SF/OS : Our Story #BinMin #NenNyeon

ตอนที่ 27 : เหมือนดั่งฝัน | บทที่สอง : ขอให้ได้ดังใจนึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 332
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    20 เม.ย. 63



 




     เหมือนดั่งฝัน







     บทที่สอง






     เด็กหนุ่มผิวขาว ตัวผอมบางวัยสิบเจ็ดที่กำลังทำหน้าเคร่งเครียด ดวงตาเรียวสวยที่มีตาสองชั้นหลบในหรี่ลงเล็กน้อยบ่งบอกถึงความไม่พอใจ ปากสวยคว่ำลงพร้อมกับเปิดหนังสือหน้าถัดไปอย่างไม่เบามือนัก




     “โถ่ จันทร์คะ หายโกรธพี่เถิดนะ”


     “ไหนครับ ใครโกรธคุณเมธี ผมไม่ยักเห็น”


     “จันทร์คะ ไม่พูดแบบนี้กับพี่ซี”



     เด็กหนุ่มตัวผอมยักไหล่ใส่ ก่อนจะสะบัดหน้าหนี หันไปอ่านหนังสือต่อ ไม่สนใจพี่ชายหน้าหล่ออย่างเมธีที่แทบจะคุกเข่าอ้อนวอนตน



     “ไม่เอาหน่าจันทร์ พี่เมธเขาไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย เถ้าแก่รถชนเชียวนา จะให้เขาทิ้งพ่อมาหาพี่หรืออย่างไร ดีเท่าไหร่แล้วที่เถ้าแก่ไม่เป็นอะไร”


     “จันทร์ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นเสียหน่อย อย่างน้อยก็น่าจะให้คนมารับสักคนก็ยังดี” จันทร์วาดมองชายตัวสูงหน้าตาหล่อเหลา ผิวสีน้ำผึ้ง ดวงตากลมโตที่กำลังมองเขาเหมือนไอ้ด่าง หมาข้างบ้านตอนถูกดุไม่มีผิด “ดูแขนพี่เหมือนซี ผ่านมาสี่ห้าวันแล้วยังเขียวอยู่เลย”



     ได้ยินดังนั้นเมธีก็ยิ่งดูเหมือนจะหางลู่หูตกยิ่งกว่าเดิม จนเหมือนฝันอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นเพื่อนตัวใหญ่ ที่หลายคนบอกว่าน่าเกรงขามแต่ตอนนี้กำลังโดนน้องชายตัวเท่าเมี่ยงของเขาบ่นจนตัวหดเหลือเท่าก้านไม้ขีด




     “จะให้พี่ทำอย่างไร จันทร์ถึงจะหายโกรธคะ”


     “ผมไม่มีสิทธิ์ไปโกรธคุณเมธีผู้ยิ่งใหญ่หรอกครับ”


     “ผู้ยิ่งใหญ่อะไรกัน จันทร์ขา กลับมาพูดปกติกับพี่เถอะนะ”



     จันทร์วาดยกหนังสือขึ้นมาปิดครึ่งหน้าจนเห็นแค่ดวงตา แอบยกยิ้มกับตัวเอง เมื่อภาพของเมธีตรงหน้านั้นเหมือนไอ้ด่างจริงๆ แม้จะตัวใหญ่กว่าไอ้ด่างสักห้าเท่าได้



     “เช่นนั้น วันพรุ่ง จันทร์จะปลูกมะลิกับดาวเรือง พี่เมธจะมาช่วยจันทร์ได้ไหม”


     “ได้สิคะ”


     “แล้วก็ จันทร์อยากกินข้าวเกรียบปากหม้อกับลูกชุบ”
     “ได้เลยค่ะ พี่จะซื้อมาให้”


     “อ้อ แล้วก็อย่าพูดคะพูดขากับจันทร์ จันทร์ไม่ใช่ผู้หญิงนะ”




     ถึงจะท้องได้เหมือนผู้หญิงก็เถอะ จันทร์วาดคิดในใจ มือเรียวเผลอกำหนังสือในมือ ก่อนจะชะงักเพราะโดนพี่ชายผิวเข้มจิ้มจมูกรั้นเบาๆ แล้วยิ้มให้จนเห็นเขี้ยวสวย




     “พี่พูดเพราะจันทร์น่ารักหรอกค่ะ”


     “น..น่ารักอะไรกัน! พี่เมธไปตัดใบเตยมาเลยนะ”




     จันทร์วาดเอ่ยบอกเสียงตะกุกตะกัก แทบมุดหน้าตัวเองเข้าไปในหนังสือ เมธีเห็นดังนั้นก็ลุกไปตามคำสั่งของเด็กหนุ่ม ไม่วายแกล้งขยี้ผมนุ่มเบาๆแล้วหัวเราะให้กับความน่ารักของอีกฝ่าย


     “เบาๆหน่อยซี น้องฉันเพิ่งสิบเจ็ดนะ”


     “รู้แล้วหน่า ใช่ว่าจะสิบเจ็ดไปตลอดชีวิตเสียหน่อย”


     เมธีพูดเสียงเบาให้ได้ยินแค่สองคนกับเหมือนฝัน แล้วหยิบมีดเดินไปหลังบ้าน ตัดใบเตยให้เหมือนฝันเพื่อทำขนม



     เหมือนฝันมองเพื่อนตัวโตที่เดินผิวปากอย่างสบายอารมณ์กับน้องชายตัวผอมบางที่กำลังบ่นพึมพำพร้อมกับกุมหน้าแดงๆของตัวเองไปด้วย


     “จันทร์ พี่จะไปวังบูรพา เราจะไปด้วยไหม เผื่ออยากไปดูหนังสือหรือดูเสื้อผ้าใหม่ๆ”


     “ไม่ดีกว่า คนเยอะจันทร์ไม่ชอบ พี่เหมือนไปกับพี่เมธเถอะ ประเดี๋ยวจันทร์อยู่เตรียมของที่เหลือให้”


     “เอาอย่างนั้นก็ได้ นอกจากข้าวเกรียบปากหม้อกับลูกชุบแล้ว เย็นนี้อยากกินอะไรอีกไหม”


      “แกงเขียวหวานไก่ จันทร์อยากกิน”


     “ส่วนฉันน้ำพริกปลาทอด” เมธีว่าแล้ววางใบเตยไว้ให้เหมือนฝัน ยิ้มกว้างให้สองพี่น้องหน้าสวยที่มองมาที่เขาราวกับไม่รู้สึกอะไร “ถ้าหากเป็นน้ำพริกมะขามผัดก็จะดีมาก”


     “วันนี้จะกินข้าวเย็นที่นี่รึ” เหมือนฝันถาม


     “นั่นซี บ้านพี่เมธมีของอร่อยๆตั้งแยะ แถมไม่ต้องทำเอง อยู่นี่พี่ต้องทำเองนา”


     “ใช่ว่าพี่จะทำไม่เป็นเสียหน่อย แกงมัสมั่นคราวก่อนที่จันทร์ชอบนั่นก็ฝีมือพี่ไม่ใช่รึ อีกอย่าง…” เมธีเว้นวรรคก่อนจะเดินไปใกล้จันทร์วาดที่แกล้งทำตามปากพูดตามเมธีอย่างล้อเลียนแล้วก้มลงพูดข้างหูเด็กหนุ่ม “ที่บ้านพี่ไม่มีจันทร์นี่คะ”


     “พี่เมธ! ไปเลยไป๊!”







     *****







     ณ วังบูรพาภิรมย์ หรือที่ส่วนใหญ่เรียกว่าวังบูรพา เป็นย่านแหล่งชุมนุมของหนุ่มสาวที่มีทั้งโรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านถ่ายรูป ร้านขายของมากมายรวมไปถึงห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง ทั้งยังอยู่ใกล้ตลาดมิ่งเมืองและตลาดบำเพ็ญบุญ แหล่งรวมร้านตัดเสื้อและใกล้กับย่านพาหุรัด แหล่งค้าขายผ้าแหล่งใหญ่ จึงนับได้ว่าวังบูรพานั้นเป็นย่านการค้าที่ใหญ่ที่สุด



     “น้องอ้นไม่ร้อนหรือครับ” 


     “ไม่ร้อนครับ ถ้าหากพี่ชายดนัยร้อน-”


     “ไม่ครับ พี่ไม่ร้อน พี่กลัวน้องอ้นร้อนมากกว่า” ดนัยบอกพร้อมกับยกกระเป๋าทำงานใบเก่งของตนบังแดดให้คนรัก พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนโปรดที่คนรักปักชื่อให้เช็ดเหงื่อบนใบหน้าของอีกฝ่าย “บอกไม่ร้อน แต่เหงื่อเต็มหน้าเลย ไปหาดูของในเซ็นทรัลจะดีกว่าไหมครับคนเก่งของพี่”


     “ของที่อ้นอยากได้ไม่มีในห้างนี่ครับ อ้นอยากเดินดูข้างนอกบ้าง โอ๊ะ นั่นครับพี่ชาย” 


     “น้องอ้นอย่าวิ่งครับ น้องอ้น” 



     ดนัยตะโกนตามหลังอาคิรา เมื่อเห็นอีกคนวิ่งเข้าร้านโชห่วยร้านหนึ่งไป ชายหนุ่มยิ้มอย่างให้คนรักอย่างเอ็นดู ก่อนจะชะงักเมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจดังข้างตัว



     “เฮ้อ”


     “อะไรของแกไอ้คุณชายพี ถอนหายใจเสียดัง” 


     “รำคาญคนรักกันน่ะซี”


     “ปัดโถ่ ใครให้แกตามมาล่ะวะ นานๆฉันจะได้หยุดจากงานโรงพยายาลมาอยู่กับน้องอ้น แล้วดูซี จะบังเอิญไปไหน มีแกมาเป็นก้างแล้วยังจะบ่นอีก” 



     ดนัยว่าเสียยืดยาวเมื่อนานๆทีคุณหมองานยุ่งแบบเขาจะได้มีวันหยุดบ้าง พอว่างก็อยากใช้เวลากับคนรักแต่ดันมาเจอพีรภัทรที่หยุดตรงกันโดยบังเอิญที่วังบูรพา อีกฝ่ายจึงขอติดสอยห้อยตามมาด้วย และอาคิราก็อนุญาตให้พีรภัทรตามมา ดนัยจึงไม่กล้าไล่เพื่อน แต่ดูสิ คุณชายตัวดียังมีหน้ามาบ่นอีก




     “ไอ้คุณชายดนัย แกชอบน้องอ้นขนาดนั้นเชียวหรือวะ แกโดนบังคับหมั้นไม่ใช่รึ ทีแรกเห็นคัดค้านหัวชนฝาเชียว” พีรภัทรทำหูทวนลมไม่ได้ยินสิ่งที่เพื่อนพูด เอ่ยถามในสิ่งที่อยากรู้ ดนัยเลิกคิ้วสงสัยในสิ่งที่พีรภัทรถาม มองหน้าคุณชายเพื่อนรักแล้วอดที่จะหัวเราะไม่ได้ หรือว่าคุณชายหมอสุดหล่อจะไปตกหลุมรักใครเข้าให้เสียแล้ว


     “ฉันรู้เรื่องตั้งแต่ไปอังกฤษปีแรก เพราะคุณแม่ส่งจดหมายมาหา ฉันไม่พอใจมากเพราะต้องแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ คุณแม่ไม่ยอมบอกฉันในจดหมาย เอาแต่บอกให้ฉันมาคุยเอง ฉันเลยตั้งใจว่าเรียนจบ กลับไทยเมื่อไหร่จะบอกคุณแม่กับท่านพ่อให้ชัดเจนว่าฉันไม่แต่งเด็ดขาด พอรู้ว่าคนนั้นคือน้องอ้นฉันก็โล่งใจ ถึงจะไม่ได้พบกันนานแต่คิดว่าคงคุยเรื่องยกเลิกการหมั้นเป็นการส่วนตัวได้”


     “…”


     “เพราะฉัน...ตกหลุมรักคนคนหนึ่งที่เคยเจอที่อังกฤษเมื่อนานมา ได้ยินเขาพูดภาษาไทย พูดถึงพระนคร คิดว่าจะตามหาเขาเมื่อกลับมา”


     “แกแอบฟังเขาคุยล่ะซีไม่ว่า”


     “เอ๊ะ ไอ้นี่ ก็…ประมาณนั้น ฉันตั้งใจจะปฏิเสธน้องอ้นเพื่อตามหาเขา ดูโง่นะ แต่ฉันหวังว่าน้องอ้นจะเข้าใจ แต่ใครจะรู้ล่ะ ว่าการที่ฉันได้พบน้องในรอบหลายปีจะทำให้ฉันตกใจจนแทบล้ม เพราะน้องอ้นคือคนเดียวกับผู้ชายหน้าตาน่ารักคนนั้น แล้วแกคิดว่าอย่างไรต่อล่ะ ฉันก็ตอบตกลงสวมแหวนหมั้นให้น้องอ้นน่ะซี”


     “อย่างกับละครวิทยุน้ำเน่า” พีรภัทรพึมพำกับตัวเอง


     “ฉันว่าฉันเคยเล่าให้แกฟังแล้วไม่ใช่รึ”


     “ฉันจำไม่ได้หรอก วันๆแกเล่าเรื่องนู้นนี้ตั้งมาก ฉันฟังไม่ทัน”


     “ไอ้เพื่อนคนนี้นี่ ว่าแต่ ถามทำไมไอ้พี หรือว่า… แกไปตกหลุมรักใครเขาเข้าล่ะ” ดนัยเอ่ยถามเชิงหยอกล้อ ยิ้มกวนๆให้พีรภัทรเมื่อเห็นเพื่อนทำหน้าเหลอหลาอย่างที่เขาไม่เคยเห็น ก่อนจะค่อยๆหุบยิ้มเมื่อนึกถึงเหตุการณ์หนึ่งที่บังเอิญเห็นพีรภัทรอยู่กับคนคนหนึ่ง คนที่เขาหวังเอาไว้ว่าพีรภัทรจะไม่ตกหลุมรักเข้าให้ “หรือว่า… คุณเหมือนฝัน”


     “ไอ้ดนัยนี่แก..” ตาคมเบิกกว้าง ทำตัวไม่ถูกราวกับเด็กน้อยที่ทำความผิดแล้วโดนจับได้ 


     “เฮ้อ ฉันว่าจะไม่พูดแล้วเชียว วันนั้นที่แกคุยกับคุณเหมือนฝันแล้วขับรถตามเขาน่ะ ฉันเห็นตอนรอน้องอ้นในรถน่ะซี”


     “เอ่อ..ฉัน..”


     “แกอยากมีเรื่องกับท่านสมบัติรึ ไม่ได้ยินที่คนในโรงพยาบาลพูดกันหรืออย่างไร คุณนายสมรยังนอนซมอยู่ที่โรงพยายาลอยู่เลย”


     “ได้ยิน แต่ฉันว่า.. เขาดูไม่เหมือนน้อยท่านสมบัติ เขาโกรธทุกครั้งที่พูด เหมือนไม่อยากได้ยินอะไรที่เกี่ยวกับท่านสมบัติ เขาดู…ไม่รู้ซี ฉันเดาใจ เดาสีหน้า ท่าทางเขาไม่ออก” 



     เพราะอย่างนั้นถึงยิ่งอยากรู้จัก สำหรับพีรภัทร เหมือนฝันเหมือนกับความฝันที่น่าฉงนและน่าค้นหา อยากฝันต่อไปเรื่อยๆไม่รู้จบ พีรภัทรอยากทำความรู้จักให้มากกว่านี้แต่ก็ดูว่าอีกคนมีเส้นอะไรบางอย่างที่ขีดกลั้นเอาไว้ไม่ยอมให้เข้าไป



     “ฉันไม่ได้จะให้ร้ายเขานา ฉันได้ยินน้องอ้นพูดถึงเขาบ่อย ดูไม่น่าจะเป็นแบบที่คนอื่นพูด แต่ก็ควรฟังหูไว้หู ถ้าไม่มีมูลเขาจะพูดกันได้อย่างไร เรื่องแบบนี้คนที่รู้ดีที่สุดคงเป็นคุณเหมือนฝัน”


     “นั่นซี ว่าแต่… น้องอ้นพูดถึงเหมือนฝันบ่อยหมายความว่าอย่างไร ทั้งสองรู้จักกันอย่างนั้นรึ” ดนัยยกมือปิดปากตนทันทีที่รู้ตัวว่าหลุดพูดอะไรออกไป เฉไฉหลบตาพีรภัทร แล้วเอ่ยถามเพื่อเปลี่ยนเรื่อง  



     “ช่างเถอะหน่า แล้วแกน่ะ ชอบคุณเหมือนฝันจริงหรือไม่”


     “ฉัน… คือ..”


     “เหมือนฝัน!” 




     เสียงของอาคิราตะโกนเรียกเจ้าของชื่อที่พีรภัทรกับดนัยกำลังพูดถึง ทำให้ทั้งสองหันไปตามเสียง ก็พบอาคิราที่โบกมือให้เหมือนฝันอย่างดีใจแล้วเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย เหมือนฝันแอบถอนหายใจเบาๆเมื่อได้พบกับอาคิราแล้วชะงักเมื่อเห็นว่าใครที่ยืนอยู่ด้านหลังหม่อมหลวงตัวเล็ก 


     เมื่อดวงตาสวยสบเข้ากับพีรภัทร คุณชายหมอตัวสูงก็ส่งยิ้มมุมปากแล้วยักคิ้วให้เหมือนฝันเป็นการทักทาย ก่อนจะโดนคนตัวขาวทำหน้าเอือมใส่ จนเขาหลุดหัวเราะ


     “เขามองแกไม่เป็นมิตร ยังจะหัวเราะชอบใจ เป็นเอามากนะไอ้พี” ดนัยว่า ส่ายหัวใส่พีรภัทรก่อนเดินไปหาคนรัก


     “ก็น่ารักดีไม่ใช่รึ” พีรภัทรพึมพำกับตัวเองแล้วเดินตามดนัยไปบ้าง 






     “เหมือนฝัน เธอมาซื้อของรึ” อาคิราเอ่ยถาม ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายมาทำอะไร แต่เขาก็ยังอยากถามอยู่ดี เพราะแค่อยากคุยด้วยเท่านั้น


     “ครับ”


     “ซื้ออะไรบ้างล่ะ”


     “…” เหมือนฝันมองหน้าอาคิราที่มีแต่รอยยิ้มและความดีใจ ทำให้เขาอดใจอ่อนไม่ได้แม้จะเพียงเล็กน้อย คงเพราะสายตานั้นที่แฝงไปด้วยความสุขทำให้เขาเลือกตอบอีกฝ่ายไป “ของทำขนมน่ะครับ วันนี้ผมจะทำทองหยิบ ทองหยอด เม็ดขนุนแล้วก็ขนมชั้น”


     “จริงหรือ ฉันชอบขนมชั้นมากๆเลย ถ้าหากว่าเธอจะใจดีแบ่งให้ฉัน-”


     “คงไม่ได้ ผมทำขายครับ มีคนจ้าง”


     “ถ้าเช่นนั้นฉันจะจ้างเธอ” อาคิราปิดปากตัวเองอย่างรวดเร็วเมื่อพูดจบ เพราะกลัวจะพูดอะไรทีทำให้เหมือนฝันไม่พอใจเหมือนคราวก่อน “ฉ..ฉัน ไม่ได้จะดูถูกเธอนะ ฉันอยากทานขนมฝีมือเธอจริงๆ เธอบอกว่ามีคนจ้าง ฉันเลยจะจ้างเธอบ้าง”


     “ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนี่ครับ” เหมือนฝันบอกก่อนจะหันไปคุยกับหญิงวัยกลางคนเจ้าของร้านที่คุ้นเคย “เถ้าแก่เนี้ย ผมขอไข่เป็ดสามแผง น้ำตาลสามกิโล แป้งข้าวเจ้าสองกิโล นี่เงินครับ”


     “ได้ๆ ลื๊อนี่เอง คนสั่งทำขนมเยอะเรอะวันนี้ เดี๋ยวอั๊วแถมให้” หญิงวัยกลางคนรับเงินแล้วทอนให้เหมือนฝันแล้วลุกไปหยิบของให้ตามคำบอกของเหมือนฝัน “ไอหยา ไข่เป็ดกับน้ำตาลหน้าร้านเหมือนจะไม่พอ เดี๋ยวอั๊วไปดูหลังร้านให้ ลื้อรอเดี๋ยวนา”


     เหมือนฝันตอบรับ ยิ้มให้ก่อนเธอจะเดินเข้าไปหลังร้านตามที่ว่า คนตัวขาวมองอาคิราเพียงครู่แล้วเดินดูของอย่างอื่นในร้านเพื่อรอเจ้าของร้าน


     “เธอยิ้มสวย หากเธอยิ้มให้ฉันบ้างคงจะดี” อาคิราพูดกับตนเองแต่ก็ดังมากพอให้เหมือนฝันได้ยิน และเขาก็เลือกที่จะไม่สนใจในคำพูดนั้น



     แม้จะดูใจยักษ์ใจมารในสายตาใครก็ช่าง แต่เหมือนฝันไม่อยากเกี่ยวข้องกับอาคิราไปมากกว่านี้ แม้แต่นิดก็ไม่  



     “เธอมากับใคร จันทร์วาดล่ะ ไม่มาด้วยรึ ฉันอยากเจอน้อง-”


     “ไม่มาครับ”


     หม่อมหลวงอาคิราหน้าเสียลงทันทีที่โดนเหมือนฝันตัดบท แต่ก็ไม่ย่อท้อยังพยายามคิดหาบทสนทนาเพื่อมาคุยกับเหมือนฝัน ไม่ว่าอย่างไร เหมือนฝันก็ต้องใจอ่อนกับเขาสักวัน 



     “น้องอ้น สวัสดีครับคุณเหมือนฝัน” 


     “สวัสดีครับคุณชายดนัย” เหมือนฝันก้มหัวทักทายให้ดนัยเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปดูของต่อเมื่อสบสายตาเข้ากับคนที่เดินตามดนัยมา


     “น้องอ้น ได้ของแล้วใช่หรือไม่ครับ”


     “ใช่ครับ”


     “อย่างนั้นกลับกันครับ คุณแม่รออยู่นะ”


     “นั่นซี.. แต่อ้นยังอยากคุยกับเหมือนฝันอยู่เลย” เสียงหงอยๆของอาคิราทำเอาคุณชายดนัยหลุดยิ้ม มือหนาลูบผมคนรักอย่างเอ็นดู แล้วพยักหน้าเป็นเชิงให้หม่อมหลวงตัวเล็กบอกลาเหมือนฝัน “ฉันต้องกลับแล้วล่ะเหมือนฝัน น่าเสียดาย หากมีโอกาส ฉันจะต้องชิมขนมฝีมือเธอให้ได้เลย”


     “ฉันไปแล้ว เจอกันที่โรงพยาบาลนะครับคุณชายพีรภัทร”


     “เออ”


     “ไปก่อนครับพี่ชายพี สวัสดีครับ”


     “กลับดีๆนะครับน้องอ้น” 




     อาคิรายกมือไหว้พีรภัทรแต่สายตายังคงมองไปที่เหมือนฝันที่ยืนนิ่ง แผ่นหลังสมส่วนไม่มีท่าทีจะหันมาบอกลากันสักนิด จะว่าชินก็คงไม่ เพราะอย่างไรหม่อมหลวงอาคิราก็ยังอยากได้ความสนใจจากเหมือนฝันอยู่ดี




     เหมือนฝันยืนหลับตากัดปากตัวเอง จนกระทั่งอาคิราและดนัยเดินออกไป ผ่อนลมหายใจเมื่อนึกถึงคำพูดของอาคิรา


     อาคิราอยากพบจันทร์วาด แค่คิดเขาก็อยากพาน้องชายหนีไปให้ไกล จันทร์วาดไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น ไม่รู้ชาติกำเนิด สายเลือดที่แท้จริงของตน และเหมือนฝันก็ไม่อยากให้จันทร์วาดรู้ 



     “จะกัดปากตัวเองให้เลือดเลยหรืออย่างไร”




     เหมือนฝันสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงทุ้มใหญ่เอ่ยถามใกล้ๆ ลืมตามาก็พบพีรภัทรที่มองริมฝีปากของตนอยู่ คนตัวขาวกระแอมสองสามทีก่อนจะขยับตัวหนีและเมินคำถามของอีกฝ่าย



     “ปากเธอแดงหมดแล้ว ไม่เจ็บรึ” 


     “ไม่ครับ” 


     “อืม ก็ดีแล้ว”




     เกิดความเงียบระหว่างทั้งสองคนและดูเหมือนจะเป็นพีรภัทรคนเดียวที่รู้สึกอึดอัด เขาอยากชวนเหมือนฝันคุย แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน



     “เธอ… มากับใคร หรือว่ามาคนเดียว”


     “ทำไมถึงอยากรู้กันนักนะว่าผมมากับใคร ไปไหนกับใคร” 


     “มันเป็นการเริ่มต้นของบทสนทนา” พีรภัทรบอกแล้วมองรอบร้านขายของที่ไม่ค่อยมีคนสักเท่าไหร่ เพราะหนุ่มสาวส่วนใหญ่เข้าไปเดินห้างไม่ก็รวมตัวกันอยู่แถวโรงภาพยนตร์มากกว่าร้านค้าข้างนอก “เธอมาซื้อของร้านนี้บ่อยไหม”


     “ก็บ่อยครับ” 


     “ซื้อเยอะไหมล่ะ”



     เหมือนฝันจ้องหน้าพีรภัทรจนอีกฝ่ายทำตัวไม่ถูก ดวงตาสวย ใบหน้าขาวใส ยิ่งเห็นใกล้ๆก็ไม่เคยทำให้พีรภัทรเคยชินเสียที 



      งดงามไปหมดทุกส่วน จนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหว



     “ล..แล้วตกลงว่าเธอมากับใครล่ะ หากกลับมืดค่ำเดี๋ยวจะเป็นอันตรายอีก ฉันเป็นห่วง” 



     เหมือนฝันชะงักเมื่อได้ยินคำห่วงใยจากปากหม่อมราชวงศ์ผู้สูงศักดิ์ คนตัวขาวยิ้มมุมปาก ก่อนจะแกล้งพูดเย้าพีรภัทร




     “ทำไมหรือครับ จะขับรถตามหลังผมไปส่งถึงบ้านอีกหรือ”


     “ใช่ ในเมื่อเธอไม่ยอมซ้อนท้ายให้ฉันไปส่ง ถ้าหากจำเป็นฉันจะทำ”




     พีรภัทรตอบออกไปดั่งใจคิด ก่อนจะหันหลังหลบหน้าเหมือนฝันเมื่อรู้ตัวว่าพูดอะไรไป มือใหญ่เขกหน้าผากตนที่ดูเหมือนคิดดังเกิน เพราะอย่างนั้นคุณชายพีรภัทรเลยไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มของเหมือนฝันที่เกิดขึ้นเพราะตนเอง



     “ก..ก็เธอไม่ยอมให้ท่านสมบัติไปรับ ไปส่งนี่”



     และรอยยิ้มนั้นก็หายไปเพราะพีรภัทร 



     “ปากเสีย” เหมือนฝันพูดใส่หลังกว้างของคุณชายหมอ จนอีกฝ่ายหันกลับมามองเขา เลิกคิ้วสงสัยแล้วชี้นิ้วเข้าหาตนเป็นคำถาม “ใช่ครับ คุณชายนั่นแหละปากเสีย”


     “ฉันน่ะรึ! จะเกินไปแล้วนะเธอ ใครที่เคยคุยกับฉันก็มีแต่บอกว่าฉันน่ะเป็นสุภาพบุรุษ”


     “เช่นนั้นคุณชายก็ไปคุยกับคนพวกนั้นเถิดครับ เพราะสำหรับผม คุณชายก็แค่คนปากเสีย หูเบา ชอบพูดอะไรที่ตนไม่รู้จริง” เหมือนฝันพูดจบก็หมุนตัวเตรียมเดินออกจากร้านแต่ก็โดนพีรภัทรคว้าแขนไว้เสียก่อน


     “แล้วมีสิ่งใดบ้างล่ะที่ฉันต้องรู้ ไม่ซี สิ่งใด..ที่ฉันควรรู้”


     “พูดไป คุณชายจะเชื่อหรือไม่ล่ะครับ” 




     พีรภัทรมองดวงตาสวยของเหมือนฝันที่จ้องเขาไม่หลบตา แฝงไปด้วยความน้อยใจแม้เพียงชั่วครู่แต่เขาก็ทันเห็น ก่อนอีกฝ่ายจะดึงมือเขาออกจากแขนตนเมื่อพีรภัทรไม่มีคำตอบให้



     “อย่าถามอะไรที่มีคำตอบไว้ในใจอยู่แล้ว ต่อให้พูดจนตายคุณชายก็ไม่มีทางเชื่อผม เพราะคำตอบนั้นมีอยู่ก่อนที่คุณชายจะถามผมเสียอีก”




     เหมือนฝันบอกเสียงเรียบแล้วก้าวออกจากร้าน แต่ก็โดนพีรภัทรมาขวางหน้าไว้อีกครั้งจนเหมือนฝันถอนหายใจเฮือกใหญ่ใส่อีกฝ่าย




     “หลบไปครับคุณชาย”


     “อย่างนั้นเธอก็พูดมา ฉันจะเชื่อ-”


     “หากคุณชายอยากฟังจริง เมื่อครู่คงพูดไปแล้ว ไม่ยืนอ้ำอึ้งเช่นนั้น หลีกไปครับ” 




     พีรภัทรไม่หลบตามคำบอกของเหมือนฝัน ทั้งยังไม่ยอมให้ร่างเพรียวเดินหนี ก้าวเท้าตามเหมือนฝันทุกก้าวที่อีกคนขยับตัว 



     ปั้ก!



     “โอ๊ย! เหมือนฝัน!! นี่เธอกระทืบเท้าฉันเรอะ! โอย” 


     “ครับ! ผมกระทืบเท้าคุณชาย”


    เหมือนฝันยิ้มมุมปากอย่างสะใจเมื่อเห็นคุณชายพีรภัทรตัวงอ ก้มกุมเท้าตัวเองที่โดนเขากระทืบไปเต็มแรง ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบ ยิ้มหวานให้พีรภัทร กล่าวลาแล้วเดินออกไปอย่างสบายอารมณ์




     “ขอตัวนะครับคุณชายหมอพีรภัทร”





    *****






     “อ้าว เหมือน มีอะไรดีๆหรือย่างไร” เมธีเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนยิ้มร่ามาแต่ไกล “ยิ้มกว้างขนาดนั้น หนุ่มๆมองเธอหมดแล้วน่ะ”


     “ช่างเถิด ไม่มีอะไร นายล่ะ ได้อะไรมาหรือ”


     “หนังสือน่ะ ซื้อไปฝากจันทร์ ดูน่าสนุกดี แล้วก็ข้าวเกรียบปากหม้อกับลูกชุบของ-”


     “ของจันทร์” 



     เมธีหัวเราะเมื่อโดนเพื่อนจับได้ ก่อนจะสังเกตว่าเหมือนฝันนั้นมาตัวเปล่า ทั้งที่บอกว่าจะไปซื้อของ


     “ไหนว่าจะไปซื้อของทำขนม ไหนล่ะ ร้านปิดรึ”


     “จริงซี!”


     เหมือนฝันตาโตเมื่อนึกขึ้นได้ มองกลับไปยังร้านไกลๆยังคงเห็นพีรภัทรยืนมองอยู่ เสียดายทั้งเงินแต่จะเสียหน้าเดินกลับไปแน่นอนว่าเหมือนฝันไม่มีทางยอม



     “ช่างเถิด ที่บ้านพอมีของอยู่แต่คงทำได้ไม่เยอะมาก เฮ้อ ครั้งนี้ยอมได้เงินน้อยแล้วกัน”


     “ทำไมเล่า มีอะไรงั้นรึ”


     “ไม่มี กลับเถอะ ฉันไม่อยากให้จันทร์อยู่คนเดียว จะค่ำแล้ว”


     เมธีพยักหน้ารับแม้จะไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ยอมขึ้นรถไปตามคำพูดของเหมือนฝัน





     *****






     พีรภัทรมองเหมือนฝันกับผู้ชายตัวสูงใหญ่ที่มองไกลๆยังดูออกว่าหน้าตาดี ทั้งคู่ขึ้นรถไปด้วยกันแล้วขับออกไป คนตัวสูงขมวดคิ้วเข้าหากัน รถญี่ปุ่นอย่างดีเสียด้วย คงจะมีฐานะไม่เบา




     “ใครกันนะ”


     “อั๊วมาแล้วๆ อ้าว ไปไหนเสียแล้วล่ะ” หญิงสาววัยกลางคนถือของพะรุงพะรัง มองหน้าร้านก็ไม่พบเหมือนฝัน พบแต่ชายหนุ่มตัวสูง หน้าตาหล่อเหลาที่ยืนประตูร้านเธออยู่ “คุณๆ เห็นพ่อหนุ่มที่ตัวขาวๆ หน้าตางามๆไหม”


     “ไม่เห็นครับ” พีรภัทรตอบปัด ก่อนนึกได้ว่ารูปลักษณ์ที่พูดถึงทำให้เขานึกถึงเหมือนฝัน


     “งั้นรึ เสียดายจริง อีสั่งของตั้งเยอะ จ่ายเงินแล้วด้วย”


     “เดี๋ยวครับเถ้าแก่เนี้ย คนที่ว่านี่ ผิวขาว หน้าหวาน ตัวสูง ตาชี้ขึ้นนิดๆ จมูกโด่ง ปากสีชมพู ยิ้มสวยๆใช่ไหมครับ”


     “ใช่แล้วๆ ลื้อนี่อธิบายละเอียดจัง”


     “ผมรู้จักเขา เดี๋ยวผมเขาของไปให้เขาเอง” พีรภัทรบอกพร้อมกับเดินไปรับของจากหญิงวัยกลางคน


     “เดี๋ยวนา ลื้อจะไม่โกหก ขโมยของไปใช่ไหมเนี่ย มันจะเสียชื่อร้านอั๊วนา คนยิ่งไม่ค่อยเยอะอยู่”


     “ไว้ใจได้ครับ ถ้าหากไม่เชื่อใจ จดชื่อผมไว้ได้ หม่อมราชวงศ์พีรภัทร คุณากร”


      “เดี๋ยวนา หม่อม… ไอหยา! คุณชายที่ออกข่าววิทยุน่ะรึ!”



     พีรภัทรหลุดขำเมื่อเห็นท่าทางตกใจของหญิงวัยกลางคน ก้มมองของที่อยู่ในมือแล้วนึกขำ เหมือนฝันอยากหนีจากเขาจนลืมของเลยเชียวหรือ แค่คิดก็ปวดเท้าที่โดนอีกฝ่ายเหยียบเข้าให้แล้ว




     “ตัวแสบ”







     *****







     “เฮ้อ”


     “เธอหยุดถอนหายใจเสียทีได้ไหมเหมือนฝัน” 


     ชายหนุ่มผิวเข้มบอก พร้อมกับส่ายหัวให้เพื่อน ตั้งแต่ขึ้นรถมาจนใกล้ถึงบ้าน อีกคนก็เอาแต่ถอนหายใจไม่หยุด แทบจะทุกนาทีเลยก็ว่าได้



     “ก็ฉันเสียดายเงินนี่”


     “แล้วทำไมไม่กลับไปเอาของเล่า”


     “เฮ้อ”


     “เธอนี่นะ”



     เมธีนึกขำเมื่อได้ยินสิ่งที่เหมือนฝันเล่าให้เขาฟังเมื่อสิบนาทีก่อน เพื่อนเขานั้นร้ายไม่เบา ถึงกับขั้นกล้าทำร้ายคุณชายหมอพีรภัทรคนดัง เมธีล่ะอยากลุดขึ้นปรบมือให้กลับความกล้านี้เสียจริง




     “อะไรกัน ทำไมมีรถยนต์เต็มไปหมด”




     เมธีบ่นออกมาเมื่อมาถึงทางเข้าบ้านของเหมือนฝันก็พบรถยนต์สองสามคันจอดอยู่ ทำให้ทางแคบลง รถของเมธีจึงไม่สามารถขับเข้าไปได้




     “มีอะไรกันนะ” เหมือนฝันพึมพำ เปิดประตูรถลงมา มองไปที่รถยนต์เหล่านั้นอย่างสงสัน ก่อนจะชะงักเมื่อพบรถยนต์ที่เขาจำได้ดีว่าเป็นของใคร เหมือนฝันกับเมธีมองหน้ากันแล้วต่างคนต่างรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน “จันทร์!!”


     เมื่อมาถึงหน้าบ้านก็พบกับเหล่าชายฉกรรจ์ ตัวสูงใหญ่ยืนเฝ้าหน้าบ้านกับประตูรั้วที่เปิดกว้าง ขาเรียวก้าวเข้าไปบ้านของตน วินาทีนั้นเหมือนฝันรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นเมื่อเห็นภาพชายวัยกลางคนกำลังโอบไหล่น้องชายเขาเอาไว้และจันทร์วาดก็กำลังก้มหน้าด้วยความกลัว



     “เอามือออกไปจากน้องผมเดี๋ยวนี้!”


     “อ้าว เหมือนฝัน มาแล้วรึ ฉันรอตั้งนาน”



    เหมือนฝันไม่สนคำทักทาย เดินตรงไปผลักอีกฝ่ายออก ก่อนจะดึงจันทร์วาดเข้าไปกอด คนตัวขาวกำลังโกรธ ยิ่งสัมผัสได้ถึงร่างกายที่สั่นเทาของน้องชายเขาก็ยิ่งโกรธ



     “ท่านสมบัติ! ออกไปจากบ้านผมเดี๋ยวนี้!!”


     “ไม่เอาหน่าเหมือนฝัน ฉันรอเธอตั้งนาน เธอจะมาโมโหฉันแบบนี้ได้อย่างไร มาดูซี ฉันซื้อของ-”




    พลั่ก! ไม่รอให้ชายวัยกลางคนพูดจบ เมธีที่หมดความอดทนก็ต่อยเข้าที่ใบหน้าของท่านสมบัติจนอีกฝ่ายล้มลงกับพื้นจนเหล่าลูกน้องวิ่งกรูเข้ามาดู 



     “จัดการมันซีวะ! เดี๋ยว! ระวังอย่าให้โดนเหมือนฝันกับจันทร์วาดล่ะ” 


     “ครับท่าน”




     เมธีหัวเราะในลำคออย่างสมเพชกับคนแก่คราวพ่อที่เจ็บตัว ลุกแทบไม่ไหวขนาดนั้นแต่ยังแสดงท่าทีหัวงูไม่เลิก ก่อนดึงเหมือนฝันกับจันทร์วาดมาไว้ข้างหลังตน


     “อยู่หลังฉันไว้นะ”







    *****







     รถจักรยานยนต์สีดำวาวแล่นสู่ทางเข้าบ้านที่แม้จะเคยมาครั้งเดียวแต่หากจำได้ขึ้นใจ คนตัวสูงจอดรถข้างรถญี่ปุ่นที่เขาเห็นเหมือนฝันขึ้นที่วังบูรพา พีรภัทรยิ้มมุมปากอย่างนึกขัน เขารอที่จะเห็นปฏิกิริยาของเหมือนฝันไม่ไหวแล้ว หากอีกฝ่ายเห็นเขามายืนอยู่หน้าบ้านพค้อมกับข้าวของที่ตนซื้อแล้วลืมไว้ จะทำหน้าอย่างไรกันนะ



     “คนแถวนี้ใช้รถแพงกันขนาดนี้เชียวหรือ” พีรภัทรพูดกับตัวเองด้วยความสงสัย รถยนต์ราคาแพงพอๆกับของพี่ชายใหญ่ ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นแถวนี้




     เสียงเอะอะโวยวายดังลั่นทำให้พีรภัทรหยุดเดิน รั้วบ้านสีขาวที่เขาจำได้ว่าเหมือนฝันเดินเข้าไปวันนั้นกำลังเปิดกว้าง และเขาก็เห็นภาพชายหนุ่มผิวแทนเจ้าของรถยนต์ญี่ปุ่นคนนั้นกำลังต่อสู้กับพวกชายฉกรรจ์ โดยมีเหมือนฝันและเด็กผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังด้วยท่าทางหวาดกลัว


     ไม่รอช้า พีรภัทรรีบวิ่งเข้าไปช่วยเมธี คนตัวสูงวางข้าวของของเหมือนฝันไว้ที่พื้น ก่อนที่ขายาวเตะสกัดชายคนหนึ่งที่กำลังจะง้างขาเตะเมธีจนอีกฝ่ายล้มลงไป ก้มหลบหมัดจากชายอีกคน แล้วถีบเข้าที่ท้องจนชายคนนั้นล้มด้วยความจุก 


     พีรภัทรเข้ามาพยุงเมธีให้ลุกขึ้น สำรวจใบหน้าเล็กน้อย อีกคนเพียงแค่ปากแตก แก้มซีกขวาฟกช้ำ เมธีพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นอะไร เขาถุยน้ำลายปนเลือดลงพื้นและเริ่มตั้งการ์ดอีกครั้ง



     “คุณชาย..”


     “เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหมเหมือนฝัน”


     “ครับ”



     พีรภัทรกับเมธีมองหน้ากัน ก่อนหันหลังชนกัน พีรภัทรเป่าปากแล้วตั้งการ์ดปล่อยหมัดใส่หน้าชายตัวผอมไปสองที ก่อนต่อยอัดที่ลิ้นปี่จนชายตัวผอมล้มลง แล้วหันไปศอกใส่หน้าผู้ชายตัวสูง เพียงทีเดียวอีกฝ่ายก็ล้มลงกับพื้น


     ทางด้านเมธีที่โดนลูกน้องท่านสมบัติล้อมไว้ ก็ดูทีท่าอีกฝ่ายน่าจะเจ็บไม่ใช่น้อย เมธีอาศัยจังหวะที่ชายคนหนึ่งกำลังกุมท้องตัวเองด้วยความเจ็บ เตะเข้าข้างเอวจนชายคนนั้นล้ม ร้องโอดครวญและไม่ลุกขึ้นมาอีก ในตอนที่อีกฝ่ายเผลอจึงต่อยเสยคางชายอ้วนตัวโตจนล้มแน่นิ่ง



     “เหมือนฝัน!!” 



     ซ่า! เคร้ง! สิ้นเสียงเมธี น้ำจากกระถังใบใหญ่สาดเข้าที่กลุ่มคนกำลังสู้กัน เหมือนฝันปล่อยกระถังน้ำในมือล่วงลงพื้น กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอเมื่อทุกอย่างกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าขยับตัวเมื่อเห็นสายตาเอาจริงจากเจ้าของบ้าน 


     เมธีแอบขำให้กับความบ้าดีเดือดของเพื่อนตัวขาว ก่อนจะเดินไปพยุงพีรภัทรที่ล้มอยู่กับพื้นให้ลุกขึ้น เหมือนฝันเดินไปหาท่านสมบัติอย่างมั่นคง ไม่ละสายตาจากชายวัยกลางคนที่เริ่มมีสีหน้าหวาดหวั่นเพราะไม่เคยเห็นด้านนี้ของเหมือนฝัน



      “ท่านทราบหรือไม่ครับว่าที่ทำคือบุกรุกและมันผิดกฎหมาย”


     “อะไรกันเหมือนฝัน ทำท่าทางน่ากลัวไปทำไม ฉันก็แค่อยากมาทักทาย แต่หากเธอจะแจ้งตำรวจล่ะก็ เฮอะ คิดว่าฉันจะกลัวเรอะ”


     “นั่นซีนะครับ ตำรวจที่ไหนจะกล้ากับท่านสมบัติ” 


     “รู้ไว้ก็ดีแล้ว อย่าทำขึงขังแบบนั้นซี มานั่งนี่ซี ฉันซื้อเสื้อผ้ามาให้ หนูจันทร์ด้วย มาๆ ฉันซื้อหนังสือมาให้ด้วย อย่ากลัวฉันซี อีกหน่อยฉันก็จะมาเป็นพี่เขย-”


     “หยุดนะ!! ไม่มีใครจะได้เป็นอะไรทั้งนั้น ออกไปจากบ้านผมเดี๋ยวนี้! และอย่าได้กลับมาที่นี่อีก!” เหมือนฝันตะโกนสุดเสียงจนท่านสมบัติอึ้งเพราะไม่มีใครเคยกล้าตะโกนใส่หน้าเขาแบบนี้มาก่อน ร่างเพรียวก้าวเข้าไปหาท่านสมบัติ พูดด้วยเสียงเรียบนิ่ง “อย่ามายุ่งกับน้องผม อย่าได้เหยียบเข้ามาที่บ้านนี้ ท่านอย่าหาว่าผมไม่เตือน”


     “ฮ่าๆ อย่างนั้นเรอะ เด็กตัวเล็กๆอย่างเธอจะทำอะไรฉันได้ โถ คำขู่น่ากลัวจริงเชียว”


     “ท่านยังไม่รู้จักผมดีพอต่างหากล่ะครับ”



     คำพูดและสีหน้าแววตาจริงจังของเหมือนฝันทำเอาคนโตกว่านิ่งไป น่ากลัวเหมือนกันทั้งป้าทั้งหลานจริงเชียว ก่อนจะทำกลบเกลื่อนหัวเราะใส่




     “ฮ่าๆ เธอนี่โดนใจฉันไม่เปลี่ยนเลย งามแล้วยังสู้คน ช่างมีเสน่ห์เสียจริง เอาเถิด วันนี้ดูท่าเธอจะอารมณ์ไม่ดี ฉันกลับก่อนแล้วกัน”


     “…”


     “อ้อ แต่คิดว่าฉันจะยอมแพ้เรื่องเธอน่ะ ไม่มีทางเสียหรอกเหมือนฝัน”




     พูดจบก็เดินออกไปพร้อมเหล่าลูกน้องที่เจ็บตามร่างกาย จนกระทั่งประตูรั้วปิดสนิท เหมือนฝันหมดแรงทรุดลงกับพื้นจนจันทร์วาดรีบมาดู




     “พี่เหมือน! พี่เหมือนเป็นอะไร!” เหมือนฝันส่ายหน้าก่อนรับน้องชายเข้าสู่อ้อมกอดอีกครั้ง จันทร์วาดซุกหน้าเข้ากับไหล่ของคนเป็นพี กัดปากพยายามกลั้นน้ำตา เพราะไม่อยากทำให้เหมือนฝันเป็นห่วงมากกว่านี้


     “เธอเจอเรื่องยากกว่าเดิมแล้วล่ะ” เมธีว่าก่อนจะจัดแจงเก็บของให้ที่พังไปทิ้ง ยังดีที่ไม่มีอะไรเสียหายเท่าไหร่ 



     เหมือนฝันก็คิดเช่นนั้น เขาเจอเรื่องยุ่งยากกว่าเดิมเข้าให้แล้ว




    “จันทร์ไปทำแผลให้พี่เมธหน่อยไป” 



     จันทร์วาดลุกไปตามคำบอกของคนเป็นพี่ เหมือนฝันมองตามแผ่นหลังน้องชายแล้วยิ่งรู้สึกผิด เขาเป็นพี่แท้ๆแต่กลับปล่อยให้น้องอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงเช่นนั้น ช่างเป็นพี่ที่ไม่ได้เรื่องเสียจริง



     “จับมือฉันซี” 



     เสียงทุ้มใหญ่ที่ดังขึ้นพร้อมกับมือหนาที่ยื่นมาตรงหน้าเหมือนฝัน เขามองหน้าคุณชายหมอที่มีรอยฟกช้ำแล้วรู้สึกไม่ดี อยากปฏิเสธมือที่ยื่นมาก็กลัวจะเสียมารยาท พีรภัทรอุตส่าห์ช่วยเขาไว้



     เหมือนฝันจึงตัดสินใจยื่นมือไปจับมือของพีรภัทรเอาไว้



     “คุณชายเจ็บมากไหมครับ มานั่งก่อน ผมจะทำแผลให้” พีรภัทรมองเหมือนฝันที่รีบกุลีกุจอมาเลื่อนเก้าอี้ให้แล้วหลุดหัวเราะ เขาจับมืออีกคนไว้แล้วส่งยิ้มให้


     “เธอไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอก”


     “อ่า ครับ”


     “เหมือน ฉันหิว” เมธีพูดขึ้นมาระหว่างทำแผลจนจันทร์วาดหลุดขำ เห็นเช่นนั้นเมธีก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปจิ้มแก้มของคนเด็กกว่า “ยิ้มแล้ว”


     “นี่คุณเมธีครับ น้อยๆหน่อย เอามือออกไปจากแก้มน้องฉัน เดี๋ยวจะได้แผลเพิ่ม”


     “โอ๊ย ช่วยคุณเหมือนฝันเมื่อครู่เจ็บจังเลยครับ โอย ฮ่าๆ ฉันหิวจริงๆนา ใช้แรงไปหมดแล้ว”




     เหมือนฝันร้องเหอะในลำคอ แล้วลงมือทำแผลให้พีรภัทรต่อ อีกฝ่ายยังคงยิ้มให้จนเขาเริ่มเกร็ง ก่อนเอ่ยถามทั้งที่ไม่ยอมมองหน้า




     “คุณชายยิ้มอะไรครับ”


     “ดีใจน่ะ”


    “ดีใจที่มีแผลหรือครับ”


    ดีใจที่เหมือนฝันไม่ใช่เมียน้อยของใครต่างหาก พีรภัทรคิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกมา ก่อนจะโดนแรงกระแทกเบาๆที่ไหล่จากเมธี



    “คุณไม่หิวหรือ อยู่กินข้าวด้วยกันซี”


    “ที่นี่บ้านนายหรืออย่างไรคุณด่าง”


    “เหมือน! เธอเอาฉันไปเปรียบกับไอ้ด่างอีกแล้วนะ”


    “คนต้นคิดก็คนที่ทำแผลให้นายอยู่ไม่ใช่หรืออย่างไร”


     “โถ่ จันทร์ขา”



      ภาพที่เหมือนฝันยิ้มและหัวเราะตรงหน้าช่างสวยงามสำหรับพีรภัทร งดงาม ตราตรึง ใจเต้นแรงจนคุณหมอเองเริ่มคิดว่าหัวใจเขาอาจจะมีปัญหา



      เหมือนฝันมองของที่วางอยู่ที่พื้นแล้วกัดปากอย่างใช้ความคิด คำถามแรกที่เกิดขึ้นคือคุณชายพีรภัทรมาที่บ้านเขาทำไม แต่เมื่อเห็นของเหล่านั้นคำถามของเขาก็ได้รับคำตอบ เขามองคนตรงหน้ากับแผงไข่ ถุงน้ำตาลของต่างๆสลับกันอีกครั้ง


    
     “หากคุณชายไม่รังเกียจ


     “…”


     “อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนได้นะครับ”




     พีรภัทรยิ้ม จนตอนนี้ที่เขาช่วยเหมือนฝันไว้ถึงสองครั้งก็ยังไม่มีคำขอบคุณจากปาก ไม่แน่ใจว่าอีกคนลืมหรือตั้งใจไม่พูด แต่พีรภัทรจะไม่ถือสา เขาจะคิดเสียว่าการที่ชวนเขาทานข้าวเป็นการแทนคำขอบคุณ เพราะอย่างนั้นจึงไม่มีเหตุผลให้ต้องปฏิเสธ




     “แน่นอน ฉันขอฝากท้องด้วยนะ”






     *****
     






แฮปปี้ วาเลนไทน์เดย์ล่วงหน้าค่ะ♡


ถึงมาช้าแต่มานะ 


ต้องขอโทษด้วยนะคะที่มาช้าไปหน่อย ติดเกม ติดซีรีส์หนักมาก สหายผู้กองแสนหล่อ คุณพัคแซรอยแห่งอิแทวอนก็แสนเท่ หลงไปหมด


มาที่ฟิก ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง หวังว่าทุกคนจะชอบและมีความสุขกับการอ่านนะคะ ขอฝากไว้ด้วย ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ เป็นกำลังใจในการเขียนของเรามากๆ ขอบคุณค่ะ


#เหมือนดั่งฝัน


๑๓/๐๒/๒๕๖๓




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

565 ความคิดเห็น

  1. #543 nagoimp (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 19:28
    สนุกมากๆเลยค่าาา แล้วก็น้งเหมือนกับน้งฝันน่ารักมากๆๆ รักกันสุดๆ
    #543
    0
  2. #516 Qbnteal♥ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 22:50
    มันหนุกหนานจังโว้ยยยยย เอ็นดูคู่น้องจันทร์พี่เมธ แง
    #516
    0
  3. #512 sxpans (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 17:11
    เอ็นดูยัยเหมือนฝันคนแสบ มีการไปเหยียบเท้าคุณชายหมออีกนะ55555555555 แต่แบบพี่น้องบ้านนี้น่ารักจังเลยค่ะ ไม่แปลกที่จะมีหนุ่มมาหลง ;-; น้องจันทร์วาดก็น่ารักมาก คุณเมธีก็ขี้เต๊าะ ส่วนคุณชายหมอนี่ยิ้มกริ่มเลยสิตอนนี้ รู้ความจริงแล้วว่าข่าวลือไม่จริง ทั้งยังได้ซีนเท่อีก ไม่ได้ตกหลุมรักคุณเหมือนฝันไปแล้วหรอคะชายพี
    #512
    0
  4. #501 yxxxkx (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 09:30
    ปมเยอะมาก พีดูแลเหมือนฝันด้วยนะ
    #501
    0
  5. #498 Binminlover (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 02:25

    เห็นแววคนหลงเหมือนฝันมาแต่ไกลเลย ขนาดแค่ตอนนี้ยังเก็บอาการไม่อยู่แล้ว น้องจันทร์ก็น่ารักมากๆเลย แงงง

    #498
    0
  6. #483 LINGLINGGG69 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:43

    รอตามนะคะฮรืออออออ ดีต่อใจจจจจจ

    #483
    0
  7. #481 nonny_popo (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:15
    น่ารักมากเลยค่าาาาาาา คุณชายพีรีบจีบน้องเลยยยยยย
    #481
    0
  8. #480 puroi1113 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:33
    น่ารักกกก แฮปปี้วาเลนไทน์ค่ะคุณไรท์
    #480
    0
  9. #479 milinnita (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:00

    น่ารักมากทั้งพี่ทั้งน้องเลย คุณเมธนี่ขี้เต๊าะมาก น้องจันทร์ก็อายุแค่17เอง ส่วนคุณชายพีพอรู้เรื่องเข้าหน่อยก็ดีจะซะออกนอกหน้าเลยนะ ตอนหน้าเด็กบ้านนี้โดนรุกแรงแน่ๆเลยยย

    #479
    0
  10. #477 ptckk (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:00
    คุณชายแสนปากร้าย น่าตีนัก!!!!
    #477
    0
  11. #476 EMO_TUNG (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:50
    คำว่าตัวแสบเนี่ยเอ็นดู​น้องเค้ามากใช่ไหมคะ คุณชาย
    #476
    0