เล่ห์ร้าย​ อุ​บา​ยรัก​ ChanBaek

ตอนที่ 3 : ตอนที่​ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,696
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    8 พ.ค. 59



ตอนที่ 3







เพราะความเพลียและฤทธิ์ยาทำให้แบคฮยอนหลับลึกทันทีที่หัวถึงหมอน คนตัวเล็กไม่รู้เลยว่าหลังจากหลับไปได้แค่ชั่วโมงเดียวภายในห้องนอนก็ถูกบุกรุกจากใครคนหนึ่งที่เก็บอารมณ์โกรธจากร้านอาหารเมื่อช่วงเที่ยงกลับมาด้วยเต็มที่ ขายาวๆก้าวเข้ามาหยุดยืนใกล้เตียงนอน ด้วยความเกรี้ยวกราด แล้วหลังจากนั้นร่างของแบคฮยอนก็ถูกดึงรั้งขึ้นมาโดยไม่ปราณีปราศรัยแม้ยังจมอยู่ในนิทราก็ตาม
“อ๊ะ!”
แบคฮยอนลอยหวือขึ้นมาตามแรงดึงรั้ง คนตัวเล็กนิ่วหน้าด้วยความเจ็บทั้งพยายามแกะมือใหญ่ออกจากข้อมือบางของตน แต่มือของชานยอลที่บีบรัดก็แน่นหนาราวคีมเหล็ก แบคฮยอนได้แต่เงยหน้ามองคนประทุษร้ายด้วยความไม่เข้าใจ 
“นอนหลับสบายอกสบายใจดีจังเลยนะ สะใจมากมั้ยที่ดึงน้องฉันไปเป็นพวกได้”
“คุณชานยอลผมเจ็บครับ” แบคฮยอนบอกเขาเสียงอ่อน
“ก็ฉันตั้งใจทำให้เจ็บ แล้วแค่นี้มันเทียบไม่ได้กับที่เธอทำให้แฟนฉันเจ็บหรอก อย่าคิดว่าดึงเพื่อนฉันกับน้องฉันไปเป็นพวกได้แล้วฉันจะกลัวนะ”
“ผมไม่เคยคิดจะทำอะไรแบบนั้นเลยนะครับ”
“โกหก! ฉันรู้หรอกว่าคนอย่างเธอเล่นละครทำตัวให้น่าสงสารเก่งแค่ไหน จนน้องฉัน เพื่อนฉันพากันเข้าข้างเธอแล้วเกลียดเคธี่”
แบคฮยอนเม้มริมฝีปาก จุกที่อกเมื่อได้ยินคำกล่าวหาที่ไม่ได้กระทำเลยสักนิด
“แต่รู้ไว้ซะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นฉันจะไม่มีวันเลิกกับแฟนฉัน ส่วนเธออยากนอนกอดทะเบียนสมรสเชิดหน้าเป็นเมียหลวงอยู่แบบนี้ก็เชิญ”
แรงบีบที่ถูกเพิ่มขึ้นที่ข้อมือยังไม่เจ็บเท่าที่ใจในตอนนี้เลยสักนิด แบคฮยอนก้มหน้าลงเมื่อดวงตากำลังพร่าไปด้วยหยาดน้ำตา ไม่คิดโต้แย้ง ทำเพียงปล่อยให้อีกคนพูดคำพูดที่เชือดเฉือนใจเท่าที่เขาพอใจ เพราะไม่ว่าแบคฮยอนจะพูดอะไรเขาก็คงไม่รับฟังอยู่แล้ว
“เงียบทำไม หรือคำพูดฉันมันแทงใจดำ”
มือหนายกขึ้นมาบีบที่ปลายคาง ก่อนจะบังคับให้แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เพียงเท่านั้นน้ำตาที่กลั้นไว้ในตอนแรกก็ไหลบ่าลงมาราวกับทำนบน้ำพัง  เขาแสยะยิ้ม ไม่มีแววสงสารสักนิดนอกจากความสมเพชที่ฉายชัดออกมาจากดวงตา
“ร้องไห้ทำไมแบคฮยอน หืม ไม่สะใจเหรอที่ดึงคนของฉันไปเป็นพวกได้ นับตั้งแต่ครอบครัวฉัน ลูกพี่ลูกน้องฉัน แล้วก็เพื่อนฉัน เขาหลงในความมารยาของเธอกันหมด แล้วนี่จะบีบน้ำตาให้ได้พระแสงอะไรขึ้นมา”
ปลายคางถูกบีบด้วยแรงที่มากขึ้น แบคฮยอนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บแต่ก็ไม่คิดจะขัดขืนหรือแม้แต่ร้องขอให้เขาปล่อย ถ้าอยากให้เจ็บ แบคฮยอนก็จะยอมเจ็บให้สมกับความโกรธเกลียดของเขา
“รักฉันหรือไงถึงอยากเป็นเมียฉันนักหนา ห๊ะ! บยอน แบคฮยอน อ้อ ไม่ใช่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่าปาร์ค แบคฮยอน ต่างหาก รักฉันมากหรือไงหรือรักสมบัติของครอบครัวฉัน หรือว่าทั้งสองอย่างล่ะ หืม” ใบหน้าหล่อเหลาก้มต่ำลงมาจนลมหายใจที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าปะทะหน้า แบคฮยอนพยายามเสหน้าหลบแต่มือหนาก็ตรึงใบหน้าไว้ไม่ให้หันหนี
“ไม่เคยสักครั้งที่ผมคิดอยากจะได้สมบัติของครอบครัวคุณ ผมแค่ทำตามหน้าที่ของลูกหนี้ที่มีพันธะสัญญาต่อคุณปู่ของคุณเท่านั้น”
“งั้นก็รีบหาเงินมาใช้หนี้ซะสิแล้วก็เซ็นใบหย่าให้ฉัน”
แบคฮยอนเม้มปากสะกดไม่ให้มันสั่นระริกเมื่อเอ่ยตอบเขา
“ทันทีที่ผมคืนเงินคุณปู่ของคุณจนครบผมจะเซ็นใบหย่าและคืนอิสรภาพให้คุณ”
“และเธอจะต้องเป็นคนรับกับคุณปู่และคุณแม่ของฉันว่าเป็นคนอยากหย่าเองทั้งหมด”
บีบคั้นมาด้วยแววตาและน้ำเสียง แบคฮยอนสูดลมหายใจเข้าปอดอีกครั้งเพื่อเรียกความเข้มแข็ง
“ผมจะรับเองทั้งหมด”
“ดี ทำให้ได้อย่างที่พูดแล้วกัน ฉันบอกไว้ก่อนว่าฉันจะไม่ทนเป็นสามีเธอเกินสามเดือนหรอก ถ้าหลังจากนั้นแล้วเธอยังจัดการเซ็นใบหย่าให้ฉันไม่ได้ เราจะได้เห็นดีกัน”
ปัง!
ร่างสูงใหญ่เดินกลับออกไปจากห้องพร้อมบานประตูที่ถูกกระแทกปิดอย่างแรง แบคฮยอนซบหน้าลงกับหมอนปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาทั้งสะอื้น ภาพครั้งเก่าตั้งแต่ครั้งเรียนปริญญาตรีไหลย้อนมาในมโนสำนึก
... งานเปิดโลกกิจกรรมของมหาลัย บนเวทีของชมรมดนตรีสากล แบคฮยอนที่นั่งหลบมุมอยู่ด้านหนึ่งของร่มไม้กำลังแอบมองร่างสูงของใครคนหนึ่งที่กำลังโปรยยิ้มให้สาวๆที่กรูกันเอาดอกกุหลาบสีแดงไปยื่นให้หลังทำการแสดงเพื่อโปรโมทชมรมเสร็จ คนทั้งมหาลัยรู้จักเขาดีในนามคนดัง ปาร์คชานยอล เดือนคณะบริหารธุรกิจภาคอินเตอร์ หรืออีกตำแหน่งคือประธานชมรมดนตรีสากล ความหล่อ รวย และฉลาดของเขาเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายๆคนแอบชอบ ไม่เว้นแม้แต่แบคฮยอนเองที่แอบมองเขาเงียบๆด้วยความชื่นชม...
จนเมื่อเขาจบจากมหาลัยในโซลและไปต่อต่างประเทศแบคฮยอนก็ไม่ได้ข่าวเขาอีกเลย แต่จู่ๆวันหนึ่งก็มีคำสั่งสายฟ้าแลบจากคุณปู่ของเขาซึ่งท่านคือคนที่ช่วยเหลือการเงินของบริษัทแบคฮยอนที่กำลังจะถูกฟ้องล้มละลายและยังเป็นเพื่อนกับคุณปู่ของแบคฮยอน ให้จัดงานแต่งงานระหว่างแบคฮยอนกับเขาขึ้นเพราะท่านกำลังป่วยหนักและอยากให้คำสัญญาที่ให้ไว้กันตั้งแต่คนรุ่นก่อนเกิดขึ้นก่อนที่ท่านจะเป็นอะไรไป 
ทั้งคุณพ่อคุณแม่และแบคฮยอนไม่อาจปฏิเสธคำขอของผู้มีพระคุณได้ แบคฮยอนจึงได้กลายมาเป็นเจ้าสาวของเขาในงานแต่งงานเมื่อวานนี้ ในใจได้แต่แอบหวังว่าเขาจะยังเป็นรุ่นพี่ชานยอลที่ใจดีเหมือนเดิม แต่ทว่าฝันทุกอย่างก็พังทลายลงตั้งแต่เมื่อวานที่เขาทำให้แบคฮยอนเห็นอย่างชัดเจนว่าเขาเกลียดงานแต่งงานที่เกิดขึ้นรวมถึงตัวแบคฮยอนด้วย แบคฮยอนเป็นต้นเหตุที่ทำให้แฟนเขาถึงกับจะกรีดข้อมือฆ่าตัวตาย เขากลายเป็นคนที่แบคฮยอนไม่รู้จัก...
“คุณไม่ใช่พี่ชานยอลที่ใจดีคนนั้นแล้วใช่ไหม...ได้โปรดอย่าเกลียดแบคฮยอนเลย”
ใช่แบคฮยอนแอบรักเขา รักเขาข้างเดียวมานานแล้ว รุ่นพี่ปาร์คชานยอลประธานชมรมดนตรีสากลคนนั้น...






เช้านี้เป็นวันที่ขมุกขมัวในความรู้สึกและแบคฮยอนยังไม่อยากไปทำงานในขณะที่สภาพจิตใจไม่ค่อยดีนัก จึงนึกถึงคำชวนหนึ่งที่ได้รับเมื่อวานตอนที่ไปทานข้าว​ ไม่รอช้าแบคฮยอนเดินทางไปที่นั่นทันที 
“คุณแบคฮยอนมาได้ยังไงครับเนี่ย” เสียงหวานใสของเจ้าของร้านเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง แบคฮยอนยิ้มให้ลู่หาน
“ผ่านมาทางนี้ คุณคยองซูอธิบายทางมาร้านคุณลู่หานให้ฟังเมื่อวาน เลยแวะมาเยี่ยมครับ”
“เชิญนั่งก่อนครับ เดี๋ยวผมชงกาแฟให้” แบคฮยอนนั่งลงที่โต๊ะมุมห้องตามคำเชิญ ไม่นานลู่หานก็ยกกาแฟหอมกรุ่นมาเสิร์ฟ
“ขอบคุณครับ” แบคฮยอนรับกาแฟจากลู่หานมาจิบ ความอิดโรยและใต้ตาที่หมองคล้ำราวกับคนไม่ได้นอนมาทั้งคืนคงชัดเจนจนลู่หานสังเกตได้ 
“ถ้ามีอะไรไม่สบายใจคุณแบคฮยอนเล่าให้ผมฟังได้นะครับ ผมยินดีรับฟัง”
“ผมขอเรียกพี่ลู่หานจะได้มั้ยครับ” แบคฮยอนอ่อนแอและต้องการที่พึ่ง นอกจากคยองซูแบคฮยอนก็รู้สึกว่าลู่หานคือคนที่แบคฮยอนสามารถพูดคุยด้วยได้อย่างสนิทใจ
“ได้สิครับ” คำขอได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นทันที แบคฮยอนรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้มารู้จักลู่หาน ลู่หานมีความเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดีดังนั้นแบคฮยอนจึงวางใจที่จะเล่าสิ่งต่างๆที่อยู่ในใจให้ลู่หานฟังโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกมองด้วยสายตาที่ไม่ดี
“ที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอกครับ ผมน่าจะทำใจให้ชินได้แล้ว”
“เรื่องคุณชานยอลกับคุณเคธี่ ใช่มั้ยครับ”
แบคฮยอนพยักหน้ารับเมื่อลู่หานถามได้ตรงจุด มือคลึงแก้วกาแฟไปมาอย่างเลื่อนลอย “เจ็บนะครับ การแต่งงานโดยปราศจากความรัก แล้วเขายังมีคนที่รักอยู่แล้ว ซึ่งไม่แปลกเลยหากเขาจะเกลียดเราที่ไปคั่นกลางความรักของเขา”
“คุณแบคฮยอน...” ลู่หานครางเรียกทั้งบีบมือให้กำลังใจ
“มันคงจะง่ายกว่านี้ถ้าผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาเลย.... พี่ลู่หาน ผมจะทำยังไงต่อไปดี” แบคฮยอนถามอย่างคนที่กดดันและคิดไม่ตก
“มันไม่ผิดหรอกครับถ้าเราจะรักใครสักคน” ลู่หานบอก
“ถ้าเขาไม่ได้รักใครอยู่และมองผมไม่ใช่ศัตรูสักนิด มันคงไม่เจ็บมากเท่าตอนนี้”
“โถ่ คุณแบคฮยอน”
“ผมโง่เองที่รู้สึกแบบนั้นกับเขา ทั้งๆที่ควรรู้ว่าตัวเองไม่มีอะไรที่เขาจะมาสนใจเลยสักนิด”
“ซักวันคุณชานยอลต้องเห็นว่ามีคนดีๆคนหนึ่งรักเขามากขนาดนี้ คุณแบคฮยอนต้องเข้มแข็งนะครับ” 
เป็นคำปลอบโยนที่แบคฮยอนอยากให้เป็นจริงมากที่สุดในตอนนี้
“แต่เขาเกลียดผม มันไม่มีวันนั้นหรอกครับพี่ลู่หาน”
“เขามีสิทธิ์เกลียดเรา เราเองก็มีสิทธิ์รักเขาได้เหมือนกันแหละครับ จริงมั้ย”
“พี่ลู่หานคิดแบบนั้นเหรอครับ” แบคฮยอนนึกแปลกใจเมื่อได้ยินคำนั้น เหมือนความคิดยุ่งเหยิงหยุดนิ่งและม้วนกรอกลับมาเพื่อจะหยุดฟังสิ่งที่คนอายุมากกว่าจะสอน
“แน่นอนสิครับ ใจเรา เราจะรักใครก็สิทธิ์ของเรานี่ ส่วนเขาจะรักเราตอบมั้ยนั่นก็เรื่องของเขาเช่นกัน เราจะรักซะอย่างจะทำไม จริงมั้ยครับ” 
นั่นสินะ ใจเรา เราจะรักใครนั่นก็สิทธิ์ของเรา แบคฮยอนถอนหายใจ เหมือนสิ่งที่อัดอั้นอยู่ทั้งหมดได้พบทางออก “มาเจอพี่ลู่หานวันนี้ทำให้ผมสบายใจขึ้นเป็นกองเลย”
“ว่าแต่วันนี้ไหนๆก็มาแล้วอยากลองจัดดอกไม้กับพี่ไหมครับ เย็นนี้พี่ต้องไปงานบริษัทคุณเซฮุน ว่าจะจัดไปแสดงความยินดีอยู่พอดีเลย”
“โอ๊ะ นี่พี่ลู่หานก็ได้รับเชิญเหมือนกันเหรอครับ ดีเลย ผมจะได้มีเพื่อน นี่กลัวตัวเองไปแล้วจะไปยืนเคว้งอยู่คนเดียวเพราะไม่รู้จักใคร อ้อ ไม่สิ มีคุณคยองซูอีกคน” แบคฮยอนเอ่ยขึ้นอย่างดีใจ วางความยุ่งเหยิงทั้งหลายในใจลงสักพักและเอ่ยถึงงานเลี้ยงคืนนี้ที่ได้รับเชิญจากบริษัทเซฮุนให้ไปงานคู่ในฐานะภรรยาของชานยอลเพื่อนสนิทของเซฮุน
“อย่าให้เรียกว่าชวนเลยครับ ให้เรียกว่ามัดมือชกดีกว่า ที่จริงพี่ไม่ชอบงานสังคมหรูหราอะไรแบบนั้นเลยครับ แต่ขัดคุณชายท่านไม่ได้” ลู่หานเรียกเซฮุนประชดด้วยคำเรียกว่าคุณชายให้แบคฮยอนหัวเราะขำออกมาได้
“ผมเองก็ไม่ชอบเหมือนกันครับ ทุกคนปั้นหน้าเข้าหากันจนน่ากลัว”
“เหมือนพี่เลย แต่เราคงขัดไม่ได้แล้วล่ะครับ ใครใช้ให้มารู้จักคนไฮโซไฮซ้อพวกนี้ล่ะ คุณแบคฮยอนไปล้างหน้าล้างตาก่อนดีไหมครับ แล้วค่อยมาเริ่มจัดดอกไม้กัน”
“ดีครับ” แบคฮยอนรับคำลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำที่ลู่หานพาไปล้างหน้าเรียกความสดชื่น แต่เมื่อออกมาแล้วจึงพบว่าเซฮุนเองก็มาหาลู่หานที่ร้านเช่นกัน
“อ้าวคุณแบคฮยอน ยังไงได้มาถึงนี่ครับเนี่ย” 
แบคฮยอนได้รับการทักทายอย่างสนิทสนมเช่นเคย
“สวัสดีครับคุณเซฮุน พอดีผมมาปรับทุกข์กับพี่ลู่หานนิดหน่อยแล้วก็คิดว่าจะมาเรียนจัดดอกไม้ด้วย”
“ได้ยินแล้วใช่มั้ยครับ บ่ายนี้พี่ไม่ว่างแล้ว โอเค้”
“เอ่อ ไม่เป็นไรนะครับ แบคฮยอนแวะมาวันใหม่ก็ได้” แบคฮยอนรู้สึกเกรงใจจึงรีบแจงออกมาทันทีเพราะคิดว่าเซฮุนกับลู่หานน่าจะมีธุระสำคัญกัน แต่ลู่หานก็มารั้งไว้ก่อน
“ไม่ได้ครับ คุณแบคฮยอนมาก่อนพี่ต้องดูแลก่อน คนมาทีหลังก็ต้องรอ ถ้ารอไม่ได้ก็กลับไปเลย แล้วค่อยมารับตอนหกโมงเย็นทีเดียว”
“ไม่เป็นไรผมว่าง รอได้ ตามสบายพี่กับคุณแบคฮยอน จะทำอะไรก็ทำ อ้อ แต่รบกวนขอกาแฟสักถ้วยก็พอ” เซฮุนตอบอย่างไม่เดือดร้อน แบคฮยอนจึงยังคงอยู่ในร้านต่อไปได้
“งั้นคุณแบคฮยอนไปเลือกดอกไม้รอนะครับ พี่จะไปชงกาแฟมาให้คุณชายเค้าก่อน” ลู่หานบอก
“ครับ” 
แบคฮยอนผละไปปล่อยให้ทั้งสองได้พูดคุยกัน แต่ก็แอบสงสัยในความสัมพันธ์ที่สนิทสนมของทั้งสองฝ่าย จนเมื่อลู่หานเดินมาช่วยเลือกดอกไม้แบคฮยอนจึงเอ่ยขึ้น “เวลาคุณเซฮุนคุยกับพี่ลู่หานน่ารักดีนะครับ ดูไม่เหมือนท่านประธานที่ชอบทำหน้าดุๆเลย” 
“ชอบกวนประสาทน่ะสิครับไม่ว่า พี่กับเค้ารู้จักกันตั้งแต่มหาลัยครับ หมอนั่นอยู่สายรหัสเดียวกันแต่ชอบมากวนประสาทพี่ ไปๆมาๆไหงสนิทกันก็ไม่รู้ อ้อ คงเพราะเซฮุนชอบเพื่อนของพี่ด้วยแหละมั้งเลยทำให้ยิ่งสนิทกัน” ลู่หานเล่าขณะที่มือก็เลือกดอกไม้ที่จะเอามาจัดด้วย
“เอ๋” แบคฮยอนทำสีหน้าแปลกใจ
“มีอะไรเหรอครับ” ลู่หานหันมาถาม
“ปละ เปล่าครับ” แบคฮยอนปฏิเสธทั้งที่ในใจกำลังสงสัย ในตอนแรกแบคฮยอนคิดว่าเซฮุนกับลู่หานเป็นแฟนกันเสียอีก ดูจากการปฏิบัติของเซฮุนที่มีต่อลู่หาน ทั้งดูแล ทั้งเอาใจใส่ ไม่ต่างจากคนที่เป็นแฟนกันเลยสักนิด แต่ลู่หานกลับบอกว่าเป็นแค่น้องที่สนิทกัน หรือแบคฮยอนจะคิดมากไปเองนะ...

หลังจากเสร็จคลาสเรียนจัดดอกไม้เฉพาะกิจ แบคฮยอนก็ถูกเซฮุนเชิญมาทานข้าวเที่ยงด้วย โดยเซฮุนอาสาเป็นเจ้ามือ มีลู่หานเชียร์ให้มาด้วยกันเต็มที่ แบคฮยอนจึงตัดสินใจมาด้วย
“ไม่อร่อยเหรอครับคุณแบคฮยอน” ลู่หานเอ่ยถาม
“ผมไม่ค่อยหิวเท่าไหร่น่ะครับ คุณเซฮุนกับพี่ลู่หานไม่ต้องห่วงทานเลยครับ ปกติผมทานได้น้อยอยู่แล้ว” แบคฮยอนตอบตรงๆ การกลืนข้าวกลายเป็นเรื่องยากสำหรับแบคฮยอนในช่วงไม่กี่วันมานี้
“ชานยอลมันทำอะไรคุณแบคฮยอนหรือเปล่าครับ” เซฮุนถามขึ้นและแบคฮยอนก็ชะงักมือที่กำลังเขี่ยอาหารในจาน ก่อนจะหลุบตาลงต่ำเงียบไปสักพัก
“มีอะไรให้พวกเราช่วยบอกเลยนะครับ ผมไม่ถือหางไอ้เพื่อนนิสัยเสียของผมหรอก รู้ดีว่ามันทำตัวไม่ดี” นอกจากลู่หานใจดีแบคฮยอนก็รู้สึกว่าเซฮุนเองก็เป็นคนใจดีเช่นกัน
“ผมไม่เป็นไรหรอกครับ ขอบคุณคุณเซฮุนนะครับที่ให้กำลังใจ”
“เราอย่าเกรงใจกันขนาดนั้นเลย คุณแบคฮยอนเป็นภรรยาไอ้ชานยอลก็เท่ากับเป็นญาติผมคนหนึ่ง คราวหน้าถ้าอยากให้ผมช่วยจัดการไอ้เพื่อนเวรยังไงบอกมาได้เลยนะครับ ผมจะจัดการให้” เซฮุนเอ่ยอย่างเป็นกันเองซึ่งแบคฮยอนก็ยิ้มรับทันทีด้วยหัวใจที่เต็มตื้นเมื่อได้รับมิตรภาพใหม่ๆจากคนดีๆถึงสองคน รวมถึงคยองซูอีกคนหนึ่งด้วย รู้สึกเหมือนไม่ได้ยืนอยู่อย่างเดียวดายแล้วในตอนนี้ 
“นี่ เย็นนี้คุณแบคฮยอนก็จะไปงานบริษัทคุณด้วยนะ พี่ไม่ต้องกลัวว่าจะเค้วงแล้วล่ะ” ลู่หานบอกเซฮุน
“อ้อ จริงด้วย ผมเชิญทั้งคุณป้า คุณแม่ไอ้ชานยอลน่ะครับ แล้วก็ไอ้ชานยอลมันด้วย คุณแบคฮยอนต้องไปกับมันให้ได้นะครับ”
“ครับ คุณแม่ท่านก็กำชับมาเหมือนกันว่าคืนนี้ผมต้องออกงานกับเค้า” แบคฮยอนมีสีหน้าไม่มั่นใจนักเพราะงานนี้ชานยอลไม่ได้เต็มใจจะออกงานกับแบคฮยอนเลยสักนิด แต่เป็นเพราะขัดใจคุณแม่กับคุณปู่ไม่ได้ เมื่อเช้าถึงได้ทำหน้าตาราวกับอยากจะฆ่าแบคฮยอนนักหนาตอนที่รับโทรศัพท์คุณแม่ของเขา
เมื่อจบมื้ออาหารแบคฮยอนจึงแยกจากเซฮุนและลู่หาน ในขณะที่กำลังจะออกรถมีสายโทรสัพท์เข้าเสียก่อนจากเลขาจึงกดรับและโบกมือให้ลู่หานและเซฮุนไปก่อนได้เลย เมื่อคุยเสร็จแต่ไม่ทันระวังมองว่ามีรถมาจ่อรอจอดต่อ ผลก็คือ
ปรื๊น!
โครม!
เสียงแตรดังเตือนขึ้นจากรถคันหลัง แบคฮยอนเหยียบเบรกสุดแรงเกิดแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อได้ยินเสียงท้ายรถของตัวเองชนเข้ากับกระโปรงรถที่จอดต่อท้ายดังสนั่น วินาทีนั้นตกใจจนทำอะไรไม่ถูก และเมื่อเงยหน้ามองผ่านกระจกหลังก็เห็นผู้ชายตัวสูงลงจากรถด้วยท่าทางหัวเสียมาก้มๆเงยๆดูกระโปรงรถของเขา ก่อนจะเดินหน้าบึ้งมาที่รถแบคฮยอน
ปึก ปึก ปึก!
มือใหญ่ทุบลงบนกระจกรถเสียงดังจนแบคฮยอนสะดุ้ง แต่เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นคนผิดจึงลดกระจกลงเพื่อพูดกับเขาแต่โดยดี
“นี่คุณ ถอยรถยังไงไม่ดูตาม้าตาเรือ ไม่เห็นรึไงว่ารถผมจอดรออยู่” น้ำเสียงห้าวหนักปนความหงุดหงิดส่งผ่านมาก่อนที่แบคฮยอนจะได้เอ่ยขอโทษ เขายืนท้าวสะเอวเต็มความสูงโดยไม่ได้ก้มลงมาพูดกับแบคฮยอนที่ยังอยู่ในรถ 
“ต้องขอโทษจริงๆนะครับ พอดีผมคิดว่าผมจะถอยพ้น เดี๋ยวยังไงจะให้ประกันรีบมาจัดการให้นะครับ” แบคฮยอนพยายามพูดด้วยความใจเย็น แต่ไม่ยอมบอกว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะรีบและไม่ทันระวังเอง ซึ่งเขาก็สบถอย่างหัวเสียให้ได้ยินทันที
“นี่! จะไม่ลงมาคุยกันหน่อยหรือไง คุณเป็นคนผิดนะ จะให้ผมยืนแหกปากพูดคนเดียวอยู่แบบนี้เหรอ” เขาส่งเสียงหงุดหงิดออกมาอีก แบคฮยอนไม่มีทางเลี่ยงนอกจากต้องเปิดประตูลงจากรถมาคุยกับเขา เขาเป็นผู้ชายตัวสูง ผมสีทองยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เชิ้ตสีขาวยับยู่ยี่ชายเสื้อด้านหนึ่งหลุดลุ่ยออกมาจากขอบกางเกงแต่พออยู่บนรูปร่างสมส่วนของเขาแล้วไม่ได้ทำให้ดูน่าเกลียดสักนิดตรงข้ามกลับดูลงตัวอย่างน่าแปลก
“ขอโทษจริงๆนะครับที่ผมไม่ระวังมากพอ เดี๋ยวจะรีบเรียกประกันมาจัดการให้คุณนะครับ” แบคฮยอนพูดเสียงอ่อน โค้งต่ำให้เขาหลายครั้ง เขาหันมาด้วยสีหน้าเอาเรื่องแต่ทว่าไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นก็เปลี่ยนท่าทีเป็นอึ้งๆ จ้องแบคฮยอนอยู่อย่างนั้นไม่วางตาจนแบคฮยอนต้องรีบยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเพราะคิดว่ามีอะไรแปลกประหลาดติดอยู่บนหน้า และเหมือนว่าเขาจะรู้ตัวว่าได้จ้องนานเกินไปจึงเปลี่ยนเป็นยืนหันข้างให้แบคฮยอนก่อนเอ่ยขึ้น
“ที่จริงก็ไม่อยากจะเอาเรื่องอะไรหรอกนะ รถผมก็มีประกัน แต่จะปล่อยไปเลยก็ดูจะใจดีเกินไป”
“ผมเข้าใจครับ คุณต้องการค่าเสียหายหรืออะไรก็ตามแต่ที่อยากให้ผมชดใช้เรียกมาได้เลยนะครับ ผมรู้ว่าผมเป็นคนผิด” แบคฮยอนเอ่ยยอมรับการเรียกร้องจากเขาโดยดีเพราะรู้ว่าตัวเองไม่มีความระมัดระวังมากพอจนไปชนรถของเขาเข้า ซึ่งดูจากยี่ห้อรถแล้วราคาก็คงไม่ใช่น้อยๆ แถมสีถลอกขนาดนั้นคงต้องซ่อมกันบาน
“แล้วถ้าผมไม่อยากได้ค่าเสียหายเป็นเงินล่ะ”
“หมายความว่าไงครับ” แบคฮยอนมองคนตัวสูงที่ยืนหันข้างให้ด้วยความไม่เข้าใจ และถ้าแบคฮยอนไม่ได้ตั้งข้อสังเกตเขาเกินไปในน้ำเสียงของเขามันมีแววยั่วเย้าปนอยู่ด้วย
“เรื่องเงินมันไม่จำเป็นกับผมนักหรอก”
เขาหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับแบคฮยอนแล้วก้มตัวลงมาให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน  ใช้สายตาคมของเขาสบสายตาแบคฮยอนในระยะประชิดแล้วเผยยิ้มหล่อร้ายออกมาจนแบคฮยอนต้องเป็นฝ่ายหลบตาเอาดื้อๆ
“เอาเบอร์โทรศัพท์คุณมา แล้วผมจะคิดซะว่าคุณไม่เคยถอยรถมาชนรถผม”
“วะ ว่าไงนะครับ” แบคฮยอนทวนถามอย่างไม่เชื่อหู เขายิ้มหล่อใส่ตาอีกครั้งก่อนยืดตัวตรงเต็มความสูงแล้วเอ่ยย้ำสิ่งที่เขาต้องการจากแบคฮยอน
“ผมอยากได้เบอร์โทรศัพท์คุณแทนค่าเสียหายของรถผม”
“...........” แบคฮยอนลังเล ไม่แน่ใจถึงจุดประสงค์ของความต้องการของเขา
“ผมไม่อยากให้เรื่องถึงตำรวจนะ”
เขาพูดเหมือนขู่ แบคฮยอนชักใจไม่ดีหากเรื่องนี้ต้องขนาดถึงขึ้นโรงพัก ล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความลังเล ใจหนึ่งอยากจะให้เขาไปให้จบๆเพื่อจะได้ไม่ต้องยุ่งยากอีก แม้จะไม่รู้ว่าเขาจะเอาไปทำไม ใจหนึ่งก็ไม่แน่ใจว่าควรให้เบอร์กับคนแปลกหน้าหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ยื่นส่งให้เขาจนได้ เขารับไปกดโทรเข้าโทรศัพท์เขาก่อนกดอะไรยุกยิกในโทรศัพท์แบคฮยอนแล้วยื่นมาคืนให้
“เบอร์ผม ยูคยอม โทรไปช่วยกรุณารับด้วย เพราะผมถ่ายรูปที่รถคุณชนกระโปรงรถผมจนหน้ายับไว้หมดแล้ว ถ้าคุณไม่รับผมจะเอารูปให้ตำรวจดู”
แบคฮยอนมองเบอร์ที่ถูกเมมชื่อว่า ยูคยอม ในโทรศัพท์ตัวเองนิ่ง ก่อนจะทำหน้าตึงเมื่อเขาเริ่มขู่แบคฮยอนอีกครั้ง ผู้ชายคนนี้เขาต้องการอะไรกันนะ จู่ๆก็เอาเบอร์โทรศัพท์มาให้กันดื้อๆ แบคฮยอนคิดด้วยความไม่เข้าใจและไม่สบายใจ
“คุณทำแบบนี้ทำไม ต้องการอะไรจากผมกันแน่” แบคฮยอนถามเขาตรงๆเพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการ
“คุณน่ารักดี ผมอยากรู้จักไม่ได้เหรอ”
เขาตอบหน้าตาเฉย แถมยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างที่พวกเจ้าชู้ชอบทำ แบคฮยอนชักโกรธขึ้นมานิดๆ
“แต่ผมไม่ได้อยากรู้จักคุณซะหน่อย ลบเบอร์ผมเลยนะ ผมไม่ให้คุณแล้ว เชิญเรียกร้องค่าเสียหายมา ผมจะจ่ายให้เท่าที่คุณต้องการ” แบคฮยอนจะแย่งโทรศัพท์จากมือเขามาลบเบอร์ออก แต่เขาก็ยื้อไว้สุดแขน แน่นอนว่าส่วนสูงของเขาที่เหนือกว่าก็ทำให้แบคฮยอนไม่สามารถแย่งโทรศัพท์มาได้
“อ๊ะ อ๊ะ ให้แล้วห้ามคืนคำนะ ผมไม่อยากได้หรอกเงินน่ะ ผมมีเยอะแล้ว” เขาว่าหน้ากวน ยิ้มกริ่มใส่ตาแบคฮยอนอย่างจะยั่วให้โกรธ “น่า ผมไม่ได้เป็นโรคจิตซะหน่อยอย่าทำหน้ารังกียจแบบนั้นสิ แค่อยากรู้จักเฉยๆ คุณอย่าใจร้ายไปหน่อยเลยน่า”
แบคฮยอนมองตาเขา จริงๆก็ไม่ได้คิดว่าเขาเลวร้ายอะไรหรอก เพียงแต่ไม่เข้าใจว่าที่เขาทำแบบนี้เพราะอะไร แต่พอมองอย่างถี่ถ้วนสักพักดูไม่มีพิษมีภัยก็ใจอ่อน ยอมพยักหน้าในที่สุด
“ก็ได้ แต่ถ้าคุณทำอะไรให้ผมกลัวขึ้นมา ผมแจ้งความจับคุณเลยนะข้อหาโรคจิต”
“สาบานว่าไม่ทำอย่างนั้นแน่ แต่ถ้าผมโทรไปคุณก็อย่าใจร้ายไม่รับโทรศัพท์ผมนะ”
เขาพูดเสียงอ่อนมาอีก ไม่ได้มีท่าทางขู่หรือบังคับอย่างทีแรก จนแบคฮยอนอดจะพยักหน้ารับเสียไม่ได้
“นี่รู้มั้ยว่าผมเมมชื่อคุณว่ายังไง” เขาถามมาอีกพร้อมขยับมายืนซ้อนหลังบังแดดให้แบคฮยอน ตอนแรกแบคฮยอนจะขยับออกแต่พอเห็นสายตาจริงใจของเขาก็ไม่ได้ขยับออกอย่างที่คิด
“ไม่รู้หรอก คุณเมมว่าไงล่ะ”
“ฮันนี่บี”
แบคฮยอนถึงกับนิ่งขึงอยู่กับที่เมื่อเขาก้มลงมากระซิบใกล้หู กระแสเสียงอ่อนโยนผิดกับขนาดร่างกายใหญ่โตดูเฮ้วๆของเขา
“อ๋อ กะ ก็แล้วแต่คุณเลย อยากเมมยังไงก็แล้วแต่สิ” แบคฮยอนเอ่ยตะกุกตะกักรู้สึกว่ากำลังโดนเขาทำตัวสนิทสนมด้วยเกินเหตุ จึงตัดสินใจว่าควรจะขึ้นรถแยกกับเขาได้แล้ว
“คุณต้องการให้ผมชดใช้ค่าเสียหายให้แค่นี้ใช่ไหม ผมจะกลับบริษัทแล้ว”
“จริงๆก็อยากให้ชดใช้เยอะกว่านี้แหละ”
แบคฮยอนหน้าตึงเมื่อคิดว่าเขาจะเรียกร้องอะไรจากแบคฮยอนอีก แต่เขาก็รีบเอ่ยแก้ไม่ให้แบคฮยอนเข้าใจผิดทันที
“น่า ผมไม่เรียกร้องอะไรที่มันเกินไปหรอก อาจจะชวนไปทานข้าวด้วยกันแค่นั้น ถ้าในอนาคตมีโอกาส”
พอได้ฟังแบบนั้นแบคฮยอนจึงคลายความบึ้งตึงลงได้บ้าง “ถ้าแค่นั้นก็คงไม่มีปัญหา ถ้าผมว่างและคุณไม่ได้เป็นคนร้าย เราก็คงพอจะคบเป็นเพื่อนกันได้”
“แล้วถ้ามากกว่าเพื่อน”
“นี่คุณ!” แบคฮยอนขึ้นเสียงใส่จนเขาต้องยกมือยอมแพ้
“โอเคครับ โอเค ตอนนี้เป็นแค่เพื่อนกันก็ได้”
“ผมแต่งงานแล้ว” แบคฮยอนบอกขณะชูแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายขึ้น เขาอึ้งนิดๆ
“เสียใจจัง” ก่อนจะบ่นหน้าเศร้าออกมา แบคฮยอนมองเห็นว่าเขาไม่ได้แกล้งทำก็นึกขำ คนอะไรแค่เจอหน้ากันไม่กี่นาทีก็เป็นไปได้ขนาดนี้
“คุณไม่น่าถอยรถมาชนผมช้าเลย เราน่าจะรู้จักกันให้เร็วกว่านี้” เขาโอดครวญมาอีกแบคฮยอนถึงกับแอบป้องปากหัวเราะ ถึงตอนนี้แล้วดูท่าเขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ถ้าจะคบเป็นเพื่อนแบคฮยอนก็คิดว่าเขาก็คงเป็นคนดีคนหนึ่ง
“เราเป็นเพื่อนกันก็ได้นี่” แบคฮยอนเอ่ยอย่างใจดีจึงเห็นรอยยิ้มหล่อจากเขาอีกครั้ง แบคฮยอนยื่นมือไปจับมือกับเขา พลางเอ่ย “งั้นยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่นะ”
“โอเคครับ เพื่อนก็เพื่อน”
เขาเอื้อมมือมาสัมผัสตอบพร้อมรอยยิ้ม เพื่อนใหม่ที่รู้จักกันโดยมิได้ตั้งใจ หลังจากทำความรู้จักกันแบคฮยอนก็ขอตัวแยกกับเขากลับบริษัท แต่ก่อนแยกกันเขาก็ไม่วายย้ำ “คุณต้องรับโทรศัพท์ผมนะถ้าผมโทรไป”
แบคฮยอนไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธนอกจากยิ้มส่งไปให้เขาเท่านั้น แล้วเป็นฝ่ายขับรถแยกออกมาก่อน



ในคืนนี้แบคฮยอนต้องออกงานกลางคืนกับเจ้าบ่าวหมาดๆ
“เคธี่อย่าทำอะไรบ้าๆนะครับ ครับชานยอลจะไปหา รอก่อนนะครับ อย่าทำร้ายตัวเองนะครับ รักเคธี่นะครับ”
แต่ตอนนี้แบคฮยอนกำลังนั่งฟังเสียงคนสองคนคร่ำครวญแสดงความห่วงใยกันผ่านทางโทรศัพท์บนรถแล็มโบกินีของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี รถกำลังมุ่งหน้าไปยังงานเปิดตัวสินค้าของบริษัทเซฮุนตามคำบัญชาของคุณนายปาร์คที่กำชับนักกำชับหนาว่าให้แบคฮยอนไปงานกับชานยอลให้ได้ แม้ชานยอลอยากจะควงเคธี่ไปงานมากแค่ไหนก็ตาม แต่เมื่อรถวิ่งมาได้ครึ่งทางเสียงโทรศัพท์ของชานยอลก็ดังขึ้น 
“ครับ ชานยอลไม่ไปแล้วครับ จะไปหาเคธี่เดี๋ยวนี้ รอชานยอลนะครับ”
แบคฮยอนกลืนก้อนแข็งๆที่วิ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอ หัวตาร้อนผ่าวเหมือนน้ำที่เอ่ออยู่ข้างในจะทะลักล้นออกมาให้ได้ด้วยความน้อยใจ เขาคุยโทรศัพท์ปลอบประโลมเอาอกเอาใจกับแฟนเขาทั้งที่แบคฮยอนนั่งอยู่ข้างๆเขาบนรถนี้ ไม่มีการเกรงอกเกรงใจให้เกียรติอะไรกันทั้งสิ้น
เอี๊ยด!
แลมโบกินีคันหรูถูกหักเข้าข้างทางอย่างรวดเร็ว แล้วจอดนิ่งเทียบฟุตบาทที่ไหนสักแห่งที่แบคฮยอนไม่คุ้นเลย  
“ลงไปได้แล้ว ฉันจะไปหาเคธี่”
แบคฮยอนหันขวับไปมองคนสั่งอย่างไม่เชื่อหูว่าเขาจะไล่แบคฮยอนลงจากรถในที่ที่แบคฮยอนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นส่วนไหนของโซล คนตัวเล็กหันรีหันขวามองรอบด้านที่มืดสนิทและเปลี่ยวจนน่ากลัว ยังไม่เปิดประตูลงไปตามที่เขาสั่ง
“หูหนวกหรือไง ฉันบอกว่าให้ลงไป!” เขาตวาดลั่นรถจนแบคฮยอนตัวสั่นด้วยความกลัว
“แต่ตรงนี้มันมืดมากเลยนะครับ แล้วผมก็ไม่รู้ด้วยว่ามันคือที่ไหน”
แบคฮยอนพยายามบอกเขาเพื่อเขาจะได้เห็นใจบ้าง แต่เปล่าเลยเมื่อเขาเอ่ยตอบกลับมาว่า
“นั่นมันเรื่องของเธอ ไม่ใช่เรื่องของฉัน ลงไป!”
“คุณชานยอลครับผมขอร้อง...”
“ฉันบอกให้ลงไป!”
ตวาดเสียงดังมาอีก ไม่มีความเห็นอกเห็นใจอะไรจากเขาทั้งสิ้น เขาไล่แบคฮยอนลงจากรถเขาอย่างไม่ปราณี ตากลมโตตวัดมาบังคับขู่เข็ญอีกทางจนในที่สุดแบคฮยอนก็จำต้องเปิดประตูลงจากรถของเขา พอแบคฮยอนปิดประตูรถ เขาก็บึ่งพาหนะออกไปจากที่ตรงนั้นทันทีโดยไม่สนว่าแบคฮยอนจะเป็นยังไง แบคฮยอนหันมองซ้ายขวาอย่างไม่รู้จะทำยังไง ที่ตรงนี้ทั้งมืดทั้งเปลี่ยวและยังไม่แน่ว่าจะมีรถแท็กซี่ผ่านมาหรือไม่ แบคฮยอนจำใจต้องเดินไปตามฟุตบาทเรื่อยๆเพื่อรอว่าจะมีแท็กซี่ผ่านมาสักคัน
ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งมืด สองข้างทางที่พอจะมีบ้านคนบ้างในตอนแรกก็กลายเป็นป่ารกร้าง แบคฮยอนหยุดหันมองซ้ายขวาอีกครั้งด้วยความไม่แน่ใจว่าควรเดินกลับหรือควรเดินต่อไปดี นึกถึงโทรศัพท์ขึ้นได้จะยกขึ้นมาโทรก็พอดีแบ็ตหมดเกลี้ยงราวสวรรค์จะแกล้ง คนตัวเล็กจัดการยัดมันลงในกระเป๋ากางเกงด้วยใจห่อเหี่ยว
บรื๊น บรื๊น บรื๊น เอี๊ยด!
แต่ทว่าในตอนนั้นก็มีเสียงรถวิ่งมาด้วยความเร็วสูงก่อนจะเบรกกะทันหันจนเสียงล้อรถบดถนนดังขึ้นใกล้ๆกับที่แบคฮยอนยืนอยู่ คนตัวเล็กผงะตกใจหันไปมองรถคันดังกล่าวอย่างระแวดระวัง ผู้ชายสามคนเปิดประตูลงมาจากรถด้วยท่าทางไม่น่าไว้ใจ หนึ่งในนั้นไล่สายตามองแบคฮยอนอย่างหื่นกระหาย
“จะไปไหนเหรอน้อง ให้พี่ไปส่งมั้ยจ๊ะ” คนที่ยืนอยู่ฝั่งคนขับเป็นคนเปิดปากถามก่อน เขาเป็นผู้ชายตัวอ้วนผมเกรียนเครารกครึ้มน่ากลัว แบคฮยอนจึงรีบเอ่ยปฏิเสธ
“มะ ไม่ต้อง ขอบคุณ” ก่อนจะรีบเดินหนี แต่ทั้งสามก็เดินตามหลังมาอย่างน่าระแวง
“มืดขนาดนี้พี่ว่าให้พี่ไปส่งดีกว่านะ เดินในที่เปลี่ยวๆคนเดียวมันอันตรายนะจ๊ะน้อง”
แบคฮยอนไม่ยอมหยุดหันไปตอบ สองขาก้าวฉับอย่างรวดเร็ว เสียงฝีท้าวตามมาไม่ลดละและเร่งความเร็วเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที แบคฮยอนกลัวจนเหงื่อซึมไปทั่วร่าง จากที่แค่เดินเร็วก็กลายเป็นออกวิ่ง เมื่อแบคฮยอนวิ่งแน่นอนว่าคนทั้งสามก็ออกวิ่งตามทันที หนี่งในเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาติดๆ แบคฮยอนเร่งเท้าหนีมันก็เร่งตาม จนในที่สุดขาก็พันกันล้มลงจนได้
“อึก โอ๊ย” แบคฮยอนร้องด้วยความเจ็บเมื่อหัวเข่ากระแทกพื้นฟุตบาทอย่างแรง พร้อมๆกับที่ชายทั้งสามเข้ามารุมล้อมตัวแบคฮยอนไว้
“พี่บอกแล้วให้พี่ไปส่งก็ไม่เชื่อ เห็นมั้ยเจ็บตัวเลยคนสวย” ชายตัวสูงสวมสร้อยเงินเส้นใหญ่เอ่ยขึ้น แบคฮยอนมองคนทั้งสามอย่างหวาดกลัว จะกระถดตัวหนีแต่ความรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวเข่าก็ไม่ช่วยให้ทำอะไรได้สะดวก
“อย่าทำอะไรผมเลยนะครับ ปล่อยผมไปเถอะ ผมขอร้อง” แบคฮยอนพนมมือขึ้นเอ่ยขอร้องอย่างน่าสงสาร หนึ่งในนั้นแสยะยิ้มน่ากลัว
“อย่ากลัวไปเลยหนู ไปกับพี่ดีดีแล้วพี่จะพาหนูขึ้นสวรรค์เองนะจ๊ะ หึหึ เฮ้ยมึง แบกน้องหนูนี่ไปที่รถ”
คนที่ตัวใหญ่ที่สุดก้มลงช้อนอุ้มแบคฮยอน แบคฮยอนดิ้นรนจะขัดขืนแต่วงแขนใหญ่ก็รัดรึงไว้แน่นหนาจนแทบกระดิกตัวไม่ได้ อีกทั้งยังมีภาระเป็นขาที่เจ็บ แรงอันน้อยนิดทำให้แบคฮยอนหมดหวังที่จะดิ้นให้พ้นคนชั่วร้ายพวกนี้ น้ำตาหลั่งออกมาเป็นสายด้วยความคับแค้นใจในโชคชะตาและความใจร้ายของผู้ชายที่ชื่อปาร์คชานยอล
“ดี เชื่องแบบนี้พี่ชอบ จะได้ไม่ต้องใช้กำลังมาก”
ชายที่อุ้มแบคฮยอนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงพออกพอใจเมื่อเห็นแบคฮยอนหยุดดิ้นรนขัดขืนและยอมให้อุ้มดีดี แบคฮยอนสะอื้นฮักด้วยความกลัวสิ่งที่กำลังจะเผชิญต่อจากนี้
“เฮ้ยมึง! เปิดประตูสิวะ”
ประตูรถถูกเปิดรอรับ แบคฮยอนหลับตาลงยอมรับชะตากรรมเมื่อร่างกำลังถูกหย่อนลงบนเบาะหลังรถ

แต่ในทันใดนั้นก็มีแสงไฟจากรถคันหนึ่งสาดเข้ามาที่ตัวรถที่แบคฮยอนกำลังจะถูกยัดตัวเข้าไป และหลังจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงเบรกดังสนั่น เสียงปิดประตูรถอย่างแรง แต่แบคฮยอนที่หลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อนและยอมพ่ายแพ้ไม่รู้เลยว่าคนที่กำลังเดินมาพร้อมอาวุธสีดำมะเมื่อมเล็งเป้ามายังคนที่อุ้มแบคฮยอนอยู่คือใคร
“ปล่อยคนที่มึงอุ้มอยู่เดี๋ยวนี้ถ้าไม่อยากให้ลูกปืนกูเจาะสมองกลวงๆของมึง!”



100%



#เล่ห์​ร้าย​ชบ


.................................................................................................
Talk ในเนื้อเรื่องจะมีกล่าวถึงฮุนฮานอยู่บ่อยๆ เป็นคู่ที่จะแต่งต่อจากคู่นี้ค่ะ ตัวละครมีความเชื่อมโยงกันมากพอสมควร^^ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

7,356 ความคิดเห็น

  1. #7341 rosebbh04 (@rosebbh04) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 23:02
    เ-้ยทั้งชายทั้งหญิง โคตรเ-้ย
    #7341
    0
  2. #7337 eingeingeing18 (@eingeingeing18) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 10:22
    เคธี่มาตบกับชั้นได้มั้ย555
    #7337
    0
  3. #7317 KIMssld (@KIMssld) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 09:27
    คยอมมมมมมม มาได้ไงเนี่ย555
    #7317
    0
  4. #7248 24 ชั่วโมง (@zereal) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 21:16
    จะเชียยูคยอมแล้วนะ ฮืออออ พี่ปั๊กใจร้าย ใจทราม
    #7248
    0
  5. #7152 Natcharida Jeams Subtotim (@missmiami) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 23:24
    เคธี่เธอมานัดตบกับฉันไหม
    #7152
    0
  6. #7110 dovy_bubble (@pakjira-nest) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 21:03
    ทีมยูคยอมจ้าาาา
    #7110
    0
  7. #7100 mooping11 (@0914103197) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 20:16
    ยูคยอมมาแล้ว
    #7100
    0
  8. #7044 Jammie-Lee (@Jammie-Lee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 22:45
    ยูคหรอ? ยูคมาแนวรุกไวมาก โอ้ย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #7044
    0
  9. #6961 มอนเตอร์ღ (@-ben00-) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 14:40
    ใครอ่ะะะ อยากรู้ๆ
    #6961
    0
  10. วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 13:57
    เกลียดชานยอล...
    #6913
    0
  11. #6512 Lolipop_CB (@FC_Chanbaek) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:38
    อิยอล อิคนใจร้าย ใจดำ
    #6512
    0
  12. #6247 KAKARN_MATO (@kakarn00) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:45
    ยูคใช่ไหมลูกกกกกกก ไอชานยอลลลลลลล
    #6247
    0
  13. #6220 P.kiml (@paninfinitekiml) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:17
    น้องยุคมาช่วยพี่ฮันนี่บีใช่ไหมม
    #6220
    0
  14. #5976 Kr.Bamboo (@pai4226) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 22:44
    ยูคยอมใช่มั้ยยยยย ฮือออ สงสารแบค;-;
    #5976
    0
  15. #5757 Hunhun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 22:29
    ไม่ใช่ปาร์คชานยอลแน่ๆเหอะ ทำกันเกินไปไหม
    #5757
    0
  16. #5722 phirayajungkook (@phirayajungkook) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 17:37
    ยูดแน่เลยยย
    #5722
    0
  17. #5661 kantiyaJK (@kantiyaJK) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 15:52
    ยูคแบค
    #5661
    0
  18. #5550 pim pimmi (@pim35225) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 20:18
    ยูคยอมมมม. เกลียดชานยอลโคตรแย่
    #5550
    0
  19. #5533 FERN36380 (@fern36380) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 10:12
    ยูคยอม เชียร์จ้าาา
    #5533
    0
  20. #5427 itisnan (@itisnan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 14:39
    ยูคยอมแกรชั้นกรี้สมาก เท่มากค่ะ ชอบแบคใช่ไหมจีบเลยค่ะ เชียร์ยูคยอมสุดใจขาดดิ้น ส่วนไอพี่ชานปล่อยมันตายไปกับอกนังเคธี่เถอะค่ะ
    #5427
    0
  21. #5389 XMCB_BB (@pornkanok2557) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 16:18
    ใครมาช่วยแบคอะ โอ้ยยยยอยากเอาไม้หน้าสามฟาดหน้าพระเอกค่ะ
    #5389
    0
  22. #5351 NookNH94 (@kachapa30) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 23:54
    พี่ยูคมสกใช่ไหมม ปล่อยอีพี่ชานโง่ต่อไปเถอะ
    #5351
    0
  23. #4932 furbybaek (@furbybaek) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 08:19
    โมโหชานมากๆ ยูคแบคคะเชียร์ๆๆๆ
    #4932
    0
  24. #4904 beambeam1a (@beambeam1a) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 22:56
    เชียร์พี่ยูคค่ะ พี่ยูคของน้องงง แอร้~ ส่วนอีพี่ชานไปตายให้หนอนแดกหัวเลยไป
    #4904
    0
  25. #4768 BamBamwholeworld (@BamBamwholeworld) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 21:01
    เกลียดชาน
    #4768
    0