นางบำเรอเลื่อนขั้น อัครรัฐ-ชยาภา

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 4 แม่บ้านส่วนตัว 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 984
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    30 มิ.ย. 60

หลังจากที่รอดพ้นเงื้อมมือผู้ชายร้ายกาจมาอย่างหวุดหวิด ชยาภาเริ่มคิดทบทวนถึงการหางานทำใหม่ เชื่อแน่ว่าอีกไม่กี่วันที่จะครบกำหนดทดลองงานนี้ คงไม่สามารถผ่านไปได้เพราะไปด่าว่าเจ้านายอย่างแรงอยู่หลายประโยค สายตาคมกริบที่มองในตอนที่ผละออกห่างนั้น ยังบ่งบอกว่ารังเกียจนักหนา ร่างอ้อนแอ้นก้าวเดินพลางคิดในใจไปอย่างเหม่อลอย โดยไม่รู้ตัวเลยว่าท่าทางเหล่านี้อยู่ในสายตาของรวิตลอดเวลา

          “เป็นอะไรรึเปล่าชมพู่ ทำไมถึงหน้าซีด เดินเหม่ออย่างนี้?” รวิถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจ แตะฝ่ามือกร้านของตนเข้าที่เรียวแขนเสลา หากแต่ได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้าแรงๆ พร้อมกับรอยยิ้มกว้างซึ่งตนรู้ดีว่าเธอกำลังแกล้งทำเพื่อไม่ให้เป็นห่วง

          “เปล่านี่คะ ชมพู่คงดีใจที่ได้เลิกงานเร็วกว่าปกติหลายชั่วโมง เลยเซ็งๆ มั้ง” จบคำพูดก็อยากจะโขกหัวตัวเองกับเสาป้ายรถเมล์หนักๆ นัก เธอเป็นคนที่โกหกได้ยอดแย่ที่สุดในโลก จึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุย คว้ามือใหญ่ของหนุ่มข้างกายให้เดินไปข้างหน้าด้วยกัน “กลับเถอะค่ะ วันนี้เราซื้อกับข้าวเข้าไปทานด้วยกันนะ ชมพู่ส่งข้อความให้ส้มโอหุงข้าวรอแล้วค่ะ”

          รวินั้นรู้ดีว่าหญิงสาวต้องมีเรื่องไม่สบายใจเป็นแน่ หากแต่ยังไม่อยากซักไซ้ในตอนนี้ เอาไว้ให้ถึงเวลาที่เธอพร้อมก็คงจะปริปากปรึกษาเอง

          “จ้ะ”

          ปี๊น... ปี๊น...

          เสียงแตรบีบไล่หลังที่ดังขึ้นทำให้หนุ่มสาวทั้งคู่หันกลับมามองตามต้นกำเนิดของเสียงทันที และรถยนต์สุดหรูซึ่งพนักงานน้อยใหญ่ในโรงแรมพิพิธรีโซเทล แบงค็อก ต่างก็รู้ดีว่านี่คือพาหนะของท่านรองประธานหนุ่มหล่อ

          ตอนนี้เขากำลังเทียบรถจอดริมฟุตปาธทั้งยังลดกระจก ก้มศีรษะทักทายพนักงานอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นบ่อยนัก!

          “กลับบ้านกับภรรยาเหรอรวิ ไม่ยักรู้นะว่านายแต่งงานแล้ว?” อัครรัฐเอ่ยถามเลขานุการของหัวหน้าฝ่ายบุคคลทันทีตั้งแต่เห็นร่างคุ้นตาของผู้หญิงที่เขาต้องการ แต่มีอันต้องปล่อยไปถึงสองครั้งสองครา เพียงแค่เห็นเธอจับมือกับรวิอย่างสนิทสนมก็มั่นใจว่าสามีที่เธออ้างถึงนั้นคือใคร

          รวิก้มลงมองมือข้างหนึ่งที่แฟนสาวเกาะกุมไว้พลางยกมืออีกข้างหนึ่งเกาศีรษะแก้เขิน อยากจะสมอ้างตัวเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่ก็กลัวว่าชยาภาจะเสียหาย “ปะ...เปล่าครับ ชยาภาเป็นแฟนของผมครับท่านรอง ยังไม่ใช่ภรรยาครับ”

          ชยาภาอ้าปากค้างเพราะไม่ทันได้ห้าม ได้แต่ก้มหน้านิ่งเมื่อเหลือบสายตาไปมองผู้ชายในรถยนต์คันหรู แล้วเห็นเพียงสายตาคุกรุ่นด้วยความไม่พอใจ

          “อ่อ งั้นคงใกล้แล้วสินะ?” อัครรัฐถาม แต่กลับจ้องร่างอ้อนแอ้นที่เอาแต่ก้มหน้านิ่ง เธอแน่อีกครั้งแล้วที่สามารถหลอกคนอย่างเขาให้เชื่อได้ นี่คงคิดว่าเขาไม่ต่างจากไอ้งั่ง มีเขางอกออกมาสามารถลูบจมูก ลูบปากเล่นได้ทุกเวลาสินะ “เด็กเลี้ยงแกะ!

          รวิไม่ได้ใส่ใจกับเสียงลอดไรฟันที่เจ้านายเปล่งออกมา เพราะยังรู้สึกเป็นเกียรตินักที่ท่านอุตส่าห์จอดรถไถ่ถามพนักงานอย่างตน “วันนี้ท่านรองจะออกไปรับประทานอาหารข้างนอกเหรอครับ”

          “เปล่า... ฉันแค่จะไปหาวิธีจัดการกับเด็กเลี้ยงแกะเท่านั้นเอง” จบคำพูดก็เคลื่อนรถคันหรูออกไปด้วยความเร็วจนคนที่ยืนอยู่ได้ยินแค่เสียงอัตราเร่งของเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่ม

          “เออ... ท่านรองนี่แปลกคนนะ ดูเหมือนมีหลายอารมณ์ในเวลาใกล้เคียงกัน” พูดพร้อมออกเดินขึ้นสู่สะพานลอยที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าซึ่งทั้งคู่ใช้เดินทางกลับบ้านทุกวัน

          “เขาเรียกว่าคนไม่อยู่กับร่องกับรอย อารมณ์ไม่คงที่” ชยาภาช้อนสายตาคู่หวานมองผู้ชายที่หัวเราะร่วนอยู่ข้างๆ พลางเลิกคิ้วถามเพราะไม่เข้าใจว่าถูกอกถูกใจอะไรนักหนา “ขำอะไรคะ?”

          “ก็ขำที่ชมพู่กล้าว่าท่านรองตรงๆ น่ะสิ พูดกับพี่นี่ได้อยู่หรอก แต่อย่าไปหลุดปากพูดกับคนอื่นนะ เดี๋ยวเดือดร้อนได้เปลี่ยนงานแน่ เรายิ่งถูกจับตามองว่ายังไม่ผ่านการทดลองงาน แต่ทำไมหัวหน้าแผนกแม่บ้านถึงได้คัดเลือกให้ไปรับผิดชอบเพนต์เฮาส์” รวิเตือนแฟนสาวด้วยความหวังดี

          “บางคนก็ยังว่าชมพู่เป็นเด็กเส้นเลย เพราะรู้ว่าเราคบหากันอยู่ แล้วพี่ก็เป็นเลขาฯ ของหัวหน้าฝ่ายบุคคล บางคนก็ว่า... เอ่อ...”

          “ต้องหาสาวๆ ไปรับใช้ท่านรองใช่ไหมคะ” ชยาภาต่อให้ทันที เมื่อเห็นว่ารวิไม่กล้าพูดมันออกมา

          ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าพนักงานสาวส่วนมากอยากทำหน้าที่นี้กันแทบทุกคน เพราะอยากใกล้ชิดกับผู้ชายที่มีทุกอย่างเพียบพร้อมทั้งหน้าตาและฐานะ

          เกิดจับพลัดจับผลูถูกตาท่านก็อาจจะสบายไปทั้งชาติ ไม่ต้องคิดว่าจะเป็นเมียแต่งตีทะเบียน ยกย่องออกหน้าออกตา หากแต่พอใจที่จะเป็นเพียงผู้หญิงที่อยู่ในมุมมืด ใช้ร่างกายบำรุงบำเรอเท่านั้น

          อย่างนี้สินะ ท่านรองที่ใครต่อใครต่างพากันยอมรับในความสามารถถึงได้ปฏิบัติตัวกับเธอ โดยถามราคาค่าตัวราวกับผู้หญิงริมทาง คิดแล้วยิ่งเจ็บใจนัก!

          ไม่อยากแม้เข้าใกล้... เห็นทีจะต้องรีบมองหางานใหม่ที่ไม่ทำให้อึดอัดใจเช่นนี้โดยเร็วเสียแล้ว

นางบำเรอเลื่อนขั้น
ศิริพารา
www.mebmarket.com
‘เท่าไหร่ ว่ามา?’       อัครรัฐ พิพิธณรงค์ ซีอีโอหนุ่มมหาเศรษฐีไม่เคยรีรอหรือเกี่ยงราคาเลยสักครั้ง หากอยากได้สิ่งใดในโลกนี้ รวมทั้งเธอ...       ชยาภา เมดสาวผู้มีใบหน้างดงาม อ่อนหวาน ผู้ซึ่งเป็นเพียงพนักงานปลายแถวในปกครองของเขา แต่เธอกลับกล้าดีประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้คนอย่างเขาได้มีโอกาสมาสอนเรื่องรักใคร่ เงินและความสุขสบายที่เขาจะเนรมิตให้ก็ไม่สามารถซื้อความสุขใจของเธอได้         แน่นอนว่าเขารู้ทันเกม ทั้งหมดที่เธอพูดมาเป็นแค่การ ‘เล่นตัวและโก่งราคา’ หากแต่มันได้ผลเพราะเขากำลังรวดร้าวด้วยความต้องการที่ ‘อยากจะเล่นตัวของเธอ’ ขึ้นมาจริงๆ        ดีล่ะ! ในเมื่อเธอกล้าที่จะท้าทายคนที่อย่างเขา เธอก็ควรจะได้เรียนรู้ว่าอำนาจและอิทธิพลของมหาเศรษฐีอันดับต้นของโลกสามารถทำให้ผู้หญิงอวดดีอย่างเธอเดินเข้ามาอยู่ในฐานะ ‘นางบำเรอ’ ได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ สั่งสอนให้เธอสิ้นฤทธิ์ ทำให้เธอได้สั่นสะท้านไปทั้งร่างกายและหัวใจ ตอกย้ำให้ได้รู้ว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่จะสอนเกมทางกายให้เธอได้โหยหา...        ทันทีที่ชีวิตของนางบำเรอเริ่มขึ้น เธอก็ได้รู้ว่ามีผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งฐานะและชาติตระกูล คู่ควรที่จะยืนเคียงข้างเขารออยู่แล้ว แต่สัมผัสทางกายอันเร่าร้อนที่เขามอบให้ทุกคืนวันเป็นเหมือนบ่วงล่อที่ผลักให้เธอดำดิ่งลงไปในหุบเหวแห่งเสน่หาจนยากที่จะถอนตัว          เมื่อสบโอกาส ‘หนี’ จึงไม่รั้งรอที่จะแหกกฏของเขาเช่นกัน!! แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยให้นางบำเรอก้าวลงจากเตียงในเวลาที่ยังติดใจเธอเช่นนี้ ที่สำคัญเธอยังหอบเอา ‘ทายาท’ อันดับหนึ่งของเขาติดท้องไปด้วย แล้วมันจะเป็นไรไปถ้าจะเลื่อนขั้นนางบำเรอมาเป็นเมียตีตรา ด้วยเหตุผลที่ว่า...          ‘ฉันรักความเป็นคนดีของเธอ รักความดื้อรั้นของเธอ รักในความคิดของเธอ รักที่เธอกล้าเถียงฉันคอเป็นเอ็น รักที่เธอกล้าดุ กล้าตวาด กล้าถลึงตาใส่ฉัน เข้าใจไหมว่าฉันรักทั้งหมดที่เป็นชมพู่ ชยาภา’
มลทินปรารถนา
ศิริพารา
www.mebmarket.com
      ทันทีที่ ทัตเทพ วิชิตเมธา มหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่ผู้มั่งคั่งจากธุรกิจนำเข้าซูเปอร์คาร์แบรนด์หรู ได้มีโอกาสสบสายตากับ นีราภา ก็ทำให้เขาหลงวนเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลสดใสจนหาทางออกไม่เจอ แต่เธอกลับไม่แม้แต่ชายหางตาแล          ทว่าค่ำคืนที่มีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง ทัตเทพก็ไม่อาจจะหักห้ามใจตนเองไว้ได้ เงินก้อนโตและความสุขสบายจึงถูกเสนอให้เจ้าของฝ่ามือเรียวบางโดยไม่อั้นเพียงเพราะอยากให้เธอได้จับต้องทุกส่วนในร่างกายอย่างถึงพริกถึงขิง       นีราภากรีดร้องปฏิเสธว่าตนเป็นเพียงพนักงานจากร้านสปาแห่งหนึ่งเท่านั้น ไม่มีบริการเสริม ‘นวดพร้อมนาบ’ อย่างที่เขาเข้าใจ แต่คนเหลือทนกลับตีขลุมเอาเองว่าการขัดขืนนั้นคือลีลาที่เธอใช้ ‘เรียก’ ลูกค้าให้ ‘กระหายจัด’ จริตมารยาที่แสดงออกนั้นแสนเร้าใจจนมหาเศรษฐีหนุ่มคิดว่าได้หลุดเข้าไปอยู่ในการถ่ายทำหนังต้องห้าม        หาก ‘ความสาว’ ที่เพิ่งปล้นมาจากเธอมานั้นก็ทำให้เขาหูตาสว่าง ติดอกติดใจ หลงใหลจนถึงขั้นคิดเก็บ ‘เมียเด็ก’ เอาไว้กับตัวคนเดียว เสียงซุบซิบนินทาจากคนรอบข้างไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องแยแส ตรงกันข้ามกลับหิ้วเมียเด็กติดหนึบไว้ข้างกายไม่ต่างจากรอยสักบนร่างกาย แต่ความคิดของคนทั้งสองกลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง        ถึงแม้ว่านีราภาจะมีความสุขกับเสน่หาที่เขาปรนเปรอ แต่นั่นคือมลทินที่ทำให้เธอต้องนึกอดสูใจ การตีจากเป็นหนทางเดียวที่จะปลดปล่อยตนเองออกจากวังวนแห่งปรารถนา        ถ้าคิดจะหนี... ก็ต้องหนีให้พ้น        คนอย่างทัตเทพไม่เคยเกี่ยงที่จะเป็นผู้ล่า ยิ่งได้ล่าคนที่ขโมยหัวใจตัวเองไปนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิดเมื่อเธอปล้นเอาหัวใจเขาไปก็ต้องยอมใช้ตัวเองเลี้ยงดูเขาให้อิ่มเอม สมกับความรักที่ตั้งใจมอบให้เธอเพียงผู้เดียว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น