เกมวิวาห์เจ้าสาวมาเฟีย (วางแผงงานหนังสือ 13 ตุลาคมนี้)

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 7 เทพีฟอร์จูนาควรนำโชค ไม่ใช่นำมาซึ่งความวุ่นวายใจ 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    2 ต.ค. 59


โคโน่มองตามร่างระหงของเพื่อนที่จู่ๆ ก็ผุดลุกขึ้นนั่งอยู่กลางเตียงแล้วล้มพับกลับลงไปนอนเช่นเดิม เสียงครางที่ดังขึ้นนั้นทำให้ต้องวางมือจากซุปสำเร็จรูปซึ่งเพิ่งเอาออกมาจากไมโครเวฟ

          “เฮ้... พราว เป็นไงบ้าง” โคโน่ชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ๆ คนที่นอนยกมือขึ้นกุมศีรษะ ลืมตาขึ้นครู่หนึ่งแล้วหลับตาลงไปอีกครั้ง

          “โอ... ฉันเป็นลูกบอล ถูกเตะไปมาจนระบมไปทั้งตัว” พราวพุธตอบแบบไม่ได้ใจความนัก เพราะนั่นมาจากความรู้สึกล้วนๆ เวียนศีรษะ โลกหมุนและเจ็บหน่วงช่วงกึ่งกลางกาย

          โคโน่เข้าใจได้เป็นอย่างดีเพราะสอบถามเรื่องราวทุกอย่างจากปากผู้เป็นน้าโดยละเอียดหลังจากที่ชั่งใจอยู่นานว่าจะพาพราวพุธกลับอพาร์ตเมนต์ในสภาพเช่นเมื่อคืนนี้ได้อย่างไร นั่นอาจทำให้กาบี้ร้อนรน ต่อว่าต่อขานจนไม่เป็นอันทำอะไรจึงได้ตัดสินใจพาพราวพุธมาพักในห้องชุดของมิกิชั่วคราว

          “พราว ดื่มอะไรร้อนๆ หน่อยไหม เผื่อจะดีขึ้น” โคโน่เสนอเพราะดูท่าทางแล้วซุปก็คงจะเป็นอาหารที่หนักไปสำหรับเพื่อนสนิท

          “อือ ได้น้ำอุ่นก็คงดี” พราวพุธบอกแล้วพยายามทรงตัวขึ้นนั่งเอนหลังพิงหมอนใบใหญ่อยู่บนเตียง ไม่นานนักแก้วอุ่นๆ ก็ถูกวางไว้ในฝ่ามือ นั่นจึงทำให้เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

          “เป็นไง ยังปวดหัวอยู่ไหม” โคโน่เอียงศีรษะถามด้วยความเป็นห่วง อีกทั้งยังไม่กล้าปล่อยแก้วน้ำอุ่นในมือให้เพื่อนถือด้วยตัวเอง

          “พอไหว แต่รู้สึกเหมือนโดนภูเขาทั้งลูกทับ มึนหัวเป็นบ้าเลย” จบคำพูดก็ยกแก้วน้ำอุ่นในมือขึ้นจิบ

          โคโน่เห็นเช่นนั้นจึงลองปล่อยมือให้เพื่อนได้ถือแก้วเอง “โอเค ฉันจะปล่อยแล้วนะ”

          พราวพุธจิบน้ำอุ่นอีกสองสามครั้งแล้วไถ่ถามเมื่อเห็นว่าที่นอน หมอนหลายใบนี้ไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่ตนคุ้นเคย “ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนกัน โคโน่...”

          “อยู่ที่ห้องของน้าฉัน” ตอบพร้อมเอียงศีรษะตั้งใจจ้องตาของเพื่อนราวกับค้นหาบางอย่าง “เธอจำอะไรไม่ได้เลยเหรอพราว”

          “ทำไมถามอย่างนั้น ฉันไม่ใช่คนความจำเสื่อมสัก...” ท้ายประโยคค่อยๆ เบาเสียงลงจนแทบจะไม่ได้ยิน เมื่อสมองเริ่มประมวลผลในคำถาม เหตุการณ์ต่างๆ ก็ไหลวนเข้ามาในความทรงจำเป็นฉากๆ

          ลูกค้าคนนั้นอุ้มเธอลงจากเวทีพร้อมกับคำถามแรกที่น่าประทับใจเป็นบ้า แต่เธอคงจะบ้าไปแล้วจริงๆ เพราะถึงแม้ว่าเขาจะถามถึงค่าตัวเพื่อลากเธอขึ้นเตียงด้วยน้ำเสียงอวดดี เธอยังรู้สึกเพียงแค่หมั่นไส้ กล้าหาญชาญชัยขึ้นไปนั่งอยู่บนตัก ทำตัวเฟลิร์ตด้วยการผสมเหล้าให้เขาดื่มเสียอีก

          เปล่าหรอก ทั้งหมดนั่นทำตามแผนการของมิกิและเกร็กนี่นานั่นคือเหตุผลหลักแม้ในใจลึกๆ แล้วพราวพุธยอมรับว่าหลงใหลได้ปลื้มไปกับท่าทางยโสของผู้ชายคนนี้หนักหนา

          “พราว... ตกลงว่าจำอะไรได้บ้าง” โคโน่ย้ำถามอีกครั้งหลังจากที่เห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่ง

          “ก็... ฉันทำตามแผนที่มิกิกับเกร็กบอกแล้ว...”

          “แผน แผนอะไร?” โคโน่ถามกลับทันควันไม่ปล่อยให้เพื่อนได้พูดจนจบประโยค

          “ก็ตอนอยู่ในห้องแต่งตัว มิกิกับเกร็กบอกว่าต้องตะล่อมให้เขาดื่มแอบซินธ์ให้ได้ แล้วเกร็กจะรออยู่ในห้องกับผู้หญิงอีกคนที่เต็มใจให้บริการเขา จำได้ว่าเขาดื่มรวดเดียวหมดแก้วแล้ว...” พราวพุธชะงักคำพูดเพราะการเผลอไผลตนเองไปกับจุมพิตของผู้ชายแปลกหน้านั้นมันน่าอับอายเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด

          ก่อนหน้านั้นโคโน่รู้แต่เพียงว่ามิกิและผู้จัดการโชว์มาขอร้องให้พราวพุธช่วยขึ้นแสดงโชว์เพียงเท่านั้นแล้วเธอก็ต้องแยกตัวไปทำหน้าที่ของตัวเอง แล้วมารู้เรื่องอีกครั้งหนึ่งในตอนที่มิกิมาบอกด้วยน้ำเสียงร้อนใจว่าเกิดความผิดพลาดขึ้นและสั่งให้เธอเข้าไปช่วยพราวพุธในตอนที่ลูกค้าคนนั้นเดินออกมาจากห้องนั้น

          แผนการที่หลุดออกจากปากของเพื่อนสนิทนี้โคโน่ไม่ได้ยินผู้เป็นน้าเอ่ยถึงมันเลยสักนิด แม้ในใจจะนึกสงสัยในท่าทางร้อนรนแต่ตอนนั้นสภาพของพราวพุธน่าเป็นห่วงมากกว่า

          ถึงแม้ว่าพราวพุธจะอยู่ในชุดนางโชว์ไม่ต่างจากตอนที่อยู่บนเวทีแต่ถุงน่องที่ขาดวิ่นและหยดเลือดที่เปรอะเปื้อนผ้าห่มและแพนตี้นั้นก็ทำให้โคโน่นึกสงสารเพื่อนจับใจ แต่อีกใจหนึ่งก็อดสงสัยในแผนการนั้นและยังไม่รู้ถึงต้นสายปลายเหตุจึงเลือกที่จะเงียบเก็บความสงสัยไว้ในใจเพื่อถามกับผู้เป็นน้าเสียก่อน

          ขณะที่โคโน่เงียบเพราะเก็บความสงสัยอย่างหนึ่งเอาไว้ แต่พราวพุธกลับเงียบเพราะเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ว่าเธอนั้นยอมให้ผู้ชายแปลกหน้าจุมพิตโดยไม่อิดออด ไม่ใช่แค่เพียงเสน่หาบาดจิตที่ทำให้เธอตัวอ่อนอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงแต่รสชาติซ่านในลำคอนั้นหมายถึง เธอดื่มแอบซินธ์เข้าไปเต็มๆ

          “โอว... ไม่จริงใช่ไหม” พราวพุธครางออกมาอย่างไม่อยากเชื่อในขณะที่เอื้อมมือวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะข้างเตียง “ฉัน...”

          “พราว...”

          พราวพุธคว้าเข้าที่ต้นแขนทั้งสองของเพื่อน ดวงตาดำขลับฉายแววความหวาดหวั่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นสั่นเครือ “ตอบฉันสิ เกร็กกับมิกิเปลี่ยนตัวได้ทันเวลาใช่ไหม ใช่รึเปล่า”

          “พราว คะ...คือ ฉันก็ไม่รู้ว่ามีแผนการอะไรแบบนี้มาก่อนนะ แต่ตอนที่ฉันกับการ์ดเข้าไปอุ้มเธอออกมา เธออยู่ในห้องแรกซ้ายมือ ไม่ใช่ห้องสุดท้ายขวามือนะ”

          แม้นั่นเป็นคำตอบเลี่ยงๆ แต่พราวพุธก็รู้อยู่แก่ใจว่าทุกอย่างมันสายเกินไป “ไม่จริง ฉันจำได้ว่าบอกเขาไปแล้ว ห้องสุดท้ายด้านขวามือ ไม่จริงใช่ไหม”

          เพียงเท่านั้นพราวพุธก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดปาก กลอกสายตาไปมาอย่างคนกำลังใช้ความคิด แต่น้ำตาที่เอ่อล้นเต็มสองตาพร้อมกับอ้อมกอดของเพื่อนนั้นก็ทำให้น้ำตาไหลออกมาราวกับเขื่อนทำนบพัง ถึงอย่างนั้นยังไม่มีเสียงสะอื้นไห้หลุดรอดออกมาสักนิด มันเหมือนคนที่อยู่ในภาวะช็อกจนพูดไม่ออก!

          “ไม่เป็นไรๆ มันผ่านไปแล้วพราว... ตอนนี้เธออยู่กับฉันแล้ว” โคโน่ได้แต่ปลอบใจเพียงเท่านั้น ฝ่ามือที่ลูบแผ่นหลังขึ้นลงอาจไม่ได้ทำให้เพื่อนรู้สึกดีขึ้นแต่มันก็คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปได้มากกว่านี้แล้ว

          นี่สินะคือสาเหตุของความรู้สึกเจ็บหน่วงที่จุดกึ่งกลางกาย โอ... เธอเสียตัวให้กับผู้ชายแปลกหน้าโดยที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัวอย่างนั้นหรือ?

          พราวพุธคร่ำครวญในใจแต่กลับไม่สามารถเอื้อนเอ่ยคำพูดใดออกมา สัมผัสปลอบประโลมจากเพื่อนสนิททำได้แค่เรียกน้ำตาให้ไหลรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย หญิงสาวส่ายหน้าทั้งไม่อยากเชื่อว่าความตั้งใจดีจะช่วยเหลือให้สถานการณ์วิกฤตของโรเซ่ วาเคชั่นคลับนั้นผ่านพ้นไป แต่แล้วทำไมเธอถึงได้มาตกอยู่ในที่นั่งอันน่าอดสูใจเช่นนี้

          “ฉะ... ฉันอยาก อยู่คนเดียว”

          “ไม่ได้ ยังไงก็ไม่ใช่ตอนนี้ ฉันไม่มีทางปล่อยให้เธออยู่คนเดียวเด็ดขาด” แม้บ่อยครั้งจะออกปากล้อเลียนพราวพุธอยู่เสมอว่าเป็นสาวหัวโบราณไร้ประสบการณ์กับเพศตรงข้าม

          ดูตัวอย่างเช่นเธอยังมีประสบการณ์กับเพื่อนชายที่เกิดความพึงพอใจต่อกัน ในสังคมของเธอถือเป็นเรื่องธรรมดามากหากวัยรุ่นหญิง-ชาย คู่หนึ่งจะมีเพศสัมพันธ์กันซึ่งทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่ที่ความพอใจล้วนๆ และเซฟเซ็กซ์ต้องเป็นสิ่งที่พึงกระทำเสมอ ทว่ามันแตกต่างจากกรณีของพราวพุธนัก

          “ไม่เป็นไรนะ ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว” เพียงเท่านี้จริงๆ ที่โคโน่จะปลอบใจได้

          พราวพุธพยักหน้ารับทั้งน้ำตา “ใช่... มันผ่านไปแล้ว ฉันนอนกับผู้ชายแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้”

          “มิกิบอกว่าเขาเป็นหนึ่งระดับหัวหน้าคนหนึ่งของแก๊งมาเฟียในลิตเติ้ลอิตาลีนี่แหละ” ข้อมูลผิดๆ ที่ได้จากมิกินั้นถูกถ่ายทอดออกมาโดยไม่รู้ในข้อเท็จจริง

          “อ่อ” ครางรับพร้อมกับกะพริบตาถี่ๆ ตอนนี้หัวใจของเธอปวดร้าว หนักอึ้งยิ่งกว่าความรู้สึกทางกาย อยากอยู่คนเดียว อยากร้องไห้ให้สาแก่ใจ “ฉัน... อยากล้างหน้าล้างตาหน่อย จะได้กลับห้องกัน”

          “ไหวแน่นะพราว”

          “อื้อ... คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้วล่ะ” อดที่จะประชดตัวเองไม่ได้และยอมให้เพื่อนพยุงลุกขึ้นจากเตียงเดินไปส่งถึงหน้าห้องน้ำ

          เมื่อได้อยู่ในห้องน้ำเพียงลำพังเสียงสะอื้นไห้ที่เก็บกดไว้จึงเริ่มดังขึ้นและดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อได้เห็นร่องรอยอัปยศบนทรวงอก มันชัดเจนและติดอยู่บนผิวเนื้อไม่ต่างจากความอดสูในหัวใจ น้ำอุ่นจัดที่ค่อยๆ เพิ่มปริมาณสูงขึ้นจนถึงขอบอ่างยังไม่สามารถชะล้างราคีที่ผู้ชายคนหนึ่งสร้างเอาไว้บนเนื้อตัว

          ถึงแม้ว่าเราจะเป็นคนคิดดี ทำดี พูดดี แต่การเอาตัวเข้าไปพัวพันกับคนไม่ดีหรืออยู่ในสถานที่อโคจร บางทีการเป็นคนดีก็ไม่ใช่เกราะป้องกันอันตรายเพราะภัยเหล่านั้นมันไม่เลือกหน้าว่าต้องเกิดกับคนไม่ดีเสมอไป

          คำพูดของผู้เป็นพ่อดังกึกก้องอยู่ในหัว คำเตือนในครั้งที่ท่านจับได้ว่าเธอแอบหนีเที่ยวกลางคืนทั้งยังลองเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้ตอนแอบกลับเข้าบ้านจะอาบน้ำแปรงฟันเสียสะอาดแต่สุดท้ายยังถูกจับได้เพราะกลิ่นบุหรี่ที่ติดอยู่กับเส้นผม

          “คุณป๋าขา... พราวขอโทษ นี่ใช่ไหมคือบทเรียนที่พราวรั้น ไม่เคยนึกกลัวกับภัยที่มองไม่เห็นเลย” พราวพุธพึมพำออกมาและส่ายหน้าให้กับความดื้อรั้นของตน ที่น่าอับอายก็คือผู้ชายที่ปล้นความสาวของเธอไปเป็นอันธพาลในแก๊งมาเฟียหนึ่ง ซึ่งไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าในครั้งแรกที่ได้เห็นใบหน้าคร้ามคม ท่าทางยโสโอหัง ได้อยู่ใกล้ชิดกับเขานั้น โลกของเธอหยุดหมุนไปชั่วขณะ มีเพียงความหลงใหลไปกับผู้ชายหล่อเหลาในแบบอันตราย จนท้ายที่สุดเธอต่างหากที่เป็นคนเดินเข้าไปในบ่วงอันตรายนั้น คิดแล้วลดตัวลงจนระดับน้ำท่วมศีรษะ

          ...พราวพุธไม่รู้ว่าเวลาที่กลั้นหายใจอยู่ในน้ำนั้นนานสักแค่ไหน แต่เธอพยายามกลั้นหายใจให้ได้นานที่สุดและทำซ้ำๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่เพราะว่าคิดสั้นแต่ในช่วงเวลาที่ผุดขึ้นเหนือน้ำแล้วสูดเอาออกซิเจนเข้าไว้เต็มปอดนั้นดูเหมือนว่าจะทบทวนความผิดพลาดที่ตัวเองก่อขึ้นได้หลายข้อนัก

          เมื่อหมดแรงจนต้องอ้าปากหอบหายใจ ความผิดที่เรียงลำดับในใจนั้นยังเด่นชัดและสอนให้ได้รู้ว่า... เธอกำลังดำเนินชีวิตอย่างประมาทจนเกินไป!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

194 ความคิดเห็น

  1. #79 dokao (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 20:02
    ค้างกันต่อปัยสิค่ะ
    #79
    0
  2. #78 ing1996 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 19:50
    รอวนไปคราา
    #78
    0
  3. #77 Geenie (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 19:35
    สนุ๊กสนุกค่ะ อดใจรอเล่มแทบไม่ไหว
    #77
    0
  4. #76 Nita anan (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 18:33
    ขอบคุณที่มาลงให้อ่านค่ะ ชอบมาก เป็นเล่มทันงานสัปดาห์หนังสือมั้ยคะ
    #76
    0