นางบำเรอเลื่อนขั้น อัครรัฐ-ชยาภา

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 5 หายนะของเด็กเลี้ยงแกะ 1 25%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,023
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    3 ก.ค. 60


รวิและชยาภาแวะตลาดสดขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเช่าของหญิงสาวนัก เพื่อซื้ออาหารกลับไปรับประทานกับน้องสาวอีกคนที่รออยู่ ระหว่างหนุ่มสาวทั้งสามคนรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย

          ชยาภาก็สังเกตได้ถึงความผิดปกติของน้องสาวที่เหลือบมองตนอยู่หลายครั้งหลายครา ราวกับมีเรื่องอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่ปริปากพูดออกมา

          “มีอะไรรึเปล่าส้มโอ เห็นมองพี่อยู่นานแล้วนะ”

          กันตาภาส่งยิ้มแหยๆ ให้พี่สาวที่รู้ทันไปเสียทุกเรื่อง พลางเรียบเคียงเอ่ยออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ “วันเสาร์นี้ส้มโอขอไปค้างบ้านเพื่อนนะคะ พอดีว่ารับจ๊อบพิเศษเอาไว้”

          “งานอะไร ทำไมต้องไปค้างบ้านเพื่อนด้วย เพื่อนคนไหน” ชยาภาถามหลังกลืนอาหารเรียบร้อยพลางสบสายตาน้องสาวด้วยความสงสัย

          “ก็วันเสาร์ที่จะถึงนี้มีงานมอเตอร์โชว์ค่ะ เพื่อนบอกว่าปีที่แล้วไปทำมา รายได้ดีสุดๆ แค่ยืนถ่ายรูปเชียร์ลูกค้าว่ารถยนต์รุ่นนี้สมรรถนะเป็นยังไงบ้าง ถ้าขายได้เจ้าของเขายังแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ด้วยนะ ส้มโอว่ามันน่าสนใจแล้วก็ตรงกับวันหยุดด้วย เลยว่าจะลองไปทำดู” กันตาภาบอก

          “อะไรนะ?” ชยาภาถามเสียงสูงจนรวิและน้องสาวชะงักการรับประทานอาหารชั่วครู่ “ไม่ได้เด็ดขาด พี่ไม่ยอมให้เราไปนุ่งสั้นโพสท่าทียั่วยวนให้คนมากหน้าหลายตาถ่ายรูปเป็นว่าเล่นแน่”

          “พี่ก็พูดเกินไป ยั่วยวนที่ไหน ใครเขาก็ทำกัน มันได้เงินดีนะคะ” กันตาภาแย้งด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก

          “แล้วเราจะเอาเงินเยอะๆ นั่นไปทำอะไร ตอนนี้มีหน้าที่อะไรก็ทำไปสิ พี่ทำงานหาเงินเลี้ยงดูเราสองคนได้อยู่แล้ว”

          “แต่...”

          “ไม่มีแต่ทั้งนั้น” ชยาภาโต้กลับด้วยน้ำเสียงจริงจังจนคนเป็นน้องต้องตัวหด หน้าง้ำ “จะทำงานพาร์ตไทม์อย่างอื่นพี่ไม่เคยว่า เสิร์ฟอาหาร ล้างชามก็ทำไป แต่มันต้องไม่ใช่การนุ่งสั้น แต่งหน้าจัดจ้าน ยืนโพสท่าให้ผู้ชายถ่ายรูป มันอันตรายรู้บ้างไหม แล้วไปทำงานอย่างนั้นคนอื่นจะมองเรายังไงเคยคิดบ้างรึเปล่า”

          “ไม่เคยคิดค่ะ ส้มโอคิดแต่ว่าเราทำมาหากินอย่างสุจริต จริงอยู่ที่หลายคนทำงานนี้แอบแฝง แต่มันก็แค่คนกลุ่มหนึ่งไม่ใช่ทั้งหมด พี่จะมาเหมารวมกันว่าเป็นผู้หญิงไม่ดีทั้งหมดไม่ได้ แล้วส้มโอก็แค่อยากหารายได้เพื่อแบ่งเบาภาระของพี่ อีกอย่างหนึ่งพี่น่าจะไว้ใจน้องสาวของตัวเองบ้างว่าไม่มีวันที่จะทำตัวเสียหายให้อับอายชาวบ้านชาวช่อง” กันตาภาวางช้อนที่อยู่ในมือ โต้เถียงด้วยเหตุผลของตนเองบ้าง

          แต่รวิผู้ที่อยู่ตรงกลางกลับมองว่าหัวข้อสนทนาครั้งนี้เริ่มจะกลายเป็นข้อโต้แย้งระหว่างพี่น้อง และต่างฝ่ายก็มีท่าทีว่าความคิดของตนนั้นถูกต้องจึงกระแอมขึ้นเสียงไม่เบานัก เป็นการเบรกอารมณ์ของทั้งคู่ลงบ้างเล็กน้อย

          “เอ่อ... พี่ว่าชมพู่กับส้มโอน่าจะใจเย็นคุยกันนะ ชมพู่ก็ต้องฟังน้องบ้าง เดี๋ยวนี้นักเรียน นักศึกษาก็รับจ๊อบพิเศษเพื่อส่งเสียตัวเองทั้งนั้น จริงอยู่ว่างานแบบนี้ไม่สามารถเลี่ยงผู้ชายตัณหากลับได้ แต่นั่นก็ต้องได้รับการสมยอมทั้งสองฝ่าย แล้วถ้าส้มโออยากไปทำจริงๆ พี่ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะยังไงเสีย ส้มโอก็ไม่เคยทำตัวเหลวไหล”

          “นั่นก็ใช่ค่ะ แต่พี่โต้งไม่เห็นเหรอคะว่าเดี๋ยวนี้คนร้ายมันเยอะแยะ มากด้วยเล่ห์กล ถ้ามันอยากจะได้สาวๆ สวยๆ สักคน มันมีวิธีร้อยแปดง่ายกว่าพลิกฝ่ามือเสียอีก เป็นตายร้ายดีพี่ก็ไม่ยอมให้เราไปทำงานนี้แน่” ท้ายประโยคชยาภาหันไปสั่งน้องสาวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

          “แต่พี่ว่าชมพู่น่าจะเปิดใจรับฟังเหตุผลของน้องบ้าง...” รวิพูดไม่ทันจบประโยคก็ต้องเงียบเสียงลง

          “ไม่ค่ะ ชมพู่ตัดสินใจแล้ว ยังไงก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ พี่โต้งก็พูดได้สิคะในเมื่อตัวเองเป็นผู้ชาย ภัยมืดรอบตัวที่พุ่งเข้ามาหามันย่อมน้อยกว่าเราที่เป็นผู้หญิงอยู่แล้ว” ชยาภาต่อว่าอย่างตรงไปตรงมา หากแต่ต้องเงียบแล้วเงยหน้ามองตามร่างบอบบางของน้องสาวที่ผุดลุกขึ้นอย่างกะทันหัน

          “ขอบคุณพี่โต้งที่เข้าใจและเชื่อมั่นในตัวของส้มโอนะคะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ในเมื่อพี่เขาคิดว่าชมพู่เป็นคนเชื่อใจไม่ได้อย่างนั้น ส้มโอก็ไม่ทำงานนั่นแล้วก็ได้ค่ะ ขอตัวนะคะ” พูดจบสาวน้อยที่เพิ่งเรียนจบหมาดๆ แต่ยังว่างงานก็เดินตึงๆ กลับเข้าห้องส่วนตัวของตนเองทันที ทิ้งให้พี่สาวผู้หวังดีส่ายหน้า ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยใจ

          ชยาภารู้ดีเชียวล่ะว่าน้องสาวกำลังโกรธ ถึงได้ประชดออกมาอย่างน้อยใจเช่นนั้น ไม่ใช่ไม่เชื่อใจ

          หากแต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่ทันตั้งตัว เพราะฉะนั้นเมื่อเธอได้รับหน้าที่แทนบุพการีทั้งสองก็ต้องดูแลน้องสาวฝาแฝดให้ดีที่สุดตามกำลังที่จะทำได้

          “พี่ว่าวันนี้พี่กลับก่อนดีกว่า ชมพู่จะได้คุยกับน้องให้เข้าใจ” รวิพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าแฟนสาวเงียบ สีหน้าเครียดกังวล

          “ขอโทษด้วยนะคะ เมื่อกี้นี้ไม่ได้ตั้งใจจะว่าพี่โต้ง แต่ชมพู่แค่เป็นห่วงน้อง ถ้าตรงไหนที่มันล่อแหลมก็ไม่อยากให้เขาเข้าไปใกล้” ชยาภาเอ่ยคำขอโทษอย่างจริงใจ

          “ไม่เป็นไร พี่ไม่ได้โกรธ รู้ว่าคนเราคิดไม่เหมือนกัน แต่ชมพู่ลองคิดทบทวนดูนะ เดี๋ยวนี้สังคมบ้านเมืองเราเปลี่ยนไป เราไม่สามารถรู้ได้ว่าคนไหนดีคนไหนเลว แต่ต้องลองเรียนรู้ด้วยตัวเอง เมื่อรู้ว่าสิ่งไหนไม่ดีก็ไม่ต้องไปเข้าใกล้ แล้วพี่อยากให้มองเจตนาของน้องมากกว่า ส้มโอเพียงแค่อยากช่วยแบ่งเบาภาระเพราะเห็นว่าชมพู่น่ะทำงานหนักมาก... อันนี้มันคือความคิดเห็นของพี่นะ ก็สุดแท้แต่ชมพู่ว่าจะตัดสินใจยังไง”

          “ค่ะ... แล้วจะลองคิดดูอีกที” ชยาภารับคำพร้อมเดินออกมาส่งชายหนุ่มที่หน้ารั้วบ้านในไม่กี่นาทีต่อมา จากนั้นจึงหมุนตัวกลับเข้าบ้าน ก็พบว่าน้องสาวกำลังเก็บจานชามที่กองอยู่บนโต๊ะอาหารไปล้างทำความสะอาด โดยที่ไม่ยอมสบสายตากับพี่สาว และนั่นก็คือปฏิกิริยาที่แสดงให้ผู้เป็นพี่รู้ว่าโกรธ ไม่พอใจของน้องสาวมาตั้งแต่เล็กจนโต

          หากแต่ชยาภาก็ไม่สามารถอนุญาตให้น้องสาวไปทำงานเช่นนั้นได้ จึงเดินกลับเข้าห้องส่วนตัวอีกครั้งเพื่อคิดทบทวนถึงเหตุผลต่างๆ ให้ถี่ถ้วน โดยไม่ได้เดินมาหยอกล้อ ง้องอนน้องสาว

          เมื่อเห็นว่าน้องสาวอารมณ์เย็นลงแล้วจึงค่อยตะล่อมบอกด้วยเหตุผลเช่นที่ผ่านมา

          การเดินกลับเข้าห้องเงียบๆ ของพี่สาวก็ทำให้กันตาภารู้ว่าพี่สาวของตนนั้นคงไม่พอใจเอามากๆ แต่สาวน้อยก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร

          ในเมื่อแท้จริงแล้วเจตนาที่ตั้งใจนั้นคืออยากหารายได้เป็นของตัวเอง ซึ่งค่าจ้างที่คำนวณได้คร่าวๆ จากการบอกเล่าของเพื่อนนั้น มันมากกว่าที่เธอทำงานเสิร์ฟในร้านอาหารเกือบสามเดือน!


 

นางบำเรอเลื่อนขั้น
ศิริพารา
www.mebmarket.com
‘เท่าไหร่ ว่ามา?’       อัครรัฐ พิพิธณรงค์ ซีอีโอหนุ่มมหาเศรษฐีไม่เคยรีรอหรือเกี่ยงราคาเลยสักครั้ง หากอยากได้สิ่งใดในโลกนี้ รวมทั้งเธอ...       ชยาภา เมดสาวผู้มีใบหน้างดงาม อ่อนหวาน ผู้ซึ่งเป็นเพียงพนักงานปลายแถวในปกครองของเขา แต่เธอกลับกล้าดีประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้คนอย่างเขาได้มีโอกาสมาสอนเรื่องรักใคร่ เงินและความสุขสบายที่เขาจะเนรมิตให้ก็ไม่สามารถซื้อความสุขใจของเธอได้         แน่นอนว่าเขารู้ทันเกม ทั้งหมดที่เธอพูดมาเป็นแค่การ ‘เล่นตัวและโก่งราคา’ หากแต่มันได้ผลเพราะเขากำลังรวดร้าวด้วยความต้องการที่ ‘อยากจะเล่นตัวของเธอ’ ขึ้นมาจริงๆ        ดีล่ะ! ในเมื่อเธอกล้าที่จะท้าทายคนที่อย่างเขา เธอก็ควรจะได้เรียนรู้ว่าอำนาจและอิทธิพลของมหาเศรษฐีอันดับต้นของโลกสามารถทำให้ผู้หญิงอวดดีอย่างเธอเดินเข้ามาอยู่ในฐานะ ‘นางบำเรอ’ ได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ สั่งสอนให้เธอสิ้นฤทธิ์ ทำให้เธอได้สั่นสะท้านไปทั้งร่างกายและหัวใจ ตอกย้ำให้ได้รู้ว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่จะสอนเกมทางกายให้เธอได้โหยหา...        ทันทีที่ชีวิตของนางบำเรอเริ่มขึ้น เธอก็ได้รู้ว่ามีผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งฐานะและชาติตระกูล คู่ควรที่จะยืนเคียงข้างเขารออยู่แล้ว แต่สัมผัสทางกายอันเร่าร้อนที่เขามอบให้ทุกคืนวันเป็นเหมือนบ่วงล่อที่ผลักให้เธอดำดิ่งลงไปในหุบเหวแห่งเสน่หาจนยากที่จะถอนตัว          เมื่อสบโอกาส ‘หนี’ จึงไม่รั้งรอที่จะแหกกฏของเขาเช่นกัน!! แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยให้นางบำเรอก้าวลงจากเตียงในเวลาที่ยังติดใจเธอเช่นนี้ ที่สำคัญเธอยังหอบเอา ‘ทายาท’ อันดับหนึ่งของเขาติดท้องไปด้วย แล้วมันจะเป็นไรไปถ้าจะเลื่อนขั้นนางบำเรอมาเป็นเมียตีตรา ด้วยเหตุผลที่ว่า...          ‘ฉันรักความเป็นคนดีของเธอ รักความดื้อรั้นของเธอ รักในความคิดของเธอ รักที่เธอกล้าเถียงฉันคอเป็นเอ็น รักที่เธอกล้าดุ กล้าตวาด กล้าถลึงตาใส่ฉัน เข้าใจไหมว่าฉันรักทั้งหมดที่เป็นชมพู่ ชยาภา’
มลทินปรารถนา
ศิริพารา
www.mebmarket.com
      ทันทีที่ ทัตเทพ วิชิตเมธา มหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่ผู้มั่งคั่งจากธุรกิจนำเข้าซูเปอร์คาร์แบรนด์หรู ได้มีโอกาสสบสายตากับ นีราภา ก็ทำให้เขาหลงวนเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลสดใสจนหาทางออกไม่เจอ แต่เธอกลับไม่แม้แต่ชายหางตาแล          ทว่าค่ำคืนที่มีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง ทัตเทพก็ไม่อาจจะหักห้ามใจตนเองไว้ได้ เงินก้อนโตและความสุขสบายจึงถูกเสนอให้เจ้าของฝ่ามือเรียวบางโดยไม่อั้นเพียงเพราะอยากให้เธอได้จับต้องทุกส่วนในร่างกายอย่างถึงพริกถึงขิง       นีราภากรีดร้องปฏิเสธว่าตนเป็นเพียงพนักงานจากร้านสปาแห่งหนึ่งเท่านั้น ไม่มีบริการเสริม ‘นวดพร้อมนาบ’ อย่างที่เขาเข้าใจ แต่คนเหลือทนกลับตีขลุมเอาเองว่าการขัดขืนนั้นคือลีลาที่เธอใช้ ‘เรียก’ ลูกค้าให้ ‘กระหายจัด’ จริตมารยาที่แสดงออกนั้นแสนเร้าใจจนมหาเศรษฐีหนุ่มคิดว่าได้หลุดเข้าไปอยู่ในการถ่ายทำหนังต้องห้าม        หาก ‘ความสาว’ ที่เพิ่งปล้นมาจากเธอมานั้นก็ทำให้เขาหูตาสว่าง ติดอกติดใจ หลงใหลจนถึงขั้นคิดเก็บ ‘เมียเด็ก’ เอาไว้กับตัวคนเดียว เสียงซุบซิบนินทาจากคนรอบข้างไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องแยแส ตรงกันข้ามกลับหิ้วเมียเด็กติดหนึบไว้ข้างกายไม่ต่างจากรอยสักบนร่างกาย แต่ความคิดของคนทั้งสองกลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง        ถึงแม้ว่านีราภาจะมีความสุขกับเสน่หาที่เขาปรนเปรอ แต่นั่นคือมลทินที่ทำให้เธอต้องนึกอดสูใจ การตีจากเป็นหนทางเดียวที่จะปลดปล่อยตนเองออกจากวังวนแห่งปรารถนา        ถ้าคิดจะหนี... ก็ต้องหนีให้พ้น        คนอย่างทัตเทพไม่เคยเกี่ยงที่จะเป็นผู้ล่า ยิ่งได้ล่าคนที่ขโมยหัวใจตัวเองไปนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิดเมื่อเธอปล้นเอาหัวใจเขาไปก็ต้องยอมใช้ตัวเองเลี้ยงดูเขาให้อิ่มเอม สมกับความรักที่ตั้งใจมอบให้เธอเพียงผู้เดียว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น