SF/OS : Our Story #BinMin #NenNyeon

ตอนที่ 29 : เหมือนดั่งฝัน | บทที่สี่ : ดวงใจในฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 245
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    26 พ.ค. 63





     บทที่สี่



     พุทธศักราช ๒๔๙๐



     “เหมือน ช่วยแม่ปลูกดอกทานตะวันหน่อยซี”

     “อีกแล้วหรือแม่”

     เหมือนฝันวัยสิบสองปีบอกอย่างเบื่อๆแต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมเดินตามคนเป็นแม่ไปยังแปลงดอกไม้เล็กๆข้างบ้าน

     “ขี้บ่นจริงเลยเรา”

     “ไม่ได้บ่นที่ต้องปลูกดอกไม้เสียหน่อย แต่ทำไมต้องเป็นดอกทานตะวัน ครั้งหน้าปลูกดอกมะลิบ้างซี เหมือนว่ากลิ่นหอมดี”

     “เช่นนั้นครั้งหน้าแม่จะเอามะลิมาลงให้” ภาขวัญยิ้มขำก่อนลงมือพรวนดินโดยมีเหมือนฝันช่วยอยู่ข้างๆ

     “ทำไมแม่ถึงชอบดอกทานตะวันล่ะครับ”

     “หืม ทำไมถึงถามแม่ขึ้นมา”

     “เหมือนแค่สงสัย แม่มีความสุขทุกครั้งที่มองมันเติบโต ดูเศร้าที่มันเหี่ยวเฉาและร่วงโรย”

     “คงเพราะมันเหมือนตัวแม่ละมัง” เสียงเศร้าของคนเป็นแม่ทำให้มือเล็กของเด็กน้อยชะงัก มองเธอด้วยสายตาไม่เข้าใจ “เหมือนรู้ความหมายของดอกทานตะวันหรือไม่”

     “ไม่รู้หรอกครับ มีความหมายด้วยหรือ เช่นนั้นดอกทานตะวันแปลว่าอะไรหรือครับ”

     “โตขึ้นเหมือนก็จะรู้เอง”

     ภาขวัญตอบลูกชาย มองเหมือนฝันด้วยสายตาอ่อนโยน ปากบางยิ้มนิดๆแล้วลงมือพรวนดินต่อ เหมือนฝันกะพริบตาปริบ ก่อนยักไหล่อย่างไม่สนใจ 

     “เหมือนรู้ไหม ทำไมลูกถึงชื่อเหมือนฝัน”

     เด็กน้อยแอบถอนหายใจเบาๆแต่ก็พอให้คนโตกว่าได้ยิน เธอหัวเราะเล็กน้อย ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรลูกชาย เหมือนฝันคงหน่ายที่เธอโยนคำถามไปให้ พอสงสัยใครรู่ เธอกลับไม่มีคำตอบให้

     “…” เหมือนฝันไม่ตอบแต่มองหน้าแม่เพื่อรอคำตอบจากแม่ ก็พบว่าเธอกำลังยิ้มให้เขา ยิ้มที่มีความสุขที่สุดที่เหมือนฝันเคยเห็นตั้งแต่บ้านเราเหลือกันเพียงสามคน “ทำไมหรือครับ”

     “เพราะตอนที่มีลูกสำหรับแม่มันเหมือนความฝันเลยน่ะซี แม่ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกกับการเป็นแม่ครั้งแรก ตอนลูกดิ้นแม่ก็กลัวว่าลูกจะเป็นอะไรไปเพราะไม่รู้ว่าทำไมลูกถึงดิ้น แต่พอลูกไม่ดิ้นแม่ก็ใจหาย ร้องไห้ไปเสียมากมาย” ภาขวัญเล่าอย่างมีความสุขเมื่อนึกย้อนไปถึงวันวาน “ยิ่งตอนคลอดแม่ยังไม่อยากเชื่อ ได้เห็นลูกครั้งแรกแม่ใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนมีความรักเสียอีก ราวกับไม่ใช่เรื่องจริง ลูกทั้งน่ารัก น่าชัง ผิวขาว ตัวเล็กน่าทะนุถนอม แม่แทบไม่กล้าโดนตัวลูกเพราะกลัวว่าจะเป็นความฝัน หากจับหรือแตะต้องแล้วลูกจะหายไป”

     “แล้วจันทร์ทำไมถึงชื่อจันทร์วาดล่ะครับ” เด็กน้อยถาม เมื่อได้ฟังที่มาของชื่อตน ก็สงสัยในชื่อของน้องชายด้วย

     “เพราะงดงามเหมือนพระจันทร์ที่ถูกวาดขึ้นด้วยความปราณีตและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก พ่อเขาเป็นคนตั้งให้เข้ากับชื่อของเขาน่ะ พระจันทร์กับพระอาทิตย์ แล้วแม่ก็ว่าเพราะดี พ่อเป็นคนตั้งชื่อให้ทั้งเหมือนแล้วก็จันทร์เลยนะ”

      เหมือนฝันหุบยิ้มในทันที สายตาของเด็กน้อยบ่งบอกถึงความไม่พอใจเมื่อได้ยินชื่อของคนที่ไม่อยากได้ยิน แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มมีความสุขของแม่เขาก็ไม่อยากขัด ได้แต่เก็บความไม่พอใจไว้

     “รู้ไหมครั้งแรกที่แม่เห็นลูกทั้งสอง แม่คิดว่าตัวเองได้ลูกสาวเสียอีก ทั้งเหมือนทั้งจันทร์หน้าตาจิ้มลิ้ม น่ารักเสียขนาดนั้น”

     “ตอนนี้ก็คงไม่ต่างจากได้ลูกสาว เป็นชายแท้ๆแต่กลับ—”

     “ตาเหมือน! ลูกจะคิดแบบนี้ไม่ได้นะ อย่าดูถูกตัวเองเป็นอันขาด” ภาขวัญจับมือเล็กของเด็กน้อยที่นั่งก้มหน้า เธอคุกเข่าลงต่อหน้าลูกชาย ดึงเข้าสู่อ้อมกอดของเธอ “เหมือนอย่าดูหมิ่นตัวเองนะลูก ตอนนี้มันคงยังแปลกใหม่สำหรับลูกและคนอื่นก็เช่นกัน เราคงต้องใช้เวลาปรับกันไปเรื่อยๆ ฟังแม่นะ ไม่ว่าลูกจะเป็นอะไร เหมือนกับจันทร์ก็เป็นลูกแม่ เป็นคนที่แม่รักที่สุด แม่ขอเพียงลูกอย่าดูถูกตัวเองก็พอ”

     เหมือนฝันพยักหน้ารับในอ้อมอกของผู้เป็นแม่ ก่อนผละตัวออกหันหน้าไปอีกทางเพื่อเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาโดยไม่ให้ภาขวัญเห็น เรียกเสียงหัวเราะด้วยความเอ็นดูจากคนเป็นแม่ได้อย่างดี

     อายุเพียงสิบสองปีแต่กลับเข้มแข็งกว่าผู้ใหญ่อย่างเธอเสียอีก

     “ไม่แน่นา หากวันหนึ่งโตขึ้น เหมือนมีความรัก อาจได้พบคนที่ทำให้เหมือนมีความสุขกับสิ่งที่เหมือนเป็นก็ได้นะลูก”

     “ไม่มีทาง เหมือนจะไม่มีความรัก เหมือนจะอยู่กับแม่ไปตลอดชีวิต จะเลี้ยงจันทร์ไปจนแก่เลย” เด็กน้อยว่าพร้อมพรวนดินแรงขึ้นจนดินกระเด็นใส่เสื้อผ้าตนเอง

     “ตายล่ะ แล้วถ้าหากจันทร์อยากมีคนรัก อยากแต่งงานขึ้นมาเล่า” ภาขวัญพูดเย้าลูกชาย

     “เป็นไปไม่ได้ จันทร์รักเหมือน น้องต้องอยู่กับเหมือนแน่นอน”

     “ฮ่าๆ” ภาขวัญเอ็นดูความน่ารักของลูกชายจนอดไม่ได้ที่จะบีบแก้มขาวของเด็กน้อย “เรื่องความรัก ความรู้สึกไม่มีอะไรแน่นอนหรอกลูก หากวันหนึ่งลูกโตขึ้นก็จะรู้เอง”

     “เหมือนความหมายดอกทานตะวันของแม่น่ะหรือครับ”

     “ใช่แล้ว ทุกอย่างเลย หากโตขึ้นเหมือนก็จะรู้เอง”


     *****


     พุทธศักราช ๒๕๐๐
    
      เหมือนฝันมองไปที่แปลงดอกไม้เล็กที่ว่างเปล่าแล้วนึกถึงคำพูดของแม่ในอดีต เขาเข้าใจแล้วที่แม่เคยบอกว่าหากโตขึ้นก็จะรู้เอง

      “พี่เหมือนปลูกดอกทานตะวันกันเถิด”

      “พี่ว่าเราเลิกปลูกดอกทานตะวันกันดีไหมจันทร์”

      เมื่อโตขึ้น เหมือนฝันจึงได้รู้ความหมายของดอกทานตะวัน ดอกไม้ที่แม่เขารักนักหนา

      ความรักที่มั่นคงและจงรักภักดี เหมือนกับดอกทานตะวันที่มองแต่พระอาทิตย์เพียงผู้เดียว นั่นคือความหมายของดอกไม้ชนิดนี้ ช่างเป็นความหมายที่ใจร้ายกับดอกทานตะวันที่สดใสนี่เหลือเกิน

      เหมือนกับคุณชายอาทิตย์ที่ใจร้ายกับแม่ภาขวัญของเขาไม่มีผิด

      “ทำไมล่ะพี่เหมือน นี่ดอกไม้ที่แม่ชอบนะ เราก็ปลูกกันมาตลอด” จันทร์วาดเอ่ยถามพี่ชายอย่างไม่เข้าใจ ตาสวยของคนเป็นพี่ก็ดูเศร้าผิดปกติตั้งแต่กลับมาจากไปส่งขนมเมื่อสามสี่วันก่อน จนเขาไม่กล้าหยอกเย้าเรื่องที่นั่งซ้อนท้ายรถคุณชายพีรภัทรกลับมาบ้านเลยทีเดียว

     “เปล่าหรอก พี่หมายถึงวันนี้แดดแรงน่ะ เราไว้ปลูกวันหลังกันดีไหม”

     “อ๋อ ไม่เป็นไรหรอก ปลูกประเดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว”

     “เฮ้อ เช่นนั้นไปเอาหมวกมาใส่เสีย พี่จะพรวนดินรอ”

     จันทร์วาดพยักหน้าก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นสองของบ้านเพื่อหาหมวกใส่ทำสวน 

     เหมือนฝันมองตามน้องชายแล้วแอบถอนหายใจ หากจันทร์วาดได้รู้เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร จะร้องไห้ จะเกลียดผู้ชายคนนั้นหรือโกรธเขาที่ปิดบังเรื่องราวเอาไว้ ใจหนึ่งเขาก็ลังเลคิดว่าจันทร์วาดโตพอจะรู้เรื่องทุกอย่างได้แล้ว แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าสู้ไม่รู้ไปเลยเสียดีกว่า

     เขาเริ่มเข้าใจความหมายที่แม่พูดว่าโตขึ้นก็จะรู้เองอย่างแท้จริง เมื่อโตขึ้นเราจะรู้ว่าบางสิ่งบางอย่างนั้นยากจะเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูด เมื่อพูดสิ่งใดต้องนึกถึงความรู้สึกคนรอบข้างโดยเฉพาะคนที่เรารัก เพราะอย่างนั้นแม่ถึงไม่บอกเขาว่าดอกทานตะวันนั้นหมายถึงตัวแม่เอง 

     และไม่มีอะไรแน่นอนในเรื่องความรักอย่างที่แม่ว่า

     อ้อมกอดที่อบอุ่นของคุณชายพีรภัทร มือที่ปลอบประโลม เช็ดน้ำตาให้เขา มือใหญ่ที่กุมมือไม่ปล่อยจนกระทั่งส่งถึงบ้านในวันนั้นยังคงทำใจเต้นแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุเมื่อนึกถึง แม้จะผ่านมาหลายวันแล้ว

     “แดดแรงจริงด้วย ดูซี พี่เหมือนหน้าแดงหมดแล้ว” จันทร์วาดทักขึ้นเมื่อเห็นว่าพี่ชายตนหน้าแดงกว่าปกติ

     “พ..พี่บอกแล้วว่าแดดแรง”

     “ดีนะ จันทร์เอาหมวกมาเผื่อพี่เหมือนด้วย”

     “ขอบใจนะ” เหมือนฝันรับหมวกจากน้องชายมา มือขาวทำท่าพัดมือใส่หน้าตัวเองเล็กน้อยเพื่อไล่ความร้อนบนใบหน้า

     ที่หน้าแดงก็เพราะแดดแรง ไม่ใช่เพราะนึกถึงคุณชายพีรภัทรเสียหน่อย เพียงแค่แดดแรงเท่านั้นจริงๆ


     *****
     

     วังวรวงศ์คุณากร , พระนคร

     เสียงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีจากชายหนุ่มตัวสูงดังไปทั่วห้องนอนขนาดใหญ่ มือหนาวางกระดานวาดใส่ขาตั้งรูป จัดแจงท่าทางตนเองให้อยู่ในท่าที่ถนัด ก่อนหยิบดินสอสำหรับวาดรูปขึ้นมา พลางนึกถึงเจ้าของใบหน้าที่เขาจะวาดลงกระดาษสีขาวแล้วลากเส้นอย่างบรรจง

     ปากหยักยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อวาดโครงหน้าของคนในรูปเสร็จ สำรวจภาพวาดคร่าวๆก็นึกขัดใจอยู่หน่อย ไม่รู้ว่าเขาฝีมือตกหรือตัวจริงของคนในภาพนั้นงามเกินไป ภาพวาดเขาจึงเทียบความงดงามนั้นไม่ได้เลย

     แต่ถึงอย่างนั้นก็น่าจะพอทดแทนกันได้ละมัง

     “อารมณ์ดีขนาดนั้นเชียวหรือชายพี”

     “ปัดโธ่ พี่ชายใหญ่ครับ ผมตกใจหมด มาเงียบๆ”

     คุณชายพีรภัทรลูบอกตนไล่ความตกใจ ก่อนได้รับเสียงหัวเราะจากหม่อมราชวงศ์ภคภัทร คุณากรหรือคุณชายใหญ่ พี่ชายคนโตของบ้าน ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าคล้ายคลึงกับคุณชายพีรภัทร เพียงแต่ผู้พี่จะมีผิวคล้ำกว่า

     “อะไรกันชายพี พี่เคาะประตู เข้ามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งนานสองนาน นายนั่นล่ะที่อยู่ในโลกของตัวเองไม่สนใจใคร” คุณชายใหญ่ว่าขำๆ

     “แล้วพี่ชายใหญ่มีอะไรหรือเปล่าครับ เวลานี้ไม่ได้เตรียมการสอนอยู่หรือครับ” คุณชายพีรภัทรถาม 

     คุณชายใหญ่เป็นถึงคุณครูใหญ่โรงเรียนชื่อดัง ปกติในเวลาพลบค่ำเช่นนี้อีกฝ่ายจะไม่ออกไปไหนจนกว่าจะเตรียมการสอนเสร็จ พีรภัทรจึงแปลกใจที่พบพี่ชายอยู่ในห้องของตน

     “เตรียมเสร็จหมดแล้วเลยว่าจะมาชวนนายคุยระหว่างรอทานข้าวน่ะ ไม่คิดว่านายจะหนีพี่ไปอยู่โลกอื่นแล้ว”

     “พี่ชายใหญ่ก็ ไม่ใช่เสียหน่อยครับ ผมแค่วาดรูปเพลินก็เท่านั้น” พีรภัทรว่าแล้วหันไปวาดรูปต่อ 

     “คนนี้น่ะหรือที่เล่าว่าไปเทียวไล้เที่ยวขื่อ งามดีนะ”

     “เทียบตัวจริงไม่ได้สักนิดเลยครับ”

     พีรภัทรยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าชวนฝัน ความงามของเหมือนฝันที่เรียกได้ว่าไร้ที่ติ น่าหลงใหล ไม่ว่าใครก็อยากได้ไปครอบครอง นึกถึงตรงนี้คุณชายหมอก็รู้สึกคิ้วกระตุกขึ้นมาเสียอย่างนั้น

     “พี่ว่าจะถามหลายรอบ เห็นนายวาดรูปเขาเสียเยอะแยะ แล้วยังไปหาบ่อยๆ สรุปว่าคนรักใช่หรือไม่” คุณชายใหญ่ถามพลางชี้ไปภาพวาดที่ประดับอยู่ในห้องพีรภัทรอีกสองสามใบ ทุกภาพล้วนเป็นคนคนเดียวกันทั้งสิ้น

     “คนรักหรือครับ หากเป็นได้ก็คงดี”

     “หมายความว่าอย่างไรกันชายพี”

     “หมายความว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรกับผมน่ะซีครับ” พีรภัทรบ่นอุบ “คงมีแต่ผมที่พร่ำเพ้อถึงเขาฝ่ายเดียว”

     เมื่อได้ยินดังนั้นคุณชายใหญ่ก็หัวเราะเสียงดังไปทั่วห้องจนพีรภัทรจิ๊ปาก มองคนอายุมากกว่าปรบมืออย่างชอบใจ

     “พี่ชายใหญ่ไม่ต้องมาหัวเราะใส่ผมเลยครับ”

     “ฮ่าๆ ได้ซี พี่ไม่ขำแล้ว เห็นทีพี่ต้องโทรศัพท์ไปเล่าให้หญิงเล็กฟังแล้วล่ะมัง” คุณชายใหญ่ว่า เมื่อนึกถึงน้องสาวอย่างหม่อมราชวงศ์นาราภัทร คุณากรหรือคุณหญิงเล็ก แพทย์หญิงคนเก่งที่ทำงานอยู่ที่หัวหิน หากได้ยินว่าน้องชายกำลังมีความรักคงรีบกลับมาสอบถามด้วยตนเอง “น้องชายพี่ดูท่าจะชอบเขามากเลยซีนะ”

     “ชอบครับ ชอบมากพอที่จะให้แหวนของคุณแม่เป็นของแทนใจ” 
     คุณชายใหญ่ชะงัก มองคุณชายพีที่ทำหน้ายุ่งราวกับไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป

     “ชอบขนาดนั้นเชียว”

     “ครับ”

     “ถ้าชอบขนาดมอบแหวนของคุณแม่ให้เขาได้” คุณชายใหญ่เว้นจังหวะแล้วเดินเข้าไปตบบ่าน้องชาย “นั่นน่าจะมากกว่าความชอบแล้วชายพี เพราะคุณแม่ให้แหวนนั้นกับเราไว้เพื่อให้คนที่จะมาเป็นคู่ชีวิต พี่หมายถึงนายน่าจะรักเขามากกว่าชอบแล้วล่ะ”

     มือใหญ่นิ่งค้างเมื่อได้ยินคำพูดของพี่ชาย มองคนในภาพที่ตนวาดแล้วนึกไปถึงตัวจริงก็ยิ้มออกมา เห็นทีจะเป็นอย่างนั้น พีรภัทรไม่ได้เพียงแค่ชอบเหมือนฝัน แต่รักมากกว่า

     “พี่อยากเจอตัวจริงเชียว ว่าจะงามขนาดไหนถึงทำให้น้องชายพี่รักข้างเดียว ตัดพ้อได้ถึงเพียงนี้”

     “งามครับ งามยิ่งกว่าพระจันทร์เดือนเพ็ญ งามเหมือนฝันสมชื่อ นิสัยใจคอก็ดี ทำอาหารเก่ง ทำขนมอร่อย ขยัน รักครอบครัว—”

     “หยุดเลยชายพี นายนี่จริงๆเลย อืม ภาษาฝรั่งเขาเรียกอะไรนะ ใช่ เครซี่ นายจะเครซี่เขามากไปแล้ว รอยยิ้ม แววตาเก็บไม่มิดเชียว เคยบอกเขาหรือยังล่ะว่าชอบ ว่ารัก”

     ถึงคราวที่คุณชายพีรภัทรไปไม่เป็น วางดินสอวาดรูปลง หันหน้าไปหาคุณชายใหญ่ สีหน้าจริงจังทำเอาคนโตกว่าเลิกคิ้วอย่างสงสัย

     “ผมต้องบอกด้วยหรือ การกระทำของผมชัดเจนมากอยู่แล้วนะครับ”

     “ปัดโธ่! ชายพี! ต้องบอกซี ไม่เห็นหรือว่าพี่กับคุณจิแง่งอนกันตั้งนานกว่าจะลงเอย เกือบไม่ได้แต่งแล้วเพียงเพราะไม่มีใครพูดความในใจ” คุณชายภคภัทรบอกอย่างจริงจัง กล่าวไปถึงเรื่องราวของตนกับภรรยาอย่างหม่อมหลวงจิราพร “ทำไม ไม่มั่นใจงั้นรึ เขาไม่มีทีท่าว่าจะชอบนายหรืออย่างไร”

     ทีท่าว่าเหมือนฝันชอบเขางั้นหรือ พีรภัทรนึกไปถึงอีกคน ใบหน้าสวยหวานที่ชอบแสดงสีหน้านิ่งเฉยแต่กลับมีริ้วแดงๆน่าเอ็นดู ชอบหันหนีเวลายิ้ม ดวงตาสวยที่สั่นไหวตอนสบตากัน การกระทำที่สวนทางอย่างตอนที่เขาขอให้ทำอาหารให้ทานก็ไล่ให้เขากลับวัง แต่ถัดมาเพียงครู่ก็ลงมือทำอาหารทันที หรือแม้แต่แสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น 

     เขาสามารถคิดเอาเองได้หรือไม่ว่านั่นคือแสดงท่าทีว่าชอบ

     “คิดนานเชียว เอาเถิด อย่างไรก็รีบบอกเขา งามมากไม่ใช่หรือ ระวังจะมีคนมาตัดหน้าไป หากรักก็รีบบอก พี่ลงไปรอข้างล่างก่อนล่ะ” คุณชายภคภัทรตบไหล่ให้กำลังใจน้องชายสองสามที “แล้วก็รีบคุยเรื่องน้องชลกับหม่อมย่า ไม่รู้ว่าวันพรุ่งหรือวันมะรืน คู่หมายอาจจะกลายเป็นคู่หมั้นจริงๆเอา”

     พีรภัทรถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นว่าประตูปิดสนิท มือหนาดึงสร้อยที่ตนสวมใส่ออกมาจากคอเสื้อ มองแหวนเงินธรรมดาไม่ได้มีราคาแพงอะไร แต่มีคุณค่าทางจิตใจและมีความหมายต่อเขากับพี่ชายใหญ่

     ขายาวก้าวไปที่ระเบียง เงยหน้ามองฟ้าที่ไร้ดาวกับพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ถึงอย่างนั้นก็ยังคงสวยงามน่ามองอยู่ดี

     พีรภัทรมองแหวนเงินเกลี้ยงเกลาอีกครั้ง หากเขาให้แหวนวงนี้กับเหมือนฝัน ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะรับไว้หรือไม่ แต่หัวใจเขาบอก ไม่ว่าอย่างไร เหมือนฝันก็คือเจ้าของแหวนวงนี้


     *****


     “แปลกจริงเชียว ทำไมถึงทำช่อม่วงกันล่ะพี่เหมือน ไม่ได้มีคนสั่งขนมนี่” จันทร์วาดเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อกลับเข้ามาในบ้าน หลังจากไปเล่นบ้านของป้าเพ็ญ “เคยบ่นว่าทำยากไม่ใช่หรือ หากไม่มีคนสั่งก็ไม่คิดทำ”

     เหมือนฝันนิ่งค้างอยู่หน้าเตา สายตาล่อกแล่กเหมือนคนทำผิดแล้วโดนจับได้ มือสวยปิดฝาหม้อนึ่งแล้วหันไปหาน้องชายที่กำลังปั้นไส้ช่อม่วง

     “คือพี่…คือ.. ถามอย่างนี้จะไม่กินหรืออย่างไร”

     “กินซี! จันทร์แค่สงสัยเท่านั้นเอง” 

     เหมือนฝันเป่าปากโล่งใจเมื่อจันทร์วาดไม่ได้ถามอะไรต่อ ตั้งหน้าตั้งตาปั้นไส้ช่อม่วงจนไม่ทันสังเกตเขา 

     “พี่เหมือนแบ่งให้คุณชายพี่พีบ้างซี”

     “ห๊ะ อ๋อ อืม ได้ซี”

     เหมือนฝันตอบรับอย่างลนลาน ร้อนราวกับโดนไฟลน ก็เพราะเขาตั้งใจทำขนมช่อม่วงให้คุณชายพีรภัทรน่ะสิ รวมทั้งยังทำกับข้าวให้อีกฝ่ายด้วย 

     “อย่างนั้นพี่คงต้องเอาไปให้คุณชายที่โรงพยาบาล จันทร์ไปอยู่กับป้าเพ็ญก่อนนะ”

     “อ้าว แล้ววันนี้คุณชายไม่มาบ้านเราหรือ”

     “เห็นโทรศัพท์มาบอกพี่เมื่อเช้าว่าวันนี้มีผ่าตัดเยอะ คงมาไม่ได้”

     “เอ๊ะ หรือว่า…” จันทร์วาดยิ้มกรุ้มกริ่ม ส่งสายตาเชิงหยอกไปให้เหมือนฝันเมื่อเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวสาเหตุที่พี่ชายตนทำขนมที่บ่นว่าทำยากนี้ “จันทร์พอจะเข้าใจแล้วล่ะ”

     “เข้าใจอะไรของเรา ไม่ให้กินเสียดีไหม” เหมือนฝันว่า ก่อนหันหน้าหนีน้องชายตัวดี พลางคิดว่าตัวเองเสียรู้ให้จันทร์วาดเสียแล้ว


     *****


     ร่างเพรียวบาง ผิวขาวสว่าง หน้าตางดงามดึงความสนใจผู้คนตั้งแต่ก้าวเข้ามาในโรงพยาบาล หนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ต่างพากันส่งสายตาและรอยยิ้มมาหาอย่างเปิดเผย

     เหมือนฝันหันซ้ายทีขวาทีทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องไปทางไหน เขาไม่รู้ห้องของพีรภัทร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้อีกฝ่ายอยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่ หรือว่าเขาควรกลับจะดีกว่า

     “นั่งตรงนี้ก่อนก็ได้นะครับ”

     เหมือนฝันหันไปตามเสียงเชื้อเชิญก็พบหนุ่มน้อยหน้าตาน่ารัก ตาโต จมูกโด่ง ผิวขาวและหน้าท้องที่ใหญ่กว่าปกติ เป็นการบ่งบอกว่าอีกฝ่ายมีอีกชีวิตอยู่ในนั้น

     “ขอบคุณครับ” เหมือนฝันยิ้มรับและนั่งลงข้างอีกฝ่ายแล้วยกปิ่นโตมาวางไว้บนตักตน

     “ไม่เป็นไรครับ นำอาหารมาให้คนป่วยที่นี่หรือครับ แต่ดูเหมือนเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรกเลยนะครับ”

     “ไม่ได้เพิ่งเคยมาหรอกครับ เพียงแต่ไม่รู้จะไปทางไหนมากกว่า” ชายหนุ่มอีกคนเห็นท่าทางของเหมือนฝันแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เป็นเหมือนฝันที่เป็นฝ่ายถามขึ้นมา “ขอประทานโทษนะครับ ผมขอถามได้หรือไม่ว่ากี่เดือนแล้ว”

     “ฮ่าๆ ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นหรอกครับ ห้าเดือนใกล้หกเดือนครับ แปลกใจที่ท้องใหญ่กว่าปกติหรือครับ”

     “ครับ ท้องใหญ่เหมือนใกล้คลอด คุณเองก็ดูหน้าซีดอยู่นิดๆ ไม่มีคนมาดูแลหรือครับ ให้ผมเรียกพยาบาลให้ไหมครับ เอ่อ ขอประทานโทษที่เสียมารยาท” เหมือนฝันเม้มปากเมื่อรู้ว่าตนเองเสียมารยาทพูดไม่ดีออกไป แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีท่าทีว่าโกรธหรือไม่พอใจอะไร

     “ไม่เป็นไรครับ พอดีสามีผมเขาไปหาอะไรให้ผมกินน่ะครับ ผมเลยนั่งรอตรงนี้ ส่วนที่ท้องใหญ่ก็…ลูกแฝดน่ะครับ” ว่าที่คุณแม่หน้าตาน่ารักตรงหน้าพูดด้วยรอยยิ้มแสนมีความสุข จนเหมือนฝันอดยิ้มตามไม่ได้ “ผมขอจับมือคุณหน่อยซีครับ”

     “ทำไมหรือครับ” เหมือนฝันเอ่ยถาม ถึงอย่างนั้นก็ยื่นมือไปให้อีกฝ่ายจับ ผู้ชายตรงหน้ากุมมือเหมือนฝันเอาไว้ทั้งสองมือก่อนหลับตาราวกับกำลังอธิษฐานบางอย่าง เพียงครู่ก็ลืมตาขึ้นมายิ้มให้เขา

     “เขาว่ากันว่า ถ้าคนท้องลูกแฝดกุมมือใครเอาไว้แบบนี้แล้วอธิษฐานว่าขอให้ได้ลูกแฝด อีกฝ่ายก็จะมีลูกแฝดเหมือนกันครับ”

     “อะ..อะไรนะครับ!” เหมือนฝันถามด้วยความตกใจก่อนจะดึงมือตัวเองออกจากอีกฝ่าย

     “ฮ่าๆ ผมเย้าเล่นครับ หากทำแบบนั้นได้จริง คงมีแต่คนมาขอให้คนท้องลูกแฝดจับมือเป็นแน่” ชายหนุ่มว่าแล้วหัวเราะสดใสเสียจนเหมือนฝันโกรธไม่ลง “ผมพูดเล่นจริงๆ คุณไม่ต้องตกใจถึงเพียงนั้นครับ ฮ่าๆ อ้อ นั่นไงครับ ถ้าคุณอยากไปส่วนไหนของโรงพยาบาล ถามคุณพยาบาลคนนั้นได้เลย”

     เหมือนฝันมองตามที่อีกคนชี้นิ้วไปทางพยาบาลสาวใหญ่ที่ง่วนอยู่ตรงโต๊ะประชาสัมพันธ์ข้างหน้าที่ก่อนหน้า เขาเดินเข้ามาแล้วไม่พบใคร ก่อนขอบคุณและเอ่ยลาว่าที่คุณแม่

     “ขอบคุณครับ ขอให้คลอดง่ายๆนะครับ”

     “ขอบคุณมากครับ”



     ขาเรียวก้าวไปที่โต๊ะประชาสัมพันธ์ที่มีสาวใหญ่กำลังจัดการเอกสาร ดูวุ่นวาย หัวหมุนเสียจนเขาไม่กล้าเอ่ยปากถาม เหมือนฝันยืนเก้ๆกังๆอยู่หลายนาทีก่อนหาจังหวะที่เธอวางมือจากกระดาษปึกใหญ่

     “เอ่อ..ขอประทานโทษนะครับ”

     “ว่าอย่างไรคะคุณ มีอะไรให้ช่วยหรือคะ” เธอถามกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มต่างจากตอนอยู่หน้าเอกสารเมื่อครู่

     “ผมอยากถามว่าห้องคุณชายพีรภัทรไปทางไหนหรือครับ” 

     พยาบาลสาวใหญ่ยิ้มค้างไปชั่วครู่ แววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนมองไล่สำรวจเหมือนฝันตั้งแต่หัวจรดเท้า ชายหนุ่มหน้าสวยที่แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีชมพูตัดสีขาวเข้ากับผิวขาวสว่างของอีกฝ่าย สะพายกระเป๋าหนังไว้พร้อมกับปิ่นโตในมือ

     “ไม่ทราบว่านัดกับคุณชายไว้หรือเปล่าคะ”

     “อ่า… ไม่ได้นัดครับ ผมเพียงนำปิ่นโตมาให้คุณชายเท่านั้น”

     “คุณชายหมอนี่เนื้อหอมจริงเชียว มีหนุ่มสาวมาหาไม่ขาดสาย” เธอว่า นึกเสียดายชายหนุ่มหน้าตาดีที่พูดได้เต็มปากว่าสวยกว่าผู้หญิง แต่งตัวดี หน้าตาก็งาม ไม่น่ามาวิ่งตามผู้ชายแบบนี้ “ต้องขออภัยคุณด้วยนะคะ หากไม่ได้นัดไว้ ดิฉันคงให้พบไม่ได้ คุณชายหมอยุ่งมาก ได้โปรดอย่ารบกวนเวลางานคุณชายเลยนะคะ”

     “…ครับ เช่นนั้นผมต้องขอโทษด้วยที่รบกวน ขอบคุณครับ”

     โฉมฉายมองเหมือนฝันแล้วนึกแปลกใจ สำหรับเธอที่คอยไล่หนุ่มสาวที่มาตามติด ตามเทียวหาคุณชายหมออยู่บ่อยครั้งนั้นค่อนข้างแปลก เขาและเธอเหล่านั้นไม่ค่อยยอมไปง่ายๆจนกว่าจะได้พบคุณชายพีรภัทร บางคราก็รบกวน เสียงดังจนคนไข้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วย แต่ชายหนุ่มหน้าสวยคนนี้มาแปลก ไม่โวยวาย ไม่รบเร้าและไม่แสดงกิริยาไม่งามออกมา มีเพียงสีหน้าผิดหวังอยู่เพียงเล็กน้อย ซ้ำยังกล่าวขอโทษที่รบกวนอีก

     “คุณโฉมครับ ผ่าตัดเย็นนี้— เหมือนฝัน!”

     ตาคมของพีรภัทรเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่คิดถึงมาปรากฎตรงหน้า เขากำลังอยู่ในเวลาพักหลังจากผ่าตัดเสร็จในช่วงบ่ายที่ผ่านมาและเตรียมตัวเพื่อผ่าตัดต่อในช่วงเย็น ทั้งเหนื่อย ทั้งล้ากำลังจะโทรศัพท์ไปขอกำลังใจเหมือนฝันอยู่พอดี ไม่คิดว่ากำลังใจจะมาหาถึงที่ ก่อนคิดได้ว่าเหมือนฝันไม่ควรมายู่ที่นี่หากไม่มีเหตุจำเป็น

     “ประเดี๋ยวนะ เธอมาที่โรงพยาบาลทำไม มีอะไรเกิดขึ้นงั้นหรือ เธอเป็นอะไรหรือจันทร์เป็น” พีรภัทรถามพร้อมกับจับมือเหมือนฝันอย่างถือวิสาสะ สำรวจร่างกายว่าอีกคนเจ็บหรือมีแผลที่ใดด้วยเป็นห่วง

     “เอ่อ คุณชายครับ..”

     “คุณชายคะ คุณคนนี้เขาไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ” 
 โฉมฉายรีบแทรกขึ้นมาเมื่อได้ยินน้ำเสียงร้อนรนของคุณชายหมอ เธอรู้ในทันที เธอคงจะมองผิดไป หนุ่มน้อยคนนี้อาจไม่ใช่คนทั่วไปที่มาตามตื๊อคุณชายก็เป็นได้ “เขามาหาคุณชายน่ะค่ะ บอกว่านำปิ่นโตมาให้”

     เมื่อได้ยินคำพูดของโฉมฉายคนตัวสูงก็ยิ้มออก วันนี้เหมือนฝันนั้นแสนน่ารัก เสื้อเชิ้ตสีชมพูเข้ากับอีกฝ่ายเป็นไหนๆ และเขาเพิ่งเห็นว่าคนตัวขาวกำมือปิ่นโตด้วยสองมือแน่น เหมือนฝันไม่ยอมสบตาเขาแต่กลับเบือนหน้ามองไปทางอื่น ยิ่งทำให้เขาเห็นหูแดงๆและแก้มขาวขึ้นริ้วแดงอย่างชัดเจน

     “นี่ครับ ผมนำมาขอบคุณเรื่องเมื่อวันก่อน” สองมือยื่นปิ่นโตให้พีรภัทรโดยไม่มองหน้า แต่ไม่มีท่าทีว่าคนตัวสูงจะรับไปจนคิ้วเล็กของเหมือนฝันขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย “รับไปซีครับ ผมจะได้กลับ”

     “ขอบคุณหรือ เรื่องอะไรกัน ฉันจำไม่เห็นได้” พีรภัทรแกล้งตึมึนไม่รับปิ่นโต เมื่อเห็นหน้ายุ่งๆของเหมือนฝันก็ยิ่งสนุก “เรื่องอะไรล่ะ จะบอกตรงนี้หรือไปบอกที่ห้องพักฉัน”

     “คุณชายนี่ช่าง…เจ้าเล่ห์” เหมือนฝันบอก มองอีกคนที่ทำท่ากวนประสาท ยักคิ้วยักไหล่แล้วอยากกระทืบเท้าให้ร้องโอดโอย

     “ฮ่าๆ โกรธน่ารักจริงเชียว ตามฉันมาซี” พีรภัทรหัวเราะเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางหงุดหงิดของอีกฝ่าย ถ้าเป็นปกติในสถานการณ์ตึงเครียดเขาคงไม่กล้าหยอกเหมือนฝันเป็นแน่ แต่ในตอนนี้คนตัวขาวน่ารักเสียจนเขาอดไม่ได้ “ประเดี๋ยวนะ คุณโฉม ต่อไปหากเขาคนนี้มาพบ ให้ไปหาผมได้ตลอด หากผมไม่ว่างก็ให้ไปรอที่ห้องได้เลย คุณโฉมครับหากถึงเวลาไปตามผมที่ห้องได้เลยนะครับ”

     “ได้ค่ะคุณชาย”

     พีรภัทรกระซิบกระซาบกับพยาบาลสาวใหญ่ให้ได้ยินเพียงสองคน แกล้งพูดประโยคสุดท้ายดังขึ้นเพื่อทำให้ดูเหมือนว่ากำลังคุยเรื่องงาน ก่อนเธอจะตอบรับทั้งสองเรื่องในคราวเดียว

     เมื่อได้ยินดังนั้นคุณชายหมอก็เดินนำทางไปห้องของตน แต่เมื่อเห็นว่าข้างกายไม่มีเหมือนฝันก็หันไปมองข้างหลัง เจออีกคนมองมาด้วยความไม่พอใจเหมือนเด็กที่กำลังโดนขัดใจ

     พีรภัทรคงเป็นคนประหลาดที่มองว่าเหมือนฝันนั้นน่ารักจริงๆเวลาทำหน้าดื้อ

     “ตามพี่มาซีครับ…น้องเหมือน”


      *****


     ตลอดทางระหว่างเดินไปห้องของคุณชายหมอก็ไม่มีเสียงพูดคุยหรือถามไถ่แม้แต่นิด มีเพียงพีรภัทรที่โดนทักทายจากเหล่าพยาบาล บุรุษพยาบาลและคุณหมอด้วยกันเท่านั้น

     เหมือนฝันเดินตามอีกฝ่ายไปเงียบๆ หลบสายตาของคนที่มองมาเมื่อเห็นว่าเขาเดินอยู่ข้างคุณชายพีรภัทร พลางคิดว่าทางไปห้องพักนั้นช่างไกลเสียเหลือเกิน ต่างจากพีรภัทรที่คิดว่าทางไปห้องพักเขาในวันนี้นั้นสั้นกว่าทุกครา

     ขายาวหยุดเดินเมื่อถึงหน้าห้อง เหมือนฝันเหลือบมองป้ายชื่อหน้าห้อง ก่อนยื่นปิ่นโตในมือให้พีรภัทรอีกครั้ง

     “รับไปเสียทีเถอะครับ ผมจะได้กลับ”

     “ทำไมเล่า พี่ยังอยากให้เธออยู่ต่อนี่” พีรภัทรว่า

     “คุณชายอย่าพูดอะไรไม่เหมาะสมแบบนั้นเลยนะครับ” คนตัวขาวบอกอย่างจริงจัง ตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว เหมือนฝันคิดว่ามันไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เขากับคุณพีรภัทรต่างกันเกินไป

     “ทำไมจะพูดไม่ได้ ฉันอายุเท่าไหร่ เธออายุเท่าไหร่ ฉันอายุห่างจากเธอตั้งกี่ปี เป็นพี่ก็ถูกแล้ว ฉันพูดผิดหรืออย่างไร”

     เหมือนฝันเบือนหน้าหนี เมื่อเห็นว่าคนตัวสูงกอดอก ทำหน้าตาขึงขัง เหมือนผู้ใหญ่กำลังดุเด็ก จะให้ว่าตามนั้นมันก็ใช่อยู่หรอก แต่หากว่ากันตามถูกต้องมันคงไม่เหมาะ พีรภัทรเป็นถึงหม่อมราชวงศ์แต่เขาเป็นเพียงคนธรรมดา

     “เข้าไปคุยกันข้างใน” พีรภัทรบอกอีกคน เมื่อเห็นว่าคนไข้ คนในโรงพยาบาลที่เดินผ่านไปผ่านมาเริ่มจับจ้องมาที่เขาทั้งคู่ และเหมือนฝันก็รับรู้ได้ถึงสายตาพวกนั้นจึงตอบรับอย่างเสียไม่ได้

     “ชายพี มาแล้วหรือ” 

     “อ้าว พี่ชายใหญ่ มีอะไรหรือครับ”

     เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องก็พบผู้ชายอีกคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ชายตัวสูง หน้าตาหล่อเหลา ท่าทางดูสุขุมในชุดสูท และจัดแต่งผมอย่างดี เหมือนฝันที่เดินตามเข้ามาถึงกับชะงัก เมื่อเห็นว่าชายผู้นั้นมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับคุณชายพีรภัทรอยู่มาก

     “พี่แค่นำบัตรเชิญวันคล้ายวันเกิดของคุณย่ามาให้นายนำไปแจกเพื่อนๆของนายน่ะ …แล้วนั่น…” คุณชายภคภัทรเอ่ยบอกธุระของตนเสร็จ ก็มองเลยไปด้านหลังของพีรภัทรที่มีผู้ชายผิวขาว หน้าหวานยืนอยู่ คลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนเคยเห็นที่ไหน

     “นี่เหมือนฝันครับ ส่วนนี่คุณชายภคภัทรหรือพี่ชายใหญ่ พี่ชายฉันเอง” พีรภัทรแนะนำทั้งคู่ให้กันและกัน

     เหมือนฝันยกมือไหว้ภคภัทรจนลืมว่าตนนั้นถือปิ่นโตเถาใหญ่อยู่ พีรภัทรมองด้วยสายตาเอ็นดูอย่างปิดไม่มิดก่อนจะดึงปิ่นโตมาถือไว้เอง

     “สวัสดีครับคุณชายภคภัทร”

     “สวัสดีครับคุณเหมือนฝัน ได้พบกับเสียทีนะครับ”

     “อะไรนะครับ” เหมือนฝันถามทวนเมื่อไม่เข้าใจในสิ่งที่คนอายุมากกว่าพูด คุณชายภคภัทรไม่ตอบกลับหัวเราะเบาๆก่อนเดินมาหาคุณชายพีรภัทรกระซิบให้ได้ยินกันเพียงสองคน และดูท่าพีรภัทรจะหัวเสียอยู่เล็กน้อย

     “งามมากจริงด้วย สมแล้วที่นายเพ้อขนาดนั้น”

     “พี่ชายใหญ่ อย่ามาแกล้งผมหน่า ไปได้แล้วครับ”

    คุณชายใหญ่พยักหน้า ปิดปากกลั้นขำเมื่อเห็นท่าทีของน้องชาย อยากอยู่กับเหมือนฝันสองคนล่ะสิท่า ทำไมเขาจะดูไม่ออก

     “เช่นนั้นพี่กลับแล้วนะชายพี เจอกันที่บ้าน ผมไปก่อนนะครับคุณเหมือนฝัน”

     คนตัวขาวไหว้ลาคุณชายภคภัทรอีกครั้ง อีกฝ่ายรับไหว้แล้วหันไปโบกมือให้พีรภัทร คุณชายหมอทำหน้าเบื่อใส่พี่ชาย จะกลับไปอยู่แล้วยังไม่วายส่งสายตาล้อเลียนมาหาเขา

     “นั่งก่อนซี เธอทำอะไรมาให้ฉันบ้างหรือ” พีรภัทรผายมือให้อีกคนนั่งลงที่เก้าอี้โซฟาชุด พร้อมกันกับที่เขานั่งลงฝั่งตรงข้าม

     “มีแกงส้มกับไข่เจียวชะอมทอด ส่วนขนมเป็นช่อม่วงครับ”

     “ขนมช่อม่วงงั้นหรือ ฉันชอบมาก เธอรู้ได้อย่างไร” พีรภัทรบอกอย่างตื่นเต้นพลางแกะปิ่นโตด้วย ปากหยักยิ้มกว้างเมื่อเห็นขนมหน้าสวยงามจัดเรียงเป็นระบียบอยู่ภายในปิ่นโต

     “คุณชายชอบช่อม่วงหรือครับ ผมแค่ทำเพราะไม่รู้จะทำอะไร”

     “ขอบใจนะ ว่าแต่คิดอย่างไรถึงทำปิ่นโตมาให้ฉันล่ะ” คุณชายหมอเอ่นถามก่อนลุกขึ้นไปเทน้ำใส่แก้วนำมาให้เหมือนฝันและตัวเขา

     “เรื่องเมื่อวันก่อน..” คนตัวขาวพูดเสียงแผ่ว เป็นเรื่องยากที่จะพูดออกไปสำหรับเรื่องน่าอายเช่นนั้น “ผมขอบคุณเรื่องเมื่อวันก่อน ไม่รู้จะขอบคุณอย่างไร จะซื้อของให้คุณชายก็คงมีหมดแล้ว เลยทำอาหารมาให้แทน”

     “แล้วทำไมถึงขอบคุณฉัน” พีรภัทรมองอีกคนที่มีสีหน้าเหมือนอยากด่าเขาเต็มทีจนต้องยกมือบอกให้ใจเย็น “ประเดี๋ยวซี ฉันไม่ได้กวน ฉันถามเพราะไม่รู้จริงๆ”

     “เฮ้อ..” เหมือนฝันถอนหายใจ ปากหนักเกินจะพูด ฟันสวยขบริมฝีปากสีสดอย่างเขินอาย เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น “ผมขอบคุณ…ที่คุณชายไม่เอ่ยถามอะไร ขอบคุณ…ที่ปลอบผม แล้วก็ขอบคุณที่พาผมไปส่งที่บ้าน”

     พีรภัทรยิ้มออกมาเมื่อได้ฟังเหตุผลดังกล่าว ยิ่งเห็นเหมือนฝันพูดไปทั้งที่ไม่ยอมสบตาก็ยิ่งทำให้เขายิ้มมากกว่าเดิม

     เหมือนฝันหน้าตางดงาม สวยหวาน แล้วยังน่ารัก น่ารักไปเสียหมด ยิ่งเขินหูแดง แก้มแดงยิ่งน่ารัก

     “น่ารัก เธอน่ะน่ารัก” 

     คนตัวขาวสบตาอีกฝ่ายเมื่อได้ยินคำชม แต่ไม่ได้พูดอะไร เหมือนจะชินเสียแล้วที่พีรภัทรชอบโพล่งชอบออกมาตรงๆเช่นนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำเขาหน้าร้อนไม่น้อย

     “คุณชายทานเถอะครับ ประเดี๋ยวผมจะกลับแล้ว”

     “เธออยู่ต่ออีกนิดไม่ได้หรือ” พีรภัทรเอ่ยบอกอย่างอ้อนวอน เขารู้ดีว่าเหมือนฝันไม่มีเหตุผลให้อยู่ต่อ แต่เขามี “เถอะนะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วยหลังผ่าตัดเสร็จ”

     “คุยตอนนี้ไม่ได้หรือครับ สำคัญมากหรือเปล่า”

     “สำคัญมาก หากว่าคุยตอนนี้เวลาคงไม่พอ ต้องใช้เวลาพอสมควร”

     “…” หน้าตาจริงจังของอีกฝ่ายทำให้เหมือนฝันไม่กล้าขัด มองนอกหน้าต่างที่ใกล้ตะวันตกดินก็นึกห่วงน้องชาย แต่วันนี้จันทร์วาดไปอยู่กับป้าเพ็ญก็ทำให้พอโล่งใจไปได้ “เช่นนั้นคุณชายก็รีบทานเถิดครับ ประเดี๋ยวต้องไปทำงานต่อนี่ครับ”

     พีรภัทรยิ้มกว้างเมื่ออีกคนตกลงว่าจะอยู่รอ ก่อนลงมือรับประทานอาหารตรงหน้า ตาคมเบิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อแกงส้มที่เหมือนฝันทำมานั้นถูกปากเขา อร่อยกลมกล่อมยิ่งกว่าที่แม่บ้านในวังทำเสียอีก

     เหมือนฝันมองไปรอบห้องของคุณชายหมอ ในห้องถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ สะอาดสะอ้าน ทั้งยังมีกรอบรูปประดับไว้อย่างสวยงาม มีทั้งรูปของพีรภัทรเอง รูปรวมสามคนที่มีคุณชายพีรภัทร คนที่เขาเพิ่งพบเมื่อครู่อย่างคุณชายภคภัทรแและหญิงสาวหน้าตาสะสวยเหมือนดาราหนัง คงเป็นพี่สาวไม่ก็น้องสาวของคุณชายพีรภัทรเพราะหน้าตาดูคล้ายกันอยู่แม้จะไม่มากเท่าคุณชายใหญ่ รูปรวมอีกใบที่มีผู้หญิงมีอายุท่าทางดูใจดีแต่น่าเกรงขามนั่งอยู่ตรงกลางคุณชายคุณหญิงทั้งสาม ก่อนจะสะดุดเข้าที่รูปถ่ายของพีรภัทรและคุณชายดนัย ที่ข้างคุณชายดนัยนั้นมีอาคิราอยู่ด้วย

     “ที่คุณชายไม่ถามเพราะรู้เรื่องผมจากคุณอาคิราแล้วใช่ไหมครับ”

     พีรภัทรชะงัก เงยหน้าจากปิ่นโตมองเหมือนฝันที่เอ่ยถาม ตาสวยจ้องไปยังรูปถ่ายของเขาที่มีอาคิราอยู่ มือใหญ่วางช้อนลงแล้วดื่มน้ำตามอึกใหญ่

     “ฉัน…เพิ่งรู้เมื่อวานน่ะ แต่น้องอ้นบอกฉันเพียงว่า เธอเป็นพี่ชายของเขา ไม่ได้บอกอะไรไปมากกว่านี้ น้องอ้นอยากให้เธอเป็นคนเล่าให้ฉันฟังมากกว่า”

     เหมือนฝันก้มหน้าซ่อนดวงตาสวยเศร้าเมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากปากของพีรภัทร ก่อนจะกลับไปทำสีหน้าปกติ เงยหน้าแล้วยิ้มให้อีกฝ่ายเล็กน้อยแล้ว

     “ครับ ตามที่คุณอาคิราบอก ผมเป็นพี่ชายเขา แต่ผมไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเขา ก็แค่…” เหมือนฝันเว้นจังหวะแล้วสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ถ้าบอกไปนั่นหมายความว่าเหมือนฝันไว้ใจให้พีรภัทรเข้ามารับรู้เรื่องราวที่เขาไม่อยากบอกใคร

     “หากเธอลำบากใจก็ไม่เป็นไร ฉันรอได้” 

     สีหน้าลำบากใจของเหมือนฝันทำให้พีรภัทรลำบากใจไปด้วย เขาไม่อยากกดดันเพราะอย่างไรเรื่องราวระหว่างเหมือนฝันกับบ้านวริศสกุลก็ไม่ได้มีผลต่อความรู้สึกที่เขามีให้อีกคน

     เหมือนฝันมองมือใหญ่ที่กุมมือเขาไว้ หากในเวลาปกติเขาคงดึงมือออกหรือสะบัดหนีไปแล้ว แต่ในเวลานี้เขากลับรู้สึกอบอุ่น เหมือนกำลังโดนปลอบโยนด้วยความอบอุ่นจากมือที่กุมมือเขา

     ในขณะเดียวกันความไว้วางใจในตัวคุณชายพีรภัทรก็มากขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

     “คุณอาคิราเป็นน้องชายต่างแม่น่ะครับ”

     เหมือนฝันคิดเอาไว้ว่าจะเล่าให้อีกฝ่ายฟังเพียงคร่าวๆไม่ลงลึกถึงรายละเอียดมากนัก แต่สุดท้ายเขาก็เผลอเล่าไปเสียหมด ทั้งยังเล่าไปถึงในวัยเด็กที่โดนเพื่อนล้อว่าไม่มีพ่อจนมีเรื่องกัน เหมือนฝันเล่าไปขำไปเล็กน้อยแต่ถึงอย่างนั้นดวงตาสวยก็เก็บความเศร้านัยน์ตาไม่มิดเมื่อนึกถึงความเจ็บปวดในวันวาน

     คุณชายหมอขมวดคิ้วเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด มองใบหน้าสวยหวานตรงหน้า เหมือนฝันช่างเป็นคนที่น่าทึ่งและน่าชื่นชมสำหรับเขา อีกคนเก็บเรื่องราวทุกอย่างเอาไว้คนเดียว ไหล่เล็กๆนั่นต้องแบกความเสียใจ เศร้า ทุกข์ไว้ตั้งแต่เด็ก 

     จริงอยู่ที่เมื่อหลายสิบปีก่อนการมีภรรยาหลายคนไม่ใช่เรื่องผิด ท่านพ่อของเขาเองก็มีภรรยาถึงสองคน ถึงแม้พีรภัทรจะไม่เคยเห็นคุณแม่กับคุณแม่เล็กทะเลาะเบาะแว้งเหมือนในละครวิทยุเพราะเธอทั้งสองรักกันดี แต่ไม่ใช่ทุกครอบครัวจะเป็นแบบนั้น และไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่จะทำใจยอมรับให้สามีมีคนอื่น ยิ่งในกรณีของเหมือนฝัน คงไม่มีลูกคนไหนที่อยากเห็นแม่ของตัวเองเจ็บปวด เสียใจ อีกคนจะไม่พอใจคุณชายอาทิตย์คงไม่แปลก

     “อ่า ผมพูดเยอะไปแล้ว”

     “ไม่หรอก”

     พีรภัทรลูบมือขาวที่กำมือเขาแน่นระหว่างเล่าเรื่องราวในอดีต ดูเหมือนอีกคนจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำมือเขาแน่นมากแค่ไหน กลายเป็นว่าตอนนี้พีรภัทรและเหมือนฝันกำลังจับมือกันอยู่

     ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูพร้อมกับเปิดเข้ามา เป็นโฉมฉาย พยาบาลสาวใหญ่เมื่อครู่ เธอชะงักเมื่อเห็นภาพตรงหน้าก่อนยิ้มแล้วเอ่ยบอกธุระของเธอ

     “คุณชายคะ ได้เวลาแล้วค่ะ”

     “ขอบคุณมากครับคุณโฉม ประเดี๋ยวผมตามไป”

     เธอพยักหน้ารับแล้วหมุนตัวเดินออกไป ก่อนปิดประตูไม่วายส่งยิ้มหยอกมาให้คุณชายพีรภัทรไม่ต่างจากคุณชายใหญ่ เพียงแต่คุณชายหมอไม่ทันเห็นเพราะเอาแต่จ้องหน้าเหมือนฝัน

     “ฉันต้องไปทำงานต่อแล้ว” คนตัวสูงบอกอย่างเสียดาย เขายังอยากอยู่กับเหมือนฝันต่ออีดสักนิด “รอฉันนะ”

     “ครับ” เหมือนฝันตอบเท่านั้น ก่อนจะดึงมือออกแต่กลับเป็นพีรภัทรที่ไม่ยอมปล่อยมือ

     “หนังสือในห้องเธออ่านได้ทุกเล่ม เผื่อเธอเบื่อระหว่างรอ” คุณชายหมอเอ่ยบอก ยังคงจับมือเล็กไม่ปล่อย สายตาอาลัยอาวรณ์เสียจนเหมือนฝันอดหัวเราะไม่ได้

     “ไปได้แล้วครับคุณชาย” 

     พีรภัทรปล่อยมืออย่างจำใจ ลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ประตู ก่อนจะหยุดแล้วหมุนตัวเดินกลับมาหาเหมือนฝัน 

     คนตัวสูงโน้มตัวให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับเหมือนฝัน ใบหน้าที่อยู่ห่างกันไม่มากทำเอาเหมือนฝันตกใจจนตัวแข็ง ไม่เพียงเท่านั้นคุณชายพีรภัทรยังยกมือมาลูบหัวเขาอีก 

     “ฉันลืมบอก น้องเหมือนเก่งมากเลยนะครับ คนเก่ง”


     *****

     
     “เสร็จแล้วครับ ประเดี๋ยวพาคนไข้ไปห้องพักฟื้นได้เลย แล้วเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ขอบคุณทุกคนมากครับ” 

     คุณชายพีรภัทรเอ่ยบอกก่อนถอดชุดกาวน์สำหรับผ่าตัดออกแล้วเดินออกมา คนตัวสูงบิดตัวไล่ความเมื่อยนิดหน่อย มองเวลาที่ผ่านมาสักพักแล้วจึงรีบเดินกลับไปที่ห้องพักตน

     ก๊อก! ก๊อก! พีรภัทรเคาะประตูเป็นการส่งสัญญาณให้คนในห้องรับรู้ว่าเขากำลังจะเข้าไป แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ มือใหญ่ค่อยเปิดประตูแล้วยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเหมือนฝันนั้นฟุบหลับคาหนังสือไปเสียแล้ว

     อีกคนนั่งอยู่บนเก้าอี้สำหรับแขกแล้วฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงานเขา พีรภัทรยิ้มอย่างเอ็นดู แม้ยามหลับเหมือนฝันก็ยังคงงดงาม ปาก ตา จมูกนั้นสวยไปหมด 

     มือใหญ่เท้าคางมองคนที่กำลังหลับตา มืออีกข้างก็ปัดผมด้านหน้าที่ปรกลงมาอย่างเบามือเพราะกลัวว่าอีกคนจะตื่น แต่ไม่ทันไรเปลือกตาสีสวยก็ลืมขึ้นเสียแล้ว

     “คุณชายมาแล้วหรือครับ” เหมือนฝันถามด้วยเสียงงัวเงีย นั่นยิ่งทำให้พีรภัทรยิ้มกว้างกว่าเดิมเพราะความน่ารัก

     เมื่ออยู่กับเหมือนฝัน เขาไม่เห็นหนทางที่จะหยุดยิ้มได้เลย

     “ขอโทษที่ปล่อยให้รอนาน”

     “ไม่เป็นไรครับ แล้วเรื่องที่จะคุยล่ะครับ”

     พีรภัทรนิ่งค้างเมื่อได้ยินสิ่งที่อีกคนถาม เขาไม่รู้ว่าควรเริ่มอย่างไรหรือควรพูดสิ่งใดดี ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีคนรัก ผู้ชายอายุสามสิบอย่างเขาก็ต้องมีบ้าง ตอนอยู่อังกฤษเขามีคนที่คบด้วยอยู่บ้าง เพียงแต่ไม่เคยมีใครทำให้เขาชอบได้มากเท่าเหมือนฝัน ไม่สิ เหมือนฝันเป็นคนแรกต่างหากที่เขารัก 

     เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้หลงใหลอีกคนนัก ครั้งแรกที่พบอาจเป็นเพราะความงามก็คงใช่ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้จบเพียงเท่านั้น เขาอยากรู้จักและคิดถึงใบหน้าชวนฝันมากขึ้นเรื่อยๆจนเก็บไปคิดหัวยุ่งอยู่หลายวัน

     พิษของความรักช่างน่ากลัวยิ่งนัก

     “เธอว่าแหวนวงนี้สวยไหม” คุณชายหมอถามพร้อมกับถอดสร้อยที่มีแหวนเงินคล้องอยู่มาวางตรงหน้าเหมือนฝัน

     “สวยดีครับ” เหมือนฝันตอบแล้วมองแหวนเงินเกลี้ยงธรรมดา ไม่มีลายอะไร เรียบๆแต่สวย “ทำไมหรือครับ”

     “เธอ..เธอ..” พีรภัทรนึกหงุดหงิดตัวเองที่ไม่สามารถพูดได้ดั่งใจคิด อยากถามว่าเหมือนฝันอยากได้แหวนวงนี้ไหม หากเขาให้จะรับไว้ได้หรือไม่ แต่ปากก็ดูจะหนักเกินพูด

     “…” เหมือนฝันมองคุณชายหมอที่ดูอ้ำอึ้งกว่าปกติ แต่เขาก็ไม่ได้เร่งหรือเค้นแต่อย่างใด ก่อนนึกบางอย่างออก “จริงซี ก่อนหน้าคุณชายดนัยมาหาคุณชายที่ห้องแต่คุณชายไม่อยู่ เธอมาเพียงครู่ หยิบซองนั้นแล้วก็ออกไปครับ”

     เหมือนฝันชี้ไปที่ซองสีเหลืองอ่อนบนโต๊ะของพีรภัทร คนตัวสูงมองตามก็พบบัตรเชิญร่วมงานวันคล้ายวันเกิดของหม่อมย่าที่พี่ชายใหญ่นำมาให้เมื่อเย็น

     “เธอรับไปซี” พีรภัทรว่าแล้วยื่นซองให้ “บัตรเชิญวันคล้ายวันเกิดหม่อมย่าน่ะ เธอมาด้วยซี ในฐานะแขกของฉัน”

     “ไม่ดีกว่าครับ ผมขอบคุณ” เหมือนฝันปฏิเสธในทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย งานแบบนั้นไม่เหมาะกับเขา และเหมือนฝันก็ไม่มีความคิดที่จะไปด้วย

     “ทำไมเล่า ไปเถิด” คนตัวขาวยังคงยืนกรานปฏิเสธ ก่อนเขาจะคิดอะไรดีๆออก “เธอเต้นรำเป็นไหม”

     “ไม่ครับ ไม่มีความจำเป็น” เหมือนฝันตอบอย่างตรงไปตรงมา

     มือใหญ่เก็บสร้อยคล้องแหวนของตนเข้ากระเป๋ากางเกงแล้วลุกขึ้นแบมือมาตรงหน้าเหมือนฝัน

     “ยื่นมือมาซี”

     “ทำไมหรือครับ” เหมือนฝันถาม คิ้วเล็กเลิกขึ้นอย่างสงสัย

     “ฉันจะสอนเธอเต้นรำ” 

     “ไม่ดีกว่าครับ ผมเต้นไม่เป็น จะเผลอเหยียบเท้าคุณชายให้เจ็บเสียเปล่าๆ” คนตัวขาวบอกปัดแล้วหันหน้าหนีแต่คุณชายพีรภัทรก็ยังคงยื่นมือตามไป

     “มาเถิดหน่า ฝึกเอาไว้ วันหนึ่งเธออาจจะได้ใช้วิชาก็ได้ ใครจะไปรู้”

     “ไม่มีหรอกครับ ผมไม่มีความจำเป็นต้องไปเต้นรำที่ไหน ฝึกไปก็เท่านั้น”

     “มีซี ฝึกไว้…เต้นรำกับฉัน” 

     เหมือนฝันมองอีกฝ่ายที่ส่งยิ้มมาให้ ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด 

     “ได้โปรด ให้เกียรติเต้นรำกับผมสักเพลงนะครับคุณเหมือนฝัน

     เสียงทุ้มเอ่ยบอกอีกครั้ง น้ำเสียงอบอุ่น รอยยิ้มจากอีกฝ่ายทำเอาหัวใจของเหมือนฝันเต้นแรงอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนจะวางมือลงบนมือใหญ่เป็นการตอบรับคำขอเต้นรำจากพีรภัทร
     เหมือนฝันยืนประจันหน้ากับคนตัวสูงกว่า เงยหน้ามองอีกฝ่ายจึงรับรู้ได้ถึงความใกล้ชิด ก่อนจะก้มหน้าลงมองเท้าตนเอง

    “เงยหน้าซี ถ้าหากก้มหน้าท่าจะไม่สง่า” พีรภัทรบอก ก่อนจัดแจงจับมือขวาของอีกคนยกขึ้นระดับไหล่ จับมือซ้ายของเหมือนฝันวางบนไหล่ตน ก่อนที่มือใหญ่จะวางลงบนแผ่นหลังของคู่เต้นรำจนอีกคนสะดุ้ง “ฉันขออนุญาตนะ”

     เมื่ออยู่ในท่าพร้อมเต้นรำแล้ว เหมือนฝันก็พบว่าตัวเขาและคุณชายพีรภัทรนั้นอยู่ใกล้กันยิ่งเสียกว่าเมื่อครู่จนเขาแอบกลั้นหายใจ ไม่ต่างจากพีรภัทรที่เมื่อได้ชมความงดงามใกล้กว่าครั้งใดก็ยิ่งรู้สึกถึงก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของเขากำลังทำงานหนัก

     “ทีนี้ ฉันจะก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า เธอก้าวเท้าขวาไปข้างหลังพร้อมๆกันเป็นการนับหนึ่ง ฉันก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า เธอก้าวเท้าซ้ายไปข้างหลังนับสอง ฉันก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าอีกครั้ง เธอก็ก้าวขวาไปข้างหลังนับสาม แล้วใช้ปลายเท้าซ้ายแตะข้างเท้าขวาเป็นนับสี่ แล้วเธอก็ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าทำสลับกับเมื่อครู่โดยนับสี่จังหวะเท่ากัน พอเข้าใจใช่ไหม”

     เหมือนฝันพยักหน้าก้าวเท้าตามที่อีกฝ่ายบอก โดยมีคุณชายพีรภัทรช่วยนับจังหวะเป็นตัวช่วย 

     “ใช่ อย่างนั้น เก่งมาก”

     พีรภัทรยิ้มเมื่อเห็นว่าอีกคนก้มหน้ามองปลายเท้าที่ขยับไปตามจังหวะ ฟันขาวขบกับปากสีสวยอย่างลุ้นๆ จนใบหน้าสวยหวานเงยหน้าขึ้นมาเมื่อจำจังหวะได้ ดวงตาสวยสบเข้ากับตาคมที่มองอยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าที่ห่างกันเพียงคืบทำเอาเหมือนฝันตกใจจนเผลอเหยียบเท้าอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง

     “โอ๊ย!”

     “คุณชาย! ผมขอโทษ คุณชายเจ็บมากไหมครับ” เหมือนฝันเอ่ยถามอย่างรู้สึกผิด

     “ไม่เป็นไร ฉันไม่เป็นไร เต้นต่อเถอะ” พีรภัทรบอกปัด ยิ้มแหยให้คนตัวขาวเพราะไม่อยากให้อีกคนรู้สึกผิด

     ร่างเพรียวบางกลับมาอยู่ในอ้อมแขนของคนตัวสูงอีกครั้ง พีรภัทรยังคงช่วยนับจังหวะเหมือนเคย เหมือนฝันเริ่มชินกับจังหวะโดยไม่ต้องก้มหน้ามองเท้า เขาวางสายตาที่มือของตนที่วางอยู่บนไหล่ของอีกฝ่ายแทนการมองหน้า เลี่ยงการสบตากับพีรภัทรนั้นดีที่สุด

     “ทีนี้เธอลองหมุนตัวดูนะ” คุณชายหมอบอกพร้อมกับจับมือเหมือนฝันขึ้นเล็กน้อยให้อีกคนหมุนตัวไปทางด้านขวา ก่อนกลับมาอยู่ในท่าทางเดิมอีกครั้ง “เก่งจริงเชียว เรียนรู้เร็วนะ”

     “ขอบพระคุณครับ” เหมือนฝันยิ้มรับคำชมจากอีกฝ่าย เท้าเล็กยังคงก้าวไปตามจังหวะ แม้ไม่มีเสียงเพลงมีแต่เสียงรองเท้าจากคนทั้งคู่เขาก็ไม่รู้สึกประหลาดแต่อย่างใด

     “หมุนตัวอีกทีซี” พีรภัทรบอกแล้วยกมือขึ้นให้อีกคนหมุนตัวอีกครั้ง ในจังหวะที่ปล่อยมือจากแผ่นหลังของเหมือนฝัน มือใหญ่ก็ล้วงเอาสร้อยแหวนออกมา 

     เหมือนฝันนิ่งค้างเมื่อหมุนตัวกลับมาพบแหวนวงเมื่อครู่ของคุณชายพีรภัทรอยู่ตรงหน้า ตาสวยสั่นไหวปล่อยมือจากอีกฝ่ายในทันที

     “หมายความ…ว่าอย่างไรกันครับคุณชาย”

     “หมายความว่า เธอจะช่วยรับแหวนวงนี้ไปได้หรือไม่”
     ขาเรียวก้าวถอยหนีทันทีที่ได้ยินคำพูดจากคุณชายตัวสูง ทั้งตกใจและทำตัวไม่ถูก ท่าทางลังเล เหมือนกำลังคิดหนักของเหมือนฝันทำให้พีรภัทรต้องรียอธิบายให้อีกคนฟัง

     “เธอแค่รับมันเพียงเท่านั้น ฉันยังไม่ได้ขอเธอแต่งงาน ยังไม่ถึงเวลา” ประโยคสุดท้ายพีรภัทรพึมพำกับตัวเอง

     “ผมต้องขอประทานโทษคุณชายด้วย ผมคงรับไว้ไม่ได้” เหมือนปฏิเสธอย่างไม่คิด ทำเอาพีรภัทรหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย

     “แค่รับเอาไว้ก็ไม่ได้หรืออย่างไร เถอนะเหมือนฝัน แหวนนี้สำคัญกับฉันมาก” คุณชายหมอบอกอย่างอ้อนวอน

     “ถ้าหากสำคัญผมยิ่งรับไว้ไม่ได้ คุณชายเก็บไว้ให้คนที่เหมาะสมเถิดครับ”

     “จะมีใครเหมาะสมไปกว่าคนที่ฉันรักอีกหรือ”

     เหมือนฝันชะงัก มองหน้าคุณชายหมอที่ส่งสายตาอ้อนวอนมาให้ ใบหน้าที่แสดงออกว่าตั้งใจพูดไม่ได้เผลอหลุดปาก น้ำเสียงจริงจังไม่ได้เย้าเล่นเหมือนทุกทีทำให้เขาทำตัวไม่ถูกได้แต่ยืนตัวแข็งอยู่อย่างนั้น

     ขายาวก้าวเข้ามาหา หัวใจสองดวงของคนทั้งคู่เต้นไม่เป็นจังหวะขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาทั้งสองสบกัน มือใหญ่ค่อยๆสวมสร้อยที่มีแหวนเงินคล้องอยู่ลงบนลำคอสวย ใบหน้าห่างกันเพียงมือกั้น ลมหายใจอุ่นเป่ารดแก้มขาวของเหมือนฝัน มองริมฝีปากสีสวย คนตัวสูงโน้มใบหน้าเข้าหาคนสูงน้อยกว่า จุดหมายคงมีแค่ปากบางตรงหน้า

     แปะ!

     พีรภัทรหลุดขำเล็กน้อยเมื่ออีกคนยกมือขึ้นมาปิดปากตนอย่างดังจนเหมือนตบหน้าตัวเองเสียมากกว่า ตาสวยเบิกโตราวกับแมวตัวน้อยกำลังขู่ คุณชายหมอยิ้มอย่างเอ็นดู คิดว่าแค่นี้จะหยุดเขาได้หรือ

     ปากหยักแตะริมฝีปากลงบนมือขาวที่ใช้ปิดปากตน ผละออกแล้วจูบมือขาวซ้ำๆอยู่สามสี่ครั้ง จนตาสวยเบิกกว้างขึ้นกว่าเดิม หน้าขาวใสรู้สึกร้อนราวกับทำขนมอยู่หน้าเตาก็ไม่ปาน

     “ให้ฉันไปส่งเธอนะ”


     *****


     เสียงรถเครื่องคู่ใจของคุณชายพีรภัทรดังขึ้นในความมืด ตลอดทางไม่มีเสียงพูดคุยใดๆจากทั้งคู่ หรือหากพูดให้ถูก เหมือนฝันนิ่งเงียบตั้งแต่โดนสารภาพรักแล้ว ราวกับโดนขโมยเสียงไปเสียอย่างนั้น เขินอายจนพูดไม่ออก อีกทั้งยังมือใหญ่ของพีรภัทรที่กุมมือเขาไม่ปล่อยอีก

     ลมเย็นๆก็ไม่สามารถช่วยอะไร เหมือนฝันรู้สึกหน้าเขาร้อนจนจะระเบิดอยู่รอมร่อ

     เมื่อถึงบ้าน คนตัวขาวก็รีบก้าวลงจากรถอย่างไว เตรียมหมุนตัวเดินเข้าบ้านแต่ก็โดนมือใหญ่ดึงไว้ก่อน

     “ประเดี๋ยวซี จะไม่บอกฝันดีฉันหน่อยหรือ” พีรภัทรถาม
     เหมือนฝันเบ้ปากใส่อีกฝ่ายที่ดูท่ามีความสุขเสียมากมาย ใบหน้าไม่เคยห่างรอยยิ้ม ตาคมนั่นก็ยิ้มจนตาเกือบปิดเสียหมด

     “อ้าว เหมือน มาแล้วหรือ” 

     เสียงของผู้มาใหม่เอ่ยถาม เหมือนฝันหรี่ตาลงเมื่อผู้ชายคนนั้นเดินอยู่ในความมืด เขามั่นใจว่านั่นเป็นเสียงของเมธีเพื่อนเขาแน่ๆ แต่รูปร่างแปลกไปจากทุกที เมื่อเดินมาที่พอมีไฟ คนตัวขาวก็หลุดขำเมื่อเห็นว่าจันทร์วาดนอนหลับคอพับอยู่บนหลังเพื่อนตัวใหญ่

    “ดีเลย เปิดประตูให้หน่อยซี” เมธีบอกก่อนสังเกตเห็นว่ามืออีกข้างของเพื่อนถูกคุณชายหมอกุมอยู่ “หากคุณชายจะกรุณา ช่วยปล่อยมือเพื่อนผมสักครู่ให้เขาเปิดประตูให้หน่อยได้หรือไม่ครับ จันทร์ตัวเบาก็จริง แต่หากอุ้มนานเข้าผมก็จะไม่ไหวเอาน่ะครับ”

     เมื่อได้ยินคำนั้นมือขาวก็รีบดึงมือออกก่อนกุลีกุจอไปเปิดประตูรั้วให้เพื่อน น้ำเสียงล้อเลียนจากเมธียิ่งทำให้เหมือนฝันเขินอายจนอยากมุดหน้าลงดินจะแย่

     “ขอบใจ ไปคุยต่อเถิด” พูดจบเมธีก็ดินเข้าบ้านไป
     เหมือนฝันหันหน้ามาหาคุณชายหมอ เก้กังทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรเริ่มพูดอย่างไร ราวกับลืมวิธีพูดไปเสียหมด

     “เหมาะกับเธอดีนะ” พีรภัทรชี้ไปที่สร้อยแหวนเงินบนคออีกคน

     “ผม… ผมจะรับฝากไว้ก่อนนะครับ” เหมือนฝันว่า “หากคุณชายอยากได้คืนเมื่อไหร่ก็มาขอคืนได้เสมอ”

    “เช่นนั้นฉันคงได้ฝากไว้กับเธอตลอดชีวิต”

    “ค..คุณชายรีบกลับเถิดครับ ดึกมากแล้ว” เหมือนฝันบอก พยายามหลีกเลี่ยงบทสนทนาที่อีกฝ่ายพูดเหมือนเป็นการจีบเขากลายๆ

    “กลับก็ได้ แต่เธอจะไม่บอกฝันดีฉันหน่อยหรือ” คุณชายตัวสูงถามอย่างออดอ้อน แต่เหมือนฝันมองว่าอีกคนกวนประสาทเสียมากกว่า

    “ไม่ครับ”

    สิ้นคำเหมือนฝันก็หมุนตัวเดินเข้าบ้าน ปล่อยให้คุณชายพีรภัทรหน้าบูดบึ้งอยู่คนเดียว ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มกว้างจนตาปิดเมื่อคนตัวขาวเปิดประตูรั้วออกมาอีกครั้ง แม้จะยื่นหน้ามาให้เห็นเพียงเสี้ยวก็ตาม

     “ฝ..ฝันดีครับ กลับดีๆนะครับ”

     “เธอก็ฝันดี อย่าลืมฝันถึงฉันด้วยล่ะ”

     คืนนี้พีรภัทรคิดว่าเขาคงฝันดี ฝันหวานมากกว่าคืนไหนๆ



     *****



     หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบต้น ตัวใหญ่ ผิวคล้ำ ท่าทางเอาเรื่องเดินเข้ามาในคฤหาสน์หลังโต เหล่าลูกน้องต่างทำความเคารพลูกพี่ใหญ่เมื่อเดินผ่าน

     มือหยาบเคาะประตูห้องสองสามทีเพื่อส่งสัญญาณให้คนข้างในรับรู้ ก่อนจะได้รับอนุญาต

     “เข้ามา”

     “สวัสดีครับท่าน” หนุ่มใหญ่ยกมือไหว้ชายมีอายุที่ข้างกายมีหญิงสาวรุ่นลูกกำลังนัวเนียอยู่ ก่อนจะรายงานความคืบหน้าสิ่งที่ได้รับมอบหมาย “คุณเหมือนฝันถึงบ้านอย่างปลอดภัยครับ วันนี้คุณชายพีรภัทรไปส่งเธอที่บ้านเพราะเมื่อช่วงเย็นเธอไปหาคุณชายที่โรงพยาบาลมาครับ”

     “ไอ้คุณชายนั่นอีกแล้วเรอะ! น่ารำคาญจริง! จับตาดูไว้ หากสบโอกาสเมื่อไหร่ก็พาเหมือนฝันมาหาฉันให้ได้!”

     “ครับท่าน”

     “ท่านคะ อย่าหงุดหงิดซี มามะหนูจะช่วยให้คลายโมโห” 

     “ได้ซีจ๊ะ ออกไปได้แล้ว” 

     หนุ่มใหญ่พยักหน้ารับ เดินออกมาเมื่อเห็นว่าคนในห้องเริ่มปลดผ้าไม่อายฟ้าดินหรือแม้แต่เขา เมื่อปิดประตูสนิทก็ต้องชะงักเมื่อพบคุณนายใหญ่ของบ้านยืนอยู่หน้าห้องด้วยสีหน้าไม่ดีนัก พลางคิดว่าเธอคงเจ็บช้ำน้ำใจที่สามีกำลังเริงรักกับหญิงอื่น ก่อนยกมือไหว้แล้วขอตัวลา

     คุณนายสมรกัดปากอย่างใช้ความคิด ชื่อของคนที่ไม่ควรที่หลุดออกมาจากปากของสามีตน ทั้งที่เธอเคยบอกไปแล้วแท้ๆว่าห้ามยุ่งกับเหมือนฝัน แต่อีกฝ่ายก็ไม่ฟัง

      เธอจะช่วยเหมือนฝันอย่างไรดี





*****





ดวงใจในฝัน – ชรินทร์ นันทนาคร



เรฟการแต่งตัวของเหมือนฝัน




สวัสดีค่ะ หายไปพักใหญ่ๆ ยังคงแต่งอยู่ตลอดนะคะแม้จะช้าไปนิด(?) ขอบคุณทุกคอมเมนต์ทั้งในเว็บและในแท็กมากนะคะ เราเห็นและอ่านทั้งหมด รู้สึกขอบคุณมากๆที่ติดตามกัน เรายังบกพร่องเรื่องการเขียนอยู่มาก ยังคงต้องปรับปรุงอีกเยอะ ผิดพลาดตรงไหนต้องขอโทษด้วยนะคะ

มาที่ฟิกของเรา อย่างที่บอกไปในทอล์คตอนที่แล้วว่าเรื่องนี้จะมีไม่กี่ตอนเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ก็ดำเนินมาครึ่งเรื่องได้แล้วค่ะ (ไวไปไหมนะ๕๕๕) แต่ก็ยังมีปมอีกนิดหน่อย ยังไงก็ฝากติดตามกันไปจนกว่าจะจบด้วยนะคะ♡



#เหมือนดั่งฝัน



๒๖/๐๕/๒๕๖๓


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

565 ความคิดเห็น

  1. #536 My_Story_not_you (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 19:22

    รออ่านเสมอค้าบ

    #536
    0
  2. #535 LINGLINGGG69 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 13:43
    รออ่านเสมอค่า ขอบคุณมากๆนะคะ ตอนนี้มีแต่คำว่าน่ารักๆๆๆๆๆๆๆ เขินแก้มจะแตกแล้วค่ะ😳❤️
    #535
    0
  3. #534 sxpans (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 11:34
    เหมือนฝันนี่ปากไม่ตรงกับใจจริงๆ น้าา บอกกับคุณชายหมอว่าไม่ได้ตั้งใจทำช่อม่วงแต่ความจริงตั้งใจทำให้ ฮั่นแน่!
    แต่แบบตอนนี้คุณชายหมอของเรานี่ไม่แผ่วเลยนะฮะ กี๊ดดดดดดดดด y________y แรงมากนะ แรงที่สุด เขินตอนที่เค้าอยู่ด้วยกันมากๆๆๆๆ โดยเฉพาะซีนที่กำลังจะจูบแล้วน้องเอามือปิดปากนี่มัน ไม่ไหวนะจริงๆ ;_____;
    รอติดตามนะคะะะ
    #534
    0
  4. #533 little girl (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 08:45
    คุณชายให้แหวนน้องขนาดนี้แล้ว อย่าลืมไปจัดการคู่หมั้นคู่หมานด้วยนะ ไม่อยากให้น้องเสียใจอีกแล้ว
    #533
    0
  5. #532 ZanickyZ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 00:32
    ยังรออยู่เสมอเลยนะคะ น้อเหมือนนี่น่ารักจังเย เขินขนาดนั้น พี่หมอคงจะรุกหนักขึ้นเรื่อยๆๆ เห้ยยยยยใจฉันสั่นไหว
    #532
    0
  6. #531 chockypeach (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 09:04
    คุณชายยย ในที่สุดก็ได้บอกรักสักทีนะ คิดถึงเรื่องนี้มากๆๆเลยค่ะ
    #531
    0
  7. #530 milinnita (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 23:40

    คุณชายรุกหนักไปแล้วมั้ย น้องเหมือนหาจังหวะเขินไม่ถูกแล้วเธอออออออออ ปล.นายพี่เมธี! ฉันรู้ ฉันเห็น ฉันจับตาดูเธออยู่ อย่าทำไรน้องจันทร์นะ!

    #530
    0
  8. #529 yxxxkx (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 23:31
    โอเคฉันรอดมาได้ ยังมีชีวิตอยู่ นึกว่าจะเขินตายซะแล้ว
    #529
    0
  9. #528 yxxxkx (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 23:12
    ต้องพักก่อนเลย เหมือนจะหมดลมหายใจ ฉันเขินมาก เขินมากกว่าใดๆ แต่คงน้อยกว่าเหมือนฝัน อ๊ากกกกกกกกกก เขินๆๆๆๆๆ
    #528
    0
  10. #527 พีพีวาย (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 14:28
    ช็อตน้องปิดปากตัวเองดังแปะคือเอ็นดูไม่ไหวว แอแงงยัยหนูรักนงลสงวนตัวมาก ส่วนคุณชายนั้นเจ้าเล่ห์รักแต่ให้อภัยเพราะรักลูกชั้นน
    #527
    0
  11. #526 KissCYeol (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 08:36
    สำหรับตอนนี้นะคะ.... ดิฉันอยากจะมีน้องเหมือนฝันเป็นของตัวเอง อะไรมันจะน่ารักได้ขนาดนี้ ไม่ตอบรับความรักนะแค่รับฝากแหวนไว้เท่านั้นเอ๊งงงงงง ปล.เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #526
    0
  12. #525 puroi1113 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 04:57
    คุณชายพี คุณมันก็แค่คนคลั่งรักเท่านั้นแหระ เชอะ! 55555555 แต่น้องเหมือนน่ารักจังเลย จะไม่ทนนนน ฮรุกกก
    #525
    0
  13. #524 nonny_popo (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 02:49
    น่ารักมากๆเลยค่ะ
    #524
    0
  14. #523 Chaneahun (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 01:58
    เขินฉากจุ๊บมือจังเลยยยย
    #523
    0
  15. #521 Qbnteal♥ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 23:48
    เป็นตอนที่ยาวมากกกกกก ไรท์สุดยอดมากค่ะ เป็นกำลังใจให้เน้อ มีให้แหวนด้วย ใจบางหมดแร้ว T—T ขำตอนน้องไม่ให้จูบอ่า5555555555
    #521
    0
  16. #520 My_Story_not_you (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 23:12

    แง้งงงง น่ารักกกก คุณชายเนี่ยคลั่งรักเหมือนกันนะคะเนี่ยยยย

    #520
    0
  17. #519 EMO_TUNG (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 22:20
    อย่างคุณชายพี่นี่เค้าเรียกว่า "คลั่งรัก" ค่ะ พี่ชายใหญ่ แอแงงงงงง น้องเหมือนน่ารักมากเลยยย ขอน้องได้ไหมคุณชายยย
    #519
    0