นางบำเรอเลื่อนขั้น อัครรัฐ-ชยาภา

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 5 หายนะของเด็กเลี้ยงแกะ 1 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 926
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    8 ก.ค. 60

รุ่งเช้าชยาภายังออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่เช้าตรู่... ยังคงทำหน้าที่ปลุกน้องสาวเป็นปกติ แต่วันนี้ไม่ต้องเอ่ยเรียกซ้ำแล้วซ้ำอีกเพราะเพียงแค่เคาะห้องสองครั้ง ก็ได้ยินเสียงตอบรับดังลอดออกมา

          นั่นก็ทำให้ชยาภารับรู้ได้เป็นอย่างดีแล้วว่า ใช่จะมีแต่ตนเองที่นอนไม่หลับ น้องสาวของเธอก็คงจะนอนไม่หลับเพราะยังคิดทบทวนเรื่องเมื่อหัวค่ำอยู่เช่นกัน

          ชยาภาเดินลงบันไดขั้นสุดท้ายของสะพานลอยพลางคลี่ยิ้มสดใส เมื่อเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายที่ใส่สูทสีน้ำเงินเข้ม “ทำไมวันนี้ไม่รอที่เดิมล่ะคะ?”

          ที่เดิมที่ว่าคือร้านข้าวราดแกงซึ่งอยู่ในซอยเล็กๆ ข้างโรงแรม เป็นร้านอาหารประจำของพนักงานส่วนใหญ่ในละแวกนี้เพราะลุงและป้าเจ้าของร้านขายในราคาย่อมเยาทั้งยังให้อาหารในปริมาณที่มากกว่าร้านอาหารทั่วไป ชยาภาและรวิเองก็มักจะมาทานมื้อเช้าที่ร้านนี้อยู่เป็นประจำ

          รวิยกข้อมือของตัวเองขึ้นมองเวลาพลางยิ้มที่มุมปาก “พี่เดินออกมารอชมพู่เวลาเดิมนะ ชมพู่ต่างหากที่มาเร็วกว่าทุกวัน เราเลยมาเจอกันตรงนี้พอดี”

          “อ่อ... งั้นก็ไปทานข้าวเถอะค่ะ” ชยาภาบอกพร้อมก้าวเดินไปพร้อมๆ กับรวิ เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงร้านอาหารเล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากหน้าปากซอยเท่าไหร่นัก

          “วันนี้ชมพู่กลับคนเดียวได้ไหม ช่วงบ่ายพี่ต้องออกไปข้างนอกกับผู้จัดการ กลัวว่าจะกลับมาไม่ทันตอนชมพู่เลิกงาน” รวิบอกหลังจากจัดการสั่งอาหารแล้วมาทรุดตัวนั่งลงบนชุดโต๊ะไม้ในร้าน

          “ได้ค่ะ พี่โต้งไม่ต้องเป็นห่วง ชมพู่ไม่หลงทางแน่ค่ะ” จบคำพูดของชยาภาสองหนุ่มสาวก็หัวเราะร่วนอย่างสนุกสนาน

          “พี่ก็เป็นห่วงชมพู่เหมือนที่ชมพู่เป็นห่วงน้องนั่นแหละ เป็นยังไงมั่ง คุยกันรู้เรื่องรึยัง” รวิถามพลางเริ่มลงมือรับประทานอาหาร

          ชยาภาส่ายหน้าพลางยิ้มน้อยๆ “ยังเลยค่ะ ความจริงก็รู้หรอกค่ะว่าส้มโอจะไม่ทำตัวเหลวไหลอย่างนั้นแน่ แต่ก็อดห่วงไม่ได้ เราระวังตัว แต่คนรอบข้างจ้องจะทำร้าย กลัวว่าจะพลาดเข้าสักวัน”

          “พี่ว่าชมพู่มองโลกในแง่ร้ายไปรึเปล่า ถ้าเป็นห่วงมากก็ไม่ต้องให้ไปค้างบ้านเพื่อนสิ ถ้ายอมอ่อนข้อให้น้องบ้างก็น่าจะดี พี่อยากให้มองที่น้องอยากช่วยหารายได้มากกว่า” รวิลองเกลี้ยกล่อมอีกทีหนึ่ง

          ชยาภาเงยหน้าขึ้นสบตาแฟนหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามด้วยสายตาค้นคว้าจนคนถูกมองต้องหลบสายตา “พี่โต้งรู้เหรอคะว่าทำงานพวกนี้เขามีรายได้ดีขนาดไหน ทำไมถึงได้สนับสนุนกันนัก?”

          “อะ...เอ่อ ชมพู่อย่ามองพี่เหมือนเป็นอาเสี่ยชีกอที่ชอบเคลมพริตตี้สิ พี่ไม่มีเงินมากพอที่จะไปทำอย่างนั้นหรอกน่า...” รวิรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน สุดท้ายก็ต้องอธิบายให้กระจ่างขึ้น เมื่อสายตาคู่หวานจ้องไม่วางตา

          “ชมพู่ก็รู้ว่าเมื่อก่อนพี่อยู่ฝ่ายจัดซื้อ แล้วเพื่อนสนิทของท่านรองก็เป็นเอเย่นต์รายใหญ่นำเข้าซูเปอร์คาร์จากหลายค่าย ทุกปีที่มีงานมอเตอร์โชว์พี่ก็จะต้องเป็นคนไปรับรถยนต์ให้ท่านรอง ไปตรวจความเรียบร้อยต่างๆ ก็จะได้อานิสงส์ไปเปิดหูเปิดตาชมรถสวยๆ งามๆ”

          “อ่อ... เลยรู้เรื่องค่าตัวของสาวๆ มาด้วยสินะคะ” ชยาภาต่อให้ด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้

          “ไม่ใช่อย่างนั้น... คือคุณทัตเทพ เพื่อนสนิทของท่านรองน่ะ ท่านก็เป็นเสือผู้หญิงเหมือนเจ้านายของเรานี่แหละ สาวๆ สวยๆ ก็มักจะเอาตัวไปประเคนให้ถึงที่ แต่ที่พี่เล่านี่คือแค่บางคนเท่านั้นนะ น้องๆ ที่เขามาทำงานหารายได้ก็มีเยอะแยะ”

          “เฮ้อ... รู้ว่าอันตรายก็ไม่น่าเข้าไปใกล้”

          “ค่าเหนื่อยมันล่อใจนี่นา... คุณทัตเทพเคยเล่าให้ฟังว่า ค่าแรงแต่ละวันนี่หลักพันนะ แล้วถ้าใครพูดเก่ง ขายรถได้ก็ได้เปอร์เซ็นต์อีกต่างหาก พี่ว่าส้มโอก็คงมองตรงนี้เป็นสำคัญ” รวิบอก พลางย้ำถามอีกครั้งหนึ่ง อยากรู้ว่าหญิงสาวจะคิดอย่างไร “ตกลงจะอนุญาตให้ส้มโอไปทำงานไหม?”

          “ก็คงต้องอนุญาตอยู่วันยังค่ำนั่นล่ะค่ะ ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเงินด้วยแล้ว ห้ามยังไงแกคงไม่ฟัง” ชยาภาพูดได้เต็มปากว่ากันตาภาเป็นเด็กสาวที่ขยันทำงานและเก็บเงินเก่งที่สุด ว่ากันง่ายๆ ก็คือเธองกที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งสามคน “แต่พี่โต้งอย่าเพิ่งไปบอกแกนะคะ ชมพู่อยากจะคุยเอง ถ้าอยากไปทำงานนั้นจริงๆ ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันหน่อย”

          “จ้า... รับรองว่าพี่ไม่ปากโป้งแน่” รวิบอกด้วยหน้าตาแช่มชื่น จนทำให้ชยาภาอดแปลกใจไม่ได้ หากแต่ไม่ได้ถามออกไปเพราะชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเสียก่อน “เอางี้ดีไหม ถ้าชมพู่เป็นห่วงน้องมาก วันเสาร์นี้เดี๋ยวพี่จะไปดูแลให้ จะจับตาดูทุกฝีก้าว ไม่ให้คลาดสายตา”

          ชยาภายิ้มออกมาพร้อมแววตาดีใจ แต่เพียงแวบเดียวก็กลับมาคิดหนักเช่นเดิม “ส้มโอคงไม่ยอมหรอกค่ะ เดี๋ยวคงหาเรื่องว่าไม่ไว้ใจกันอีก”

          “อย่าห่วงเรื่องนั้นเลย รับรองว่าพี่จะตามดูห่างๆ ไม่ให้ส้มโอรู้ตัว แล้วก็ไม่ให้คลาดสายตาด้วย” รวิเสนอตัวด้วยความกระตือรือร้น และต้องยิ้มพรายเมื่อแฟนสาวพยักหน้ารับทันที มันทำให้ชายหนุ่มพลอยดีใจไปด้วยเมื่อไม่เห็นความหม่นหมองในดวงตาคู่หวาน

          

นางบำเรอเลื่อนขั้น
ศิริพารา
www.mebmarket.com
‘เท่าไหร่ ว่ามา?’       อัครรัฐ พิพิธณรงค์ ซีอีโอหนุ่มมหาเศรษฐีไม่เคยรีรอหรือเกี่ยงราคาเลยสักครั้ง หากอยากได้สิ่งใดในโลกนี้ รวมทั้งเธอ...       ชยาภา เมดสาวผู้มีใบหน้างดงาม อ่อนหวาน ผู้ซึ่งเป็นเพียงพนักงานปลายแถวในปกครองของเขา แต่เธอกลับกล้าดีประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้คนอย่างเขาได้มีโอกาสมาสอนเรื่องรักใคร่ เงินและความสุขสบายที่เขาจะเนรมิตให้ก็ไม่สามารถซื้อความสุขใจของเธอได้         แน่นอนว่าเขารู้ทันเกม ทั้งหมดที่เธอพูดมาเป็นแค่การ ‘เล่นตัวและโก่งราคา’ หากแต่มันได้ผลเพราะเขากำลังรวดร้าวด้วยความต้องการที่ ‘อยากจะเล่นตัวของเธอ’ ขึ้นมาจริงๆ        ดีล่ะ! ในเมื่อเธอกล้าที่จะท้าทายคนที่อย่างเขา เธอก็ควรจะได้เรียนรู้ว่าอำนาจและอิทธิพลของมหาเศรษฐีอันดับต้นของโลกสามารถทำให้ผู้หญิงอวดดีอย่างเธอเดินเข้ามาอยู่ในฐานะ ‘นางบำเรอ’ ได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ สั่งสอนให้เธอสิ้นฤทธิ์ ทำให้เธอได้สั่นสะท้านไปทั้งร่างกายและหัวใจ ตอกย้ำให้ได้รู้ว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่จะสอนเกมทางกายให้เธอได้โหยหา...        ทันทีที่ชีวิตของนางบำเรอเริ่มขึ้น เธอก็ได้รู้ว่ามีผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งฐานะและชาติตระกูล คู่ควรที่จะยืนเคียงข้างเขารออยู่แล้ว แต่สัมผัสทางกายอันเร่าร้อนที่เขามอบให้ทุกคืนวันเป็นเหมือนบ่วงล่อที่ผลักให้เธอดำดิ่งลงไปในหุบเหวแห่งเสน่หาจนยากที่จะถอนตัว          เมื่อสบโอกาส ‘หนี’ จึงไม่รั้งรอที่จะแหกกฏของเขาเช่นกัน!! แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยให้นางบำเรอก้าวลงจากเตียงในเวลาที่ยังติดใจเธอเช่นนี้ ที่สำคัญเธอยังหอบเอา ‘ทายาท’ อันดับหนึ่งของเขาติดท้องไปด้วย แล้วมันจะเป็นไรไปถ้าจะเลื่อนขั้นนางบำเรอมาเป็นเมียตีตรา ด้วยเหตุผลที่ว่า...          ‘ฉันรักความเป็นคนดีของเธอ รักความดื้อรั้นของเธอ รักในความคิดของเธอ รักที่เธอกล้าเถียงฉันคอเป็นเอ็น รักที่เธอกล้าดุ กล้าตวาด กล้าถลึงตาใส่ฉัน เข้าใจไหมว่าฉันรักทั้งหมดที่เป็นชมพู่ ชยาภา’
มลทินปรารถนา
ศิริพารา
www.mebmarket.com
      ทันทีที่ ทัตเทพ วิชิตเมธา มหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่ผู้มั่งคั่งจากธุรกิจนำเข้าซูเปอร์คาร์แบรนด์หรู ได้มีโอกาสสบสายตากับ นีราภา ก็ทำให้เขาหลงวนเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลสดใสจนหาทางออกไม่เจอ แต่เธอกลับไม่แม้แต่ชายหางตาแล          ทว่าค่ำคืนที่มีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง ทัตเทพก็ไม่อาจจะหักห้ามใจตนเองไว้ได้ เงินก้อนโตและความสุขสบายจึงถูกเสนอให้เจ้าของฝ่ามือเรียวบางโดยไม่อั้นเพียงเพราะอยากให้เธอได้จับต้องทุกส่วนในร่างกายอย่างถึงพริกถึงขิง       นีราภากรีดร้องปฏิเสธว่าตนเป็นเพียงพนักงานจากร้านสปาแห่งหนึ่งเท่านั้น ไม่มีบริการเสริม ‘นวดพร้อมนาบ’ อย่างที่เขาเข้าใจ แต่คนเหลือทนกลับตีขลุมเอาเองว่าการขัดขืนนั้นคือลีลาที่เธอใช้ ‘เรียก’ ลูกค้าให้ ‘กระหายจัด’ จริตมารยาที่แสดงออกนั้นแสนเร้าใจจนมหาเศรษฐีหนุ่มคิดว่าได้หลุดเข้าไปอยู่ในการถ่ายทำหนังต้องห้าม        หาก ‘ความสาว’ ที่เพิ่งปล้นมาจากเธอมานั้นก็ทำให้เขาหูตาสว่าง ติดอกติดใจ หลงใหลจนถึงขั้นคิดเก็บ ‘เมียเด็ก’ เอาไว้กับตัวคนเดียว เสียงซุบซิบนินทาจากคนรอบข้างไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องแยแส ตรงกันข้ามกลับหิ้วเมียเด็กติดหนึบไว้ข้างกายไม่ต่างจากรอยสักบนร่างกาย แต่ความคิดของคนทั้งสองกลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง        ถึงแม้ว่านีราภาจะมีความสุขกับเสน่หาที่เขาปรนเปรอ แต่นั่นคือมลทินที่ทำให้เธอต้องนึกอดสูใจ การตีจากเป็นหนทางเดียวที่จะปลดปล่อยตนเองออกจากวังวนแห่งปรารถนา        ถ้าคิดจะหนี... ก็ต้องหนีให้พ้น        คนอย่างทัตเทพไม่เคยเกี่ยงที่จะเป็นผู้ล่า ยิ่งได้ล่าคนที่ขโมยหัวใจตัวเองไปนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิดเมื่อเธอปล้นเอาหัวใจเขาไปก็ต้องยอมใช้ตัวเองเลี้ยงดูเขาให้อิ่มเอม สมกับความรักที่ตั้งใจมอบให้เธอเพียงผู้เดียว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น