SF/OS : Our Story #BinMin #NenNyeon

ตอนที่ 32 : os: No Name

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    7 ม.ค. 64



Enjoy Reading :)




     เคยมีคนบอกว่า คนไปเที่ยวทะเล ไม่หนีร้อน ก็หนีรัก...



     ผมก็อยากจะถามกลับเหมือนกันว่าไอ้คนที่บอกเนี่ยมันเป็นใครถึงได้รู้ดีนัก!!


     ผมมาทะเลในปลายเดือนธันวาคมไม่ได้หนีร้อนแน่ หนีรักอีกก็ไม่ บอกตามตรงครับเห็นหล่อๆ แบบนี้โสดมาเข้าปีที่สามแล้ว ไม่เข้าใจเหมือนกัน

     และชายโสดหน้าตาดีที่ไม่มีอะไรทำในวันหยุดยาวเช่นผมจะไปไหนได้ถ้าไม่ใช่ทะเลใกล้กรุงเทพฯ อยู่บ้านก็ขี้เกียจฟังแม่บ่นครับ จะขึ้นเหนือหรือไปจังหวัดอื่นก็กลัวโควิด ว่าแล้วผมก็อยากจะพูดเรื่องนี้หน่อย...


     “ไม่เว้ยไอ้อัน มึงฟังกู อาหารทะเลที่นี่แม่งแพงชิบเป๋ง กูรู้แล้วแต่มันแพงไปไหมอะ แพงกว่าในกรุงเทพฯ อีก ไม่ใช่ว่ากูไม่มีปัญญาจะซื้อแต่มึงนึกถึงคนอื่นดิ นี่มันขูดรีดกันชัดๆ”


     ผมล็อคหน้าจอโทรศัพท์ที่กำลังจะพิมพ์ด่าลงในแอพนกสีฟ้าแล้วนั่งฟังชายคนหนึ่งที่นั่งห่างไปไม่เท่าไหร่บ่นให้ปลายสายฟัง


     “เออ กูจะเข้าสู่การเมืองอีกแล้วนี่แหละ มึงไม่ต้องมาทำเสียงเบื่ออีอะพาธี่ ถ้ามึงวางกูจะทวงเงินห้าพันคืน เออ เนี่ย ว่าแล้วก็ถ้าการเมืองดีมึงคงได้เงินเดือนมากกว่านี้ ไม่ต้องชักหน้าไม่ถึงหลัง เดือนชนเดือน ชนจนหัวจะแตก ไหนจะส่งให้พ่อแม่ ค่าหอพัก ค่าเดินทาง ค่าข้าว ค่าโทรศัพท์มึงคิดว่าหมื่นหกนี่พอจริงดิ ถ้าพอแล้วมึงมายืมกูทำไม มึงคิดสิคิด”


     ผมพยักหน้าตามที่เขาพูด เพราะที่ทำงานผมก็มีพวกคนอายุเยอะที่คิดว่าเงินเดือนแค่นี้ก็เยอะแล้วถ้าเทียบกับสมัยก่อน ชอบพูดว่าใครเข้ามาก็ต้องก้มหน้าทำงานเหมือนเดิม แต่ทำไมไม่คิดบ้างว่าถ้าการเมือง รัฐบาลดีจะได้เงินมากกว่านี้


     “มันก็ใช่ที่ใครเข้ามาก็ต้องทำงานเหมือนเดิม แต่ทำไมมึงไม่คิดอะว่าถ้ารัฐบาลมันดีจริง มึงทำงานมึงก็จะมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้ เงินเดือนมากกว่านี้และการซัพพอร์ตจากรัฐฯ ที่ดีกว่านี้ มึงเคยไปเที่ยวต่างประเทศแล้วมึงบอกว่ารถเมล์ รถไฟฟ้าเขาดีมาก มีจนดึกมึงไปเที่ยวผับกลับมาก็ยังมีรถตลอดดูปลอดภัย ตัดภาพกลับมาที่คมนาคมบ้านเรา มึงไม่เห็นความต่างเหรอ ยังมีหน้ามาพูดว่าประเทศไทยดีที่สุด กูจะอ้วก ดีตายห่า เดินไปเนี่ยไม่สะดุดพื้นฟุตบาทที่ยับเป็นกางเกงในตายโหงก็บุญหัวแล้ว!!”

     ผมตบเข่าฉาดอย่างถูกใจเมื่ออีกฝ่ายพูดสิ่งที่อยู่ในใจผมออกมา จนลืมไปว่าแถวนี้มีแค่ผมกับเขาสองคน แน่ล่ะ ใครมันจะมาทะเลในหน้าหนาวแบบนี้ เขาหันมามอง ผมได้แต่แสร้งทำเป็นตบยุงที่ขา


     ว่ากันตามตรงเลยนะ ผมนับถือพุทธแต่พระเจ้าครับ คุณคนนั้นหน้าตาน่ารักฉิบหาย เวลาใกล้พระอาทิตย์ตกแบบนี้แสงอาทิตย์ส่องมา โดนแสงส้มๆ จนเหมือนตกถังน้ำแครอทยังน่ารักแถมไม่เป็นขนมหวานราดกะทิ โอ๊ย ใจเจ็บ มองแรงยังน่ารัก


     “ฟังอยู่ มึงไม่ต้องมาสาธยายให้กูฟังเลยว่าอีประเทศนี้ดียังไง เออ ประเทศอะดีแต่คนทำให้มันเหี้ย เหี้ยตั้งแต่ผังเมืองแล้วค่ะ ไหนจะคมนาคม ระบบการศึกษา ระบบศักดินา มึงอย่ามาเถียงกูถ้าการศึกษาที่นี่มันดีไหนมึงบอกมาสิ พี่สาวมึงจะสอบชิงทุนไปเรียนต่างประเทศทำไม แล้วดูเขาไปก็ไม่กลับมาแล้วเพราะอยู่นู่นเขามีชีวิตที่ดี งานดี เงินดี รัฐดีด้วย ค่าครองชีพแพงแต่มันสมกับเงินที่เขาได้ ดูอย่างโควิดฯ ปีที่ผ่านมามึงเสี่ยงจะตกงานแหล่ไม่ตกงานแหล่ บอตัดเงินมึงไปครึ่ง แทบตาย เงินเก็บมึงก็ไม่มีพอใช้ แต่พี่มึงที่ตกงานเขาอยู่โคตรสบาย รัฐช่วยเหลือ เงินเก็บมีเป็นแสนส่งมาช่วยที่บ้าน แถมทำขนมลงไอจีสวยๆ นี่ไง มึงเห็นความต่างหรือยัง”


     เป๊าะ!


     ผมเปิดเบียร์แล้วกระดกไปเกือบครึ่งกระป๋อง พูดถึงเรื่องค่าครองชีพแล้วมันขึ้น ทั้งที่ค่าครองชีพแพงออกขนาดนี้แต่ค่าแรงขั้นต่ำโคตรจะน้อย จะไปพอกินอะไร ขนาดผมมีบ้านในกรุงเทพฯ ไม่ต้องเช่าอยู่ยังแทบไม่พอกิน ไม่ต้องพูดถึงคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในเมืองแออัดนี้เลย


     ผมเคยไปฝึกงานต่างจังหวัดก็พบว่าแม่งโคตรลำบาก การเดินทางก็แสนยาก ทำไมไม่มีวินหรือรถประจำทางแบบกรุงเทพฯ รถสองแถวก็มาแบบโคตรตามใจตัวเอง เดาไม่ถูกวันนี้มาเจ็ดโมงครึ่ง พรุ่งนี้มาเจ็ดโมง อีกวันมาเกือบแปดโมง มีครั้งหนึ่งรถไม่มาวิ่งไปทำงานสายโดนด่ายับ ดีที่พี่เขาไม่เขียนลงในใบฝึกงานว่าสาย ต่างจังหวัดไม่มีรถส่วนตัวคือตายห่าเท่านั้นครับ อย่างน้อยต้องมีมอเตอร์ไซค์หนึ่งคัน แต่มอเตอร์ไซค์ก็ราคาถูกที่ไหน เงินเดือนขั้นต่ำที่นี่ก็เก้าพันเท่านั้น ใครได้ถึงหมื่นก็โคตรจะโชคดี เข้าใจเลยว่าทำไมคนต่างจังหวัดถึงอยากเข้าไปทำงานในเมืองกรุงนัก


     “แล้วดูรัฐบาลนี่อยู่มากี่ปี กูเห็นมีแต่เจริญลง กู้เข้าไป กู้ไปทำส้นตีนไรไม่รู้เยอะแยะ ซื้อเข้าไปเรือดำน้ำ รถถัง ซื้อมาถมที่หลุมศพแม่มันมั้ง ไอ้เวร ประชาชนจะอดตายกันหมดอยู่แล้ว อีพวกโง่ที่ชอบพูดว่าคนออกมาประท้วงก็มีแต่เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม กูอยากจะเอาขวดนมฟาดให้ เด็กตายแหละ พวกคนเรียนจบใหม่ๆ คนตกงานเยอะแยะ เขาไม่มีงานทำ หางานไม่ได้เพราะบริษัทปิดตัวไปเยอะแยะ เศรษฐกิจก็เหี้ยเขาถึงต้องมาประท้วงไง แล้วต่อให้เด็กมาแล้วไง ก็ควรชื่นชมหรือเปล่าที่เด็กมันคิดได้มากกว่าพวกหัวหงอกบ้าน้ำลาย แก่จะลงโลงอยู่แล้วยังมัวแต่ขัดความเจริญอยู่ได้ เดี๋ยวพวกมันก็ตายแล้ว แต่มึงๆ กูๆ นี่ยังต้องอยู่”


     “เรื่องนายทุนก็เหมือนกัน มึงเลิกเป็นทาสมันได้แล้ว กูไม่ได้ให้มึงไม่เข้าเลย แต่เข้าเท่าที่จำเป็นเว้ย กูเข้าใจว่ามันลดไม่ได้หมดหรอก ก็มันเล่นเหมาเอาทุกอย่างเป็นของมัน ผู้ค้ารายเล็ก รายย่อยก็ฉิบหายหมดน่ะสิ ใครจะไปสู้อีนายทุนได้ แล้วเบียร์นายทุนที่มึงชอบแดกอะนะ มึงคิดสิว่าถ้าการเมืองดีจะมีเบียร์ให้มึงเลือกหลากหลายมากกว่านี้ รสชาติก็ห่วยแตก- ไอ้อัน! ไอ้อัน!! มึงตัดสายกูเหรอ กลับไปมึงเตรียมโอนเงินคืนกูได้เลย!!!”


     ผมเผลอหัวเราะออกมาเสียงดังก่อนรีบยกมือปิดปากตัวเองเมื่อได้รับสายตาอาฆาตจากอีกฝ่าย หน้ากลมๆ แก้มป่องๆ ตาเฉี่ยวมองที่กระป๋องเบียร์ที่ผมถือก่อนจะเหลือบมองหน้าผมอีกครั้ง ผมอมยิ้มแล้วเดินไปใกล้ๆ เขา นั่งลงข้างๆ ยื่นกระป๋องเบียร์ให้


     “สนใจไหมครับ ไม่ใช่เบียร์นายทุนแน่นอน” เขาหลุดยิ้มซึ่งผมพบว่าแม่งน่ารักกว่าเดิมอีก มือเล็กๆ รับกระป๋องเบียร์ไปแล้วเปิดยกกระดก “ผมชื่อพู่กันนะ เรียกพู่เฉยๆ ก็ได้ คุณอะ”


     “เอ่อ คือ” ท่าทางอึกอักทำเอาผมนึกสงสัย ทีเมื่อกี้พูดเอาๆ น้ำไหลไฟดับ อย่าบอกนะว่าเป็นคนขี้อาย “บอกแล้วอย่าขำนะ ผมชื่อ...หมาก”


     เกิดความเงียบ มีแค่เสียงลมและคลื่น ผมเม้มปากสุดชีวิตเพื่อไม่ให้หลุดหัวเราะออกไปก่อนจะปิดหน้าตัวเอง ขำแบบไร้เสียงชุดใหญ่ยิ่งได้ยินเสียงโวยวายจากคนข้างๆ ผมไม่รู้จะทนกลั้นหัวเราะยังไง


     “ฮ่าๆๆ” 


     “โธ่เว้ย! ก็บอกแล้วว่าอย่าขำ!! เกลียดตัวเองเหมือนกันแหละที่ชื่อนี้ เมื่อก่อนโคตรจะภูมิใจ เอ้อ คนหล่อเหมือนกัน เล่นละครก็เก่ง ไม่คิดว่า... แม่งเอ๊ย!! หยุดขำซักทีดิวะ!!”


     ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ผมไม่กลั้นหัวเราะอีกต่อไป เสียงดังไปทั่วเพราะมีคนอยู่น้อยนิดเลยไม่ต้องว่าจะไปรบกวนใคร คุณหมากทำหน้ามุ่ยใส่ผมแล้วสะบัดหน้าไปมองพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้ผม


     “ช่วยถ่ายรูปให้ผมหน่อยได้ปะครับ” หมากบอก


     “จะถ่ายส่งให้แฟนเหรอครับ” ผมหยั่งเชิงถาม


     “แฟนอะไรอะ จะถ่ายลงไอจีเนี่ยแหละ”


     “อ่อ งั้นใช้ของผมไหม ของผมกล้องสวยนะ” ผมบอกเขายิ้มๆ


     “มุกขอไลน์ส่งรูปแล้วสิ เก่าไปหรือเปล่าคุณ พ่อผมยังไม่ใช้มุกนี้เลย”


     “แล้วคุณพ่อคุณใช้มุกไหน”


     “เดินชนแก้วกาแฟแม่ให้เสื้อตัวเองเปื้อน แล้วให้แม่เลี้ยงข้าวเป็นการขอโทษ แล้วก็จีบซะเลย”


     “ฮ่าๆๆ”


     สุดท้ายก็หมากก็ยอมให้ผมใช้โทรศัพท์ถ่ายให้ คุยกันไปคุยกันมาโคตรจะถูกคอโดยเฉพาะเรื่องการเมืองและเรื่องคาวๆ ของ...เอาไว้เขายกเลิกกฎหมายนั่นผมค่อยพูดแล้วกัน


     “คุณหิวไหม ไปหาอะไรกินกันไหม”


     หมากมองนาฬิกาข้อมือ รอบข้างเริ่มมืดสนิททั้งที่เพิ่งจะหกโมงกว่าๆ คงเพราะเป็นหน้าหนาวทำให้มืดเร็ว อีกฝ่ายลุกขึ้นปัดทรายตามเสื้อผ้าแล้วเดินออกไปไม่รอ ผมรีบลุกแล้วเดินตามไปก่อนเอ่ยถาม


     “คุณไปไหนอะ”


     “เฮ้ย! คุณตามมาทำไม มืดแล้ว ทางใครทางมันสิ”


     ถ้าเป็นหมาผมคงร้องหงิงใส่เขาไปแล้ว แต่ในตอนนี้มีแต่หน้าหงอยๆ หมากทำหน้างงใส่ผมแล้วค่อยๆ ยิ้มออกมา ส่วนผมก็เอาแต่คิดหาข้ออ้างจะดึงให้เขาอยู่ต่อ แต่อีกใจก็พอเข้าใจว่าเจอกันแป๊ปๆ จะไว้ใจคงแปลก


     “รูปล่ะ คุณไม่เอารูปเหรอ เดี๋ยวผมส่งให้” หมากยิ้ม ยิ้มอีกแล้ว รู้หรือเปล่าว่ารอยยิ้มเธอมันละลายใจผม


     “เอาไว้เจอกันอีกรอบค่อยส่งให้แล้วกันะ ผมไปล่ะ”


     แล้วเขาก็วิ่งหายไปกับความมืด


     จะได้ไปเจอกันอีกทีตอนไหนละวะครับ ปฏิเสธกันไปเลยจะง่ายกว่า


     ผมถอนหายใจพร้อมกับเดินที่พักด้วยใจหน่วงๆ ด้วยความเสียดาย หิวข้าวก็หิว มองไปรอบๆ ก็มีแต่ของแพงๆ กับข้างๆ คือร้านไอ้นายทุน โอ๊ย! ชีวิตกู!!!



*****


     และแล้ววันนั้นก็มาถึงครับ... วันที่ผมโดนไล่ออก..


     เงินมีอยู่ครับแต่ไม่มีงาน ผมอยากทำงาน เงินชดใช้ก็ไม่ได้ ไอ้ฉิบหายเอ๊ย เศรษฐกิจแย่ขนาดที่บริษัทใหญ่โตที่ผมทำงานยังเอาพนักงานออกเป็นร้อยคน โควิดก็ระบาดเป็นการใหญ่ทั้งที่กำลังจะดีขึ้น ต้อนรับปีใหม่กันได้ดีจริงๆ ไอ้...


     ถ้าใครหน้าไหนมาบอกว่าเศรษฐกิจดีผมจะฟาดหน้ามันให้จม ทำมาบอกให้ประชาชนการ์ดอย่าตก ไม่มีใครการ์ดตกเลยมีแต่มึงครับ ทำงานห่วยแบบนี้มันเอาไว้ไม่ได้ นั่นเป็นเหตุให้ผมมาอยู่ในกลุ่มการประท้วงเพื่อขับไล่คนโกงกินบ้านเมืองและไร้ความสามารถออกไป


     “ฮัลโหลไอ้เดี่ยว มึงได้ยินไหมเนี่ย ฮัลโหล ไอ้เดี่ยว” ผมคุยกับปลายสายที่เสียงขาดๆ หาย ไม่ค่อยได้ยิน จนกระทั่งสายตัดไป “แม่งเอ๊ย อะไรวะเนี่ย โอ๊ย!”


     ผมชนเข้ากับอีกคนจนโทรศัพท์ตกพื้น โธ่เอ๊ย อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะลูก ผมก้มเก็บโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว ลูบๆ ถูๆ ราวกับของมีค่ามากมาย ซึ่งก็มีค่าครับ หลายหมื่นอยู่ เพิ่งถอยมาไม่นานนี้เอง


     “ขอโทษครับ ขอโทษ” เสียงนุ่มเอ่ยบอกผมอย่างรู้สึกผิด


     ผมเงยหน้าตั้งแต่เท้าจรดหัว อีกฝ่ายแต่งชุดสีดำทั้งตัวพร้อมทั้งใส่หมวก ใส่หน้ากากอนามัยอย่างแน่นหนา ต่างจากผมที่เพิ่งดึงหน้ากากอนามัยลงมาไว้ปลายคางเพราะเพิ่งคุยโทรศัพท์ไป


     “พู่กัน..”


     “รู้จักผมเหรอครับ” ในใจมีแต่คำว่าฉิบหาย ใครวะ สายไหน ใครส่งมา ผมรีบดึงหน้ากากอนามัยปิดหน้า ดึงหมวกปิดให้เห็นเพียงดวงตานิดหน่อย


     “ผม...”


     “อ้าว ไอ้หมาก กูนึกว่ามึงโดนเหยียบตายไปแล้ว”


     หมาก??


     ผมยิ้มใต้หน้ากากอนามัย ไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่ เอื้อมมือไปดึงหน้ากากอนามัยของเขาให้ลงมานิดหน่อยเพื่อเช็กให้แน่ใจ เมื่อเห็นหน้าเต็มๆ ก็พบว่าเขากำลังยิ้มอยู่


     “ยื่นมือมาสิ” ผมยื่นไปตามที่หมากบอกทั้งที่ยังเอาแต่มองหน้าเขาอยู่ ความเย็นที่มือทำให้ผมต้องก้มไปมอง หมากฉีดแอลกอฮอล์ใส่มือผม ผมหัวเราะก่อนจะถูมือแอลกอฮอล์จนทั่วมือ “ที่นี้ก็เอาโทรศัพท์มา”


     ผมปลดล็อคแล้วยื่นให้โดยไม่ถาม เขากดๆ อะไรไม่รู้ก่อนจะยื่นโทรศัพท์คืนให้ผม ก่อนเอ่ยบอกยิ้มๆ


     “อย่าลืมส่งรูปให้ผมล่ะ หวังว่าจะยังไม่ลบนะ”


     “มุกเดินชนแล้วจีบเหรอครับ”


     “ไม่รู้สิ”


     พูดจบเขาก็เดินออกไปโดยมีเพื่อนตัวเล็กตามหลัง


     “ไอ้หมากรอกูด้วย!”


     “มึงจะแหกปากทำไมเนี่ยไอ้อัน!” อ่อ เพื่อนคนนั้น


     “คนนั้นใครวะ นัดเยกันเหรอ”


     “ไอ้เวรอัน!”


     แล้วเขาก็หายไปกับฝูงชนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมมีคอนแทกต์ติดต่อเขาแล้ว


     ยังไม่ได้บอกเลยยินดีที่ได้พบและ...ดีใจด้วยที่เพื่อนเลิกเป็นสลิ่ม แต่เดี๋ยวเอาไว้บอกในแชตแล้วกัน





FIN




หายจากแท็กนี้ไปนานเหลือเกินครับพี่น้อง


สวัสดีปีใหม่ค่าา เนื่องในวันใหม่ ปีใหม่ขออนุญาตอวยพรรีดเดอร์ให้มีความสุขมากๆๆๆ ร่ำรวย ใครยังไม่ได้งานก็ขอให้ได้ มีวันที่ดีในทุกๆวัน ขอให้คู่ชิปมีโมเมนต์ และขอให้มีรัฐบาลที่ดี หมดทุกข์กับพวก***สักที เก้าเก้า สาธุค่าาา


ขอฝากแท็ก #OurStoryบินมิน ด้วยค่าา



ด้วยรัก from มินฮยอนบินชิปเปอร์ที่มีกัปตันขี้ขิงชื่อฮยอนบินและมินฮยอน 



06/01/2021

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

565 ความคิดเห็น

  1. #565 95ja (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 19:01

    สวัสดีปีใหม่ค่ะ
    #565
    0
  2. #564 KissCYeol (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 07:50
    ช่างเป็นฟิคที่เหมือนกับหลุดมาจากความคิดเราในตอนนี้เสียเหลือเกิน สงสารก็แต่น้องหมาก คงจะเจ็บใจมาก แต่มุกจีบนี่ไม่ธรรมดาทั้งคู่ ปล.สวัสดีปีใหม่เช่นกันนะคะ ขอให้เป็นปีที่ดี อย่าเจ็บอย่าป่วย ขอบคุณที่แต่งฟิคให้อ่านค่ะ
    #564
    0
  3. #563 EMO_TUNG (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 07:06
    555555555555555555555555555หยั่งขอบบบ โดนทุกปาะโยค
    #563
    0
  4. #562 ptckk (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 03:32
    แง้ นอกจากจะดีใจที่ฟิคคู่อัพให้หายคิดถึงยังดีใจที่ด่าอีร้าดบานเผยแพร่ออกมากนะคะ

    เรื่องนี้ต้องแมสแร้วนะคะ!!

    สุขสันต?วันปีใหม่เช่นกันนะคะ ขอให้เป็นปีที่ดีนะคะ
    #562
    0
  5. #561 tanqwa_ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 02:47
    อันมาตอนท้ายแต่แย่งซีนมาก นัด**กันเหรอ 555555555555555555 เขียนได้สะใจแทนคนทางนี้มากคับ สุดยอด
    #561
    0
  6. #560 Koranit P. (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 02:23
    ชอบปย.ที่บอกว่าดีใจด้วยที่เพื่อนเลิกเป็นสลิ่มจังเลยค่ะ55555555555 เดี๋ยวจะเอาฟิคนี้ให้เพื่อนที่เป็นสลิ่มอ่านบ้าง
    #560
    0
  7. #559 kan-thong (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 00:53
    เขียนได้สาแก่ใจดิฉันยิ่งนัก 🔥
    #559
    0