เจ้าหัวใจมาเฟีย (ฉบับรีไรต์)

ตอนที่ 4 : ตอนที่ ๑ โลกอันแสนราบรื่นและมั่นคง 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,330
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    30 มิ.ย. 59





โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร

       คุณหมอหนุ่มวรวุฒิกำลังยืนอยู่หน้าประตูทางออกของโรงพยาบาล ชะเง้อมองหาร่างอรชรของใครบางคนอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อเธอเดินใกล้เข้ามายังต้องรีบเช็ดผ่ามือชื้นเหงื่อกับกางเกงเพราะทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าเธอ หัวใจของคุณหมอหนุ่มเป็นต้องตื่นเต้น

        แพรวายิ้มทักทายตามมารยาท เมื่อเดินออกมาพบกับพี่ชายของเพื่อน ซึ่งทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเดียวกัน

        รอยยิ้มหวานเป็นกำลังใจชั้นเยี่ยม เรียกความมั่นใจให้วรวุฒิเอ่ยปากกับหญิงสาว “น้องแพรครับ วันนี้เราไปทานกลางวันที่ร้าน... ตรงข้ามโรงพยาบาลด้วยกันนะครับ”

        “เห็นทีต้องปฏิเสธพี่วุฒินะคะ บังเอิญว่าแพรมีเคสด่วน นี่ยังต้องวานให้แม่บ้านไปซื้อข้าวเที่ยงมาให้เลย” แพรวาตอบและเรียกขานด้วยความสนิทชิดเชื้อ ซึ่งเรียกตามเพื่อนสนิทของตนที่เป็นน้องสาวแท้ๆของวรวุฒิ

        อ่อ...”  แม้จะผิดหวังอยู่มากแต่ก็รู้ว่างานต้องสำคัญกว่าเสมอ “งั้นไม่เป็นไร เอาไว้ให้น้องแพรว่างก่อนก็ได้ครับ”

        แพรวายิ้มรับและเดินตรงไปยังลานจอดรถ เมื่อเห็นดังนั้นวรวุฒิจึงถามขึ้นอีกครั้ง

        “แล้วนี่น้องแพรจะไปไหน”

        “แพรลืมของไว้ในรถน่ะค่ะ”

        วรวุฒิพยักหน้ารับและนึกถึงเรื่องที่ค้างใจขึ้นได้จึงเอ่ยถามในทันทีเพราะคิดว่าคงไม่ทำให้เธอเสียเวลามากนัก “ได้ยินส้มเล่าให้ฟังว่า น้องแพรจะไปเรียนต่อที่มาดริดจริงๆเหรอครับ”

        แพรวายิ้มแหยๆ แบ่งรับแบ่งสู้ตอบ “โอ๊ย... ยังไม่รู้ว่าจะสอบได้รึเปล่า แพรก็เพ้อเจ้อวาดฝันกับยัยส้มไว้เท่านั้นเองค่ะ”

        แพรวาเอ่ยถึงวรนุช ซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆของคุณหมอวรวุฒิ ตอนนี้แต่งงานและย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากอยู่ในกรุงมาดริด ประเทศสเปน ซึ่งเป็นประเทศที่แพรวาอยากจะไปเยือนสักครั้งด้วยความชอบส่วนตัวและอีกเหตุผลหนึ่งที่เอื้อประโยชน์ต่อการทำงานของตน

        เพียงเท่านั้นวรวุฒิก็ได้คำตอบอยู่ในใจแล้วเพราะรู้ถึงขีดความสามารถของแพรวาเป็นอย่างดี เธอคือนักกายภาพบำบัดมือหนึ่งของโรงพยาบาลแห่งนี้

        “พูดอย่างนี้แปลว่าเร็วๆนี้พี่คงต้องเลี้ยงส่งน้องแพรไปเรียนต่อแน่ๆ” น้ำเสียงของวรวุฒิมีความเสียดายเจืออยู่ซึ่งแพรวาเองก็รับรู้ได้

        อันที่จริงแล้วเธอรับรู้มาโดยตลอดว่าคุณหมอหนุ่มมีความรู้สึกเฉกเช่นชายหนุ่มพึงมอบให้คนรัก แต่เธอกลับไม่เคยรู้สึกเช่นนั้นเลย จึงเลือกที่จะปฏิบัติตัวเป็นเสมือนน้องสาวคนหนึ่งที่ไม่เคยคิดเกินเลยมาตลอด

        “งั้นแพรขอตัวก่อนนะคะ” แพรวาบอกหลังจากที่หยิบแฟ้มเอกสารมากอดเอาไว้แนบอก

        “ครับ” วรวุฒิได้แต่รับคำและมองตามแผ่นหลังบอบบางของนักกายภาพบำบัดสาวซึ่งเดินห่างออกไปเรื่อยๆ

        ความหวังของเขาดูเหมือนลางเลือนออกไปทุกที เมื่อได้รู้ว่าเธอมีโอกาสสูงมากที่จะไปศึกษาต่อในต่างแดน ความสนใจเกินเพื่อนของน้องสาวเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่แพรวายังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสาม

        แม้บ่อยครั้งจะรบเร้าให้วรนุชเป็นแม่สื่อแม่ชักแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยได้สมหวังสักครั้ง เวลาห้าปีที่ไม่เคยนึกชอบผู้หญิงอื่นใดแต่ดูเหมือนว่าแพรวาเองก็ไม่เคยคิดเกินเลยหรือให้ความหวังเขาสักเพียงน้อยนิด บางครั้งเขาก็นึกท้อพร้อมกับเกิดคำถามขึ้นในใจว่า...

        หรือถึงเวลาแล้วที่เขาควรจะต้องบอกความในใจให้แพรวาได้รับรู้อย่างตรงไปตรงมา

        นั่นเป็นแค่เพียงความคิดเพราะไม่รู้ว่าจะเอาความกล้าที่ไหนไปพูดคุยกับเธอเช่นนั้นและเป็นอีกวันที่เขาต้องขับรถกลับบ้านด้วยความผิดหวังอีกเช่นเคย

 

        ไม่กี่นาทีต่อมา... แพรวาก็เดินเข้ามาในห้องทำงานของตนแล้วทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน ก่อนจะเหลือบสายตามองไปยังประตูห้องที่ถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับเสียงของผู้ช่วยหน้าที่ดังขึ้น

        “คุณแพรคะ พี่วางประวัติคนไข้พร้อมฟิลม์เอ็กซ์เรย์ไว้บนโต๊ะนะคะ ท่านผู้อำนวยการบอกว่าเคสนี้เป็นเคสพิเศษ คนไข้จะมาพบตอนบ่ายโมงครึ่งค่ะ” สมร ผู้ช่วยพยาบาลรายงาน

        “รับทราบค่า” ตอบรับพร้อมกับเปิดแฟ้มไล่สายตาตามประวัติของคนไข้ จากนั้นจึงหยิบฟิล์มเอ็กซ์เรย์ขึ้น จึงได้เห็นว่ากระดูกขาตรงช่วงหน้าแข้งหักทำการถอดเฝือกมาแล้ว เหลือแค่รอเข้ารับการภายภาพบำบัดตามขั้นตอน ซึ่งก็เหมือนคนไข้ปกติทั่วไป

        แพรวานึกแปลกใจจึงเปิดประตูห้องออกไปถามผู้ช่วยพยาบาล “พี่สมร แพรดูแล้วนะคะ ก็รักษาไปตามขั้นตอนจะพิเศษตรงไหนคะ”

        “ก็พิเศษตรงที่ระบุว่าคุณแพรต้องดูแลคนไข้ด้วยตัวเองจนกว่าจะหายเป็นปลิดทิ้งเหมือนเคสของลูกสาวท่านรัฐมนตรีนั่นแหละค่ะ คนไข้เป็นนักฟุตบอลอยู่ในความดูแลของท่านสุเมธค่ะ”

        แพรวาพยักหน้ารับกับคำอธิบายแล้วถอยหลังกลับเข้ามาในห้องทำงานของตนเช่นเดิม

         วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ เป็นการนำเอาเครื่องมือที่มีเทคโนโลยีอันทันสมัย ประกอบกับการกายภาพบำบัด การฟื้นฟู มุ่งเน้นในการเพิ่มสมรรถภาพด้านร่างกาย เทคนิคการเตรียมความพร้อม รวมไปถึงการโภชนาการ และจิตวิทยาการกีฬาเข้ามาทำการรักษานักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บจากการแข่งขัน เพื่อทำให้อาการบาดเจ็บต่างๆหายเป็นปกติ โดยใช้ระยะเวลาในการรักษาน้อยลงกว่าที่ผ่านมา หรือเรียกว่าเวชศาสตร์การกีฬา

        ในประเทศไทยยังมีบุคลากรในด้านนี้น้อยมาก ส่วนมากบุคลากรด้านนี้จะมีในประเทศที่เป็นมหาอำนาจทางการกีฬา มีการเรียนการสอนกันอย่างแพร่หลาย จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งซึ่งทำให้แพรวาอยากจะเรียนต่อในสาขานี้ เพื่อความเชี่ยวชาญ

        คิดมาถึงตรงนี้ก็อดตื่นเต้นกับการประกาศผลสอบเข้าศึกษาระดับปริญญาโทในวันพรุ่งนี้

        ก๊อก... ก๊อก...

        เสียงเคาะประตูห้องที่ดังขึ้นปลุกให้นักกายภาพบำบัดสาวหลุดออกมาจากห้วงความคิดของตน ประตูห้องถูกเปิดเข้ามา โดยมีร่างของผู้อำนวยการโรงพยาบาลกับชายร่างท้วมและบุรุษพยาบาลซึ่งเข็นรถเข็นพาคนไข้เข้ามาในห้อง

        “คุณแพรวา... นี่ท่านสุเมธ เป็นผู้จัดการสโมสร...” วัชระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นฝ่ายแนะนำให้นักกายภาพบำบัดสาวได้รู้จักกับชายร่างท้วม อดีตนักการเมืองชื่อดัง แต่ตอนนี้วางมือและผันตัวมาเป็นผู้จัดการสโมรสรฟุตบอล... ซึ่งคะแนนอยู่ในกลุ่มท็อปโฟร์ของตาราง

        แพรวาจึงพนมมือไหว้ด้วยความอ่อนน้อม ก่อนที่ผู้อำนวยการจะแนะนำเธออย่างคร่าวๆ

        “ท่านครับ... นี่คุณแพรวา เป็นนักกายภาพบำบัดมือหนึ่งของโรงพยาบาล”

        “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ” แพรวากล่าวพร้อมกับรอยยิ้มเกรงใจ

        “อย่าถ่อมตัวเลยหนู ฉันได้ยินว่าเป็นหนูเป็นนักกายภาพบำบัดของลูกสาวท่านรัฐมนตรี... ที่ถูกรถชนเมื่อสองเดือนก่อน จนตอนนี้เดินได้ปกติแล้ว ท่านรัฐมนตรี... ออกปากชมหนูใหญ่เลยว่าหนูเก่งมากแถมปราบลูกสาวจอมดื้อของท่านเสียอยู่หมัด ฉันก็เลยอยากจะให้ช่วยดูแลนิพนธ์เขาหน่อย เขาเป็นศูนย์หน้าของสโมสร... แต่โชคร้ายที่คู่ต่อสู้เข้าสกัดบอลรุนแรงเหมือนตั้งใจเล่นนอกเกม หวังว่าหนูคงจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะ” สุเมธร้องขอระคนกดดันอยู่ในที

        ใช่ว่าสุเมธจะไม่รู้ถึงสายสัมพันธ์ในครอบครัวของวัชระและแพรวา แต่การวางตัวของทั้งคู่ซึ่งดูเป็นทางการทั้งที่ความจริงแล้ว วัชระนั้นมีศักดิ์เป็นลุงเขยของแพรวา ก็ทำให้สุเมธรู้ว่าลุงและหลานคู่นี้แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันโดยสิ้นเชิง

        “ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจนะคะ การกายภาพบำบัดเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อาการดีขึ้นเร็วกว่าเดิม อีกส่วนหนึ่งต้องมาจากกำลังใจของคนไข้เอง เพราะการที่เราจะทำให้ข้อต่อและกล้ามเนื้อซึ่งไม่ได้เคลื่อนไหวมาเป็นเวลานาน กลับมาเคลื่อนไหวให้มีประสิทธิภาพเหมือนเดิมย่อมต้องเกิดความเจ็บปวดขึ้น คนไข้ต้องทำใจยอมรับและอดทนกับความเจ็บปวด แต่ถ้าเมื่อไหร่ท้อแท้หมดหวัง การรักษาจะไม่สัมฤทธิ์ผลเลย” แพรวาอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ

        “ไม่ท้อแน่นอนครับ ผมอยากหาย อยากกลับไปลงสนามอีกครั้ง คุณหมอช่วยผมด้วยนะครับ” คนไข้หนุ่มรับคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้รู้ดีว่าต้องเผชิญกับความเจ็บปวด ยากลำบากสักเพียงใดก็สัญญากับตัวเองว่าจะอดทนเพราะอยากกลับไปลงสนามอีกครั้งในเร็ววัน

        “ค่ะ แต่อย่าเรียกว่าคุณหมอเลยนะคะ เรียกว่าพี่แพรจะดีกว่า ไหนๆต่อจากนี้ก็ต้องเจอกันทุกวันอยู่แล้ว” แพรวาบอกด้วยน้ำเสียงแจ่มใส

        เมื่อทุกอย่างลงตัว เข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว แพรวาจึงนัดเวลาคนไข้ในทันที “พรุ่งนี้เจอกันเก้าโมงเช้านะคะ”

        “ครับผมจะมาให้ตรงเวลา” คนไข้หนุ่มรับคำพร้อมด้วยรอยยิ้มแห่งความหวัง

        “ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอตัวกลับก่อน พรุ่งนี้จะให้คนพานิพนธ์มาให้ตรงเวลา” สุเมธบอกในขณะที่รับไหว้จากนักกายภาพบำบัดสาว

        วัชระ ทิ้งระยะห่างให้ทั้งคู่ออกไปจากห้องเสียก่อนจึงหันมาบอกกับหลานสาว ด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่แตกต่างไปจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง

“เย็นนี้น้องแพรรีบกลับบ้านนะ ลุงกับป้ามีเรื่องจะคุยด้วย” บอกเพียงเท่านั้นก็เดินออกจากห้อง ไม่ได้เปิดโอกาสให้แพรวาได้ซักถามต่อว่าอย่างไร

        วัชระ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล แต่งงานกับคุณป้าแท้ๆของเธอ ลุงและป้าซึ่งเปรียบเสมือนพ่อแม่ที่สองซึ่งคอยให้ความรักความอบอุ่น คอยปลอบโยนในตอนที่เธอต้องสูญเสียพ่อและแม่ผู้ให้กำเนิดไปอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์

        พ่อของเธอและป้าน้อมปลูกบ้านคนละหลัง ในที่ดินมรดกตกทอดซึ่งอยู่ในรั้วรอบขอบชิดเดียวกัน ในตอนที่เธอเคว้งคว้าง เศร้าสร้อยเพราะการจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับของพ่อและแม่ จึงมีลุงและป้าคอยดูแลเอาใจใส่ รักใคร่ไม่ต่างจากลูกในไส้

        แพรวาคือจุดศูนย์รวมของทุกคนในบ้านมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะวัชระและน้อมนั้นไม่ได้มีลูกด้วยกัน ทั้งคู่จึงรักและเอ็นดูแพรวามาตั้งแต่แบเบาะ ความขี้อ้อนและเอาแต่ใจตัวเองที่มักจะมาในรูปแบบต่างๆ โน้มน้าวใจให้คนทั้งบ้านคล้อยตามและยอมรับในความต้องการนั้นไม่มีใครเก่งกาจเกินแพรวา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

194 ความคิดเห็น