เจ้าหัวใจมาเฟีย (ฉบับรีไรต์)

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 5 ความรู้สึกเปลี่ยนไปหรือใจคนเปลี่ยนแปลง 1 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    29 ก.ค. 62


“เดินสิวะ จะอยู่ในนี้หรือไง” บอกและเหล่มองคนที่เดินนำหน้าออกไปจากลิฟต์ก่อนไม่กี่ก้าว “คิดทะลึ่งอยู่ล่ะสิ ถึงได้ขนลุกขนชันอย่างนี้”

ผู้ชายเหมือนกันแล้วนิสัยใจคอก็ไม่ได้ต่างกันนัก มองปราดเดียวจึงรู้ถึงอาการที่เกิดขึ้นกับอีกคน

เบนเซม่ายิ้มและตีคิ้วรับอย่างไม่ปฏิเสธ “น่ารักดีว่ะ เมื่อก่อนทำไมฉันไม่เคยมีความคิดอย่างนี้นะ”

ยาก...” ตอบทั้งยังลากเสียงยาวจนอีกคนต้องชักสีหน้าไม่พอใจ “ตั้งแต่วันนั้น หน้าแกสาวน้อยเอมิเลียยังไม่อยากจะมอง ถ้าจีบติดก็เอารถคันนี้ไปเลย

เบนเซม่าหรี่ตามองกุญแจรีโมตซูเปอร์คาร์สุดหรูที่ถูกควงอยู่ในนิ้วชี้ของเพื่อน วัยหนุ่มอันคึกคะนอง การพนันขันต่อด้วยเดิมพันสูงลิบลิ่วเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถยิ่งนัก

“แล้วอย่ามาร้องหาความเมตตาปรานีเอาทีหลัง” จบคำพูดกำปั้นของทั้งคู่ก็ยื่นมาชนกัน ไม่ต้องมีสัญญาให้ยุ่งยาก แม้จะเป็นเพียงลมปากอันบางเบาแต่ความเชื่อใจ ไว้ใจที่มีต่อกันกลับหนักแน่นยิ่งกว่าสิ่งใด แล้วต้องใช้เวลาอีกสักกี่วันในการทลายกำแพงแห่งอคติของสาวน้อยเอมิเลียที่มีต่อเขา

นั่นต่างหากคือความท้าทายที่ทำให้นักเตะหนุ่มนึกสงสัยและต้องหาคำตอบให้ตัวเองโดยเร็ว!

 

เช้าของวันเดียวกันขณะที่แพรวาเดินเข้ามาในตึกเรียนของมหาวิทยาลัย เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าก็กรีดร้องขึ้น หญิงสาวจึงรีบเอื้อมมือไปหยิบและเลื่อนหน้าจอรับสาย ว่าไงจ๊ะ... ส้ม

“วันนี้เธอเลิกเรียนกี่โมง เรียนเสร็จแล้วมาหาฉันหน่อยได้ไหม คือฉัน... วรนุชน้ำเสียงเคร่งเครียดบ่งบอกให้รู้ว่ามีเรื่องไม่สู้ดีเกิดขึ้น

เป็นอะไรรึเปล่า ทำไมเสียงเครียดแบบนี้” แพรวาถามกลับทั้งยังนึกเป็นห่วงไม่น้อย

คือ... ก็มีนิดหน่อย ตกลงว่าเธอจะมาได้ไหม วรนุชย้ำถาม

ได้ ฉันมีเรียนถึงบ่ายสอง แล้วจะรีบ...แพรวาไม่ทันได้พูดจบประโยค คู่สนทนาก็พูดโพล่งขึ้นมาเสียก่อน

โอเค งั้นฉันไม่กวนแล้วนะ จบคำพูดก็กดตัดสายทันทีทิ้งความสงสัยระคนเป็นห่วงไว้กับแพรวา

“ฮัลโหล... ส้ม... เดี๋ยวสิ เรียกอย่างไรก็ไม่ทันเสียแล้ว แพรวาจึงได้แต่หย่อนอุปกรณ์สื่อสารลงในกระเป๋าถือเช่นเดิม แม้จะนึกเป็นห่วงเพื่อนสนิทไม่น้อยแต่ด้วยเวลาที่กระชั้นชิดเข้ามาทำให้ต้องเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในคลาสเรียน ก่อนที่อาจารย์จะมาถึง

 

บ่ายของวันเดียวกันนั้น แพรวารีบเดินออกจากมหาวิทยาลัยด้วยความร้อนใจไปยังทางเชื่อมลงสู่อุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน ไม่กี่นาทีต่อมาแพรวาก็เร่งฝีเท้าจนกลายเป็นวิ่งขึ้นบันไดจนขึ้นมาอยู่ในย่านร้านอาหารซึ่งอยู่ห่างจากร้านของวรนุชไม่ถึงห้าร้อยเมตร

แพรวาต้องอ้อมไปเข้าประตูด้านข้างเพราะยังอยู่ในช่วงเวลาปิดร้าน หากบรรยากาศภายในร้านกลับเงียบเชียบ  ไร้วี่แววกระทั่งร่างของฟรานเชสที่เคยต้องอยู่ในครัวจัดเตรียมอาหารเอาไว้ขายในช่วงเย็น เธอจึงรีบเดินเข้าไปด้านในจึงได้พบว่าวรนุชนั่งเท้าคางอยู่บนโต๊ะอาหาร

“แพร...” วรนุชเรียกเพื่อนสนิทด้วยความดีใจ แต่เพียงเสี้ยววินาทีก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“เป็นอะไร ทำไมต้องทำท่าทางแบบนี้ เกิดอะไรขึ้น บอกมาเร็วๆ” แพรวาทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ตัวตรงกันข้าม ระรัวคำถามเข้าใส่

ก็... ที่ เมืองไทยน่ะ เอ่อ... คือ วรนุชพูดจาอ้ำอึ้งยิ่งเพิ่มความร้อนใจให้กับคนฟัง แต่ก่อนที่แพรวาจะย้ำถามออกมาอีกครั้ง กุหลาบช่อโตก็ยื่นมาจ่อตรงหน้าพร้อมด้วยน้ำเสียงคุ้นหูดังขึ้นอยู่ด้านหลัง

เซอร์ไพรส์ครับน้องแพร... วรวุฒิเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่ม เปิดยิ้มกว้างด้วยความดีใจเมื่อได้เห็นหน้าของผู้หญิงที่คิดถึงมาตลอดระยะเวลาหลายเดือน

“พี่วุฒิ มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย” แพรวาพนมมือไหว้ก่อนจะรับเอาช่อดอกกุหลาบสีแดงสดนั้นเอาไว้

“ถึงเมื่อเช้านี่เองครับ” ตอบและเลื่อนเก้าอี้นั่งลงข้างๆ ผู้หญิงที่จ้องมองเธอไม่กะพริบตา

“นี่ถ้าไม่ห้ามไว้พี่วุฒิคงไปดักรอเธอที่หน้ามหาวิทยาลัยแล้ว” วรนุชเสริมแต่กลับถูกแพรวามองด้วยสายตาคาดโทษ

“ไม่ต้องมาพูดดีเลย รู้ไหมว่าฉันร้อนใจจนไม่มีสมาธิเรียน แพรวาบ่นอุบ

เอาน่า... วันนี้มีไอศกรีมมะม่วงเลี้ยงเป็นการไถ่โทษ พี่วุฒิอุตส่าห์แบกมา นี่ดีนะยังผ่านตม. เข้ามาได้” วรนุชอดประชดประชันพี่ชายเสียไม่ได้ เพราะแพรวานั้นชอบไอศกรีมมะม่วงน้ำดอกไม้ “คุยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวจะไปดูก่อนว่าไอศกรีมเซ็ตตัวรึยัง”

เมื่อมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันตามลำพังวรวุฒิก็เอาแต่จ้องมองใบหน้างดงามไม่วางตา ทั้งคิดถึงและกลัวว่าความห่างไกลจะทำให้เธอลืมเลือนความรู้สึกอันดีที่หยิบยื่นให้มาตลอด

แพรวาทำตัวไม่ถูกกับสายตาเป็นประกายที่จ้องมองตนพร้อมรอยยิ้มด้วยความคาดหวัง “เอ่อ... ไม่เคยได้ยินส้มพูดถึงมาก่อนเลยว่าพี่วุฒิจะมาเยี่ยม ความจริงน่าจะบอกก่อนนะคะ แพรจะได้ไปรับที่สนามบิน”

“น้องแพรดีใจด้วยเหรอครับที่พี่มาเยี่ยม” ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มประกอบกับสีหน้าดีอกดีใจ หัวใจของวรวุฒิยิ่งพองคับอก ทว่าคนฟังกลับต้องยิ้มด้วยความเกรงใจ

“พี่ชายมาเยี่ยมทั้งทีไม่ดีใจได้ยังไงกันคะ” เน้นหนักในสถานะ หวังใจว่าคุณหมอหนุ่มจะไม่คิดกับเธอเลยเถิดจนต้องอึดอัดใจไปมากกว่านี้ “แล้วนี่พี่วุฒิจะอยู่สักกี่วันคะ”

“พี่ลาพักร้อนได้หนึ่งอาทิตย์ แต่จองตั๋วกลับไว้อีกสี่วันข้างหน้าจ้ะ” วรวุฒิตอบและยังจ้องมองแพรวาด้วยความคิดถึง โชคดีที่วรนุชเดินเข้ามาสมทบอีกครั้งพร้อมด้วยไอศกรีมมะม่วงสีเหลืองสด หน้าตาน่ารับประทาน

“มาแล้ว... อร่อยเหาะจนต้องร้องขอชีวิต” โอ่ตัวอย่างเหลือเชื่อและเสิร์ฟไอศกรีมที่ลงมือทำเองตั้งแต่ตอนเช้า แม้ว่าจะมีวรนุชเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยแต่คุณหมอหนุ่มก็ยังไม่อาจละสายตาจากแพรวาได้เท่าไหร่นัก วรนุชเองก็รับรู้ได้ถึงความอึดอัดใจที่เกิดขึ้นจึงหาเรื่องชวนคุย เบี่ยงเบนความสนใจของพี่ชายเย็นนี้เราไปขับรถเล่นชมเมือง แล้วไปหาอะไรกินกันดีไหม

“น้องแพรว่าไงครับ...” วรวุฒิหันมาถามแพรวา

“แพรว่างค่ะ” ตอบและหันไปตั้งคำถามกับวรนุช “แล้วเย็นนี้ไม่เปิดร้านเหรอ”

“โธ่... พี่ชายมาเยี่ยมทั้งที ฉันนี่ลงทุนปิดร้านพาเที่ยวมาดริดให้ทั่วเลย” ตอบทั้งยังขยิบตาใส่พี่ชายอย่างที่ชอบทำมาตลอด “เดี๋ยวให้ฟรานเชสทำอะไรกินรองท้องก่อนแล้วเราค่อยยกพลออกท่องราตรีกัน”

เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของคนในวงสนทนายังเกิดขึ้นเรื่อยๆ พี่น้องที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานถึงสามปียิ่งมีเรื่องต้องไถ่ถามอยู่มากมาย หากไม่มีใครสักคนรู้ตัวเลยว่าบัดนี้กำลังตกเป็นเป้าสายตาของชายผู้หนึ่งซึ่งกำลังแอบเก็บภาพในทุกอิริยาบถตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย โดยเฉพาะภาพของแพรวาซึ่งยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข

หัวค่ำของวันเดียวกันนั้นทั้งหมดจึงมีโอกาสได้นั่งรถออกมาชมมหานครในฝันอันงดงามติดอันดับโลก ฟรานเชสเป็นคนขับรถนั่งคู่กับวรวุฒิ สองสาวนั่งอยู่เบาะหลังรับหน้าที่อธิบายสถานที่ต่างๆ เมื่อรถยนต์แล่นผ่าน

ใจกลางมหานครมาดริดคือสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก ภาพคุ้นตาของคนทั่วโลกและเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กซึ่งนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเก็บภาพแห่งความประทับใจ ลานรูปทรงไข่ล้อมด้วยตึกสีนวลสร้างขึ้นในยุคศตวรรษที่ 18 มีหลักกิโลเมตรที่ศูนย์บนพื้นหอนาฬิกาซึ่งใช้วัดระยะทางไปยังทุกแห่ง เป็นจุดนัดพบอันยอดนิยม

“ตรงนี้เรียกว่าปูเอร์ต้า เดลซอล (Puerta delsol) ตอนที่ฉันมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ ทุกครั้งที่หลงทางไปไหนไม่ถูกก็ต้องมาตั้งต้นที่นี่ เพราะถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของถนนทุกสาย ถัดไปก็เป็นไปรษณีย์ตัดกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ผู้คนส่วนมากมาเดินหาซื้อของกันแถวนี้ เพราะมีร้านค้าแบรนด์เนมเรียงกันแบบไม่มีช่องว่างเลย ถ้าจะมาเดินก็ต้องระวังกระเป๋าสตางค์ให้ดีๆ ส่วนวันคริสต์มาสและปีใหม่ก็จะจัดงานตรงบริเวณนี้” วรนุชทำหน้าที่ไกด์นำเที่ยวจำเป็นอย่างคล่องแคล่ว

“อ้อ... ส่วนนั่น เป็นรูปหมีตะกายต้นสตรอว์เบอร์รี่ เขาถือว่าถ้าใครไม่ได้ถ่ายรูปคู่หมีตัวนี้ก็ถือว่ามาไม่ถึงมาดริดนะคะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

194 ความคิดเห็น