เจ้าหัวใจมาเฟีย (ฉบับรีไรต์)

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 2 มาดริด... มหานครในฝัน 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,785
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    11 พ.ค. 59




        สองสัปดาห์เต็มแล้วที่แพรวาใช้ชีวิตอยู่ในมาดริด มหานครที่หลงรักในศิลปวัฒนธรรม ยิ่งได้มาอยู่และสัมผัสบรรยากาศ วิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนมากมายแล้วยิ่งรู้สึกประทับใจ ตอนนี้หญิงสาวได้ย้ายมาอยู่อพาร์ทเมนต์เพียงลำพังได้เกือบหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งใช้บริการรถไฟใต้ดินเพียงแค่สองสถานีก็ถึงมหาวิทยาลัยแล้ว

        หากการเข้าศึกษาต่อนั้นยังได้รับรู้ว่าทางมหาวิทยาลัยมีโครงการร่วมมือกับสโมสรกีฬาอยู่หลายสโมสร แพรวาจึงเกิดความคิดที่จะเข้าทำงานพาร์ทไทม์บ้างแต่คงต้องกลับไปสอบถามรายละเอียดให้ชัดเจนกว่านี้

        การเข้าทำงานในสโมสรฟุตบอลชื่อดังไม่ได้เป็นเพียงแค่ความคิดอีกต่อไป หลังจากยื่นใบสมัครและใช้เวลาสอบทั้งทฤษฎีและภาคปฎิบัติ เรียนรู้รายละเอียดเล็กน้อยเฉพาะทางที่ต้องใช้กับนักฟุตบอลโดยเฉพาะ ราวหนึ่งเดือนแพรวาก็ได้รับข่าวดีว่าสามารถเข้าทำงานในสโมสรฟุตบอลชื่อดังของกรุงมาดริด

 

        ในทุกๆวันหยุดแพรวาจะมาหาวรนุชที่ร้านอาหาร ช่วยหยิบจับ รับออเดอร์ตลอดจนเสิร์ฟอาหารตามกำลังที่สามารถทำได้ ร้านอาหารของคู่สามีภรรยาเปิดร้านเล็กๆ ตั้งอยู่ตรงมุมตึก ในย่านร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งจะมีทั้งอาหารไทยและสเปน รสชาติและการตกแต่งร้านให้ความรู้สึกไม่ต่างจากนั่งรับประทานอาหารอร่อยๆจากครัวในบ้าน จึงมีลูกค้าขาประจำแวะเวียนมาอุดหนุนอุดหนุนอยู่เสมอ

        “ฉันคิดว่าจะหางานพาร์ทไทม์ทำ เธอว่าดีไหม” แพรวาลองถามทั้งที่ความจริงมีงานที่ว่ารออยู่แล้วต่างหาก

        “มันก็ดีอยู่หรอก... แต่มันจะเร็วไปรึเปล่า รอให้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆก่อนไม่ดีกว่าเหรอ” วรนุชออกความคิดเห็น

        “ความจริงเกรงใจป้าน้อมมากกว่านะ สิ้นเดือนที่ผ่านมายังต้องโอนเงินเข้าบัญชีมาจ่ายค่าอพาร์ทเมนต์ ทั้งที่ความจริงฉันควรจะรับผิดชอบตัวเองมากกว่าต้องแบเงินขอค่าใช้จ่ายส่วนตัวอยู่แบบนี้” แพรวาบอกในช่วงกลางวันของเวลาปิดร้าน “ส่วนเรื่องปรับตัวฉันว่าทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว อีกอย่างตารางเวลาทำงานก็ไม่ได้หนักหนาอะไร”

        คำตอบนั้นทำให้วรนุชชักสีหน้าประหลาดใจ “พูดเหมือนได้งานแล้วอย่างนั้นล่ะ”

        เพียงแค่อมยิ้มเท่านั้น แพรวาก็ได้ยินเสียงเพื่อนร้องออกมาแล้วทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เริ่มซักถามตามความอยากรู้อยากเห็น

        “เล่ามาเดี๋ยวนี้ว่าได้ทำงานที่ไหน แม่คนไฮเปอร์”แม้จะดีใจแต่ก็อดแขวะไม่ได้

        “สโมสรฟุตบอล”

        “แล้วสโมสรอะไร ในมาดริดเนี่ยมีเยอะเลยนะ” ถามด้วยความตื่นเต้น เพราะตั้งแต่เข้ามาอาศัยในประเทศที่คลั่งไคล้กีฬาฟุตบอลแล้วยังได้ซึมซับจากผู้เป็นสามี วรนุชจึงกลายเป็นแฟนคลับคนหนึ่งของสโมสรชื่อดังในกรุงมาดริด

         “สโมสร...”

        กรี๊ด...

        แพรวาต้องยกมือขึ้นปิดสองหูกับเสียงกรีดร้อง ไม่นานนักฟรานเชสซึ่งอยู่ในครัวก็วิ่งหน้าตาตื่นออกมาพร้อมกับมีด กวาดสายตามองรอบๆร้านราวกับว่ามีคนร้ายบุกเข้ามาทำอันตรายภรรยา

        “เป็นอะไรที่รัก ใครทำร้ายคุณ” ฟรานเชสถาม

        “ไม่ๆ ฉันแค่ดีใจเท่านั้น ที่รัก...” วรนุชโบกไม้โบกมือปฏิเสธแล้วรีบอธิบาย “แพรวาได้เข้าทำงานในสโมสรฯด้วย ฉันกรี๊ดเพราะดีใจแทนน่ะค่ะ”

        “แล้วไป นึกว่าดีมีขโมยบุกเข้ามาในร้านเสียอีก ยินดีด้วยนะครับแพรวา” ฟรานเชสบอกแล้วเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง

        ลับหลังสามี วรนุชก็กรีดร้องออกมาอีกแต่ครั้งนี้ต้องใช้มือปิดปากเพราะกลัวว่าจะทำให้เขาตกอีก “ฉันอิจฉาเธอที่สุดเลยนะเนี่ย โอ๊ย... ทำยังไงถึงจะได้มีโอกาสจับ ลูบไล้กล้ามแน่นๆ ของเหล่าเทพบุตรสุดหล่อ แค่คิดฉันก็...”

        วรนุชเคลื่อนตัวเข้าไปกระซิบกระซาบบางอย่าง หากประโยคนั้นกลับทำให้สาวโสดอ้าปากค้าง อายม้วน ใบหน้าแดงก่ำลามเลีรยไปถึงใบหู

        “ทะลึ่งใหญ่แล้วนะเรา” แพรวาทำเสียงดุกลบเกลื่อนความเขินอาย

        “จริงๆนะ ตอนนวดคลายกล้ามเนื้อเนี่ย ถ้าเป็นฉันจะแกล้งทำเป็นพลั้งมือไปโดนตรงนั้น” พูดอย่างหน้าไม่อายที่สุด แถมยังยักคิ้วหลิ่วตาจนแพรวาต้องหัวเราะร่วน

        “ฉันเป็นนักกายภาพบำบัด ไม่ใช่นักฉวยโอกาสนะยะ” กระแทกเสียงตอบ แต่วรนุชกลับไม่ใส่ใจ ทำหน้าทำตาเจ้าชู้อย่างสาวก๋ากั่น “ถ้ายังไม่เลิกคิดอกุศลนะ ฉันไปฟ้องฟรานเชส”

        “เชิญ... แต่งงานแล้วเธอจะรู้ว่าวิธี้อสามีง่ายกว่าพลิกฝ่ามือ”

        แพรวากรอกสายตาด้วยความระอาใจ ตัดปัญหาว่าจะไม่ต่อปากต่อคำกับวรนุชอีก ไม่เช่นนั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องทะลึ่งตึงตังที่เธอไม่เคยเอาชนะได้เลยสักครั้ง

 

        ความรู้สึกตลอดเดือนเศษในการพบหน้ากันเพียงครั้งเดียวของสาวหน้าหวานและมาเฟียหนุ่มก็คงไม่แตกต่างกันนัก เพราะทุกครั้งที่มีเรื่องใดสะกิดใจ อาเชอร์มักจะหวนคิดถึงใบหน้างดงามอ่อนหวานของเธออีกทั้งยังอมยิ้มโดยไม่รู้ตัว

        แต่จนแล้วจนรอดความอวดดีและดื้อรั้นของเธอก็มักทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกลูบคม ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งกำลังท้าทายอำนาจบางอย่างของผู้ชายเต็มตัววัยสามสิบสี่ปีเต็ม

        ...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนแสดงท่าทีเป็นปฎิปักษ์ต่อเขามาก่อน นั่นคือเหตุผลเดียวที่ทำให้อาเชอร์นึกอยากปราบพยศของเธออยู่ทุกครั้งที่ไพล่คิดถึง

        แม้ธุรกิจและชื่อเสียงที่สืบทอดมาจากตระกูลมาเฟียจะเพิ่มความน่าหวาดหวั่นให้กับผู้พบเห็น อาเชอร์จะอยู่ในชุดสูทโก้หรูทุกครั้งที่ปรากฎตัวต่อสายผู้คน เส้นผมสีน้ำตาลเข้มจะเรียบเนี้ยบ ดวงตาคู่คมรับจมูกโด่ง ริมฝีปากบางเฉียบ ส่งผลให้คางบุ๋มเป็นลอนดึงดูดสายตาผู้คนให้จดจ้องอยู่กับความสมบูรณ์แบบที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเขา

        มีผู้หญิงคนไหนบ้างไม่อยากมีค่ำคืนอันเริงร้อนกับดอนอาเชอร์ ผู้ชายหล่อเหลาอย่างร้ายกาจอีกทั้งยังมีภาพลักษณ์ที่ดูอันตราย ความน่าเกรงขามควรต้องทำให้ผู้หญิงทุกคนพึงระวังว่าต้องอยู่ให้ห่างจากเขา

        แต่เชื่อเถอะว่าความอันตรายเมื่ออยู่ภายใต้การควบคุมของอาเชอร์ เฟร์นานโด มันกลับส่งผลให้เขาเป็นกลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มโสดที่ใครต่อใครฝันถึง

        ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์และความหล่อเหลาเท่านั้นแต่หมายรวมถึงคำพูดซึ่งร้ายกาจไม่แพ้ความคิด แน่นอนว่าเขาไม่เคยแยแสหากจะมีบทความวิพากษ์วิจารณ์ต่อทัศนคติที่มีต่อผู้หญิง

        ผมยังไม่เคยคิดถึงเรื่องแต่งงานเพราะในชีวิตนี้ยังไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนเหมาะสมกับพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นั้น

        คำพูดสั้นๆแสดงถึงความอวดดีอย่างร้ายกาจจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา เมื่อนิตยสารชื่อดังฉบับหนึ่งตีพิมพ์คำพูดนั้นออกไป ย่อมต้องเกิดกระแสต่อต้านเขาอย่างหนักแต่เพียงแค่ชั่วข้ามคืน สื่อทุกสำนักกลับปิดปากเงียบราวกับว่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานั้น ไม่เคยได้ยินได้ฟังคำพูดดังกล่าวของอาเชอร์มาก่อน

        มีเพียงข่าวซุบซิบออกมาจากวงในว่าคุณตาของมาเฟียหนุ่มเป็นคนสั่งการให้ปิดเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด ผลของการคล้อยตามนั่นอาจจะหมายถึงเงินสนับสนุนก้อนโต แต่ถ้าหากต่อต้านก็คงไม่ต้องบอกว่าจะพบกับจุดจบเช่นไร เช่นนี้แล้วจึงไม่น่าแปลกใจหากอาเชอร์จะย่างกรายไปที่ไหนสักแห่งแล้วต้องมีบอดี้การ์ดตามไปอีกเป็นโขยง



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

194 ความคิดเห็น