เจ้าหัวใจมาเฟีย (ฉบับรีไรต์)

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 4 ทิฐินั้นอยู่เหนือความรู้สึก 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,986
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    18 พ.ค. 59



น่าอับอายและอดสูใจยิ่งนัก เมื่อสามารถหลับใหลได้อย่างสนิทใจในอ้อมกอดของมาเฟียชั่วร้ายที่พรากเอาความสาวไป ความเปลือยเปล่าที่พบตอนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของเขายิ่งทำให้เธอละอายใจมากขึ้น

        ทุกย่างก้าวเกิดความหน่วงตึง ตอกย้ำให้ได้คิดถึงภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมาจนเธอต้องมองผู้ชายที่เดินสวนเข้าไปในห้องน้ำเป็นธาตุอากาศ แม้จะนั่งมองภาพข่าวจากจอทีวีขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ผนังห้อง แต่ความคิดเธอกลับวกวน ขบคิดในเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป สิ่งแรกคือพาตัวเองไปให้ไกลจากอาณาบริเวณของเขา

        อาเชอร์อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีครีมแขนยาวผูกเนกไทสีน้ำตาลไหม้เข้าชุดกับสีของกางเกงสแลค ดวงตาคู่คมจ้องมองที่ใบหน้างดงามซึ่งบึ้งตึง นั่งนิ่งจมจ่อมอยู่กับความคิดของตัวเอง กระทั่งเขาเดินผ่านหน้ามายังโต๊ะอาหาร เธอยังไม่ไหวติงแม้แต่น้อย       

        มากินมื้อเช้าก่อนสิ แล้วค่อยกลับไปหลับต่อสักงีบ อาเชอร์เลือกใช้น้ำเสียงราบเรียบราวกับว่าเมื่อคืนนี้ไม่ได้เกิดเหตุการณ์ผิดปกติใดๆขึ้นพร้อมทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้หัวโต๊ะอาหาร

        แพรวาหันขวับไปมองเขาด้วยสายตาชิงชัง สงวนคำพูดอย่างที่สุดเพราะไม่อยากจะเสวนาหรือข้องเกี่ยวใดๆกับเขาแม้แต่น้อย เช่นนี้แล้วจะหวังให้เธอนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับเขาได้อย่างไร

        “ฉันจะกลับบ้าน เปิดประตู หญิงสาวสั่งเสียงห้วน

        ก็บอกว่ามาหาอะไรรองท้องก่อนแล้วค่อยไปนอนต่อ... เช้านี้ผมมีประชุมแล้วตอนเที่ยงจะมารับ น้ำเสียงเขาเอื่อยเฉื่อยเหมือนสามีพูดคุยกับภรรยา หนำซ้ำท่าทางติดรำคาญใจนั้นเธอยังกลายเป็นภรรยาที่พูดไม่รู้เรื่อง

        “ไม่กิน แล้วต่อจากนี้อย่าหวังว่าจะบังคับฉันได้อีก ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้นะ”

        “ก็คุณยังไม่อยากให้ผมบังคับ แล้วมีสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่งให้ผมทำโน่นทำนี่ เก่งนักก็หาทางออกไปเองสิ”

        เอสเพรสโซ่อันเข้มข้นที่คลายความร้อนลงไปมากโขยังเป็นมื้อเช้าที่จำเป็นสำหรับเขาเช่นเคย หากท่าทางทองไม่รู้ร้อนนี้กลับก่อกวนให้อารมณ์ของแพรวาคุกรุ่น ผุดลุกขึ้นจากโซฟาตัวใหญ่ ก้าวฉับๆเข้าไปหยุดตรงหน้าเขา แม้ว่าจะมีโต๊ะอาหารกั้นกลางแต่แพรวาก็มองเห็นเขาได้อย่างชัดเจน ทั้งสายตายังส่งผ่านความเกลียดชังให้เขาได้รับรู้จนมาเฟียหนุ่มรู้สึกอึดอัดราวกับภายในห้องมีออกซิเจนเหลือน้อยลงทุกที

        “คุณก็รู้ว่าฉันจะเดินออกจากห้องนี้ไม่ได้ถ้าไม่มีรหัสเปิดประตู คุณได้จากฉันไปทุกอย่างแล้วยังจะต้องการอะไรอีก” ทั้งร้องขอและแสนรวดร้าวหัวใจในการกระทำของเขา

        หากตอนนี้มีใครสักคนมาเห็นคงจะไม่อยากเชื่อสายตา หรือเชื่อว่าเขาจะมีความอดทนมากถึงเพียงนี้ แม้สิ่งที่เธอส่งผ่านมานั้นจะบีบคั้นหัวใจสักแค่ไหนแต่เขาก็ยังควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบได้เช่นเดิม

        “แล้วจะย้ายมาอยู่กับผมไม่เมื่อไหร่?” อาเชอร์เริ่มคำถามใหม่ เมื่อเธอไม่ยอมทำตามที่บอก

        แพรวาหัวเราะพรืดออกมา เหมือนว่ากำลังคุยกันคนละภาษา ฉันไม่เคยคิดที่อยู่กับคนแบบคุณ

        คำตอบนั้นทำให้คนที่วางท่าเฉยมาโดยตลอดหรี่ตาแคบ มองด้วยสายตาประเมิน

        “คนแบบผม... มันเป็นยังไง?” ถามกลับพาลๆ

        ไร้อารยะธรรม ทำตัวยังกับอยู่บ้านป่าเมืองเถื่อน ฉุดฉันมาเพื่อสนองตัณหาบ้าๆ ไม่สนใจว่าคนอื่นเขาจะรู้สึกยังไง ฉันไม่เคยรู้จักมักคุ้นกับคุณมาก่อน แต่แค่มีเวลาอยู่ด้วยไม่นานยังรู้สึกย่ำแย่ได้ถึงขนาดนี้ เพราะฉะนั้นอย่าว่าแต่ให้นั่งร่วมโต๊ะอาหารเลย อากาศที่แชร์กันหายใจ ฉันยังรังเกียจ”

        เยี่ยม! ไม่ใช่แค่ทำให้เขาพึงใจได้มากที่สุดแต่เธอกำลังทำให้เขาเดือดจัดด้วยความโกรธรวดเร็วที่สุดเช่นกัน

        ความเกรี้ยวกราดที่ฉายแววในดวงตาคู่คมทำแพรวาหวาดหวั่นไม่น้อยเพราะรู้ดีว่าหากต้องปะทะกับเขาอีกครั้ง เธอต้องพ่ายแพ้อย่างราบคาบแต่ก็ไม่อาจปล่อยให้เขาบงการชีวิตได้เช่นนั้น

        “หึ...สสารมันมีหลายสถานะ” อาเชอร์เหยียดยิ้มให้ผู้หญิงตัวเล็กๆซึ่งยั่วโมโหเขาได้อย่างยอดเยี่ยมพอๆท่าทีอวดดีของเธอ “ผมไม่เกี่ยงหรอกถ้าคุณรังเกียจที่จะแชร์ก๊าซกับผม แต่ติดใจจนถึงขั้นปลื้ม ออกจะเรียกร้องแชร์ของเหลวกับผมอย่างเมื่อคืน”   

        แพรวากัดริมฝีปากล่างจนแน่น ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าไม่ใช่แค่พละกำลังที่ด้อยกว่า แต่ถ้าเกี่ยวกับเรื่องชั่วร้ายแล้วเธอด้อยกว่าเขาทั้งความคิด การกระทำและคำพูด

        เพราะฉันสู้แรงคุณไม่ได้ คุณบังคับใจฉัน ฉันไม่ได้เต็มใจ ไม่เคยเต็มใจ แล้วจะเอาอะไรจากฉันอีก...” มันคือความอัดอั้นตันใจ แม้ตั้งใจว่าจะไม่ยอมให้เขาได้เห็นน้ำตาอีกแต่แพรวาก็รู้ดีว่าหยดน้ำใสๆกำลังไหลอาบสองแก้ม “ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันกลับไปอยู่ในที่ของตัวเอง ฉันต้องเรียนต้องทำงาน แล้วถ้าคิดจะขังฉันไว้สนองความต้องการบ้าๆของคุณ ก็ฆ่าฉันให้ตายซะดีกว่า”

        เธออาจจะเจ็บปวดรวดร้าวเพราะความสูญเสีย ไม่อาจต่อกรกับเขาได้ในสักทางแต่จงรู้เอาไว้ว่าเขาก็เจ็บปวดราวกับมีคีมเหล็กอันใหญ่มาบีบคั้นหัวใจ เมื่อได้เห็นน้ำตาของเธอ ทั้งที่ความจริงแล้วเขาไม่ได้ความจำเสื่อม ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้นต่างก็ได้รับความสุขสมเต็มอิ่มด้วยกัน

        แล้วถ้าเกิดท้องจะทำยังไง อาเชอร์โพล่งถามออกไป เลือกใช้คำถามที่คิดว่าจะทำให้เธอเริ่มเปลี่ยนใจ

        หากเขาไม่รู้หรอกว่าคำถามร้ายกาจที่หลุดออกจากปากนั้น ทำร้ายเธอ บังคับขู่เข็ญให้อับจนหนทางไม่ต่างจากหันปลายกระบอกปืนจ่อเข้าที่หน้าอกข้างซ้าย

        “ฉันโชคร้ายที่ต้องมาเจอคุณ เจอกับเรื่องยอดแย่ในชีวิตแล้วถ้าต่อไปจะมีเรื่องไม่คาดฝันอะไรเกิดขึ้น มันก็คงจะดีกว่าต้องทนอยู่กับคุณแน่นอน”

        อวดดีทั้งที่ไม่มีอะไรเทียบเคียงเขาได้สักนิด ทิฐิและความโกรธที่เธอเป็นคนก่อทำให้อาเชอร์ถูกผลักดันจนมายืนอยู่ปากเหวลึก ถ้าเลือกที่จะก้าวขาออกจากห้องนี้แล้วเกิดมีเด็ก ควรรู้เอาไว้ว่าผม-ไม่-เอา

        แพรวาเข่าอ่อนแทบล้มทั้งยืน นี่สินะคือความใจดำอำมหิตของมาเฟียโดยแท้จริง กระทั่งลูก... เขายังเรียกว่าเด็ก!    แล้วมีเหตุผลสมควรอันใดที่เธอจะให้เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองเกิดมาแล้วเรียกผู้ชายคนนี้ว่าพ่อ ถึงแม้ว่าลูกของเธอจะเกิดขึ้นจากความพลาดพลั้งไม่ได้ตั้งใจก็ตาม อารมณ์ยอดแย่ทุกอย่างที่อัดแน่นในตัวแพรวา ผลักดันให้เธอก้าวเข้าไปใกล้มาเฟียชั่ว ความโกรธผสมโมโหสั่งให้เธอต้องทำการสักอย่างเพื่อสั่งสอนให้สาสม

        เพียะ!... เพียะ!...

        ทันทีที่ใบหน้าสะบัดตามแรงฝ่ามือบอบบาง อาเชอร์ที่ผุดลุกขึ้นด้วยความโมโหโกธา เธอบังอาจตบหน้าเขาเป็นครั้งที่สอง แล้วดูท่าทางที่เธอทำตอนนี้

        หลับตาแน่นจนหัวคิ้วแทบจะจรดกัน เกร็งตัวราวกับว่าเขาจะทำร้ายกลับ ไม่นับน้ำตาที่ไหลออกมาราวกับเขื่อนทำนบพัง อย่าว่าจะทำร้ายเธอแม้แต่ปลายก้อยเลยแค่ต่อสู้กับน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสายเขายังทำไม่ได้ สุดท้ายต้องเบือนหน้าหนีและเป็นฝ่ายเลี่ยงที่จะเผชิญหน้าแล้วเดินไปกดปุ่มเรียกคนสนิทให้เข้ามาในห้อง

        แพรวาไม่รู้ตัวว่าโทษทัณฑ์ที่จะได้รับนั้นจะเจ็บปวดสักแค่ไหนแต่มันคงไม่สาหัสสากรรจ์ไปกว่าคำพูดที่เขาใช้ทิ่มแทงหัวใจเธอ แต่เสียงห้วนจัดที่ออกคำสั่งให้คนสนิทไปส่งเธอนั้น ทำให้แพรวารีบลืมตาทั้งดีใจและประหลาดใจ

        “เชิญครับ” บิลผายมือเชื้อเชิญหญิงสาวด้วยความสุภาพ

        “คุณเลือกแบบนี้เองนะแพรวา” เสียงห้วนจัดเจือไว้ด้วยความหงุดหงิดใจอย่างที่สุดดังขึ้น แม้ว่าเขาจะหันหน้าไปยังกระจกใสซึ่งมองเห็นวิวของมาดริดแต่ยังได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอรีบก้าวออกไปจากห้อง ก่อนจะหยุดชะงัดอยู่ชั่วครู่หลังจากคำพูดเขาจบลง

        แพรวาชะงักการก้าวเดินเพียงแค่ชั่วอึดใจเดียวเท่านั้น จิตใจไม่ไขว้เขวไปกับเศษเดนความปรานีที่เขาโยนมาให้เลยแม้แต่น้อย ไม่แม้กระทั่งหันหลังกลับไปมองเมื่อก้าวพ้นจากเพนท์เฮาส์สุดหรู

        ...แม้จะมีประชุมนัดสำคัญรออยู่ แต่อาเชอร์ยังยืนนิ่ง มองออกไกลออกไปอย่างไร้จุดหมาย กระทั่งสิ่งมีชีวิตที่อาจจะเกิดขึ้นยังไม่อาจเหนี่ยวรั้งเธอเอาไว้ หยิ่งยโส จองหอง อวดเก่ง คือสิ่งที่เขาต้องยอมรับว่ามีอยู่ในตัวเธอเต็มเปี่ยม เมื่อเธอเลือกที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบจากเขา กล้าตบหน้าท้าทายอำนาจที่ไม่เคยมีผู้ใดบังอาจทำกับเขามาก่อน เช่นนี้แล้วยังจะต้องสนใจ เก็บมาเป็นอารมณ์อีกทำไม

        ราวครึ่งชั่วโมงต่อมาอาเชอร์จึงเดินออกจากเพนท์เฮาส์ด้วยสีหน้าบึ้งตึง กระทั่งคนสนิทที่ทำงานข้างกายมาหลายปียังเข้าหน้าไม่ติด

        ตลอดระยะเวลาที่เดินทางจากโรงแรมไปยังออฟฟิศ ไมค์ลอบมองเจ้านายซึ่งนั่งอยู่บนเบาะหลังผ่านกระจกเงาอยู่บ่อยครั้ง แม้เดาว่าความหงุดหงิดใจจะเกิดจากสาวเอเชียคนนั้นแต่อีกใจ ไมค์ยังไม่อยากเชื่อว่าจะมีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธมาเฟียผู้เพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติเช่นนี้

        แม้จะบังคับตัวเองให้ตัดเธอออกไปจากความคิดแต่จนแล้วจนรอด ความภูมิใจและความหวงแหนยังชูธงแห่งชัยชนะเหนือความคิด

         ไมค์ แกหาใครสักคนให้ตามดูแลเธอห่างๆแต่อย่าให้คลาดสายตา” หลังคำพูดอาเชอร์ต้องหลับตาลงยอมรับกับความพ่ายแพ้ของตัวเอง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

194 ความคิดเห็น

  1. #78 missbb (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 15:53
    หึหึ..ที่สุดก็แพ้ใจตัวเอง55555
    สั่งสอนให้รู้สำนึกเลยแพรวา
    #78
    0
  2. #19 onanong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 07:45
    ต้องแบบนี้สิแพรวาไม่เสียแรงที่เชียร์(ทีมแพรวาค่ะ)
    #19
    1
    • #19-1 ศิริพารา(จากตอนที่ 13)
      21 พฤษภาคม 2559 / 10:09
      โธ่.................
      แล้วจิพลาดท่าให้กับสะมี
      #19-1