SF/OS : Our Story #BinMin #NenNyeon

ตอนที่ 28 : เหมือนดั่งฝัน | บทที่สาม : รักคุณเข้าแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 455
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    20 เม.ย. 63







     บทที่สาม



     ในเวลาตะวันใกล้ลับขอบฟ้า ร่างเพรียวบางๆลงจากรถสามล้อ ยื่นเงินให้ก่อนเดินเข้าทางบ้าน มองรอบข้างที่เคยเต็มไปด้วยหญ้าขึ้นสูงแต่บัดนี้กลับโล่งเตียนเพราะเพื่อนรักอย่างเมธีและคุณชายหมอพีรภัทรที่ช่วยกันตัดออกไปจนหมด

     คิดแล้วน่าขัน หลังจากที่ท่านสมบัติบุกมาบ้านเขาคราวก่อน ทั้งคุณชายพีรภัทรและเมธีต่างแวะเวียนมาบ้านเขาบ่อยขึ้น

    ในด้านของเมธีนั้นไปมาหาสู่กับบ้านเขาเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่คุณชายพีรภัทรนั้นไม่อาจทราบสาเหตุ อีกฝ่ายมีข้ออ้างนับสิบ ทั้งเพิ่งเลิกงานที่โรงพยาบาลแล้วหิว ขอแวะทานข้าวเพราะบ้านเขาอยู่ใกล้โรงพยาบาล มาช่วยเขาทำขนมและขอซื้อกลับไป อ้างว่าหม่อมย่าเฟื่องฟ้าของตนนั้นชอบทานขนมไทย ทั้งเอ่ยปากว่าจะสอนหนังสือจันทร์วาดและอีกมากมาย 

    แต่เหตุผลที่เหมือนฝันไม่กล้าปฏิเสธมากที่สุดคงเป็นเพราะคำว่า เป็นห่วง ที่ออกมาจากปากของคุณชายหมอ

     และวันนี้ก็เช่นกัน เหมือนฝันมองรถจักรยานยนต์สีดำวาวที่คุ้นตามาจนเข้าสัปดาห์ที่สามแล้วส่ายหัวเล็กน้อย 


     “เป็นหมอว่างขนาดนี้เชียวหรือ”

     “เจ้าเหมือนเอ้ย”

     “ป้าเพ็ญ กลับมาจากเชียงใหม่แล้วหรือครับ” เหมือนฝันเอ่ยทักผู้หญิงวัยสี่สิบปลาย ยกมือไหว้ก่อนจะถามไถ่กลับ

     “กลับมาเมื่อเที่ยงนี้ล่ะ เอ็งล่ะไปในเมืองมารึ”

     “ครับ ไปส่งขนมมา ต้องทำไปส่งพรุ่งนี้อีก ป้าเพ็ญเอาไปกินบ้างไหมครับ ผมทำไว้เยอะเชียว”

     “ป้าขอบใจ แต่เอ็งเก็บไว้ให้เจ้าจันทร์เถอะ รายนั้นกินขนมเก่งกว่ากินข้าว ตัวถึงได้จ่อยแบบนั้น เอ็งเข้ามาก่อนมาเอาของฝาก ป้าซื้อน้ำพริก แคปหมู ไส้อั่วมาเพียบ”


     แม้อยากปฏิเสธด้วยความเกรงใจ แต่หากทำแบบนั้นเขาคงโดนป้าเพ็ญดุเข้าให้และคงบ่นน้อยใจ เหมือนฝันจึงเดินตามคนอายุมากกว่าเข้าไปในบ้าน

     เหมือนฝันมองไปรอบๆ บ้านยังดูสะอาดแม้ไม่มีคนอยู่เกือบค่อนเดือน ก่อนจะสะดุดกับรูปถ่ายขาวดำที่เก่าไปตามกาลเวลาแต่ถูกใส่กรอบไว้อย่างดีแล้วยกยิ้ม 

     รูปถ่ายวัยเยาว์ของแม่ ป้าเพ็ญ เถ้าแก่เหมิงพ่อของเมธีและป้าสมร ไม่สิ ต้องเป็น…


     “แล้วในเมืองเป็นอย่างไรล่ะ เห็นนังบัวมันบอกว่าทหารเต็มเลยเรอะ เห็นมันว่าจับกลุ่มคุยกันหน่อยเดียว ทหารก็เดินมาไล่” เสียงของเพ็ญตะโกนถามมาจากในครัว 

     “ไม่รู้ซีครับเรื่องนั้น แต่ทหารมีเยอะอยู่ครับ เยอะกว่าปกติ” เหมือนฝันตอบ


     มือขาวลูบเบาๆที่ใบหน้าของผู้เป็นแม่ สวย ยังคงสวยไม่เคยเปลี่ยน หญิงสาวผิวขาวตาชั้นเดียวแต่กลมโต มีแก้มเล็กน้อยตามวัย การแต่งกายและทรงผมตามสมัยยิ่งทำให้แม่ของเขาสวยงามมากกว่าใคร

     แม่ภาขวัญของเขายังคงงดงามเสมอ แม้ในวันสุดท้ายของชีวิต


     “ก็อย่างว่าแหละนา..” เพ็ญดึงรูปถ่ายจากมือเหมือนฝันออก นำกลับตั้งไว้ที่เดิม ก่อนจะถอนหายใจแล้วถามเด็กที่เขาเห็นมาตั้งแต่อยู่ในท้องเพื่อนสนิท “นังบัวบอกว่าไอ้ท่านสมบัติมันบุกมาหาเอ็งถึงบ้านเชียวหรือ”

     “…” เหมือนฝันไม่ตอบ ไม่อยากแม้แต่จะพูดถึง แต่สำหรับคนที่เลี้ยงดูมากับมืออย่างเพ็ญนั้นมองสีหน้าของคนเด็กตรงหน้าออกว่ารู้สึกอย่างไร คิดแล้วได้แต่คับแค้นอยู่ในอก

     “ไอ้นั่นก็แก่แล้วไม่รู้จักแก่ อยากจะเอาเด็กๆไปเป็นเมียอยู่ได้ แล้วนี่อย่างไร เมียมันไม่ห้ามบ้างรึ! นังสมรมันไม่มีปากมีเสียงเลยหรือย่างไร อยากให้หลานไปเป็นเมียน้อยผัวมันเป็นขี้ปากชาวบ้านนักหรือ!” 

     “เรียกแบบนั้นไม่ได้นะครับป้าเพ็ญ ใครมาได้ยินเข้าจะเป็นเรื่อง”

     “จะเป็นเรื่องก็เป็นซีวะ! ถึงจะไม่ใช่พี่น้องสายเลือด แต่ก็คล้าย นังสมรมันเลี้ยงเอ็งมากับข้า สนิทกับภาขวัญตั้งแต่เป็นสาว พอได้ดิบได้ดี เป็นคุณหญิงคุณนาย มันจะลืมกำพืด ลืมคนให้ข้าวให้น้ำให้ที่ซุกหัวนอนในวันที่มันลำบากอย่างภาขวัญนะเรอะ!” 


    เหมือนฝันก้มหน้าเมื่อได้ฟังสิ่งที่เพ็ญพูด ตั้งแต่จำความได้ เขามักจะเห็นแม่ ป้าสมร ป้าเพ็ญและเถ้าแก่เหมิงไปมาหาสู่กันเสมอ แม่เคยเล่าให้ฟังตั้งแต่เขายังเด็กว่าเคยทำงานร้านตัดเสื้อด้วยกันกับป้าเพ็ญ และเหตุบังเอิญทำให้ได้เจอกับป้าสมร

     ในตอนนั้น สมรไม่มีที่พึ่ง ไม่มีที่อยู่ ไม่มีแม้กระทั่งพ่อแม่ ภาขวัญเห็นใจจึงให้มาอยู่ด้วยกัน จนวันหนึ่งสมรได้พบรักกับเศรษฐีจึงย้ายออกไป จากนั้นก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน เหมือนฝันไม่ค่อยรู้ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่นัก ในความทรงจำของเขา ป้าสมรเป็นคนเงียบๆแต่ใจดี เขาอยู่กับสมรแทบตลอดเวลาเพราะเธอทำอาหารและขนมอร่อย เล่านิทานก็เก่ง วันสุดท้ายที่เธอเก็บของออกไปจากบ้าน เขาเห็นเธอร้องไห้กับแม่ พูดขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนเข้ามากอดเขาแน่นเดินออกไปพร้อมกับน้ำตา 

     จนเวลาผ่านไป เหมือนฝันได้พบเธออีกครั้งบนหน้าหนังสือพิมพ์ในฐานะภรรยาของผู้อิทธิพลอย่างท่านสมบัติ


     “มีคนบอกว่าป้า- คุณนายสมรเธอล้มป่วย…เพราะผม”

    “เหลวไหล! นังสมรมันจะไปล้มป่วยเพราะเอ็งได้อย่างไร!!” เพ็ญว่าอย่างไม่พอใจ ยิ่งเห็นหน้าเหมือนฝันก็ยิ่งรู้สึกสงสาร “ไอ้พวกนั้นมีปากก็พูดไป มันน่าเอาเข็มเย็บปากเสียจริง”

    “ช่างเถิดครับ ท่านสมบัติก็หายไปหลายวันแล้ว ตอนไปร้องเพลงก็ไม่ค่อยพบ หากเจอคนใหม่เดี๋ยวท่านก็คงเลิกยุ่งกับผมไปเอง”

     “ถ้ามันเป็นอย่างนั้นก็ดี” เพ็ญว่า ก่อนกอดอกมองเหมือนฝันแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มจนคนเด็กกว่าเลิกคิ้วสงสัย “ที่ไอ้ท่านสมบัติไม่มายุ่ง ไม่ใช่เพราะไอ้หนุ่มรถเครื่องหน้าหล่อนั่นหรือ”

     “ไม่ใช่ครับ!”

     “ปฏิเสธเสียงแข็งเสียขนาดนี้คงใช่ล่ะซี”

     “ป้าเพ็ญพูดอะไรไม่รู้ ผมไปดีกว่า” เหมือนฝันยกมือไหว้ลาคนอายุมากกว่า หยิบถุงของฝากที่เพ็ญนำออกมาให้แล้วรีบเดินกลับไปยังบ้านของตน

     “ไม่ใช่แล้วหูแดง แก้มแดงทำไมกันเล่าเจ้าเหมือนเอ้ย” เพ็ญพึมพำกับตัวเอง ส่ายหน้าคนเป็นหลานอย่างเอ็นดู ก่อนนึกขึ้นได้ว่ายังมีของที่ให้เหมือนฝันไม่หมด 

     “จริงซี! จดหมายจากปากน้ำโพ ตายแล้วฉัน เหมือนเอ้ย เดี๋ยวลูก!”

     “พี่เพ็ญ! กลับมาจากเชียงใหม่แล้วหรือ ฉันคิดถึงจะแย่” 

     เพ็ญมองเหมือนฝันเดินเข้าบ้านที่อยู่ถัดไปสามสี่หลังจนลับตา ตะโกนเรียกอีกฝ่ายก็ไม่หันมา ก่อนโดนเพื่อนบ้านที่สนิทเข้ามาถามไถ่และคุยกันเสียจนเพ็ญลืมเรื่องจดหมายจากปากน้ำโพไปเสียสนิท




     *****




   “พี่เหมือน เป็นอะไรหรือ” จันทร์วาดเอ่ยถาม เมื่อเห็นคนเป็นพี่เปิดประตูรั้วเข้ามาแล้วไม่ยอมเดินเข้าบ้านแต่ยืนจับแก้มตัวเองไปมาอยู่อย่างนั้น

     “เปล่านี่ พี่.. เอ่อ จันทร์มาเอานี่ไปซี ของฝากจากป้าเพ็ญ”

     “ป้าเพ็ญกลับมาจากเชียงใหม่แล้วหรือ ตอนเดินผ่านกลับจากโรงเรียน ยังเห็นบ้านเงียบอยู่เลย”

     “แกคงงีบอยู่ล่ะมัง” 

     “สวัสดีเธอ”
     

     เหมือนฝันชะงักเมื่อเห็นคุณชายตัวสูงยกมือทักทายเขา ก่อนอีกคนจะรีบกุลีกุจอมาช่วยรับของจากมือเขาแทนจันทร์วาดแล้วนำไปวางไว้ที่โต๊ะ

     “คุณชายมาทำอะไรที่นี่หรือครับ” 

     “ฉัน…ฉันมาสอนการบ้านจันทร์น่ะ” 

     เหมือนฝันมองไปที่โต๊ะตามคำบอกของพีรภัทร เห็นหนังสือเปิดคาเอาไว้ มีภาษาอังกฤษที่ถูขีดเขียน วงกลม เขียนคำภาษาไทยกำกับวิธีอ่านเอาไว้ แต่ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนการบ้านตามที่อีกคนกล่าว คงเป็นหนังสือภาษาอังกฤษที่พีรภัทรนำมาสอนจันทร์วาดเองเสียมากกว่า


     “หนังสือของฉันเอง เห็นคราก่อนจันทร์พูดถึงแล้วฉันมีพอดีเลยเอามาให้จันทร์น่ะ”

     “ครับ ผมยังไม่ได้ว่า”

     “คิ้วขมวดเหมือนจะกลายร่างเสียขนาดนั้น”


     คนตัวขาวตวัดตามองพีรภัทรจนอีกคนหลบตา ลูบท้ายทอยแก้เก้อ ทำเอาคนเด็กสุดอย่างจันทร์วาดหลุดขำ ก่อนรีบเก็บหนังสือหนีขึ้นบ้านเมื่อโดนพี่ชายหันมาคาดโทษ

     เมื่อเห็นว่าน้องชายเดินขึ้นบ้นไปจนได้ยินเสียงเปิดวิทยุแล้วเหมือนฝันจึงหันมามองหน้าพีรภัทรที่ยืนยิ้มอยู่เสียจนตาแทบปิด เขาเบี่ยงตัวหลบอีกคนก่อนเดินเข้าครัวชั้นล่างของบ้าน เตรียมของสำหรับทำขนมเพื่อนำไปส่งในวันพรุ่งนี้


     “ดูเหมือนจะสอนหนังสือเสร็จแล้วนะครับ นักเรียนหนีไปเปิดวิทยุฟังเพลงแล้ว เชิญคุณชายกลับได้เลย ขอบพระคุณมากครับ สวัสดี” 


     คุณชายหมอเบ้ปากมองอีกคนที่เอ่ยปากไล่โดยไม่แม้แต่มองหน้าเขา ร่างเพรียวก้าวไปมาอย่างคล่องแคล่ว หยิบจับนู้นนี่ เดินหายไปหลังบ้านเพียงครู่ก็กลับมาพร้อมใบสีเขียวจำนวนหนึ่ง


     “นั่นคือใบอะไรหรือ”

     “คุณชายยังไม่กลับอีกหรือครับ” เหมือนฝันถาม แต่ก็ดูจะไม่ได้สนใจพีรภัทรขนาดนั้น “เย็นนี้ผมไม่ได้ทำอะไรทานหรอกนะครับ ส่วนนี่เขาเรียกใบเตยครับ คุณชายไม่รู้จักใบเตยหรือครับ”

     “ทำไมล่ะ” พีรภัทรอ้าปากค้าง เดินเข้าไปหาเหมือนฝันอย่างลืมตัวจนคนตัวขาวผงะและขยับถอยหนี “ทำไมถึงไม่ทำอาหารเย็น”

     “ผมทำขนมเยอะน่ะครับ พรุ่งนี้ต้องไปส่งให้เขาก่อนฟ้าสาง ไม่มีเวลาทำมื้อเย็นให้จันทร์”

     “ไม่ได้ซี จันทร์วาดตัวเล็กขนาดนั้นต้องทานเยอะๆ เธอจะให้น้องเธออดข้าวงั้นหรือ”


     ฉันด้วย เธอจะให้ฉันอดทานข้าวฝีมือเธอไม่ได้นะ พีรภัทรคิดในใจ วันนี้ทั้งวันเขาทานแค่มื้อเช้าไปเท่านั้นเพราะต้องรีบมาทำงานแล้ววันนี้คนไข้ก็เยอะกว่าปกติจนเขาแทบไม่ได้พัก เลิกงานก็ตรงมาที่นี่ทันที แต่จะให้บอกเหมือนฝันละเอียดขนาดนั้น เขาคงโดนอีกคนไล่กลับวังเป็นแน่


     “จันทร์ทานเรียบร้อยแล้วครับ เมธพาไปทานที่บ้านเขามา”

     “ฉันไม่ยักเห็นคุณเมธ”

     “ส่งจันทร์เสร็จคงกลับไปทำงานแล้วล่ะมังครับ เห็นว่าช่วงนี้ร้านทองยุ่งๆ”

     “เธอล่ะ เธอไม่-”

     “คุณชายต้องการอะไรกันแน่ครับ” เหมือนฝันเงยหน้าจากกะทิที่กำลังคั้นตรงหน้า มองคุณชายตัวสูงที่กำลังส่งยิ้มแหยให้เขา

     “ฉันอยากทานกับข้าวฝีมือเธอน่ะ เธอทำอร่อยฉันชอบ ฉันเคยลองให้คนที่วังทำให้ทานก็ไม่เหมือนเธอทำ ฉันทานได้หมดเลย แค่เธอ-”

     “เข้าใจแล้วครับ แต่หลังจากผมทำขนมเสร็จนะครับ ระหว่างนี้ก็ทานแคปหมูในถุงนั้นไปก่อนแล้วกันครับ”

     “ได้ซี”


     คุณชายพยักหน้ารัวๆ ยิ้มจนตาปิด เหมือนฝันเม้มปาก ก้มหน้า กลั้นยิ้มไม่ให้พีรภัทรเห็น ยิ่งได้รู้จักพีรภัทรยิ่งแตกต่างจากครั้งแรกที่เจอ คุณชายปากเสียคนนั้นเหมือนไม่เคยมีมาก่อน ช่างต่างกันอย่างลิบลับ 

     เหมือนฝันรู้เจตนาของพีรภัทรในการเข้าหาเขาดี คงไม่ต่างจากผู้ชายคนอื่นนัก แต่การปฏิบัติกับเขานั้นช่างต่างกับสิ่งที่เคยเจอมา พีรภัทรไม่แตะเนื้อต้องตัวเขาอย่างไม่จำเป็น รักษาระยะห่างได้อย่างดี ให้เกียรติในทางคำพูดทั้งตัวเขา จันทร์วาด รวมไปถึงเมธี และแม้จะมาหาเขาที่บ้านบ่อยก็จริง แต่ทุกครั้งก็แค่มาทานข้าว ช่วยทำขนมบ้าง สอนหนังสือจันทร์วาด ทั้งที่สอนผ่านๆไม่ตั้งใจ แค่ให้ผ่านไปพีรภัทรสามารถทำได้ แต่อีกคนก็ตั้งใจสอนน้องเขาจนกว่าจะเข้าใจ 


     ที่เคยคุยโวว่าเป็นสุภาพบุรุษคงจะจริง ก็น่ารักดี 


     “เธอนี่งามไปหมดเสียจริงนะ” พีรภัทรพูดขึ้นในขณะที่มองเหมือนฝัน อีกคนงามไปหมดทั้งด้านข้าง ด้านหน้า รอยยิ้ม ทำหัวใจเขาเต้นแรงไปไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง 

     “…” เหมือนฝันเงยหน้ามองอีกฝ่าย ก่อนจะรีบก้มหน้าหนีเมื่อเห็นสายตาหวานฉ่ำที่อีกฝ่ายส่งให้เขา ไหนจะใบหน้าหล่อที่มีรอยยิ้มประดับตอนมองมาที่เขาอีก


     ทำไมวันนี้อากาศร้อนกว่าทุกวันนะ ทำเอาแก้มของเหมือนฝันร้อนไปด้วยเลย 


     “ขอโทษ ฉันเก็บความคิดไม่ค่อยอยู่น่ะ” พีรภัทรบอก

     “ทราบครับ ไม่เช่นนั้นคงไม่ปากเสียใส่ผมตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ”

     “โธ่เธอ ฉันขอโทษไปแล้วไงเล่า” พีรภัทรโอดครวญเมื่อโดนเหมือนฝันพูดถึงที่เขาเคยพูดเรื่องท่านสมบัติอย่างไร้มารยาทกับอีกคน หากเหมือนฝันจะฝังใจคงไม่แปลก “แล้วเธอว่าจะไปส่งขนมพรุ่งนี้แต่เช้ามืด ให้ฉันไปส่งไหม พรุ่งนี้ฉันหยุด”

     “คุณชายจะตื่นทันหรือ ตีสี่ครึ่งเชียวนะครับ”

     “ทันซี ทันแน่ เธอให้ฉันไปส่งนะ”

     “..หึ..คึ..” เหมือนฝันกลั้นขำเมื่อเห็นท่าทางดีใจเหมือนลูกหมาที่กำลังหูตั้ง หางกระดิกของพีรภัทร “ผมเรียกรถสามล้อไว้แล้วครับ ไม่รบกวนคุณชายหรอก”

      “ปัดโธ่ เธอนี่นะ” เมื่อได้รับคำปฏิเสธจากคนตัวขาว คุณชายหมอก็หน้ามุ่ย กอดอกอย่างขัดใจ “แค่ให้ฉันไปส่งทำไมมันถึงยากสำหรับเธอนัก ไม่รู้หรืออย่างไรว่าสาวๆหนุ่มๆเกือบทั้งพระนครอยากนั่งซ้อนท้ายรถฉันขนาดไหน”

     “ไม่ทราบครับ” เหมือนฝันตอบอย่างตรงไปตรงมา เล่นทำเอาพีรภัทรไปไม่เป็น ก่อนขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่าย

     “รถฉันนั่งสบายมากนะ ถึงจะเป็นรถเครื่องแต่ก็นำเข้าเชียวนา ฉันไม่เคยให้ใครนั่งท้ายเลย”

     “งั้นหรือครับ ผมชอบนั่งสามล้อมากกว่าน่ะ” พีรภัทรจิ๊ปากเหมือนเด็กโดนขัดใจจนเหมือนฝันต้องกลั้นขำอีกครั้ง

     “เช่นนั้นหากฉันเปลี่ยนเป็นรถยนต์เธอจะไปกับฉันไหม รถญี่ปุ่นแบบคุณเมธฉันก็มีนะ หรือว่า-”

     “คุณชายอวดความรวยกับผมหรือครับ” เหมือนฝันถามเสียงแข็งจนพีรภัทรหน้าเสียจนคุณชายหมอรีบเอ่ยขอโทษ

     “ไม่ใช่นะ! ไม่ใช่แบบนั้น เหมือน…ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่-”

     “..คึ..ฮ่าๆๆ” คนตัวขาวหลุดขำเสียงดังเมื่อแกล้งพีรภัทรสำเร็จ ยิ่งเห็นหน้าเหวอๆของอีกฝ่ายเขาก็ไม่สามารถหยุดหัวเราะได้

     “นี่เธอแกล้งฉันรึ! มานี่เลยตัวแสบ” 


     พีรภัทรขยับเข้าไปใกล้เหมือนฝัน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะแสนสดใสพอได้เห็นใกล้ๆทำเขาตะลึงไปชั่วขณะ อีกคนงดงามราวกับนางในวรรณคดี เขาไม่เคยชินเสียทีกับใบหน้างดงามของเหมือนฝัน แต่ถึงอย่างนั้นก็อดมันเขี้ยวไม่ได้ แก้มขาวๆดันขึ้นจากการหัวเราะจนเขาเผลอยื่นมือไปบีบอย่างลืมตัว

     “…” เสียงหัวเราะค่อยๆหายไป เป็นความเงียบเข้ามาแทรก เหมือนฝันมองหน้าพีรภัทรที่อยู่ในระยะใกล้กว่าที่ผ่านมาแล้วนิ่งไป เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงเพลงจากวิทยุของจันทร์วาดดังขึ้นมากลบความเงียบ



รักคุณเข้าแล้วเป็นไร รักจนคลั่งไคล้จริงจัง
คุณรักใครหรือยัง ฉันใด

หวั่นใจว่าคงไม่แคล้ว เลยรักเข้าแล้ว จนได้
บอกแล้วไม่วันไหน ต้องเผลอใจเข้าสักวัน

รักคุณเข้าแล้วเต็มทรวง แล้วคุณอย่าหวงสัมพันธ์
เราคิดมารักกัน ดีไหม

ก็ทีผมยังรักคุณ ก็คุณรักบ้างเป็นไร
ของรักกันได้ อย่าคิดอะไรเลยคุณ 



     “ฉันขอโทษ” พีรภัทรผละมือออกจากแก้มขาว ยกสองมือเหมือนผู้ร้ายที่กำลังโดนตำรวจจ่อปืนใส่ ก่อนลดมือลงเมื่อเหมือนฝันไม่ได้ว่าอะไร 

     “…”

     “เพลงเพราะดีนะ” พีรภัทรพูดขึ้นเมื่อเห็นก้มหน้าทำขนมต่อ เหมือนฝันพยักหน้าเห็นด้วย จากจังหวะช้าๆเนิบๆตัดเข้าสู่การบรรเลงเปียโน จังหวะทำนองสดใสน่าฟัง

     ทั้งไพเราะและมาถูกจังหวะเสียด้วย


     “เธอทำขนมเยอะเชียว เขาสั่งเยอะมากหรือ” พีรภัทรเปลี่ยนเรื่อง เอ่ยถามเมื่อเห็นขนมที่อีกฝ่ายทำดูเยอะมากกว่าปกติ แสร้งทำเป็นไม่เห็นหูแดงๆของเหมือนฝัน

     “ครับ ทำเผื่อจันทร์ด้วย ถ้าหากคุณชายไม่รังเกียจจะนำไปทานด้วยก็ได้นะครับ”

     “รังเกียจอะไรกัน ขนมเธออร่อยขนาดนั้น แล้วเธอทำอะไรบ้างหรือ” 

     “ขนมชั้น ขนมน้ำดอกไม้แล้วก็ขนมกลีบลำดวนครับ”

     “ฟังดูน่าทานเชียว มีอะไรให้ฉันช่วยไหม”

     “…ไม่มีหรอกครับ” เหมือนฝันบอก คุณชายพีรภัทรผู้ไม่รู้จักแม้กระทั่งใบเตยนั้นจะทำอะไรได้ ก่อนมีความคิดหนึ่งแทรกเข้ามา “แต่ถ้าหาก… ไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป ผมฝากคุณชายนำขนมชั้นไปให้คุณอาคิราทีซีครับ เห็นเธอว่า…เธอชอบทาน

      พีรภัทรมองเหมือนฝันพูดติดขัดต่างจากปกติ แม้สีหน้าจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่ดวงตาที่พูดถึงหม่อมหลวงอาคิรานั้นมีความเศร้าแฝงอยู่ แม้เพียงครู่แต่เขาก็ทันเห็น

     “เธอ..” เป็นอะไรกับน้องอ้นงั้นหรือ พีรภัทรคิด และดีที่เขายั้งปากไว้ได้ทัน นึกถึงที่ดนัยเคยบอกว่าอาคิรานั้นพูดถึงเหมือนฝันบ่อยครั้งก็ยิ่งเพิ่มความสงสัยใคร่รู้

     “ทำไมหรือครับ หากคุณชายไม่สะดวก ไม่เป็นไรนะครับ”

     “ไม่เลย ฉันสะดวก”

     และแม้อยากรู้มากเพียงไหน แต่บางทีนั่นอาจเป็นสิ่งที่เขาไม่ควรถามเพราะอาจทำให้เหมือนฝันไม่พอใจเอาได้ เขาจึงทำได้เพียงรอ 


     รอวันที่เหมือนฝันเชื่อใจและบอกทุกอย่างกับเขาได้ด้วยตนเอง




     *****




     ณ วังวริศสกุล ,พระนคร



     “คุณชายพีรภัทรมาเสียดึกเชียว มีอะไรอย่างนั้นหรือคะ” 

     เสียงหวานเนิบจากหญิงวัยสี่สิบเอ่ยถามพีรภัทร ในขณะที่เขานั่งรออยู่ในห้องรับแขก คุณชายตัวสูงยกมือไหว้อย่างนอบน้อม 

     “สวัสดีครับคุณอาอุษา” 

     “สวัสดีค่ะ” 

     คุณหญิงอุษา วริศสกุล ภรรยาของหม่อมราชวงศ์อาทิตย์ วริศสกุลและมารดาของหม่อมหลวงของอาคิรา

     “ผมมาหาน้องอ้นน่ะครับ” 

     “งั้นหรือคะ แล้วนี่มีใครไปตามให้หรือยังคะ”

     “เรียบร้อยแล้วครับ”

     “ตอนนี้ตาอ้นคงจะอ่านหนังสืออยู่ละมังคะ แล้วนั่น..” คุณหญิงอุษาชี้ไปยังถุงกระดาษที่พีรภัทรถืออยู่

     “อ๋อ นี่คือ-”

     “สวัสดีครับพี่ชายพี มาหาอ้นเสียดึกเชียว มีอะไรหรือเปล่าครับ” 

      เสียงของผู้มาใหม่เอ่ยทักอย่างสดใส คนตัว้ล็กยกมือไหว้คนอายุมากกว่า อาคิราอยู่ในชุดนอนผ้าแพรอย่างดีถูกคลุมด้วยชุดคลุมผ้าแพรผืนสวยเช่นกัน

     “ตาอ้นมาแล้ว เช่นนั้นคนหนุ่มก็อยู่คุยกันเถิดค่ะ อาไม่กวนแล้ว ตาอ้นก็อย่านอนดึกนะลูก”

     “ครับคุณแม่”

     พีรภัทรไหว้ลาคุณหญิงอุษาเธอรับไหว้ ก่อนเข้าไปหอมแก้มลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ลูบผมนิ่มแล้วเตรียมเดินขึ้นชั้นสองเพื่อเข้านอน แต่บทสนทนาของพีรภัทรกับอาคิราที่ได้ยินทำเอาเธอชะงัก ตัวแข็งเสียจนเดินต่อไปได้

     “ว่าอย่างไรครับพี่ชายพี”

     “ไม่มีอะไรหรอกครับ พี่นำขนมหวานมาให้” พีรภัทรหยิบถุงกระดาษที่คุณหญิงอุษาเอ่ยถามเมื่อครู่ยื่นให้อาคิรา “ขนมชั้นน่ะครับ เหมือนฝันฝากมาให้น้องอ้น
     “อะไรนะครับ เหมือนฝันฝากมา… พี่ชายพีไม่ได้หลอกอ้นนะครับ” อาคิรารีบรับถุงกระดาษนั้นมา เปิดดูก็พบใบตองที่ถูกห่อ กลัดด้วยไม้อย่างประณีตอยู่หลายห่อ คาดว่าข้างในคงเป็นขนมชั้นอย่างที่พีรภัทรว่า 

     คุณชายตัวสูงมองอาคิราด้วยความสงสัย ยิ่งเห็นปฏิกิริยาของหม่อมหลวงตัวเล็กที่ดูดีใจออกนอกหน้ากว่าปกติ อีกคนกอดถุงขนมราวกับเป็นสิ่งล้ำค่า ยิ่งเพิ่มความอยากรู้ของเขา

      “น้องอ้นครับ พี่ขอถาม-”

     “พี่ชบาครับ ช่วยนำขนมนี่ใส่จานแล้วขึ้นไปไว้ในห้องหนังสือให้อ้นทีนะครับ” อาคิราหันไปบอกสาวใช้ ใบหน้าน่ารักเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนหันกลับมาถามพีรภัทร “เมื่อครู่ พี่ชายพีจะถามอะไรอ้นหรือครับ”

     “ไม่มีอะไรครับ เช่นนั้นพี่ขอตัวกลับก่อน”

     “เดี๋ยวอ้นเดินไปส่ง” อาคิราว่าพร้อมกับลุกเดินตามพีรภัทร “ขอบคุณพี่ชายพีมากนะครับ แล้วก็… ฝากขอบคุณเหมือนฝันด้วย ไม่รู้ว่าอ้นจะได้เจอเขาอีกเมื่อไหร่”

     “เห็นเหมือนฝันว่ามีร้องเพลงที่โอเรียนเต็ลวันพรุ่งนี้ น้องอ้นมีทานข้าวกับครอบครัวชายดนัยนี่ครับ อาจจะได้เจอกันก็ได้นะ”

     “จริงหรือครับ ขอให้ได้เจอทีเถอะ”

     “พี่กลับแล้วนะครับ ฝันดีล่ะเรา ขนมของเหมือนฝันอร่อยก็จริงแต่อย่าทานเยอะมาก ดึกแล้ว”

     “อ้นไม่สนหรอกครับ อ้นจะทานให้หมดเลย”


     อาคิรายกมือไหว้ลาพีรภัทร ก่อนโดนคุณชายหมอบอกให้เขากลับเข้าไปในบ้านและอาคิราก็ทำตามคำสั่งอย่างเชื่อฟัง เมื่อไม่มีใครอยู่บริเวณนั้นแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของพีรภัทรก็หายไปในทันตา กลายเป็นคิ้วหนาที่ขมวดเข้าหากันแทน

     เมื่อครู่ที่เขาเกือบเอ่ยถามเรื่องความสัมพันธ์ของเหมือนฝันกับอาคิรา แต่ก็หยุดเพราะสายตาที่มองมาไม่วางตาของคุณหญิงอุษาตั้งแต่ที่ได้ยินชื่อของเหมือนฝัน เกิดคำถามขึ้นในหัวเขามากมายที่คาดว่าคืนนี้คงนอนไม่หลับเป็นแน่


     เหมือนฝันเป็นอะไรกับบ้านวริศสกุลกันแน่





     *****




     “จะไปร้องเพลงแล้วหรือพี่เหมือน”

     “ใช่ เราล่ะ เตรียมหนังสือครบหรือยัง จะได้ไปบ้านเมธพร้อมกัน”

     จันทร์วาดพยักหน้าพร้อมกับปิดกระเป๋าแล้วเดินไปกอดแขนเหมือนฝันที่ยืนรออยู่ ทั้งคู่ช่วยกันปิดประตูบ้านก่อนพากันเดินออกไปหน้าซอยเพื่อขึ้นรถสามล้อที่เรียกเอาไว้

     “คุณชายพี่พีไม่มาหรือ” จันทร์วาดถาม

     “เขาจะมาหรือไม่มาก็เป็นเรื่องของเขา” เหมือนฝันว่า “แล้วเราไปเรียกคุณชายแบบสนิทสนมแบบนั้นได้อย่างไร ใครได้ยินเข้าจะหาว่าเราไม่เจียม”

     “คุณชายให้จันทร์เรียกนี่”

      “จันทร์” เหมือนฝันเอ่ยเสียงดุ ทำเอาคนเด็กกว่าหงอลง เห็นดังนั้นเหมือนฝันก็แอบถอนหายใจเล็กๆ แล้วโอบจันทร์วาดเข้ามาหาตัว “ประเดี๋ยวถ้าร้องเพลงเสร็จไว พี่จะซื้อข้าวเกรียบปากหม้อกับลูกชุบมาให้ดีไหม”

     “ดีซี จันทร์รักพี่เหมือนที่สุดเลย”

     จันทร์วาดบอกแล้วกอดเอวคนเป็นพี่ เหมือนฝันส่ายหน้ายิ้มๆ แกะแชนเล็กของน้องชายออกแล้วเอ่ยบอกให้ขึ้นรถสามล้อไป

     “ลุงครับ ส่งผมที่โรงแรมโอเรียนเต็ลแล้วช่วยไปส่งน้องผมด้วยนะครับ ประเดี๋ยวผมให้ค่าจ้างเพิ่มเป็นสองเท่า” คนขับสามล้อพยักหน้าตกลงเมื่อเหมือนฝันบอกว่าจะให้ค่าจ้างเพิ่ม

     “จันทร์ไปด้วยไม่ได้หรือ ไปรอข้างนอกก็ได้”

     “ไม่ได้ คนจ้างเขาจะว่าเอาได้ พี่บอกไว้ว่าจะไปคนเดียว” จันทร์วาดหน้ามุ่ยลงทันที ก่อนยิ้มออกเมื่อได้ยินคำพูดต่อมาของเหมือนฝัน “ไว้คราต่อไป พี่จะพาไปด้วย ตกลงนะ”

     “เอาอย่างนั้นก็ได้” จันทร์วาดยิ้มเต็มแก้มจนเขาอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปบีบแก้มคนเป็นน้อง แม้ตอนนี้จันทร์วาดที่เขาเลี้ยงมาตั้งแต่ตัวกระจ้อยจะโตขึ้น ตัวสูงพอๆ กับเขา แต่จริงๆ แล้วในสายตาเขาน้องชายก็ยังเป็นเด็กตัวเล็กที่ตามติดเขาแจไม่เปลี่ยน

     มือขาวลูบผมนิ่มของน้องชาย เอ่ยขอโทษอยู่ในใจ เขาไม่อยากให้จันทร์วาดไปที่หรูหราแบบนั้นสักเท่าไหร่ เพราะเขากลัว กลัวว่าจันทร์วาดจะได้พบกับคนที่ไม่ควรพบ

     สถานที่หรูหราสำหรับคนระดับสูงมีเงิน ไม่ว่าจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ ช่างง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก ไม่รู้ว่าตอนไหนที่จันทร์วาดจะบังเอิญเจอกับผู้ชายคนนั้น

     เหมือนฝันรู้ดีว่าเขาไม่สามารถปกปิดได้ตลอดไป เพียงแต่อยากให้จันทร์วาดและตัวเขาพร้อมกว่านี้ที่จะบอกทุกอย่างกับน้องชายที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย หรืออย่างน้อยก็รอวันที่เขาเกลียดผู้ชายคนนั้นน้อยลงกว่านี้




     *****




     เหมือนฝันมองรถสามล้อที่ปั่นออกไปโดยมีน้องชายเขาโดยสารอยู่บนนั้น เมื่อรถสามล้อลับตา ขาเรียวก็ก้าวเข้าสู่โรงแรมชื่อดัง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นคนคุ้นเคยยืนกอดอกพิงตัวอยู่ด้านหน้าของโรงแรม

     “สวัสดีเธอ” คุณชายพีรภัทรโบกมือทักทาย เหมือนฝันทำเพียงก้มหัวให้เล็กน้อยแล้วเดินไปที่โต๊ะประชาสัมพันธ์ “เดี๋ยวซีเธอ ใจคอจะไม่ทักกันเลยหรือ”

     “ผมทักกลับแล้วครับ แบบนี้” เหมือนฝันทำท่าก้มหัวเมื่อครู่ให้ดูอีกครั้ง

     “ฉันนึกว่าเธอปวดคอเสียอีก”

     เหมือนฝันไม่สนใจอีกฝ่าย เบี่ยงตัวหลบแล้วเดินไปห้องอาหารตามคำบอกของประชาสัมพันธ์ แต่ไม่วายพีรภัทรยังคงเดินตามมาอยู่ดี

     “ไม่ถามฉันหน่อยหรือว่ามาทำอะไรที่นี่”

     “คุณชายบอกว่าหยุดนี่ครับ ก็คงมาทานข้าวละมัง”

     “ฉันมารอเธอน่ะ”

     เหมือนฝันชะงัก หยุดเดินก่อนหันกลับมามองคนตัวสูงกว่า ดวงตาสวยหรี่ลงเล็กน้อยเหมือนกำลังจับผิด ขาเรียวค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาพีรภัทร จนอีกคนทำหน้าไม่ถูก

     “คุณชายพบหน้าผมเกือบทุกวัน แล้วยังตามมาถึงที่นี่ คุณชายต้องการอะไรกันแน่”

     “ก..ก็เรื่องท่านสมบัติน่ะซี หากมาเจอในที่แบบนี้ เธอจะหนีอย่างไร ฉันเป็นห่วง”

     พีรภัทรตอบทั้งที่ไม่สบตาคนตัวขาว เรื่องท่านสมบัติก็ส่วนหนึ่ง แต่จะให้บอกได้อย่างไรว่าเขากลัวว่าจะมีชายอื่นมายุ่งกับเหมือนฝัน งามเสียขนาดนั้น ขนาดแค่ยืนคุยตรงนี้ก็มีสายตาจับจ้องมาตั้งมาก

     “ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับ ท่านสมบัติหายไปนานแล้ว ผมว่าคงไม่-”

     “พี่ชายพีคะ

     “อ้าว น้องชล”

      เสียงของหญิงสาวเอ่ยทักดึงความสนใจของทั้งคู่ไป ใบหน้าสวยราวกับรูปวาด ผิวขาวเหมือนน้ำนม ตัวเล็กน่าทะนุถนอม อีกทั้งยังรอยยิ้มสวยน่ามอง และดูท่าจะสนิทกับพีรภัทรเอามาก ดูจากที่เดินตรงมาควงแขนคุณชายหมอแบบไม่ลังเลอย่างนั้น

     “พี่ชายพีมาทำอะไรที่นี่คะ ชลมาทานข้าวกับเพื่อนๆ เห็นว่าวันนี้มีนักร้องมาร้องเพลงด้วย”

     “เอ่อ พี่”

     “ผมขอตัวนะครับ”

     เหมือนฝันเอ่ยลาแล้วเดินออกมา ไม่ฟังเสียงเรียกของพีรภัทร ไม่อยากขัดจังหวะของคนทั้งคู่ สำหรับเขา คุณชายพีรภัทรและหญิงสาวเมื่อครู่ดูเหมาะสมกันเอามากๆ หน้าตา การแต่งตัว และคงรวมไปถึงฐานะทางสังคม

     แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เหมือนฝันถึงได้รู้สึกอึดอัดในอกและไม่พอใจที่เห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกัน



     *****



      งานร้องเพลงในวันนี้ของเหมือนฝันสิ้นสุดแล้ว เขากำลังรอค่าจ้างพลางนึกไปถึงขนมที่ต้องซื้อให้จันทร์วาดและภาพความสนิทสนมของคุณชายพีรภัทรกับหญิงสาวคนนั้น

     ตลอดเวลาที่อยู่บนเวทีสายตาเขามักจะจ้องไปที่โต๊ะของพีรภัทร ที่มีหญิงสาวรายล้อมอยู่สามคน ท่าทางหัวเราะพูดคุยอย่างสนุกสนานกับผู้หญิงที่พีรภัทรเรียกว่าน้องชล ทำเอาเหมือนฝันเสียสมาธิอยู่หลายครั้ง

      และเหมือนฝันก็ไม่เข้าใจทำไมเขาถึงรู้สึกไม่ชอบใจนัก

     “เห็นคุณชายพีรภัทรหรือเปล่า รูปงามชะมัด ตัวก็สูง ผิวนี่ข๊าวขาว” เสียงหญิงสาวบริเวณนั้นพูดขึ้น เหมือนฝันแอบมองก็เห็นผู้หญิงสองสามคนดูจากชุดที่ใส่คงเป็นพนักงานของทีนี่และคงไม่เห็นว่าเขาอยู่ตรงนี้ถึงได้จับกลุ่มคุยกัน

     “เห็นซี แต่น่าเสียดายนะที่มีคู่หมายแล้ว”

     “งั้นหรือ หล่อปานนั้น หน้าที่การงานก็ดี ใครได้ไปคงโชคดีแย่ ใครกันนะคนโชคดีคนนั้น”

     “ก็คุณชลลิสาไงเล่า หม่อมหลวงชลลิสาที่สวยๆ นั่งข้างคุณชายนั่นเป็นคู่หมายกัน สวยหล่อเหมาะสมกัน คิดแล้วก็น่าอิจฉาจริงเชียว เห็นว่าคงจะหมั้นกันเร็วๆ นี้ละมัง”

     เหมือนฝันนิ่งงัน เผลอกัดปากจนเจ็บ มือขาวกำกระเป๋าสะพายของตนแน่นแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รับรู้ได้ว่ามือตัวเองกำลังสั่นมากแค่ไหน และหัวใจก็เจ็บแปลบขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

     สุดท้ายแล้วพีรภัทรก็คงไม่ต่างจากคนอื่น ไม่ต่างจากคนคนนั้น

     “เหมือนฝัน วันนี้เธอร้องเพลงเพราะ- เหมือน เธอเป็นอะไร ใครทำอะไรเธอ บอกฉันมา!”

     พีรภัทรถามอย่างร้อนลน เมื่อเขาเห็นว่าอีกคนร้องเพลงจบก็รีบขอตัวจากกลุ่มเพื่อนของชลลอสาตรงมาหาเหมือนฝันก็พบคนตัวขาวดูท่าทางไม่ดี กัดปากตัวเองจนช้ำ ไหนจะตาแดงๆ นั่นอีก เขาไม่ชอบใครเหมือนฝันเป็นแบบนั้นเลย ท่าทางที่เหมือนกำลังจะร้องไห้ เขาไม่ชอบ ยอมให้อีกคนตีหน้านิ่งใส่ยังดีกว่าเสียอีก

     “คุณชาย”

     “ว่าอย่างไร ใครทำอะไรเธอ”

     คุณชายนั่นแหละทำ

     “ผมขอตัวไปรับค่าจ้างก่อน”

     “จริงซี ค่าจ้าง เมื่อครู่ฉันเจอคนจ้างเธอน่ะ ฉันเลยอาสาเอาค่าจ้างมาให้เพราะจะมาหาเธอพอดี” พีรภัทรว่าพลางยื่นซองสีขาวให้

     เหมือนฝันเก็บซองขาวเข้ากระเป๋าในทันทีไม่มีการตรวจสอบจำนวนเงินที่ทำเหมือนทุกครั้งจนติดเป็นนิสัย เขายังไม่อยากคุยกับคุณชายหมอตอนนี้ ไม่แม้แต่อยากจะมองหน้า

     “ผมขอตัว”

     “ตั้งแต่รู้จักกัน เธอพูดคำว่าขอตัวบ่อยกว่าอะไรทั้งหมด” พีรภัทรบอกก่อนนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่คำถามของเขายังไม่ได้รับคำตอบ “เธอยังไม่ตอบฉันเลยว่าใครทำอะไรเธอ”

     “ผมตอบไปแล้ว หลีกทางให้ผมด้วย”

     “เธอตอบไปตอนไหน” คุณชายตัวสูงมองหน้าอีกฝ่ายที่ไม่ยอมสบตาเขา คิ้วเล็กขมวดเข้าหากันอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปเพื่อหวังนวดให้ผ่อนคลาย

     แต่เหมือนฝันก็หันหน้าหลบ ทำให้มือของพีรภัทรค้างอยู่กลางอากาศเช่นนั้น

     “ขอโทษ เธออารมณ์ไม่ดีหรือ”

    “เปล่านี่ครับ”

     เหมือนฝันตอบโดยไม่มองหน้าพีรภัทร ก่อนเดินออกมาเพราะไม่อยากคุยกับอีกฝ่ายในตอนนี้ แต่พีรภัทรก็ยังตามเขามาอย่างไม่ลดละ

     พีรภัทรมองแผ่นหลังของเหมือนฝันที่เดินนำหน้าแล้วนึกไม่สบายใจ อยากคุยให้รู้เรื่องแต่อีกฝ่ายก้าวฉับไม่สนใจสิ่งใด มุ่งหน้าเดินออกจากโรงแรมท่าเดียว แต่แล้วเหมือนฝันก็หยุดนิ่ง ยืนอยู่กับที่ราวกับโดนแช่แข็ง พีรภัทรเห็นดังนั้นจึงรีบก้าวเข้าไปหา กำลังจะเอ่ยถามแต่ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าดวงตาสวยของเหมือนฝันกำลังสั่นไหวและมีน้ำใสคลออยู่

     เหมือนฝันจ้องไปยังที่ที่หนึ่งอย่างไม่วางตา เมื่อพีรภัทรมองตามอีกคนไปก็พบครอบครัววริศสกุลกำลังเดินเข้ามาในโรงแรมโดยมีคุณชายอาทิตย์เดินนำ

     คนตัวขาวกำมือเข้าหากันจนเจ็บ รู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออกขึ้นมา

     “เหมือนฝัน” พีรภัทรเอ่ยเรียกเมื่อจู่ๆ เห็นอีกคนหายใจแรงผิดปกติ

     “ผม…ไม่เป็นอะไร”

     เหมือนฝันพูดจบแล้วเดินก้มหน้าราวกับไม่อยากให้ใครเห็น เขาเผลอกลั้นหายใจในตอนที่เดินสวนกับบ้านวริศสกุล ขอแค่เพียงอาคิราไม่ทักเขาก็พอ แต่ดูเหมือนจะเป็นไปได้ยาก

     “เหมือนฝัน!” หม่อมหลวงอาคิราเอ่ยทักทายเขาด้วยความสดใสเหมือนเคย

     “…” เหมือนฝันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่หันกลับไปตามเสียงเรียก เพราะไม่ว่าอย่างไรอาคิราก็คงเดินมาหาเขาอยู่ดี

     “สวัสดีครับพี่ชายพี” อาคิรายกมือไหว้คนอายุมากกว่าเมื่อเห็นว่าพีรภัทรไหว้คุณพ่อกับคุณแม่ของตนเสร็จแล้ว ก่อนหันมาคุยกับเหมือนฝันต่อ “เธอร้องเพลงเสร็จแล้วหรือ เสียดายจัง ฉันมาไม่ทัน”

     “ครับ”

     “ขนมเมื่อวาน ขอบคุณมากนะ อร่อยมากๆ ฉันชอบ” อาคิราพูดทั้งรอยยิ้มเต็มแก้ม “ถ้าฉันจะจ้างเธอทำมาส่งวันศุกร์นี้ค่ำๆ จะได้หรือไม่ เธอสะดวกไหม”

     “ได้ครับ อีกตั้งสัปดาห์ผมสะดวก คุณอาคิราต้องการขนมอะไรบ้างครับ” เหมือนฝันตอบรับและเอ่ยถามทั้งที่ไม่มองอาคิรา ใบหน้ากล้ำกลืนฝืนทนราวกับอยากออกไปจากตรงนี้นั้นอาคิรารู้ดี

     เหมือนฝันไม่อยากทนหายใจใกล้กับผู้ชายคนนั้นแม้แต่นิด

     “ขนมชั้นใบเตย ขนมหยกมณีแล้วก็ช่อม่วง ทำมาเยอะๆ เลยนะ จริงซี…ฉันไม่รู้ว่ามันทำยากไหม เธอทำได้ทั้งหมดหรือเปล่า” อาคิราเอ่ยเสียงหงอยเมื่อนึกขึ้นได้ว่าขนมอาจจะทำยาก เขาไม่เคยเข้าครัวจึงไม่รู้วิธีทำ เคยได้ยินแค่คุณแม่บอกว่าขนมช่อม่วงนั้นจับจีบยากเอาการ

     “ผมทำได้ครับ”

     “จริงหรือ เธอเก่งจัง เช่นนั้นวันศุกร์นี้นะ”

     “…” เหมือนฝันพยักหน้ารับเบาๆ มองอาคิราที่ยิ้มอย่างดีใจ จะชอบใจอะไรถึงเพียงนั้น “เช่นนั้น ผม-”

     “เดี๋ยวซี” อาคิราถือวิสาสะจับมือขาวของเหมือนฝัน มองผ่านไหล่อีกคนก็พบคุณพ่อของตนกำลังจ้องมาที่เหมือนฝันไม่วางตาและคุณแม่ก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้วเช่นกัน “เธอจะไม่ไปไหว้คุณพ่อ-”

     “ผมรีบน่ะครับ” เหมือนฝันเอ่ยพร้อมดึงมือออก “ขอตัว”

     พูดจบก็เดินออกไป ไม่สนแม้แต่พีรภัทรที่มองตามตาละห้อย อาคิรายิ้มขำเมื่อเห็นท่าทางหางลู่หูตกของคนโตกว่า

     “ไม่ตามไปหรือครับพี่ชายพี”

     “เขาเหมือนไม่อยากให้พี่ตามไป”

     “ใครจะทราบล่ะครับ เหมือนฝันอาจจะกำลังต้องการคนปลอบโยนอยู่ก็ได้” อาคิราพึมพำกับตัวเองพลางมองไปที่คุณชายอาทิตย์ที่ยังคงมองตามหลังเหมือนฝันไป แม้แผ่นหลังสมส่วนจะหายลับไปแล้วก็ตาม

     “จะไม่ได้เจอกันตั้งหลายวันแท้ๆ ยังมาโกรธกันเสียอีก”

     “จริงซี เห็นพี่ชายดนัยว่าสัปดาห์นี้ยุ่งมากเลยนี่ครับ”

     “ใช่ครับ งานยุ่ง ช่วงนี้คนไข้ก็มาก เพิ่งมีหมอลาพักร้อนไปหนึ่งคน อีกคนก็เพิ่งประสบอุบัติเหตุ หมอน้อย พี่อาจจะต้องเข้าเวรยี่สิบสี่ชั่วโมง คงนอนที่โรงพยาบาลหลายวันเชียว” พีรภัทรบ่นยาวจนอาคิราอดสงสารไม่ได้ “จริงๆ วันนี้พี่จะมาขอกำลังใจเสียหน่อย แต่กำลังใจดันขายาวก้าวหนีกันไวเสียเหลือเกิน”

     “ไม่เป็นไรนะครับ” อาคิราว่าพลางลูบหลังคนอายุมากกว่าอย่างปลอบใจ

     “ไม่ต้องเลยเรา ไปให้กำลังใจไอ้คุณชายดนัยจะดีกว่า รายนั้นบ่นจนขี้หูพี่เต้น”

     “ให้ไปเยอะแล้วครับ กำลังใจน่ะ” อาคิราก้มหน้าด้วยความเขินเมื่อโดนสายตาล้อเลียนจากพีรภัทร

     “อ่า ใช่ น้องชลอยู่ข้างในน่ะครับ ถ้าเข้าไปแล้วก็ไปทักทายเสียหน่อยซี”

     “พี่ชลกลับมาจากฝรั่งเศสแล้วหรือครับ ไม่บอกกันเลย เช่นนั้นอ้นไปก่อนนะครับพี่ชายพี เอาไว้เจอกันครับ”

     “ครับ ทานข้าวให้อร่อยนะครับ คุยเรื่องแต่งงานให้ราบรื่น”

     “พี่ชายพี!”




     อาคิราบอกลาพีรภัทรก่อนเดินกลับเข้าไปโรงแรมก็พบคุณชายอาทิตย์ พ่อของตนยังยืนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน

     “เข้าไปข้างในกันเถิดครับคุณพ่อ”

     “เดี๋ยวก่อน.. เมื่อครู่ ผู้ชายคนนั้นที่ลูกทัก-”

     “ครับ เหมือนฝัน พี่เหมือนฝัน




     *****



     ผ่านมาหลายวันแล้วนับจากวันที่เหมือนฝันได้พบคุณชายพีรภัทรครั้งล่าสุดที่โรงแรมคราวก่อน น่าจะราวๆ ห้าถึงหกวันได้ เขาไม่ได้ตั้งใจนับวันที่ไม่ได้พบกัน เพียงแค่นับจากวันที่อาคิราสั่งขนมและเขาต้องไปส่งอาคิรามันตรงกันเท่านั้น

     ไม่มีเหตุผลที่เขาต้องนึกถึงคนที่หายหน้าไปเกือบสัปดาห์โดยไม่บอกกล่าว คิดอยากจะมาก็มาได้ทุกวัน แต่พอจะหายหน้า หายตาก็ไม่มีบอก มีลาว่าจะหายไปไหน เขาไม่คิดถึงคนอย่างนั้นให้เสียเวลาหรอก

     เหมือนฝันไม่ได้คิดถึงคุณชายพีรภัทรสักนิด


     “พี่เหมือน”

     “พี่เปล่า”

     “เปล่าอะไรหรือ” จันทร์วาดเอียงคออย่างสงสัยเมื่อเห็นท่าทางแปลกของพี่ชาย “จันทร์จะบอกว่า พี่เหมือนจับจีบช่อม่วงเละแล้วน่ะ”

     เหมือนฝันก้มมองตามคำบอกของจันทร์วาดก็พบขนมช่อม่วงที่เขากำลังจับจีบนั้นเละไม่เป็นทรงแล้วถอนหายใจ เค้าทำพลาดมาหลายชิ้นทั้งที่ปกติไม่เคย จิตใจล่องลอยไปไหนกันนะเหมือนฝัน

     “ไม่เป็นไร ประเดี๋ยวชิ้นเละๆ ฉันกินเอง” เมธีที่มาช่วยทำขนมในวันนี้เอ่ยบอกทั้งที่กำลังง่วนกับการผัดไส้ช่อม่วง “ว่าแต่เธอเหม่ออะไร คิดถึงคุณชายพีรภัทรรึ”

     เหมือนฝันตวัดตามองเพื่อนผิวเข้มที่พูดไม่เข้าหู ก่อนมือขาวจะคว้าเอาลูกมะนาวสำหรับไว้ทำกับข้าวปาเข้าเต็มหัวเมธีอย่างจังจนอีกฝ่ายร้องลั่น

     ปั่ก!

     “โอ๊ย! เหมือนฝัน! โอย หัวฉัน ปาแม่นนักนะเธอ” เมธีร้องโอดครวญละมือจากกระทะมากุมหัวตน

     “พี่เมธ!” จันทร์วาดตะโกนลั่นพลางชี้มือไปที่เมธี

     “โอย จันทร์ขา หัวพี่ต้องปูดแน่ พี่เจ็บ-”

     “พี่เมธประเดี๋ยวไส้ช่อม่วงไหม้! ละมือได้อย่างไร ถ้าไหม้เสียดายของแย่ ผัดเร็วซี มันจะไหม้นะ!”


     คนเด็กสุดในที่นี้บ่นแล้วชี้ไปยังกระทะตรงหน้าเมธี ทำเอาเขาไปไม่เป็น แทนที่จะเป็นห่วงเขาที่โดนพี่ชายตนปามะนาวใส่กลับเป็นห่วงของกินเสียอย่างนั้น รอให้เหมือนฝันไปส่งขนมก่อนเถอะ ไอ้เมธีคนนี้จะบีบแก้มจันทร์วาดเสียให้ช้ำ

     “หน้าตานายเหมือนกำลังคิดเรื่องไม่ดีอยู่” เหมือนฝันบอก

     “พี่เมธคิดเรื่องไม่ดีอยู่หรือ น่ากลัว”

     “ไม่ใช่เสียหน่อย พี่น้องคู่นี้เนี่ยนะ” เมธีบอกปัด เมื่อเหมือนฝันพูดราวกับรู้ความคิดเขา ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย “เธอแน่ใจหรือเหมือนว่าไปคนเดียวได้ ให้ฉันไปด้วยก็สิ้นเรื่อง หากไปเจอพวกไอ้ท่านสมบัติระหว่างทางจะทำอย่างไร”

     “นายคิดมากไปแล้ว แค่ไปส่งขนมไม่นาน นายอยู่นี่กับจันทร์ดีกว่า ฉันไม่อยากให้น้องอยู่คนเดียวเหมือนครั้งนั้น ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือเจอคนแปลกๆ ฉันจะขอยืมโทรศัพท์เขาโทรหานายก็แล้วกัน”

     เมธีพยักหน้ารับอย่างจำใจ เขาเป็นห่วงเหมือนฝันแต่ก็เป็นห่วงจันทร์วาดด้วยเช่นกัน ภาพที่เด็กตัวผอมสั่นเทาด้วยความกลัวยังติดตาเขา และเมธีก็สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด

     “แล้วก็…” เหมือนฝันลุกขึ้น เดินตรงไปหาเมธีแย่งตะหลิวในมืออีกฝ่ายมาถือไว้ ยิ้มให้เพื่อนผิวเข้มนิ่งๆ ก่อนพูดให้ได้ยินกันเพียงสองคน “อย่าถึงเนื้อถึงตัวจันทร์ให้มาก เอาแต่พอดี น้องฉัน ฉันหวง เข้าใจหรือไม่”

     “ครับผม คุณพี่เหมือน” เมธียิ้มแหย ตอบอย่างสุภาพ มือใหญ่ทั้งสองข้างก็กุมเข้าหากันนอบน้อม

     “ก็ดี ไปช่วยจันทร์ปั้นไส้ช่อม่วงได้แล้ววัวแก่”

     เมธีเดินไปหาจันทร์วาดตามคำบอกของเหมือนฝัน ก่อนโดนเด็กตัวเล็กเอ่ยถามว่าคุยอะไรกัน เขาได้แต่บอกปัดว่าไม่มีอะไร แล้วแอบปาดเหงื่อเล็กน้อย แอบชอบน้องของเพื่อนนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ



     *****



     วังวริศสกุล , พระนคร


     เหมือนฝันยืนอยู่หน้าวังวริศสกุลได้พักใหญ่ เขาเกิดความลังเลขึ้นมาว่าควรฝากขนมกับคนรับใช้หรือควรเข้าไปเอง ถ้าหากเขาเข้าไปเองก็อาจจะได้พบกับผู้ชายคนนั้น ซึ่งเขาไม่อยากพบแม้แต่นิด

     “มาทำอะไรรึพ่อหนุ่ม” เสียงชายมีอายุใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสีดำทรงกระบอกเดินตรงเข้ามาถามเมื่อเห็นว่าคนแปลกหน้านั้นยืนอยู่หน้าวังได้สักพัก ดูเหมือนมีธุระแต่กลับไม่เรียกคนรับใช้ที่เดินผ่านไปมาหรือแม้แต่เขาที่ยืนเฝ้าอยู่แถวประตูวัง

     “ผมนำขนมมาส่งให้คุณอาคิราน่ะครับ หากผมจะฝาก-”

     “อ้อ พ่อหนุ่มรึ เข้ามาก่อนซี คุณหนูบอกกระผมไว้แล้ว หากมีคนนำขนมมาส่งให้พาเข้าไปข้างใน”

     ชายมีอายุบอกพร้อมกับเดินมาเปิดประตูให้เหมือนฝัน เขาก้มหัวแล้วเอ่ยขอบคุณ ก่อนเดินตามเข้าไป เขามองวังใหญ่โตที่แสนงดงามตรงหน้า เป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาที่นี่และเหมือนฝันก็หวังให้เป็นครั้งสุดท้ายเช่นกัน

     “อ้าว แม่ชบา พ่อหนุ่มคนนี้เขามาส่งขนมให้คุณหนูน่ะ พาไปหาคุณหนูหน่อยซี ฉันต้องไปเฝ้าประตูแล้ว”

     “งั้นหรือ ได้ซี ฉันกำลังจะไปที่ห้องอาหารพอดี มานี่พ่อหนุ่ม ตามฉันมา”

     เหมือนฝันเดินตามไปอย่างว่าง่าย เขาอยากรีบออกไปจากที่นี่โดยเร็วและหวังว่าจะไม่เจอเจ้าของบ้านตัวจริงอย่างคุณชายอาทิตย์

     “เธอรึที่ทำขนมชั้นมาให้คุณหนู” หญิงวัยกลางคนชวนคุยระหว่างเดินทางไปห้องอาหาร ในตอนแรกเธอคิดว่าคนทำจะเป็นผู้หญิง แต่เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ชายก็แปลกใจเล็กน้อย หน้าตาก็งดงามเหมือนรูปวาดแล้วยังทำขนมเก่ง

     “ครับ”

     “ฝีมือดีเชียว คุณหนูชอบใจใหญ่ ชมไม่หยุดปาก” เธอว่าเมื่อนึกไปถึงสัปดาห์ก่อนที่คุณหนูของตนพูดถึงขนมและคนทำไม่หยุด ทั้งยังแบ่งขนมมาให้เธอชิมและเธอก็ยอมรับว่าขนมนั้นอร่อยมากทีเดียว “หน้าตาก็งามเหมือนพวกประกวดหนุ่มงามแห่งสยาม ฝีมือก็ดี มีความสามารถ หาไม่ใช่ง่ายๆ”

     เหมือนฝันยิ้มรับตามมารยาทแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ หญิงวัยกลางคนยังคงชวนเขาคุยอยู่เรื่อยๆ คนตัวขาวตอบบ้าง เงียบบ้างจนกระทั่งเดินมาถึงห้องอาหารของวัง

     “คุณหนูขา คนทำขนมนำขนมมาส่งแล้วค่ะ”

     “มาแล้วหรือเหมือนฝัน”

     อาคิรายิ้มร่าเมื่อได้ยินคำบอกของสาวใช้เก่าแก่ รีบลุกจากเก้าอี้มาหาเขาด้วยรอยยิ้มแห่งดีใจต่างจากเหมือนฝัน

     เขาไม่คิดว่าทุกคนจะอยู่พร้อมหน้าทั้งอาคิรา คุณหญิงอุษาและคุณชายอาทิตย์

     “พี่ชบาช่วยไปหยิบกระเป๋าสตางค์ของอ้นบนห้องนอนให้หน่อยนะครับ”

     “ได้ค่ะคุณหนู”

     “เธอมาได้จังหวะเชียว เรากำลังจะทานมื้อเย็น มาทานด้วยกันสิเหมือนฝัน” อาคิราบอกด้วยรอยยิ้มก่อนจะโดนคนเป็นแม่ดุ

     “ตาอ้น มานั่งที่”

     อาคิราหงอลง แต่ยังไม่ยอมทำตามคำบอกของคุณหญิงอุษา ถือวิสาสะดันตัวเหมือนฝันให้นั่งลงที่เก้าอี้ แต่คนตัวขาวก็ยื้อตัวเอาไว้ก่อนสะบัดแขนออก

     “ผมแค่มาส่งขนม ผมเป็นคนนอก ไม่เหมาะสมหรอกครับ”

     “ก็รู้ตัวดีนี่” คุณหญิงอุษาว่าพลางมองไปที่คุณชายอาทิตย์ที่กำลังจ้องตากับเหมือนฝันอย่างไม่ลดละ

     “เหมือนฝัน… เหมือนฝันจริงๆ หรือลูก”

    คุณชายอาทิตย์ลุกจากที่นั่ง ก้าวไปหาเหมือนฝัน ในแต่ละก้าวหนักอึ้งราวกับโดนหินถ่วง เขาไม่ได้พบเหมือนฝันมากี่ปีแล้ว ลูกชายของเขาโตขึ้นมากจริงๆ ทั้งยังหน้าตางดงามเหมือนกับภาขวัญไม่มีผิด มือสั่นเทาค่อยๆ ยื่นไปหาเหมือนฝันก่อนโดนอีกคนตอกกลับด้วยคำพูดห่างเหินและเย็นชาจนหัวใจคนเป็นพ่อรู้สึกเจ็บปวด

     “อย่ามาโดนตัวผม อย่า… แม้แต่จะคิด”

     เกิดความเงียบหลังจากเหมือนฝันพูดจบ แม้แต่คุณหญิงอุษาก็นิ่งงัน เงยหน้ามองเหมือนฝัน ดวงตาสวยที่มีแววตาแข็งกร้าว แฝงไปด้วยความโกรธ ความน้อยใจ หรือแม้แต่ความเกลียดที่มีต่อพ่อของตัวเอง

     เด็กคนนั้น คงเจ็บปวดมากสินะ

     “เหมือนฝัน… นี่พ่ออย่างไรเล่า พ่อเอง” คุณชายอาทิตย์เอ่ยบอกน้ำเสียงสั่นๆ

     “คุณชายคงเข้าใจผิดไป เพราะตั้งแต่เจ็ดขวบ ผมก็ไม่เคยมีพ่ออีกเลย”

     น้ำเสียงที่เอ่ยประชดประชันทั้งยังมีความน้อยใจอยู่ในประโยค ทำเอาอาคิราทนไม่ไหวต้องเบือนหน้าหนีเมื่อคิดได้ว่าเหมือนฝันต้องรับรู้ทุกอย่างตั้งแต่เจ็ดขวบ พี่ชายของเขาต้องเก่งขนาดไหนกัน

     “พ..พ่อขอโทษนะเหมือน พ่อไม่มีทางเลือก พ่อขอโทษ” เหมือนฝันร้องเหอะในลำคอเมื่อเห็นผู้ชายตรงนั้นที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อของตน ไม่สิ เคยเป็น แสดงสีหน้าเสียใจ รู้สึกผิด เขาก็ยิ่งเกลียดผู้ชายคนนี้

     “ไม่มีทางเลือกงั้นหรือ คุณชายมีทางเลือกครับ เพียงแต่คุณชายเลือกที่จะทำผิดต่อผู้หญิงสองคนในเวลาเดียวกัน เลือกที่จะหลอกและทำแม่ของผมเสียใจ คุณชายทราบหรือไม่ว่าผมรู้สึกอย่างไรที่ต้องเห็นแม่ตัวเองร้องไห้ทุกวัน!”

      ภาพในวันวานย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำราวกับเพิ่งเกิดเมื่อไม่กี่วันมานี้ ตอนที่แม่บอกเขาว่าต่อไปเราจะอยู่กันแค่สามคน เขา จันทร์วาดและแม่

     ในตอนนั้นเขาไม่เข้าใจและร้องหาพ่อในทุกวัน แม่ทำได้เพียงแค่กอดเขาเอาไว้ เอ่ยบอกว่าไม่เป็นไร มีแม่อยู่ตรงนี้ เขาต้องทนเห็นภาพที่แม่แอบร้องไห้หลังจากกล่อมเขากับจันทร์วาดหลับ เพราะเสียงร้องไห้อันแสนเจ็บปวดทำให้เขาสะดุ้งตื่นเกือบทุกคืน และในทุกเช้าแม่จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังคงยิ้มให้เขาเหมือนเคย เขาจึงไม่คิดถามว่าเกิดอะไรขึ้น

     จนกระทั่งเขาอายุได้แปดขวบย่างเก้าขวบ เขาเห็นพ่อของตัวเองที่ไม่ได้เห็นมานานอยู่กับผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง และในอ้อมแขนของพ่อก็กำลังอุ้มเด็กชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา เหมือนฝันจำได้ว่าเขาไม่พอใจอย่างมาก ตั้งใจเดินเข้าไปหาพ่ออยากถามให้รู้เรื่องแต่ก็โดนแม่รั้งเอาไว้เสียก่อน

      ความทรงจำของเหมือนฝันยังชัดเจนในตอนที่แม่เล่าทุกอย่างให้เขาฟังพร้อมกับร้องไห้เอ่ยขอโทษเป็นร้อยครั้ง เสียงร้องไห้ของแม่ปนกับเสียงร้องไห้ของจันทร์วาด และเป็นเขาคนเดียวที่น้ำตาไหลโดยไม่มีแม้แต่เสียงเล็ดลอดออกมา ตั้งแต่ตอนนั้นความรู้สึกที่มีต่อพ่อก็เปลี่ยนไป

     “คุณชายทำได้อย่างไร มีคนรักอยู่แล้วแต่ยังมาหลอกแม่ผม ปกปิดได้อย่างไรตั้งหลายปี คุณชายเห็นแม่ผมเป็นอะไร!”

     “พ่อกับภาขวัญรักกันมาก่อน! พ่อโดนจับคลุมถุงชนกับคุณหญิงอุษา พ่อไม่ได้รักเธอ”

     เหมือนฝันกับอาคิรามองคนเป็นพ่ออย่างไม่เชื่อสายตา อาคิราพอรู้มาบ้างว่าการคลุมถุงชนนั้นเป็นเรื่องปกติของคนระดับสูง เขาเองก็โดนคลุมถุงชนกับดนัย แต่ต่างตรงที่เขากับดนัยรักกัน แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่อยากเชื่อว่าคุณพ่อจะพูดแบบนั้นออกมาต่อหน้าคุณแม่

     “นี่น่ะหรือครับที่คุณชายบอกว่าไม่มีทางเลือก ทำไมตอนนั้นคุณชายถึงไม่ปฏิเสธไป หากปฏิเสธไม่ได้ ทำไมไม่เลิกยุ่งกับแม่ผม ทำไมต้องปล่อยให้แม่รู้ความจริงเอง ทำไมต้องปล่อยให้แม่มีจันทร์ ทำไมต้องทำให้แม่ผมลำบากเลี้ยงลูกคนเดียว ทำไม…ต้องทำให้น้องของผมไม่มีพ่อไปด้วยอีกคน อึก”

     เหมือนฝันเม้มปากกลั้นเสียงสั่นๆ ของตน เมื่อนึกถึงจันทร์วาดในวัยเด็กเคยถามว่าทำไมตนถึงไม่มีพ่อ แต่ทั้งเขาและแม่ก็ไม่มีคำตอบให้ น้องชายของเขาไม่เคยงอแงอยากรู้ อีกคนบอกว่าที่ถาม เพราะเพื่อนถามมาอีกทีเท่านั้น ตนแค่มีแม่กับเขาก็พอใจแล้ว

     “พ่อขอโทษ…”

     ภาพแม่ที่เอ่ยขอโทษในวันนั้นซ้อนทับกับผู้ชายตรงหน้าเขาในตอนนี้ แต่ความรู้สึกกลับต่างกันโดยสิ้นเชิง เขามองคุณหญิงอุษาที่นิ่งเงียบเบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า เธอไม่ได้พูดอะไร หน้าตาเฉยเมยราวกับไม่สนใจอะไรกับคำพูดจากสามี แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจไม่เคยโกหก

     เขาไม่รู้เรื่องราวในครอบครัวของอาคิรา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจากความเห็นแก่ตัวของผู้ชายคนหนึ่งที่สร้างบาดแผลในใจให้ผู้หญิงสองคนจนผลกระทบตกไปถึงคนอื่น ผู้ชายแบบนั้นไม่สมควรได้รับการอภัย

     “คนอย่างคุณชาย… ไม่สมควรได้รับการอภัยเสียด้วยซ้ำ” เหมือนฝันจ้องหน้าคุณชายอาทิตย์โดยไม่หลบตา

     “เหมือน พ่อกับแม่เรารักกันจริงๆ นะลูก พ่อขอโทษ พ่อผิดไปแล้ว ลูกพาจันทร์วาดมาหาพ่อบ้างได้ไหม ภาขวัญล่ะ แม่สบายดีหรือเปล่า”

     เหมือนฝันมองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า กล้าพูดแบบนั้นต่อหน้าภรรยาและลูกของตัวเองได้อย่างไร ช่างหน้าไม่อายเสียจริง

     “รักงั้นหรือครับ คุณชายรักแม่ผมงั้นหรือ หากรัก แล้วทำไมไม่ทราบว่าแม่ของผมเสียไปได้สี่ปีแล้ว”

     “ว่าอย่างไรนะ!”

     คุณชายอาทิตย์ทรุดลงกับพื้นเมื่อได้ยินคำพูดจากปากของเหมือนฝัน รวมทั้งอาคิราและคุณหญิงอุษาต่างก็ตกใจในคำพูดนั้น

     “ทั้งที่แม่อยู่ใกล้คุณชายแค่นี้ แม่ไม่เคยหนีคุณชายไปไหนไกล…” เหมือนฝันมองคนที่นั่งคุกเข่าร้องไห้กับพื้นแล้วนึกเสียใจ แม่ไม่น่ามารักคนแบบนี้ “แต่ไม่ต้องมายุ่งกับพวกเราหรอกนะครับ ผมกับจันทร์สบายดี”

     พูดจบก็เดินออกไปโดยไม่บอกลาใครทั้งสิ้น ขาเรียวก้าวฉับอย่างรีบร้อน อยากออกไปจากที่นี่จนแทบขาดใจ เมื่อเดินพ้นห้องอาหารมาได้ไม่เท่าไหร่ก็โดนคนที่ตามออกมาคว้าแขนเล็กเอาไว้เสียก่อน

     “พี่เหมือน! พี่พูดจริงหรือเรื่อง…คุณแม่ภาขวัญ” อาคิราเอ่ยถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ ต่างจากทุกครั้ง

     “ครับ”

     เหมือนฝันตอบแค่นั้นแล้วก็เงียบ เขาไม่ได้สะบัดมือของอาคิราออก อีกฝ่ายก็ไม่ยอมปล่อยมือแต่เปลี่ยนมาจับข้อมือเขาด้วยสองมือ มองหน้าเขาด้วยความอ้อนวอน

     “อย่าเกลียดอ้นได้ไหมพี่เหมือน อ้นขอร้อง”

    คนตัวขาวนิ่งงัน เมื่ออาคิราจับมือเขาแนบแก้มตนแล้วสะอื้นเงียบๆ เหมือนฝันเอื้อมมือไปลูบผมของอาคิราเบาๆ ก่อนดึงมือออกเอ่ยบอกในสิ่งที่ตัวเองคิดมาตลอด

     “ผมไม่ได้เกลียดคุณ…ไม่เคยเกลียด”

     เขาไม่เคยเกลียดอาคิราเพราะอีกฝ่ายไม่ได้ทำผิดอะไรผิด เขาเกลียดคนที่ทำให้เรื่องมันยุ่งยาก คนที่ทำให้คนอื่นมีแผลในใจ เขาไม่ได้เกลียดอาคิราเพราะอย่างไร อาคิราก็เป็นน้องชายของเขาเหมือนกัน



     *****



     เหมือนฝันเดินออกจากวังวริศสกุลอย่างเหม่อลอย เหตุการณ์เมื่อครู่เขาไม่นึกฝันว่าจะต้องเผชิญหน้าไวขนาดนี้ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนเขารับแทบไม่ไหว เจ็บในอกอย่างบอกไม่ถูก เหมือนฝันไม่ได้ร้องไห้มานานตั้งแต่ที่แม่เสียเพราะไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น เขาเก็บเอาไว้ อดทนมาตลอด แม้อยากร้องไห้สักเท่าไหร่เขาจะจัดการตัวเองได้เสมอ แต่ตอนนี้สิ่งที่เก็บเอาไว้นั้นกำลังจะทะลักออกมาและมันหนักเกินจะเก็บไว้คนเดียว ถ้ามีใครสักคนที่ช่วยเขาได้ก็คงดี

     จู่ๆ ก็นึกถึงคนที่ไม่ควรนึกถึง คนที่หายหน้า หายตาไปเกือบสัปดาห์ ยิ่งในเวลาแบบนี้ เขาไม่ควรคิดถึงพีรภัทรเลย

     เหมือนฝันเงยหน้าขึ้นมามองทางหารถสามล้อเพื่อกลับบ้าน แต่แล้วก็ต้องชะงัก มองภาพเบื้องหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตน ขอบตาร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ น้ำใสในตาเอ่อขึ้น เขากัดปากกลั้นสะอื้น เมื่อเห็นคุณชายพีรภัทรยืนกอดอกพร้อมรถเครื่องคู่ใจที่หน้าวังวริศสกุล

    เหมือนฝันปาดน้ำตาหน้าบนใบหน้าออกอย่างไม่ใสใจ ขาเรียวค่อยๆ ก้าวไปหาคุณชายพีรภัทร น้ำใสที่บดบังการมองเห็นทำให้เขาเห็นภาพไม่ชัดนัก แต่เขาก็เห็น เห็นว่าคุณชายพีรภัทรก็ก้าวมาหาเขาเช่นกัน

     จนกระทั่งเหมือนฝันอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นของคุณชายพีรภัทร และเขาสามารถร้องไห้ได้อย่างไม่อาย

     ไม่มีคำถามจากคุณชายหมอขี้สงสัยเหมือนทุกครา มีเพียงมือใหญ่ที่ลูบหลังปลอบใจและแขนแกร่งที่กระชับแน่นขึ้นเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัยกับเหมือนฝัน

     “ฉันออกเวรในรอบหลายวันเชียวนา น้องอ้นบอกฉันว่าเธอจะมาส่งขนม ฉันเลยมารอ” พีรภัทรบอกทั้งที่ไม่สนใจว่าเหมือนฝันจะฟังกันอยู่หรือไม่ เขาแค่พูดไปเรื่อยเหมือนทุกครั้ง

     “ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร” แค่เพียงคำพูดนั้นก็ทำให้เหมือนร้องไห้หนักกว่าเดิม คนตัวสูงยังคงลูบแผ่นหลังสมส่วนที่ดูเล็กลงเรื่อยๆ ในอ้อมกอดของเขา “ฉันอยู่นี่แล้ว”

     ร่างเพรียวในอ้อมกอดพีรภัทรพยักหน้า เขาเชื่อ เขาเชื่อในคำพูดของพีรภัทร เหมือนฝันจะต้องไม่เป็นอะไร

     “ฮึก… คุณชาย.. ไม่ถามหรือครับ”

     “ไม่ล่ะ แต่หากเธอยากเล่า ฉันจะฟัง”

     เหมือนฝันเงียบ มีเพียงเสียงสะอื้นเป็นคำตอบ พีรภัทรไม่ได้กดดันแต่อย่างใด แม้ความสงสัยในความสัมพันธ์ของเหมือนฝันกับบ้านวริศสกุลยังมีอยู่ แต่อาจไม่ใช่เรื่องที่เขาจะเข้าไปยุ่งได้หากไม่ได้รับอนุญาต และครั้งนี้คงหนักเกินกว่าที่เหมือนฝันจะเก็บเอาไว้คนเดียว

     “ตอบฉันแค่คำถามเดียวก็พอ”

     “…” เหมือนฝันผละตัวออกจากคุณชายพีรภัทร มองหน้าอีกฝ่ายที่ยิ้มให้อย่างอบอุ่น มือใหญ่เช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าหวาน ที่แม้ในเวลาที่มีน้ำตา จมูกแดง แก้มแดง ตาบวมขึ้นมาก็ยังงามสำหรับเขา

     “เธอจะยอมให้ลูกรักของฉันพาเธอไปส่งที่บ้านได้หรือยัง”

     เหมือนฝันมองรถเครื่องคู่ใจของพีรภัทรแล้วยิ้มมุมปากเล็กน้อย จับฝ่ามืออุ่นของอีกฝ่ายที่ยังคงเช็ดคราบน้ำตาให้เขาไม่หยุด

    ลองนั่งรถนำเข้าที่อีกฝ่ายคุยอวดไว้สักครั้งคงไม่เสียหายอะไร

     “ครับ”




*****








     รักคุณเข้าแล้ว - สุเทพ วงศ์กำแหง



     และนี่คือเมจของตัวละครในเหมือนดั่งฝันค่ะ




รถเครื่องคู่ใจของคุณชายพีรภัทรค่ะ BMW R68



ส่วนเรฟบ้านเหมือนฝันและจันทร์วาด ค่อนข้างออริ เราไม่ได้อ้างอิงจากไหนเป็นพิเศษ เป็นบ้านไม้สีขาวสองชั้น ใต้ถุนเป็นครัว มีรั้วล้อมรอบ มีพื้นที่หลังบ้าน ที่สามารถปลูกพืชผักสวนครัว และดอกไม้ได้ ในรูปจะใกล้เคียงที่สุดค่ะ






     ค่อนข้างยาวมากๆเลยค่ะตอนนี้ ตอนแรกกะไว้ประมาณน่าจะ๑๐๐% แต่ยาวมาเป็น ๑๓๐%จนได้ นี่คือเหตุผลที่เขียนนาน แหะ หวังว่าตอนนี้จะช่วยเคลียร์ปมที่ทุกคนสงสัยได้บ้างนะคะ 
     ฟิคเรื่องนี้เดิมแรกเราตั้งใจให้มีประมาณ๖-๗ตอน แต่ลองวางตอนแล้วน่าอาจจะเกินมานิดหน่อย ถ้ามากสุดก็คงประมาณไม่เกิน๑๐ตอนแต่จะพยายามให้อยู่ในตอนที่กำหนดมาแต่แรกเพื่อจะได้ไม่ยืดเยื้อมากเกินไป แปลว่า อีกไม่นานก็ใกล้จบ(ถ้าเราแต่งจบนะคะ๕๕๕๕)

     ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ด้วยค่ะ เราอ่านตลอด เห็นทุกข้อความเลย เป็นกำลังใจในการเขียนต่อมากๆ

     ตอนนี้เป็นยังไงฝากคอมเม้นต์ติ-ชมด้วยนะคะ เราอาจจะยังไม่เก่งมาก อย่างที่บอกว่าไม่เคยเขียนแนวนี้และไม่เก่งดราม่าเท่าไหร่ แต่ขอฝากด้วยนะคะ♡


     #เหมือนดั่งฝัน


     ๑๘/๔/๒๕๖๓


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

565 ความคิดเห็น

  1. #544 nagoimp (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 20:04
    เหมือนสู้มากจริงๆนะ สู้มาตลอดเข้มแข็งมาตลอดดีใจจังที่ตอนนี้มีคุณชายหมอ

    คุณไรท์เขียนดีมากๆเลยค่าา บรรยายได้ดีเห็นภาพสุดๆ
    #544
    0
  2. #522 Chaneahun (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 01:06
    คุณชายพีอบอุ่นจังเลย
    #522
    0
  3. #518 My_Story_not_you (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 00:54

    เศร้าจัง สงสารน้องอะ แงงงงงง

    #518
    0
  4. #517 Qbnteal♥ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 23:16
    ปมเรื่องพีคมากจ้า ;-; พ่อเหมือนฝันพูดได้ทำร้ายจิตใจแม่น้องอ้นมาก ไม่เกรงใจกันเลย เห้อ ผู้ชายแบบนี้อ่ะนะ คุณชายพีมาทันเวลาพอดี
    #517
    0
  5. #513 sxpans (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 17:38
    จริงๆ ด้วยอะฮือ คุณชายอาทิตย์เป็นพ่อของเหมือนฝันกับจันทร์วาดจริงๆ แต่ไม่รู้ทำไมเราสงสารคุณอุษากับอาคิรามาก พูดออกมาได้ เฮงซวย! แต่อีกใจนึงก็รู้สึกดีที่เหมือนฝันไม่ได้เกลัยดอาคิรา ;______; หน่วงมากค่ะ สงสารคุณเหมือนมาก ต้องเก็บเรื่องนี้มาตั้งหลายปีอะ เข้มแข็งมากๆ แล้วก็คุณชายหมอแบบแง้ โอ้ย เขินตอนสุดท้ายมากที่บอกว่าคราวนี้จะยอมนั่งลูกรักไหม ฮืออ ดีใจที่ในเวลาที่เหมือนฝันเศร้าแล้วคุณชายหมอโผล่มาพอดี y_______y แต่เรื่องคู่หมั้นนี่ยังไงคะ จริงหรือหลอกยังไงเรื่องนี้ต้องรอคุณชายหมอออกมาตอบ
    ปล. เราว่าคุรไรท์เขียนได้ดีแล้วนะคับ เราชอบมากๆ เลย ที่สำคัญคือคู่ชิปเราดันตรงกันอีก เลยดีใจมากๆ เลยค่ะt-t สู้ๆ นะคะคุรไรท์จะรออ่านไปจนจบเลยยยย
    #513
    0
  6. #510 nonny_popo (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 17:41
    ไม่อยากเห็นน้องร้องไห้เลยยย
    #510
    0
  7. #509 LINGLINGGG69 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 11:34
    ขอบคุณมากๆนะคะ แงงง เราเศร้าตามมากๆ😭
    #509
    0
  8. #508 puroi1113 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 05:09
    เขินนน แต่ก็สงสารน้องงงง ;_;
    #508
    0
  9. #507 พีพีวาย (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 04:40
    ในที่สุดก็ได้น้องมาซ้อนท้ายซักทีนะ555555
    #507
    0
  10. #506 ptckk (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 01:07
    กอดโอ๋เหมือนฝัน ฮืออ รอตอนต่อไปนะคะะ
    #506
    0
  11. #505 EMO_TUNG (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 21:43
    รักคุณชายหมอเข้าแล้วสินะเหมือนฝันนนน คุณชายสู้ๆ
    #505
    0
  12. #504 goldenstars (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 20:00
    สงสารเหมือนฝัน ;-;
    #504
    0
  13. #503 KissCYeol (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 19:40
    ชอบค่ะ ภาษาสวย คิดไว้ไม่มีผิดว่าน้องเหมือนกับคุณอ้นน่าจะเป็นพี่น้องกัน พอเฉลยปมก็เศร้านะ ทุกคนต่างเจ็บปวดไม่ว่าใครก็ตาม ปล.อยากได้คนมาปลอบแบบน้องเหมือนต้องไปหาจากไหนคะ
    #503
    0
  14. #502 yxxxkx (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 09:46
    ฮั่นแน่ ชอบเขาแล้วล่ะซี่
    #502
    0
  15. #499 Binminlover (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 02:39

    เหมือนก็เปิดใจให้คุณชายพีอยู่นะ ให้มาบ้านทั้งที่รู้ว่าเป็นข้ออ้าง ตามใจอีกตั้งเยอะ ชอบเค้าแล้วใช่มั้ยล่า แต่ปมอ้นกับเหมือนก็คิดไม่ตกเหมือนกัน คือจริงๆแล้วน้องชายเหมือนจริงๆ เป็นอ้นเหรอ แล้วถ้าเป็นแบบน้ันจันทร์เป็นลูกใครอะ กี๊ดดด งงมากกก

    #499
    0
  16. #495 ptckk (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 02:16
    น่ารักมากเลยค่า เป็นกำลังใจให้คุณชาย แต่เหมือนฝันดูมีสตอรี่หลายอย่างเลย แงแอ
    #495
    0
  17. #494 EMO_TUNG (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 21:50
    เหนื่อยหน่อยนะคุณชายยย คุณเหมือนเขาเขินคุณอยู่น้าาา
    #494
    0
  18. #493 puroi1113 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 21:20
    เอ็นดูน้องเหมือน แงงง
    #493
    0