นางบำเรอเลื่อนขั้น อัครรัฐ-ชยาภา

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 4 แม่บ้านส่วนตัว 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 978
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    28 มิ.ย. 60

“ค่ะ ดิฉันทราบแล้ว กรุณาลุกขึ้นด้วย ดิฉันทำงานเรียบร้อยแล้วจะขอตัวออกไปจากห้องนี้เสียที”

          อัครรัฐก้มหน้าต่ำลงไปอีกนิด แปลกใจนักว่าเหตุใดเธอถึงมีท่าทีไม่อยากเข้าใกล้ตน ซึ่งมันแตกต่างจากผู้หญิงทั่วไปยิ่งนัก “ทำไม? มีลูกมีผัวแล้วหรือไง ถึงได้ทำท่าไม่อยากเข้าใกล้ฉันขนาดนี้”

          “แล้วทำไมดิฉันต้องอยากเข้าใกล้ท่านรองล่ะคะ ในเมื่อเราเป็นแค่นายจ้างกับลูกจ้าง มันไม่มีความจำเป็นสักนิด แล้วก็ปล่อยดิฉันได้แล้ว” ชยาภาเถียงทั้งเริ่มดิ้นรนเมื่อเขาไม่มีท่าทีว่าจะลุกขึ้น แต่กลับกดน้ำหนักลงมามากขึ้นจนน่าใจหาย “ปล่อยดิฉันเดี๋ยวนี้นะ!

          อัครรัฐยิ้มพรายเมื่อเธอยิ่งดิ้น เขาก็ยิ่งได้สัมผัสร่างนุ่มนิ่มของเธอมากขึ้น ชักสนุกที่ได้เห็นคนสวยโวยวายและแสดงสีหน้าไม่พอใจ “อยากให้ปล่อยจริงๆ น่ะเหรอ หรือว่าแค่ดิ้นพอให้เกิดอารมณ์ ถ้าเป็นอย่างนั้นล่ะก็... ฉันจะบอกว่ามันได้ผลนะ!

          “บ้าหรือไง ทำไมพูดไม่รู้เรื่อง ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นดิฉันจะฟ้องคุณสมชาย” ชยาภาอ้างถึงคนสนิทของท่านประธานที่ได้พบเจอเมื่อเช้านี้ เพราะคิดว่าคงจะทำให้เขาหยุดทำบ้าๆ อย่างนี้สักที

          “อ้า... เธอเริ่มแสดงธาตุแท้ให้ฉันเห็นแล้ว” อัครรัฐลากเสียงยาวราวคิดแล้วเชียวว่าเธอก็ไม่ต่างจากผู้หญิงทั่วไป ที่บางครั้งต้องการมากกว่าเงิน

          “ธาตุแท้อะไรของคุณ! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” ชยาภาดิ้นรนหนักขึ้น หากแต่ไม่สามารถสู้แรงของผู้ชายตัวโตกว่าตนถึงสองเท่าได้ “ไม่งั้นฉันจะตะโกนให้คนช่วย จะแจ้งความให้คุณขายหน้าไปเลย ปล่อยนะ!

          “หัวหมออีกต่างหาก แล้วทำไมตอนถามว่าต้องการเท่าไหร่ถึงไม่เรียกราคามา ทำไมต้องทำให้มันยุ่งยากใหญ่โตก่อน รู้ไหมว่าทำอย่างนั้นมันลดความอยากในตัวเธอลงตั้งเยอะนะ”

          เธอคงคิดว่าเขาเป็นไก่อ่อนล่ะสิ! ถึงจะได้ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมผู้หญิง เล่นตัวเพื่อต่อรองราคา พอเขาติดกับก็ทำท่าขัดขืนโก่งค่าตัว

          หากแต่เมดคนสวยหัวสูงกว่าใครเพราะกล้าเอาทนายสมชายมาอ้าง นี่คงหวังให้เขารับเลี้ยงดูไปนานๆ

          “ฉันรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่”

          ชยาภาเกลียดสายตาสู่รู้ที่อยู่ใกล้เพียงคืบนั้นนัก “ไม่จริงสักนิด ความคิดของคุณมันสวนทางกับดิฉันโดยสิ้นเชิง ดิฉันปฏิเสธการเข้าไปเป็นผู้หญิงของคุณทุกวิถีทาง แต่คุณกลับมองว่าดิฉันกำลังเล่นตัวเพื่อต่อรองราคา เอ๊ะ! บอกให้ปล่อย”

          ความโกรธผสมโมโหทำให้ลูกจ้างสาวเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกขานเจ้านาย ทั้งยังขึ้นเสียงตวาดดุอย่างไม่เกรงกลัว

          “งั้นทำไมไม่อยากอยู่ใกล้ฉัน เธอโกหกทำไมว่าจำไม่ได้แม้กระทั่งรสจูบของฉัน ถ้ามันไม่ใช่การโก่งราคา?” อัครรัฐยังใช้คำถามตรงไปตรงมา

          ตอนนี้รู้สึกดีสุดๆ ที่ได้เบียดเสียดกับเรือนร่างนุ่มนิ่ม หอมกรุ่น สองตาจ้องริมฝีปากสีระเรื่อที่ขยับเถียงขึ้นลงไม่วางตา มันกระตุ้นเร้าให้สมองคิดไปไกลว่า...

          หากเธอนอนเปลือยกายบิดร่างอยู่ใต้ตัวเขาจะให้ความรู้สึกดีแค่ไหนกันนะ?!

          “ถ้าดิฉันตอบแล้วจะปล่อยใช่ไหมคะ” ชยาภาหันมาเผชิญหน้าตรงๆ

          เมื่อได้รับคำตอบเป็นการพยักหน้าก็รีบชี้แจงด้วยการโกหกคำโต หวังเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้

          “ดิฉันแต่งงานมีครอบครัวแล้วจะอยากอยู่ใกล้คุณได้ยังไง ดิฉันกับสามีเรารักกันมากและมันก็คือคำตอบในตัวอยู่แล้วนี่คะ ดิฉันมีครอบครัวแล้ว จะอยากโก่งราคาค่าตัวอย่างที่คุณคิดได้ยังไงกัน ทำอย่างนั้นก็เท่ากับว่าดิฉันสวมเขาให้สามี คุณเองก็จะได้ชื่อว่าเป็นชู้กับผู้หญิงที่เป็นเพียงแค่พนักงานเล็กๆ ในโรงแรมของตัวเอง”

          อัครรัฐแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าเธอมีสามีแล้ว กายสาวนั้นเต่งตึงเกินกว่าที่จะเชื่อว่ามีครอบครัว

          รสจูบไม่ประสีประสาของเธอทำให้เขานึกอยากเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นนัก จึงก้มลงเข้าไปใกล้อีกนิดและปฏิกิริยาของเธอนั้นคือกดศีรษะตัวเองลงไปกับที่นอนมากขึ้น หลับตาแน่นปี๋ราวกับสาวที่ไม่เคยต้องมือชายมาก่อน

          “ก็โอเค้... ฉันไม่ได้อดอยากจนต้องไปเป็นชู้ใคร แต่อดสงสัยไม่ได้ว่า... จูบไม่เอาอ่าวของเธอนี่นะคือจูบของผู้หญิงที่มีสามีแล้ว”

          ชยาภาอยากจะกรี๊ดๆ ใส่หน้าผู้ชายคนนี้นัก ทำไมเขาถึงได้มีนิสัยหยาบกระด้างได้อย่างนี้ หากแต่ต้องใจเย็นพูดจาด้วยเหตุผลเท่านั้นถึงจะรอดจากเงื้อมมือเขาได้

          การสมอ้างว่าตนมีสามีแล้วนั่นก็ยังทำให้สีหน้าเขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง หญิงสาวจึงรู้ว่าตัวเองมาถูกทางแล้ว “เอ่อ... ฉันกับสามีจะเป็นยังไง คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์เพราะมันคือเรื่องส่วนตัว ใครจะไปช่ำชองอย่างคุณล่ะ ทีนี้ก็ปล่อยฉันกลับไปหาสามีสักที!

          “นี่จะบอกอะไรให้นะ ฉันไม่ใช่คนดีอะไร...”

          “ค่ะ จากการกระทำและคำพูดของคุณ ดิฉันรู้ดีแก่ใจเชียวล่ะ” ชยาภาชิงพูดก่อนที่เขาจะพูดจบประโยคด้วยซ้ำ แต่มีหรือที่คนอย่างอัครรัฐจะสะท้านสะเทือน ก็เขาตั้งใจจะบอกเธอว่า หากมีสามีแล้วเขาก็ไม่เอาตัวเข้าไปยุ่งแน่ แต่เธอกลับปากกล้า ใจร้อนไม่ยอมให้เขาพูดจนจบ

          “ฮึ... มีผัวแล้วฉันก็ไม่เกี่ยงถ้าชอบ แล้วฉันก็ชอบผู้หญิงที่มีบุคลิกขัดแย้งในตัวเองเสียด้วยสิ ดูภายนอกนี่อ่อนหวาน หัวอ่อน แต่ข้างในแล้วช่ำชองไม่ยอมคน อยู่บนเตียงคงร้อนแรงอย่าบอกใคร” อัครรัฐแกล้งว่ายั่วอารมณ์ “อ้า... แค่คิดก็อยากลองแล้ว”

          ได้ยินดังนั้นชยาภาก็ตกใจสุดชีวิต แต่คำพูดที่ดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยเธอไปนั้นกลับขัดแย้งกับการกระทำโดยสิ้นเชิง เพราะเขารีบผละออกจากตัวเธอราวกับเป็นขยะโสโครกสักอย่าง

          เมื่อเป็นอิสระ ชยาภาก็ผุดลุกขึ้นด้วยความรวดเร็ว ไม่อยากคิดว่าเขาจะปล่อยด้วยเหตุผลกลใด แต่ตอนนี้ต้องรีบถอยห่างจากผู้ชายอันตรายคนนี้ให้มากที่สุด!

          อัครรัฐมองร่างอ้อนแอ้นที่กำลังใช้มือปัดเสื้อผ้าของตนให้เข้าที่อย่างลวกๆ เธอไม่ยอมหันกลับมามองเขาแม้แต่น้อย รีบขนผ้าปูเตียงผืนเดิมใส่รถเข็นแล้วเดินเร็วๆ จนลับสายตา

          ทิ้งให้ชายชาญโลกที่ใช้ชีวิตวัยหนุ่มอย่างเต็มที่มองตามด้วยความแปลกใจระคนสงสัย แต่เสียงกรีดร้องของโทรศัพท์เครื่องบางที่ดังขึ้น ทำให้ต้องหันกลับไปคว้ามันขึ้นมาและกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอาใจ เมื่อเบอร์ที่โชว์อยู่หน้าจอนั้นคือเบอร์โทรศัพท์ของทนายสมชาย

          ไม่บอกก็รู้ว่าคงจะเรียกตัวให้กลับไปทานอาหารเย็นที่คฤหาสน์พิพิธณรงค์ แต่สิ่งที่ทำให้อัครรัฐเบื่อหน่ายมากกว่าเดิมนั่นคือ อาหารเย็นมื้อนี้คงจะมีหญิงสาวที่พ่อของตนเชื้อเชิญมานั่งกรีดกรายรออยู่บนโต๊ะอาหารอีกเป็นแน่!

ดาวน์โหลด นางบำเรอเลื่อนขั้นและมลทินปรารถนาได้แล้วที่เมพค่ะ

 

นางบำเรอเลื่อนขั้น
ศิริพารา
www.mebmarket.com
‘เท่าไหร่ ว่ามา?’       อัครรัฐ พิพิธณรงค์ ซีอีโอหนุ่มมหาเศรษฐีไม่เคยรีรอหรือเกี่ยงราคาเลยสักครั้ง หากอยากได้สิ่งใดในโลกนี้ รวมทั้งเธอ...       ชยาภา เมดสาวผู้มีใบหน้างดงาม อ่อนหวาน ผู้ซึ่งเป็นเพียงพนักงานปลายแถวในปกครองของเขา แต่เธอกลับกล้าดีประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้คนอย่างเขาได้มีโอกาสมาสอนเรื่องรักใคร่ เงินและความสุขสบายที่เขาจะเนรมิตให้ก็ไม่สามารถซื้อความสุขใจของเธอได้         แน่นอนว่าเขารู้ทันเกม ทั้งหมดที่เธอพูดมาเป็นแค่การ ‘เล่นตัวและโก่งราคา’ หากแต่มันได้ผลเพราะเขากำลังรวดร้าวด้วยความต้องการที่ ‘อยากจะเล่นตัวของเธอ’ ขึ้นมาจริงๆ        ดีล่ะ! ในเมื่อเธอกล้าที่จะท้าทายคนที่อย่างเขา เธอก็ควรจะได้เรียนรู้ว่าอำนาจและอิทธิพลของมหาเศรษฐีอันดับต้นของโลกสามารถทำให้ผู้หญิงอวดดีอย่างเธอเดินเข้ามาอยู่ในฐานะ ‘นางบำเรอ’ ได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ สั่งสอนให้เธอสิ้นฤทธิ์ ทำให้เธอได้สั่นสะท้านไปทั้งร่างกายและหัวใจ ตอกย้ำให้ได้รู้ว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่จะสอนเกมทางกายให้เธอได้โหยหา...        ทันทีที่ชีวิตของนางบำเรอเริ่มขึ้น เธอก็ได้รู้ว่ามีผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งฐานะและชาติตระกูล คู่ควรที่จะยืนเคียงข้างเขารออยู่แล้ว แต่สัมผัสทางกายอันเร่าร้อนที่เขามอบให้ทุกคืนวันเป็นเหมือนบ่วงล่อที่ผลักให้เธอดำดิ่งลงไปในหุบเหวแห่งเสน่หาจนยากที่จะถอนตัว          เมื่อสบโอกาส ‘หนี’ จึงไม่รั้งรอที่จะแหกกฏของเขาเช่นกัน!! แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยให้นางบำเรอก้าวลงจากเตียงในเวลาที่ยังติดใจเธอเช่นนี้ ที่สำคัญเธอยังหอบเอา ‘ทายาท’ อันดับหนึ่งของเขาติดท้องไปด้วย แล้วมันจะเป็นไรไปถ้าจะเลื่อนขั้นนางบำเรอมาเป็นเมียตีตรา ด้วยเหตุผลที่ว่า...          ‘ฉันรักความเป็นคนดีของเธอ รักความดื้อรั้นของเธอ รักในความคิดของเธอ รักที่เธอกล้าเถียงฉันคอเป็นเอ็น รักที่เธอกล้าดุ กล้าตวาด กล้าถลึงตาใส่ฉัน เข้าใจไหมว่าฉันรักทั้งหมดที่เป็นชมพู่ ชยาภา’
มลทินปรารถนา
ศิริพารา
www.mebmarket.com
      ทันทีที่ ทัตเทพ วิชิตเมธา มหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่ผู้มั่งคั่งจากธุรกิจนำเข้าซูเปอร์คาร์แบรนด์หรู ได้มีโอกาสสบสายตากับ นีราภา ก็ทำให้เขาหลงวนเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลสดใสจนหาทางออกไม่เจอ แต่เธอกลับไม่แม้แต่ชายหางตาแล          ทว่าค่ำคืนที่มีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง ทัตเทพก็ไม่อาจจะหักห้ามใจตนเองไว้ได้ เงินก้อนโตและความสุขสบายจึงถูกเสนอให้เจ้าของฝ่ามือเรียวบางโดยไม่อั้นเพียงเพราะอยากให้เธอได้จับต้องทุกส่วนในร่างกายอย่างถึงพริกถึงขิง       นีราภากรีดร้องปฏิเสธว่าตนเป็นเพียงพนักงานจากร้านสปาแห่งหนึ่งเท่านั้น ไม่มีบริการเสริม ‘นวดพร้อมนาบ’ อย่างที่เขาเข้าใจ แต่คนเหลือทนกลับตีขลุมเอาเองว่าการขัดขืนนั้นคือลีลาที่เธอใช้ ‘เรียก’ ลูกค้าให้ ‘กระหายจัด’ จริตมารยาที่แสดงออกนั้นแสนเร้าใจจนมหาเศรษฐีหนุ่มคิดว่าได้หลุดเข้าไปอยู่ในการถ่ายทำหนังต้องห้าม        หาก ‘ความสาว’ ที่เพิ่งปล้นมาจากเธอมานั้นก็ทำให้เขาหูตาสว่าง ติดอกติดใจ หลงใหลจนถึงขั้นคิดเก็บ ‘เมียเด็ก’ เอาไว้กับตัวคนเดียว เสียงซุบซิบนินทาจากคนรอบข้างไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องแยแส ตรงกันข้ามกลับหิ้วเมียเด็กติดหนึบไว้ข้างกายไม่ต่างจากรอยสักบนร่างกาย แต่ความคิดของคนทั้งสองกลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง        ถึงแม้ว่านีราภาจะมีความสุขกับเสน่หาที่เขาปรนเปรอ แต่นั่นคือมลทินที่ทำให้เธอต้องนึกอดสูใจ การตีจากเป็นหนทางเดียวที่จะปลดปล่อยตนเองออกจากวังวนแห่งปรารถนา        ถ้าคิดจะหนี... ก็ต้องหนีให้พ้น        คนอย่างทัตเทพไม่เคยเกี่ยงที่จะเป็นผู้ล่า ยิ่งได้ล่าคนที่ขโมยหัวใจตัวเองไปนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิดเมื่อเธอปล้นเอาหัวใจเขาไปก็ต้องยอมใช้ตัวเองเลี้ยงดูเขาให้อิ่มเอม สมกับความรักที่ตั้งใจมอบให้เธอเพียงผู้เดียว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น