นางบำเรอเลื่อนขั้น อัครรัฐ-ชยาภา

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 4 แม่บ้านส่วนตัว 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,040
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    26 มิ.ย. 60


หลังจากทำหน้าที่ของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ชยาภาจึงถือโอกาสเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในสวนหย่อมของโรงแรม ใช้ช่วงเวลาที่ว่างเว้นจากการทำงานระงับสติอารมณ์ สองมือเล็กวางประสานกันบนตักราวกับกำลังฝึกสมาธิ

          หากแท้จริงแล้วหญิงสาวกำลังนับหนึ่งถึงร้อยในใจ ทบทวนถึงความจำเป็นที่จะต้องอดทนทำงานต่อไปเพราะความจำเป็นหลายอย่างบีบบังคับ ไม่เช่นนั้นเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาคงจัดการสาดน้ำสะอาดในแก้วเป็นการเรียกสติ และเรียกศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงที่ถูกดูแคลนกลับคืนมาแล้ว

          หากแต่ยังคิดว่าตัวเองโชคดีนักที่ไม่ได้หุนหันพลันแล่นทำลงไปเช่นนั้น เพราะสุดท้ายแล้วคนที่เดือดร้อนกับการตกงานของเธอ คงจะเป็นน้องสาวฝาแฝดที่กำลังจะจบการศึกษาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

          ครืด... ครืด... ครืด...

          เสียงสั่นของโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้ชยาภารีบควานหาอุปกรณ์สื่อสารออกมากดรับสายอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าเบอร์โทรที่โชว์หราอยู่หน้าจอนั้นคือหัวหน้าแผนกแม่บ้านนั่นเอง

          “ชยาภาพูดสายค่ะ”

          “ตอนนี้อยู่ที่ไหน ให้คนไปตามก็ไม่เจอ”

          ชยาภาขมวดคิ้วมุ่นกับเสียงร้อนรนใจของหัวหน้าแผนกแม่บ้าน “ดิฉันเข้าห้องน้ำน่ะค่ะ เรียกหาดิฉันมีอะไรคะ”

          “ก็มีน่ะสิ ไม่งั้นจะเรียกหาทำไม ตอนนี้ท่านรองออกไปข้างนอก เธอรีบไปเปลี่ยนผ้าปูที่นอนท่านให้เรียบร้อย แล้วค่อยกลับนะ”

          “เอ่อ... แต่เมื่อเช้านี้ดิฉันจัดการไปแล้วนะคะ” ชยาภาพยายามหลีกเลี่ยง หากแต่ต้องเงียบเสียงเมื่อได้ยินปลายสายตวาดมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

          “เอ๊ะ! มันชักจะมากไปแล้วนะชยาภา ท่านเป็นเจ้านายต้องการยังไง เราเป็นคนในปกครองก็ต้องทำตาม ท่านแค่ไม่ชอบผ้าปูสีหวานๆ ก่อนออกไปสั่งให้เปลี่ยนผ้าปูเป็นสีน้ำตาลของ...” หัวหน้าแผนกแม่บ้านบอกยี่ห้อแบรนด์หรู ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศให้พนักงานสาวได้รับรู้

          “เอ่อ... ท่านรองออกไปข้างนอกจริงๆ แล้วใช่ไหมคะ คะ...คือ ดิฉันหมายความว่าท่านออกไปข้างนอกแล้วใช่ไหมคะ กลัวว่าท่านยังอยู่จะเข้าไปรบกวนเวลาส่วนตัวของท่านน่ะค่ะ” ชยาภาแก้ด้วยน้ำเสียงประนีประนอม

          “เอ๊ะ! เธอนี่ชักเอาใหญ่แล้วนะชยาภา เห็นฉันเป็นเด็กๆ หรือยังไง ท่านออกไปได้สักสิบห้านาทีก่อนที่ฉันจะตามหาตัวเธอแล้ว และถ้ายังไม่รีบไปจัดการล่ะก็... ท่านกลับมาเจอเข้าแล้วทุกอย่างยังไม่เรียบร้อย ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้นะ”

          “ค่ะๆ ดิฉันจะรีบไปจัดการให้เรียบร้อยค่ะ” ชยาภารับคำพร้อมดึงโทรศัพท์ออกมามองด้วยความหน่ายใจ

          เกลียดที่สุดคือผู้ชายที่ดูถูกผู้หญิง เห็นความจนเป็นเรื่องขบขันซึ่งสามารถซื้อหาได้ด้วยเงิน

          หากแต่ท้ายที่สุดก็ต้องเดินกลับเข้ามาด้านในอีกครั้งด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่ ทั้งปลอบใจตัวเองว่ารีบจัดการให้เสร็จจะได้รีบกลับบ้าน ถึงยังไงเขาก็ไม่อยู่ในห้องให้ต้องเผชิญหน้าอย่างเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา...

 

          ภายในเพนต์เฮาส์สุดหรูชั้นบนของโรงแรมพิพิธรีโซเทล แบงค็อก ซึ่งเจ้าของหนุ่มกำลังจับตามองร่างอ้อนแอ้นที่กำลังดึงชายผ้าปูที่นอนสีน้ำตาลเข้มสอดไว้ใต้ฟูกหนาอย่างคล่องแคล่ว

          เป็นครั้งแรกที่รองประธานกลุ่มพิพิธรีโซเทลแอบมองผู้หญิงคนหนึ่งเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้อย่างเพลินตา ผ้าปูที่นอนที่เรียบตึงจนสามารถทำให้เหรียญกระเด้งได้สามารถเรียกรอยยิ้มที่มุมปากของอัครรัฐได้เป็นอย่างดี สองตาคมกริบยังจ้องมองที่ร่างอ้อนแอ้นซึ่งกำลังรวบผมยาวสลวยขึ้นสูงกลางศีรษะ ส่งผลให้ใบหน้างดงามนั้นดูโดดเด่น ลำคอระหงที่มีลูกผมตกลงมาประปรายยิ่งทำให้เธอน่ามองมากขึ้นไปอีก

          ซ้ำร้ายภาพที่เห็นยังดึงดูดให้ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาร่างอ้อนแอ้นนั้นด้วยฝีเท้าอันเงียบกริบ

          “ว้าย!...” ชยาภาร้องเสียงหลง ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อหมุนตัวกลับแล้วต้องชนเข้ากับกำแพงเลือดเนื้ออันแข็งแกร่ง ส่งผลให้ร่างบางหงายตึงลงบนที่นอนนุ่มทั้งกำแพงเลือดเนื้อนั้นยังล้มทาบทับไปตลอดร่าง!

          ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ใกล้กันเพียงแค่คืบ รู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนๆ หากมีเพียงสายตากรุ้มกริ่มที่กวาดมองไปทั่ววงหน้างดงามและเสียงหัวเราะราวกับชอบใจหนักหนาเท่านั้นที่เรียกสติของชยาภาให้กลับคืนมา

          “ท่านรอง!” ชยาภาเรียกด้วยความตกใจ เมื่อจับภาพใบหน้าคร้ามคมของผู้ชายที่เบียดเสียดเนื้อตัวลงมาจนอากาศไม่สามารถลอดผ่านได้

          “ช่าย... จะมีใครที่เข้ามาในห้องนี้ได้อีก นอกจากฉัน”

          “เอ่อ... ก็ไหนว่าท่านรองออกไปข้างนอกแล้วนี่คะ” ชยาภาเปล่งคำถามออกไปอย่างไม่ได้ต้องการคำตอบ

          “ออกไปแล้วก็กลับเข้ามาใหม่ได้ ใครจะทำไม ในเมื่อมันเป็นอาณาเขตของฉัน”

          “ค่ะ ดิฉันทราบแล้ว กรุณาลุกขึ้นด้วย ดิฉันทำงานเรียบร้อยแล้วจะขอตัวออกไปจากห้องนี้เสียที”

          อัครรัฐก้มหน้าต่ำลงไปอีกนิด แปลกใจนักว่าเหตุใดเธอถึงมีท่าทีไม่อยากเข้าใกล้ตน ซึ่งมันแตกต่างจากผู้หญิงทั่วไปยิ่งนัก “ทำไม? มีลูกมีผัวแล้วหรือไง ถึงได้ทำท่าไม่อยากเข้าใกล้ฉันขนาดนี้”


นางบำเรอเลื่อนขั้น
ศิริพารา
www.mebmarket.com
‘เท่าไหร่ ว่ามา?’       อัครรัฐ พิพิธณรงค์ ซีอีโอหนุ่มมหาเศรษฐีไม่เคยรีรอหรือเกี่ยงราคาเลยสักครั้ง หากอยากได้สิ่งใดในโลกนี้ รวมทั้งเธอ...       ชยาภา เมดสาวผู้มีใบหน้างดงาม อ่อนหวาน ผู้ซึ่งเป็นเพียงพนักงานปลายแถวในปกครองของเขา แต่เธอกลับกล้าดีประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้คนอย่างเขาได้มีโอกาสมาสอนเรื่องรักใคร่ เงินและความสุขสบายที่เขาจะเนรมิตให้ก็ไม่สามารถซื้อความสุขใจของเธอได้         แน่นอนว่าเขารู้ทันเกม ทั้งหมดที่เธอพูดมาเป็นแค่การ ‘เล่นตัวและโก่งราคา’ หากแต่มันได้ผลเพราะเขากำลังรวดร้าวด้วยความต้องการที่ ‘อยากจะเล่นตัวของเธอ’ ขึ้นมาจริงๆ        ดีล่ะ! ในเมื่อเธอกล้าที่จะท้าทายคนที่อย่างเขา เธอก็ควรจะได้เรียนรู้ว่าอำนาจและอิทธิพลของมหาเศรษฐีอันดับต้นของโลกสามารถทำให้ผู้หญิงอวดดีอย่างเธอเดินเข้ามาอยู่ในฐานะ ‘นางบำเรอ’ ได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ สั่งสอนให้เธอสิ้นฤทธิ์ ทำให้เธอได้สั่นสะท้านไปทั้งร่างกายและหัวใจ ตอกย้ำให้ได้รู้ว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่จะสอนเกมทางกายให้เธอได้โหยหา...        ทันทีที่ชีวิตของนางบำเรอเริ่มขึ้น เธอก็ได้รู้ว่ามีผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งฐานะและชาติตระกูล คู่ควรที่จะยืนเคียงข้างเขารออยู่แล้ว แต่สัมผัสทางกายอันเร่าร้อนที่เขามอบให้ทุกคืนวันเป็นเหมือนบ่วงล่อที่ผลักให้เธอดำดิ่งลงไปในหุบเหวแห่งเสน่หาจนยากที่จะถอนตัว          เมื่อสบโอกาส ‘หนี’ จึงไม่รั้งรอที่จะแหกกฏของเขาเช่นกัน!! แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยให้นางบำเรอก้าวลงจากเตียงในเวลาที่ยังติดใจเธอเช่นนี้ ที่สำคัญเธอยังหอบเอา ‘ทายาท’ อันดับหนึ่งของเขาติดท้องไปด้วย แล้วมันจะเป็นไรไปถ้าจะเลื่อนขั้นนางบำเรอมาเป็นเมียตีตรา ด้วยเหตุผลที่ว่า...          ‘ฉันรักความเป็นคนดีของเธอ รักความดื้อรั้นของเธอ รักในความคิดของเธอ รักที่เธอกล้าเถียงฉันคอเป็นเอ็น รักที่เธอกล้าดุ กล้าตวาด กล้าถลึงตาใส่ฉัน เข้าใจไหมว่าฉันรักทั้งหมดที่เป็นชมพู่ ชยาภา’
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น