เกมวิวาห์เจ้าสาวมาเฟีย (วางแผงงานหนังสือ 13 ตุลาคมนี้)

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 7 เทพีฟอร์จูนาควรนำโชค ไม่ใช่นำมาซึ่งความวุ่นวายใจ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,198
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    4 ต.ค. 59


หลังจากที่ขับรถไล่ล่าจนศัตรูพลาดท่าหมดสติไปเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ไม่นานนักเลโอก็ขับรถแวนคันสีดำสนิทตามมาจัดการลากมันขึ้นรถแล้วพาตัวมายังห้องใต้ดินในเวนโตล่าแมนชั่น แรกเริ่มคอนเนลิโอก็คิดว่าจะจัดการให้จบเรื่องแต่ดูท่าว่าสภาพร่างกายของมันคงจะอ่อนแอเต็มที มันถึงได้เพ้อเพราะพิษจากบาดแผลและมีไข้สูงเช่นนี้

          พวกมันต้องชดใช้ ผมสัญญาครับแม่

          เมื่อเห็นเช่นนั้นจึงสั่งการให้คนสนิทไปรับคุณหมอมารักษาอาการ แม้คำสั่งนั้นจะไม่ใช่วิสัยของเขาและดูเหมือนเป็นพวกมีมนุษยธรรมสูงส่งจนคู่แฝดคนสนิทมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่เหตุผลหลักคือคำพูดที่หลุดออกมานั้นต่างหาก

           เมื่อเกี่ยวกับ แม่ นั่นก็แปลว่า... มีผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งต้องมีอายุมากกว่าหกสิบปีได้รับผลกระทบในการกระทำบางอย่างจากคนในตระกูลเวนโตล่า คำพูดนั้นต้องมีต้นสายปลายเหตุซึ่งเขาจะต้องได้ยินจากปากของมันในตอนที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนจึงจะพิจารณาได้ว่าจริงเท็จสักแค่ไหน

 

          ก๊อก... ก๊อก...

          “ดอนครับ สายด่วนจากซิซิลีครับ” เสียงของจอร์โจ้ดังขึ้นอยู่อีกด้านหนึ่งของประตู ทำให้เจ้าของห้องเดินมาเปิดประตูห้องในขณะที่กำลังสวมเสื้อเชิ้ต

          “รู้แล้วเหรอว่ามันเป็นใคร” ที่ถามออกไปเช่นนั้นเพราะเป็นคนสั่งให้ส่งรูปถ่ายของศัตรูไปให้กับทีมบอดี้การ์ดในซิซิลี

          “น่าจะรู้แล้วครับ แต่ว่าที่รออยู่ในสายคือดอนดิโน่” จอร์โจ้ตอบเพียงเท่านั้นแล้วถอยหลังออกมาก้าวหนึ่ง ปล่อยให้เจ้านายทั้งสองได้สนทนากัน

          “ครับ”

          ทันทีที่ได้ยินเสียงของลูกชาย ดิโน่ก็สั่งด้วยน้ำเสียงขึงขังในทันที “คนที่แกจับมาได้น่ะ เอาตัวมาให้ฉันที่นี่”

          “อะไรนะ” ถามอย่างไม่อยากเชื่อหู

          “ห้ามทำอันตรายเขาเด็ดขาด ถ้าแกทำอะไรเขาแม้แต่ปลายก้อย ได้ชนกับฉันแน่”

          “เขางั้นเหรอ” คอนเนลิโอทวนคำอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปเรียกคนที่หมายเอาชีวิตอย่างสุภาพเช่นนั้น “ไม่มีเหตุผลเลย”

          “ฉันคือเหตุผล” โต้กลับทันควันและปลายสายก็รู้ได้ว่านี่คือการตอบแบบต่อคำ หลีกเลี่ยงที่จะอธิบายเหตุผลที่แท้จริง

          “ผมคือดอนเวนโตล่า” ตอกย้ำในฐานะที่ต้องยอมลงให้ในทุกครั้ง เพราะมันเป็นกฎอันเคร่งครัดของกลุ่มเวนโตล่า

          “ตอนนี้ไม่ได้พูดกับแกในฐานะที่ปรึกษา ฉันคือพ่อบังเกิดเกล้า ถ้าแกคิดอยากจะขัดคำสั่งก็ลองดู”

          คอนเนลิโอหัวเราะพรืดออกมาเมื่อได้ยินปลายสายยื่นคำขาด “ก็ต้องไม่กล้าอยู่แล้ว”

          คนเป็นพ่อเงียบไปชั่วครู่เพราะเกิดความพึงพอใจเมื่อลูกชายต้องปฏิบัติตามอย่างเสียไม่ได้ แล้วมีหรือที่คนเป็นลูกจะคาดเดาสีหน้าของพ่อไม่ได้

          “ต้องจัดห้องแล้วเชิญให้มันขึ้นมานอนข้างบนด้วยไหมล่ะ”

          “ก็ห้องว่างอยู่หลายห้องไม่ใช่เรอะ”

          “เป่าหัวมันทิ้งง่ายกว่ามั้ง” ก็แค่ประชดเพราะรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรม ไม่มีเหตุผลเลยสักนิดที่ต้องรับประกันความปลอดภัยให้คนที่หมายเอาชีวิตของผู้เป็นพ่อทั้งเขายังต้องเสียเวลาไปหลายชั่วโมงเพื่อเล่นตามเกมของมัน กว่าจะลากคอมันมาได้ก็ไม่ใช่ง่ายๆ

          “อ้อ... แล้วเรื่องที่รับปากว่าจะเอาของขวัญไปให้เทพีนำโชคของฉันน่ะ ทำรึยัง” ดิโน่ทวงถามและความเงียบไปครู่หนึ่งของปลายสายทำให้เกิดความหงุดหงิดใจ ซึ่งเขาไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ลูกชายกำลังลดโทรศัพท์ลงแล้วถามคนสนิทถึงของขวัญที่เมื่อวานให้ไปเลือกซื้อมา “ว่ายังไง ถ้าไม่ทำฉันจะได้บินกลับไปจัดการเสียเอง”

          “โอย... จะใจร้อนอะไรขนาดนี้” คอนเนลิโอครางยาวทั้งยังไม่เข้าใจว่าทำไมผู้เป็นพ่อถึงได้ติดใจเธอถึงเพียงนี้ “ของขวัญก็ได้มาแล้ว กำลังแต่งตัวจะออกไปหาเธอเนี่ย”

          “แล้วแกรู้เหรอว่านัดที่ไหน นัดกี่โมง”

          “ก็พ่อจะโทรมาบอกเรื่องนี้ไม่ใช่เรอะ”

          จะมีลูกบ้านไหนที่รู้ทันความคิดพ่อแบบลูกชายของเขาบ้างไหมนะ รู้อกรู้ใจจนบ่อยครั้งต้องแสดงออกไปให้อีกฝ่ายรู้ว่าไม่ได้คิดในแบบเดียวกัน เวลาพูดคุยอะไรกันเลยเสียงดังเหมือนกับมีปากเสียงกันอยู่ตลอดเวลา นี่สินะคือปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างพ่อลูก ดิโน่คิดในใจแล้วรีบบอกสถานที่นัดหมายพร้อมเวลาให้ลูกชายได้รับรู้ ก่อนจะวางสายยังต้องทำเสียงแข็งกำชับในฐานะพ่อบังเกิดเกล้าอีกครั้ง

          “อย่าลืมทำตามที่ฉันสั่งให้ครบถ้วน และขอย้ำว่าคนที่อยู่ในห้องใต้ดินน่ะ ต้องพามาหาฉันให้ครบอาการสามสิบสอง”

          “มันเป็นใครวะ จู่ๆ ฉันถึงต้องกลายมาเป็นบอดี้การ์ดรักษาความปลอดภัยแล้วส่งมันให้ถึงมือพ่อ” ถามออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะหย่อนโทรศัพท์ลงในกระเป๋าเสื้อแล้วเลื่อนมือมาติดกระดุมให้เรียบร้อย

          “รูปที่ผมส่งไปให้ทีมเทียบใบหน้าคงจะได้ข้อมูลเบื้องต้นมาแล้ว แต่ทางทีมก็ยืนยันว่าดอนดิโน่สั่งห้ามเปิดเผยเรื่องนี้เด็ดขาด” จอร์โจ้รายงานในขณะที่เลโอนั้นเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพร้อมยื่นบิลให้เจ้านาย

          “ของขวัญอยู่บนรถดอนเรียบร้อย ส่วนนี่เป็นบิลเรียกเก็บเงินครับ” เลโอบอก

          คอนเนลิโอหรี่ตามองคนสนิทด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาอารมณ์ เขารู้ล่ะว่าสัญลักษณ์ของแบรนด์เนมที่อยู่ในบิลนั้นราคาสินค้าแต่ละชิ้นนั้นแพงและมันแพงขึ้นกว่าปกติหลายเท่าตัวเพราะไม่ใช่แค่เดินเข้าไปในแฟล็กชิปสโตร์แต่ละแห่งแล้วจะได้มาครอบครอง แต่ที่ได้กระเป๋าใบนี้มาเพราะมันไปเคาะราคาจากเว็บกลางของแบรนด์หรูซึ่งเจ้าของกระเป๋าประกาศขายมากกว่า

          “ไม่ยักรู้ว่าเลือกของให้ผู้หญิงเป็นด้วย” คอนเนลิโอบอกพร้อมยืดตัวยืนเต็มความสูง

          คำชมที่ได้ยินไม่บ่อยนักทำให้เลโอยิ้มกริ่มโดยไม่รู้ตัวว่านั่นคือคำประชดจนเมื่อได้ยินคำพูดของเจ้านายที่ดังขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้อง ทั้งที่ยังไม่จรดปากกาเซ็นชื่อลงในบิลเรียกเก็บค่าของขวัญนั้นเลย

          “ไปเก็บที่ดอนดิโน่โน่น”

          การเดินจากไปของเจ้านายสร้างความหนักใจให้คู่แฝดยิ่งนักเพราะนั่นหมายความว่าต้องรีบแจ้งเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้ดอนดิโน่รู้ แน่นอนว่าเงินในบัญชีของสองพี่น้องรวมกันก็ยังมีไม่พอกับกระเป๋าใบที่อยู่ในรถยนต์ของเจ้านาย!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

194 ความคิดเห็น

  1. #88 inok (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 13:10
    น้อยจัง รมค้างติดบนดอยอ่ะ
    #88
    0
  2. #87 ฟ้าใสใจดี (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 09:05
    จาเอาเร่มเมื่อไรจะออกคะไรท์
    #87
    0
  3. #86 กิ่งไผ่ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 08:48
    รอเล่มเลยค่ะ
    #86
    0
  4. #85 coffee (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 08:04
    ยิ่งอ่านยิ่งอยากได้เล่มอย่างเร็วววววววว ค่ะ
    #85
    0
  5. #84 ing1996 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 06:43
    ชอบจังพ่อลูกรู้ทันกันเนี๊ยยยยย
    #84
    0
  6. #83 amon pholparsert (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 06:34
    อยากอ่านเต็มเรื้องแล้วววววไรท์ขาาาาาา

    ชอบพ่อลูกคู่นี้มากเลย555
    #83
    0