้ทันเกม ทั้งหมดที่เธอพูดมาเป็นแค่การ ‘เล่นตัวและโก่งราคา’ หากแต่มันได้ผลเพราะเขากำลังรวดร้าวด้วยความต้องการที่ ‘อยากจะเล่นตัวของเธอ’ ขึ้นมาจริงๆ        ดีล่ะ! ในเมื่อเธอกล้าที่จะท้าทายคนที่อย่างเขา เธอก็ควรจะได้เรียนรู้ว่าอำนาจและอิทธิพลของมหาเศรษฐีอันดับต้นของโลกสามารถทำให้ผู้หญิงอวดดีอย่างเธอเดินเข้ามาอยู่ในฐานะ ‘นางบำเรอ’ ได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ สั่งสอนให้เธอสิ้นฤทธิ์ ทำให้เธอได้สั่นสะท้านไปทั้งร่างกายและหัวใจ ตอกย้ำให้ได้รู้ว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่จะสอนเกมทางกายให้เธอได้โหยหา...        ทันทีที่ชีวิตของนางบำเรอเริ่มขึ้น เธอก็ได้รู้ว่ามีผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งฐานะและชาติตระกูล คู่ควรที่จะยืนเคียงข้างเขารออยู่แล้ว แต่สัมผัสทางกายอันเร่าร้อนที่เขามอบให้ทุกคืนวันเป็นเหมือนบ่วงล่อที่ผลักให้เธอดำดิ่งลงไปในหุบเหวแห่งเสน่หาจนยากที่จะถอนตัว          เมื่อสบโอกาส ‘หนี’ จึงไม่รั้งรอที่จะแหกกฏของเขาเช่นกัน!! แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยให้นางบำเรอก้าวลงจากเตียงในเวลาที่ยังติดใจเธอเช่นนี้ ที่สำคัญเธอยังหอบเอา ‘ทายาท’ อันดับหนึ่งของเขาติดท้องไปด้วย แล้วมันจะเป็นไรไปถ้าจะเลื่อนขั้นนางบำเรอมาเป็นเมียตีตรา ด้วยเหตุผลที่ว่า...          ‘ฉันรักความเป็นคนดีของเธอ รักความดื้อรั้นของเธอ รักในความคิดของเธอ รักที่เธอกล้าเถียงฉันคอเป็นเอ็น รักที่เธอกล้าดุ กล้าตวาด กล้าถลึงตาใส่ฉัน เข้าใจไหมว่าฉันรักทั้งหมดที่เป็นชมพู่ ชยาภา’
มลทินปรารถนา
ศิริพารา
www.mebmarket.com
      ทันทีที่ ทัตเทพ วิชิตเมธา มหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่ผู้มั่งคั่งจากธุรกิจนำเข้าซูเปอร์คาร์แบรนด์หรู ได้มีโอกาสสบสายตากับ นีราภา ก็ทำให้เขาหลงวนเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลสดใสจนหาทางออกไม่เจอ แต่เธอกลับไม่แม้แต่ชายหางตาแล          ทว่าค่ำคืนที่มีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง ทัตเทพก็ไม่อาจจะหักห้ามใจตนเองไว้ได้ เงินก้อนโตและความสุขสบายจึงถูกเสนอให้เจ้าของฝ่ามือเรียวบางโดยไม่อั้นเพียงเพราะอยากให้เธอได้จับต้องทุกส่วนในร่างกายอย่างถึงพริกถึงขิง       นีราภากรีดร้องปฏิเสธว่าตนเป็นเพียงพนักงานจากร้านสปาแห่งหนึ่งเท่านั้น ไม่มีบริการเสริม ‘นวดพร้อมนาบ’ อย่างที่เขาเข้าใจ แต่คนเหลือทนกลับตีขลุมเอาเองว่าการขัดขืนนั้นคือลีลาที่เธอใช้ ‘เรียก’ ลูกค้าให้ ‘กระหายจัด’ จริตมารยาที่แสดงออกนั้นแสนเร้าใจจนมหาเศรษฐีหนุ่มคิดว่าได้หลุดเข้าไปอยู่ในการถ่ายทำหนังต้องห้าม        หาก ‘ความสาว’ ที่เพิ่งปล้นมาจากเธอมานั้นก็ทำให้เขาหูตาสว่าง ติดอกติดใจ หลงใหลจนถึงขั้นคิดเก็บ ‘เมียเด็ก’ เอาไว้กับตัวคนเดียว เสียงซุบซิบนินทาจากคนรอบข้างไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องแยแส ตรงกันข้ามกลับหิ้วเมียเด็กติดหนึบไว้ข้างกายไม่ต่างจากรอยสักบนร่างกาย แต่ความคิดของคนทั้งสองกลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง        ถึงแม้ว่านีราภาจะมีความสุขกับเสน่หาที่เขาปรนเปรอ แต่นั่นคือมลทินที่ทำให้เธอต้องนึกอดสูใจ การตีจากเป็นหนทางเดียวที่จะปลดปล่อยตนเองออกจากวังวนแห่งปรารถนา        ถ้าคิดจะหนี... ก็ต้องหนีให้พ้น        คนอย่างทัตเทพไม่เคยเกี่ยงที่จะเป็นผู้ล่า ยิ่งได้ล่าคนที่ขโมยหัวใจตัวเองไปนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิดเมื่อเธอปล้นเอาหัวใจเขาไปก็ต้องยอมใช้ตัวเองเลี้ยงดูเขาให้อิ่มเอม สมกับความรักที่ตั้งใจมอบให้เธอเพียงผู้เดียว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น