SF/OS : Our Story #BinMin #NenNyeon

ตอนที่ 26 : เหมือนดั่งฝัน | บทที่หนึ่ง : พรหมลิขิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 466
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    20 เม.ย. 63




     บทที่หนึ่ง





     สิบสองปีต่อมา

     พระนคร ปีพุทธศักราช ๒๕๐๐


     ณ ห้องโถงใหญ่โรงแรมชื่อดัง ทั้งห้องตกแต่งด้วยดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ ชายหนุ่มสองคนที่จับมือกันแน่น ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข แขกเหรื่อต่างร่วมแสดงความยินดีให้คนทั้งคู่

    เหมือนฝันมองคนเหล่านั้นด้วยใบหน้านิ่งเฉย มือเล็กกำเข้าหากันจนแน่น เป็นเวลากว่าสิบปีแล้วตั้งแต่ที่มีประกาศเรื่องผู้ชายท้อง สิ่งที่ทำให้เขาทนทุกข์มาตลอด เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่เรื่องอันแปลกประหลาดนั้นจะเป็นที่ยอมรับได้ง่ายๆ

     แต่ถ้าหากเพียงมีชาติตระกูล ชื่อเสียง และเงินทองมันก็ไม่ยากนักที่ให้คนทั่วไปยอมรับ อย่างที่เขาว่า โชคร้ายรักษาได้ด้วยเงิน


    “ต่อไปขอเชิญพบกับบทเพลงที่เตรียมมาเพื่อคู่บ่าวสาว เชิญรับชมและรับฟังได้เลยครับ”


    เหมือนฝันสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ริมฝีปากสีสวยฉีกยิ้มเดินขึ้นไปบนเวที ยกมือไหว้ก่อนหันไปบอกนักดนตรีให้เริ่มบรรเลงเพลงได้



พรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาพบกันทันใด
ก่อนนี้อยู่กันแสนไกล พรหมลิขิตดลจิตใจ
ฉันจึงได้มาใกล้กับเธอ 



     เสียงหวานๆ ใบหน้าแสนงดงาม ทำเอาผู้คนในงานเคลิ้มไปกับชายหนุ่มบนเวที หุ่นเพรียวบางแต่ไม่ผอมจนเกินไป ผิวขาวจัด ปลายหางตาชี้ขึ้นอย่างมีสเน่ห์ จมูกโด่งเป็นสันและรอยยิ้มสวยที่ทำให้ใจสั่น




เออชะรอยจะเป็นเนื้อคู่ ควรอุ้มชูเลี้ยงดูบำเรอ
แต่ครั้งแรกเมื่อพบเธอ ใจนึกเชื่อเมื่อแรกเจอ
ฉันและเธอคือคู่สร้างมา



     แม้ปากจะเปล่งเสียงร้องเพลงอย่างไพเราะ ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างสุขใจ รอยยิ้มแสนสวยที่แสดงออกมากับสิ่งที่คิดอยู่ภายในใจช่างขัดแย้งกันนัก เหมือนฝันกำลังคิดว่า จะมีไหมนะ คนที่สร้างมาเพื่อเรา 

     เหมือนฝันไม่ได้ต้องการจะมีคนรักขนาดนั้น เพียงแค่อยากสัมผัสความรู้สึกรัก นอกเหนือจากความรักแบบครอบครัวที่มีให้แม่และน้องชายอย่างจันทร์วาด 

    แต่เมื่อเห็นสิ่งที่แม่ต้องพบเจอกับความรู้สึกที่แม่เรียกว่าความรัก เหมือนฝันเลยคิดว่า แบบนั้นเขาคงไม่มีความรักเสียดีกว่า



เนื้อคู่ ถึงอยู่แสนไกลคงไม่คลาดครา
มุ่งหวัง สมดังอุราไม่ว่าใครใคร

หากมิใช่คู่ครองแท้จริง จะแอบอิงรักยิ่งปานใด
ยากนักที่จะสมใจ คงพบเหตุอาเภทภัย
พลัดกันไปทำให้คลาดครา





     ดวงตาเรียวเล็กแต่คมกริบมองชายหนุ่มหน้าหวานที่กำลังเปล่งเสียงใส ร้องเพลงอย่างไพเราะบนเวที รอยยิ้มสวยช่างน่าหลงใหล ไหนจะใบหน้าชวนฝันทำเอาหม่อมราชวงศ์พีรภัทรเคลิ้มตามไปด้วย 


     “แหม ไอ้พี มองตาไม่กระพริบเชียวนา”
 

     เมื่อเห็นว่าเพื่อนรักเอาแต่มองหนุ่มหน้าหวานบนเวทีหม่อมราชวงศ์ดนัยก็อดแซวไม่ได้ แกล้งส่งยิ้มล้อเลียนไปให้ เกลอรักดันไม่สนใจ หากเป็นปกติ เขาคงโดนแยกเขี้ยวใส่ไม่ก็ไล่เตะไปแล้ว


     “เขาคือใคร”

     “สนใจรึ”


     ดนัยถามกลับในทันที มองเพื่อนสลับกับคนบนเวทีแล้วอดแปลกใจไม่ได้ ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อม หน้าตาดี ชาติตระกูลสูง ที่สาวๆหนุ่มๆหมายปอง แม้แต่ในตอนนี้ก็ยังมีคนส่งสายตาพิศวาทมาที่เพื่อนรักเขาไม่หยุด กำลังสนใจนักร้องหน้าหวานที่มีข่าวไม่ค่อยดีอย่างนั้นหรือ 


     “เขาชื่อเหมือนฝัน”
     “อืม งามจนเหมือนฝันจริงๆ… แค่นี้อย่างนั้นหรือ” 
     “เหมือนฝันไง คุณเหมือนฝัน”
     “แล้วยังไงต่อเล่า”
     “โธ่ ไอ้พีสหายรัก”


     เมื่อได้ยินเสียงดนัยพูดราวกับเหนื่อยเต็มประดา พีรภัทรจึงละสายตาจากใบหน้างดงามของผู้ชายที่ชื่อเหมือนฝันมามองหน้าเพื่อนรักที่กำลังทำหน้าสีหน้าอึดอัดเต็มที่ ก่อนตาเรียวคมจะเบิกตากว้าง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหนมาก่อน


     “เหมือนฝันที่เขาลือกันว่าเป็นเมียเก็บท่านสมบัติน่ะหรือ”
     “เบาซีวะไอ้พี”


     ดนัยยกมือขึ้นมาปิดปากเพื่อนเมื่ออีกคนนั้นพูดดังเกินไป ยังดีที่รอบข้างทั้งคู่ไม่ค่อยมีใครและเสียงเพลงก็ดังพอที่จะกลบเสียงพูดของพีรภัทร


     “คนนี้แหละที่เขาลือกัน เห็นว่าท่านสมบัติรักมาก ให้คนเทียวเฝ้าไม่หยุด อยากได้อะไรก็ซื้อให้หมด หลงเอามากๆ ทำเอาคุณหญิงสมรล้มป่วยเพราะตรอมใจเชียวล่ะ”

     พีรภัทรร้องเหอะในลำคอ คนนี้น่ะหรือ ที่คนเขาพูดถึงกันบ่อยๆ ทั้งงาม ทั้งชวนหลงใหล ทำไมกันนะ ทั้งที่หน้าตาก็งามออกปานนั้น ทำไมถึงหาผู้ชายดีๆไม่ได้ เหตุใดจึงเลือกที่จะเป็นน้อยเขา


    “สวยแต่รูปจูบไม่หอมอย่างนั้นสินะ”




    เมื่อเสียงดนตรีสิ้นสุดลง เหมือนฝันจึงปรบมือให้แก่คู่ชายหญิงหรือแม้แต่คู่ชายชายที่ออกมาเต้นรำ มองคนเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย จนดวงตาสวยสบเข้ากับชายหนุ่มตัวสูง หน้าตาหล่อเหลา ดวงตาเรียวคมที่จับจ้องเขาอยู่แล้วทำเอาคนตัวขาวชะงักไปเล็กน้อย


    ไม่รู้จักกันเสียหน่อย ทำไมถึงได้จ้องกันขนาดนั้น


     เหมือนฝันพยายามรักษาสีหน้าและรอยยิ้ม มองไปที่อื่น แต่คงเพราะตัวสูงชะลูดสะดุดของชายหนุ่มตาคมคนนั้นทำให้เหมือนฝันคอยแต่จะเบือนสายตาไปมองเขา

     เมื่อหมดหน้าที่สำหรับงานแต่งงานในวันนี้ เหมือนฝันไม่รอช้ารีบลงจากเวที เดินอ้อมไปข้างหลังเพื่อเก็บของและรอรับค่าจ้าง นั่งรอไม่นานก็ได้ยินเสียงเดินเข้ามา หากแต่ไม่ใช่คนที่จ้างเขามาร้องเพลง กลับเป็นชายหนุ่มตัวสูงเมื่อครู่ มาพร้อมกับผู้ชายที่เขาเคยเห็นผ่านหน้าผ่านตามาบ้าง


     “สวัสดีครับคุณเหมือนฝัน”

     “สวัสดีครับคุณชายดนัย”


     ดนัยเป็นฝ่ายทักขึ้นก่อน เหมือนฝันเห็นดังนั้นจึงยกมือไหว้ เพราะอีกฝ่ายอายุมากกว่าเขาอยู่หลายปี
     พีรภัทรมองหน้าเพื่อนอย่างสงสัย ไม่เห็นคุณชายเกลอรักจะบอกเขาว่ารู้จักกับเหมือนฝัน


     “แกรู้จักกับเขารึ” พีรภัทรก้มลงกระซิบถามดนัย อีกฝ่ายทำหน้าไม่ถูก หากจะว่ารู้จักก็รู้คงรู้จักแค่ผิวเผิน เป็นความสัมพันธ์แค่เพียงทักทายกันเท่านั้น ไม่เคยพูดคุยเกินสองประโยค แต่ดนัยก็ดันไปรู้ความลับบางอย่างของเหมือนฝัน จึงยากที่จะอธิบายกับคำว่ารู้จักหรือไม่รู้จัก
     “แค่ผิวเผินน่ะ” ดนัยตอบกลับปัดๆ
     “แล้วข่าวลือนั่น”
     “ไม่รู้เว้ย ก็ฟังๆมาอีกที ฉันเคยคุยกับเขาที่ไหน”


     พีรภัทรหันหน้าหนีจากเพื่อนอย่างขัดใจ มองคนตัวขาวที่นั่งหันข้างใส่แล้วหลุดยิ้ม อีกฝ่ายนั่งนิ่ง หลังตรง หน้าเชิดราวกับรูปปั้น ไม่สนใจพวกเขา เหมือนฝันไม่แม้แต่เอ่ยถามชื่อเขาหรือคิดจะทักทายพีรภัทรด้วยซ้ำหลังจากที่กล่าวทักทายดนัย ช่างหยิ่งและถือตัวเสียจนน่าหงุดหงิด


     แต่ถึงอย่างนั้นก็งามอยู่ดี ยิ่งมองใกล้ๆยิ่งงาม


     “คนสมัยนี้ก็แปลกนะว่าไหมไอ้ดนัย ทำไมถึงเลือกที่จะเป็นน้อยเขา ทั้งที่เป็นเมียหลวง เมียเดียวน่ะน่าภูมิใจกว่าเป็นไหนๆ”


     พีรภัทรโพล่งพูดขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทางไม่เป็นมิตรจากเหมือนฝัน พลางคิดในใจ อยากรู้เหมือนกันว่าจะนิ่งไปได้อีกแค่ไหน 

     ในขณะเดียวกันดนัยที่ถูกพีรภัทรเอ่ยถามก็เบิกตากว้างที่ได้ยินคุณชายเพื่อนรักพูดกระแหนะกระแหนเหมือนฝันอย่างคาดไม่ถึง


     “ไอ้พี..” ดนัยกัดฟันเรียกชื่อเพื่อนอย่างห้ามปราม ยิ่งเห็นท่าทางนิ่งๆของเหมือนฝันก็ยิ่งอยากจะหาอะไรมายัดปากเพื่อนของตน
     “อะไรของแก หรือมันไม่จริงเล่า ชีวิตมันเลือกได้นา แต่ทำไม๊ทำไมถึงเลือกไปเป็นเมียน้อยให้คนเขาดูถูก”
     “พอได้แล้วไอ้พี” 


     คุณชายดนัยแทบอยากก้มลงกราบคุณชายเพื่อนรักที่วันนี้ดูจะปากดีเป็นพิเศษทั้งที่ปกติแล้วออกจะเป็นสุภาพบุรุษ ให้เกียรติผู้อื่นตามคำสอนของหม่อมย่าเฟื่องฟ้า แห่งวังวรวงศ์คุณากร ถ้าหม่อมย่ารู้เข้า พีรภัทรคงโดนหยิกจนเขียว แล้วเขาก็จะคอยสมน้ำหน้ามันอีกที


     พีรภัทรดูท่าทีของเหมือนฝันหลังจากที่พูดคำไม่ค่อยดีออกไป อีกฝ่ายยังคงนิ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ ไม่มีสีหน้าไม่พอใจ ตกใจอะไรออกมาให้เห็น มีเพียงใบหน้าเฉยชาและถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย 


     “น้องเหมือนฝันคะ อุ้ย! คุณชาย”


     บุคคลมาใหม่ส่งเสียงตกใจเสียจนทั้งสามหันมามองเป็นตาเดียว เมื่อเห็นว่าเป็นใคร เหมือนฝันก็รีบลุกเดินเข้าไปหา จากใบหน้านิ่งเฉยก็ประดับไปด้วยรอยยิ้มเสียจนพีรภัทรแปลกใจ


     “พี่รดา”

     “น..น้องเหมือนฝัน นี่ค่าจ้างค่ะ ได้เพิ่มอีกนิดหน่อยเพราะคุณแม่เจ้าบ่าวเขาชอบเสียงน้องเหมือนฝันมาก”

     “จริงเหรอครับ ฝากขอบพระคุณคุณหญิงด้วยนะครับ” เหมือนฝันบอกกลับด้วยความดีใจที่ได้ยินว่าได้ค่าจ้างเพิ่ม ปากสวยฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม ไม่สนสายตาที่มองมาของสองคุณชายหรือรดาที่กำลังบิดตัว ทัดผม หน้าแดงและมองไปยังคุณชายที่อยู่ด้านหลังตน

      “ถ้าเช่นนั้นผมขอกลับก่อนนะครับ น้องชายผมรออยู่ หากคราวหน้ามีงานอีก เรียกผมได้เลยนะครับพี่รดา”

     “ได้เลยค่ะน้องเหมือนฝัน”

     “สวัสดีครับพี่รดา สวัสดีครับคุณชายดนัย”



     เหมือนฝันกล่าวลา ยกมือไหว้รดากับดนัยเสร็จก็รีบเดินออกไป พีรภัทรยืนอ้าปากค้าง หันไปมองดนัยที่ยังยกมือพนมค้างไว้ที่อก ก่อนจะปัดมือเพื่อนออกอย่างขัดใจ



     “ร้ายนักนะเหมือนฝัน”




     *****




    เหมือนฝันถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเดินออกมาจากงานแต่งใหญ่โตที่เต็มไปด้วยผู้คนมียศศักดิ์ รวมถึงคุณชายทั้งสองเมื่อครู่


     แค่นึกถึงหน้าคุณชายตัวสูง ตาคมนั่นก็พาลจะให้อารมณ์เสีย


     คำพูดนั้นตั้งใจจะกระแหนะกระแหนะเขา เหมือนฝันรู้ดี เพราะโดนมาไม่ใช่น้อย ข่าวลือไร้สาระที่ไม่รู้มาจากไหนทำให้เขาโดนเข้าใจผิดไปมาก แต่หากจะให้เหมือนฝันเที่ยวป่าวประกาศ ตามไล่แก้ข่าวก็คงไม่ใช่เรื่อง พระนครตั้งกว้างคงบอกทุกคนไม่ได้ คนจะมองว่าเป็นคำแก้ตัวไปเสียอีก


     เหมือนฝันจึงทำได้เพียงแค่อดทนเอาไว้


     “ผมขอใช้โทรศัพท์หน่อยได้ไหมครับ”
     “ได้ค่ะ”
     “ขอบคุณครับ”


     เหมือนฝันยิ้มให้กับพนักงานโรงแรมแล้วหมุนเลขโทรศัพท์ที่คุ้นเคย รอเพียงไม่นาน ปลายสายก็รับ


     ‘สวัสดีค่ะ บ้านทวีทรัพย์ค่ะ’

     “สวัสดีครับ ผมเหมือนฝันนะครับ ไม่ทราบว่าเมธอยู่หรือเปล่าครับ ผมเสร็จงานแล้ว เขาบอกว่าจะมารับน่ะครับ”

     ‘คุณเหมือนฝันนั่นเอง พี่แจ่มนะคะ ตอนนี้ที่บ้านเกิดเรื่องใหญ่เลยค่ะ เถ้าแก่น่ะสิคะ รถชน ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล คุณเมธกับคุณผู้หญิงเลยรีบออกไป คุณเมธฝากขอโทษคุณเหมือนฝันด้วยค่ะ’

     “อย่างนั้นหรือครับ แล้วเถ้าแก่เป็นอะไรมากไหมครับพี่แจ่ม”

     ‘ยังไม่ทราบเลยค่ะ พี่ก็รอข่าวอยู่เหมือนกัน ได้แต่ภาวนาว่าขอให้ไม่เป็นอะไร’

     “ผมขอให้เป็นอย่างนั้น อย่างไรฝากพี่แจ่มบอกเมธด้วยนะครับว่าผมกลับบ้านอย่างปลอดภัยแน่นอน ถ้าเมธกลับมาแล้วให้เขาโทรศัพท์บอกผมทีนะครับ ผมเป็นห่วงเถ้าแก่ สวัสดีครับ”

      ‘ได้เลยค่ะคุณเหมือน สวัสดีค่ะ’


     เมื่อวางสาย เหมือนฝันจึงหันไปขอบคุณพนักงานแล้วเดินออกมา นึกไม่สบายใจที่ได้ยินว่าคนที่เขาเคารพเหมือนพ่อแท้ๆนั้นประสบอุบัติเหตุ 

     เหมือนฝันเริ่มลังเลว่าเขาควรจะไปโรงพยาบาลตอนนี้หรือว่ากลับบ้าน ก่อนจะนึกได้ว่าไม่ได้ถามชื่อโรงพยาบาลมา จึงตัดสินใจเดินออกไปหน้าโรงแรมเพื่อรถสามล้อเพื่อกลับบ้าน แต่ยังไม่ได้ก้าวไปไหน ก็โดนเสียงหนึ่งทักขึ้นเสียก่อน

     “เหมือนฝัน” เสียงเล็กแสนตื่นเต้น ดีใจของชายหนุ่มที่ไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าใคร “ไม่คิดจะหันหน้ามามองกันเลยหรืออย่างไร”

     หม่อมหลวงอาคิรา วริศสกุลลูกชายของหม่อมราชวงศ์อาทิตย์ วริศสกุล


     “ฉันมาดูงานน่ะ มากับพี่ชายดนัย เห็นเธอขึ้นร้องเพลง เธอร้องเพลงเพราะมากเลยนะ ถ้าหากถึงงานฉัน เธอมาร้องเพลงให้ฉันกับพี่ชายดนัยได้ไหม” อาคิราพูดอย่างตื่นเต้นแทบไม่เว้นจังหวะหายใจ น้ำเสียงในทุกคำบ่งบอกได้อย่างดีว่าเจ้าตัวนั้นดีใจเพียงไหนที่ได้คุยกับเหมือนฝัน
     “หากคุณจ้าง ผมก็ไปครับ”
     “โถ่ เธอจะคิดแต่เรื่องเงินอย่างเดียวหรือเหมือนฝัน”
     “ครับ”


     อาคิราเบ้ปากใส่แผ่นหลังสมส่วนของเหมือนฝัน ที่ถามคำตอบคำ แล้วยังตอบคำถามไม่ถนอมน้ำใจเขาอีก ใจร้าย ใจแข็งไม่เคยเปลี่ยน


     “เธอจะกลับแล้วหรือ” อาคิราเอ่ยถามอีกครั้ง แต่ยังคงไม่มีเสียงตอบรับจากเหมือนฝัน อาคิราแอบยิ้มเพราะที่จริงเขาได้ยินตั้งแต่ที่เหมือนฝันคุยโทรศัพท์เมื่อครู่แล้วว่าเหมือนคนที่บอกจะมารับนั้นมาไม่ได้แล้ว “กลับยังไงล่ะ ฉันไปส่งไหม”

     “ไม่เป็นไรครับ ผมกลับสามล้อได้”

     “จะกลับสามล้อให้เปลืองเงินทำไมล่ะ ฉันไปส่งไม่เสียเงิน เก็บเงินค่าสามล้อไว้ให้จันทร์วาดกินขนมดีกว่านะ” 


     เหมือนฝันหันขวับไปมองอาคิรา อีกฝ่ายยิ้มเหมือนเด็กที่ไม่ประสีประสา แต่เหมือนฝันกำลังโกรธ เขารู้สึกเหมือนโดนดูถูก หม่อมหลวงอาคิราพูดราวกับค่าสามล้อไม่กี่สตางค์เขาจะไม่มีปัญญาจ่าย


     “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ผมมีเงินซื้อของให้จันทร์วาดมากกว่าค่าสามล้อแน่นอน คุณอาคิราอาจจะไม่ทราบ ผมมีเงินครับ ไม่เคยให้น้องของผมต้องอด” เหมือนฝันเน้นคำพูดเสียจนอาคิราหน้าเสีย เสียงแข็งจนหม่อมหลวงตัวเล็กนึกกลัว

     “เธอโกรธเหรอเหมือนฝัน ฉันขอโทษ”

     “ผมขอตัว”

     “ด..เดี๋ยว อย่าใจร้ายกับอ้นนักเลยนะพี่เหมือน อ้นขอโทษ” อาคิราคว้าแขนเรียวของเหมือนฝันไว้ เอ่ยบอกเสียงออดอ้อน หน้าตารู้สึกผิดของอีกคนทำเอาเหมือนฝันเกือบใจอ่อน

     “ผมไม่จำเป็นต้องใจดีกับคนแปลกหน้านี่ครับ”

     “ค..คนแปลกหน้า ไม่มากไปหรือเหมือนฝัน อย่างไรฉันก็เป็น-”

     “ผมไปก่อนนะครับ ค่ำมากแล้ว น้องชายผมรออยู่”


     เหมือนฝันดึงมือของหม่อมหลวงอาคิราออกแล้วเดินออกไปอย่างไร้เยื่อใย คนตัวขาวยังคงเน้นย้ำคำว่าน้องชายจนอาคิราเผลอเม้มปากเป็นเส้นตรงด้วยความน้อยใจ


     น้องชายของเหมือนฝันที่ว่าคือจันทร์วาด ไม่ใช่เขา 



     “ใจร้ายชะมัด ฉันก็เป็นน้องชายเธอเหมือนกันนะ”




     *****




     เหมือนฝันเดินไปตามทางอย่างไม่สบอารมณ์นัก เขาหาสามล้อไม่ได้สักคัน แล้วยังหงุดหงิดคนเพิ่มอีก ทั้งคุณชายตัวสูง ทั้งคำพูดของอาคิรา น่าหงุดหงิดทั้งหมด

     คนตัวขาวสูดหายใจเข้าเต็มปอด แล้วค่อยๆผ่อนลมหายใจออก ทำแบบนั้นสองสามครั้งเพื่อไล่ความหงุดหงิดออกไป ตาเรียวสวยมองข้างทางที่ไม่ค่อยมีไฟเยอะนักแล้วกอดกระเป๋าที่มีเงินค่าจ้างแน่น ดูเหมือนจะดึกมากจนเกินไปถึงได้หารถสามล้อยากแบบนี้


     “ฉันไปส่งไหม” 


     เสียงรถจักรยานยนต์ที่เข้ามาจอดใกล้ๆ พร้อมกับเสียงทุ้มใหญ่เอ่ยถามทำเอาเหมือนฝันหันไปมองอย่างหวาดระแวง ไฟหน้ารถส่องมาที่เขาจนต้องยกมือมาบังไว้เพราะแสงนั้นสว่างเกินไปจนมองไม่เห็นเจ้าของรถ


     “ว่าไง จะให้ฉันไปส่งไหม เหมือนฝัน” 


     เหมือนฝันมองอย่างไม่เชื่อสายตา เจ้าของเสียงทุ้มที่เอ่ยถามด้วยเสียงอบอุ่น จะเป็นคนเดียวกับคนที่พูดกระแหนะกระแหนเขาเมื่อครู่ในงานแต่ง


     “ไม่เป็นไรครับ คุณชายพีรภัทร”

     “นี่เธอรู้จักฉันด้วยหรือ มองเห็นฉันแล้วสินะ” พีรภัทรเอ่ยขำๆ ก็เมื่อครู่อีกฝ่ายทำราวกับมองไม่เห็นเขา เหมือนไม่มีตัวตน 

     “รู้จักซีครับ คุณชายออกหนังสือพิมพ์ออกบ่อย” 

     “งั้นหรือ เขาว่าอย่างไรล่ะ” 


     พีรภัทรเผลอยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่รู้ตัว ก้าวลงจากรถมาหาเหมือนฝันจนคนตัวขาวถอยหนีห่างไปอีกสองสามก้าว พีรภัทรเพียงแค่อยากได้ยินสิ่งที่เหมือนฝันพูดใกล้ๆ

     เขาหมดความคาดหวังตั้งแต่เหมือนฝันทำเหมือนเขาไร้ตัวตน แต่พอได้ยินอีกคนบอกว่ารู้จักชื่อเขาก็ดีใจจะแย่ แล้วนี่ยังติดตามข่าวของเขาผ่านหน้าหนังสือพิมพ์อีก


      ไม่มีเหตุผล ไม่รู้ทำไม แต่พีรภัทรกำลังใจเต้นแรง ไม่สามารถควบคุมสีหน้าและความรู้สึกของตนเองได้


     “คุณชายหมอพีรภัทร ผู้โด่งดัง หล่อ รวย ชาติตระกูลดีและ…” เหมือนฝันพูดตามที่เคยได้ยินจันทร์วาดอ่านหนังสือพิมพ์ให้ฟัง คนตัวขาวเว้นจังหวะเล็กน้อยเมื่อเห็นคุณชายตาคมยิ้มกว้าง ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมาจนพีรภัทรยิ้มค้าง “นักเฟลิร์ตแห่งพระนคร” 


     พีรภัทรอ้าปากค้าง เขาไม่รู้มาก่อนว่าหนังสือพิมพ์เขียนถึงเขาแบบนั้น เพราะปกติแล้วพีรภัทรไม่ใช่พวกติดตามข่าวสารเท่าไหร่หากไม่ใช่เรื่องสำคัญ ยิ่งเรื่องข่าวซุบซิบ นินทาตามหนังสือพิมพ์ยิ่งปัดตกไปได้เลย เห็นทีเขาคงต้องไปตามข่าวตัวเองบ้างเสียแล้ว


     “ฉันน่ะหรือนักเฟลิร์ต ไม่ใช่แบบนั้นนะ ฉันจะไปเฟลิร์ตใครที่ไหนได้ วันๆอยู่แต่โรงพยาบาล ทำงาน ดูแลคนไข้ แค่นั้นฉันก็แทบหมดแรงแล้ว”

     “…ครับ”


     เหมือนฝันตอบรับ มองหน้าคุณชายหมอที่ทำราวกับกำลังแก้ตัวให้เขาฟังทั้งที่ไม่จำเป็น อีกฝ่ายลุกลี้ลุกลนเสียจนเหมือนฝันเผลอยิ้มมุมปาก ก่อนจะรู้ตัวแล้วเอ่ยลา

     “ผมขอตัว”

     “เดี๋ยวสิ”

     เมื่อเห็นว่าเหมือนฝันหมุนตัวเตรียมเดินหนี พีรภัทรจึงรีบเดินมาดักหน้าเสียจนเหมือนฝันผงะ และถอยหนีทันที


     “คุณชายจะทำอะไร”

     “ฉันไม่ได้จะทำให้เธอกลัวนะ ฉัน..ฉัน.. แค่มีเรื่องอยากถาม”

     “ถามอะไรครับ ผมมีเวลาไม่มาก”


     ถึงคราวที่พีรภัทรทำตัวไม่ถูก คนตัวสูงยืนจ้องหน้าเหมือนฝัน กระพริบตาปริบๆราวกับเด็กโดนจับได้ว่าทำผิด อยากจะตีปากตัวเองซ้ำๆนัก เขาแค่พูดไปอย่างนั้นเพื่อรั้งเหมือนฝันเอาไว้ ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะรั้งอีกคนไว้ทำไมเหมือนกัน

     “คนนี้แหละที่เขาลือกัน เห็นว่าท่านสมบัติรักมาก ให้คนเทียวเฝ้าไม่หยุด อยากได้อะไรก็ซื้อให้หมด หลงเอามากๆ ทำเอาคุณหญิงสมรล้มป่วยเพราะตรอมใจเชียวล่ะ” 


     “เธอ…ไม่มีคนมารับหรือ”

     “มีครับ แต่ตอนนี้เขาไม่ว่างแล้ว”

     “ท่านสมบัติมีลูกน้องตั้งมาก เจียดมารับเธอสักคนสองคนก็ไม่ได้เชียวหรือ กลับคนเดียวค่ำมืดมันอันตราย”


     เหมือนฝันเผลอกำหมัดเมื่อได้ยินคำพูดจากปากของคนสูงศักดิ์กว่า นึกอยากหาอะไรมายัดปากให้รู้แล้วรู้รอด


     “นั่นคือสิ่งที่คุณชายอยากถามหรือครับ หากไม่มีอะไรแล้ว ผมคงต้องขอตัวจริงๆ ผมไม่มีเวลามาฟังอะไรไม่เข้าท่า”

     “เหมือนฝัน! เดี๋ยวซี ฟังฉันก่อน เธอ!”


     พูดจบร่างเพรียวก็เดินออกไปโดยไม่สนเสียงเรียกของพีรภัทรหรือแม้แต่ทางกลับบ้านที่เรียกได้แทบจะมืดมิด 

     พีรภัทรจิ๊ปากขัดใจ เขาคงทำเหมือนฝันโกรธเข้าแล้วจริงๆ มือใหญ่ตีปากตัวเองที่พูดอะไรไม่เข้าท่า ปากไม่ดีจนได้เรื่อง

     หวังว่าเขาจะไม่โดนเหมือนฝันเกลียดขี้หน้าหรอกนะ


     “มืดแบบนั้นจะกลับได้ยังไง”


     พีรภัทรว่า เห็นอีกคนเดินหายเข้าไปในความมืด ก่อนคร่อมรถจักรยานยนต์แล้วขับตามเหมือนฝันไป คนตัวขาวก้าวฉับไม่สนรถที่ขับตามและเปิดไฟใส่เขา

     ขาเรียวของเหมือนฝันก้าวเร็วขึ้นจนแทบจะวิ่งอยู่รอมร่อแต่พีรภัทรก็ไม่ลดละยังคงขับรถตามเขาอยู่ จนสุดท้ายเหมือนฝันทนไม่ไหว หยุดเดินก่อนจะหันไปถามคุณชายหน้าหล่อด้วยความเหนื่อยหอบ


     “คุณชาย.. คุณชายต้องการอะไรครับ ขับรถตามผมทำไม ผมกลัว คุณชายไม่ทราบหรือครับ”

     “ฉัน..” 

     อยากไปส่ง

     พีรภัทรตอบในใจ แลบลิ้นเลียปากด้วยความประหม่า เหมือนฝันตอนโกรธดูน่ากลัว อีกคนมองเขาด้วยสายตาแห่งความระแวงและไม่พอใจ คุณชายชาติตระกูลดีแบบเขาไม่เคยโดนมองด้วยสายตาแบบนี้ เล่นทำเอาพีรภัทรไปไม่ถูก


     “ว่าอย่างไรครับ”

     “ฉัน..ฉันก็จะไปทางนี้เหมือนกัน ไม่ได้ขับตามเธอ”


     เหมือนฝันหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อคำพูดของคุณชายตัวสูง ท่าทางมีพิรุธขนาดนี้ ใครเชื่อก็คงโง่เต็มที

    “ครับ ถ้าอย่างนั้นก็เชิญ” 

    เหมือนฝันสะบัดหน้าใส่คนสูงศักดิ์กว่า แล้วออกเดินอีกครั้งอย่างร้อนใจ เขาเสียเวลามามากแล้ว จันทร์วาดอยู่บ้านคนเดียว เขาไม่อยากปล่อยให้น้องอยู่ลำพัง

     พีรภัทรรีบขับตามอีกคนไป คุณชายหมอขับช้าๆอยู่ข้างหลังเหมือนฝัน คอยส่องไฟหน้ารถให้เหมือนฝันเมื่อทางกลับบ้านของนักร้องหนุ่มนั้นแทบไม่มีแสงไฟ


     ไม่ได้คิดร้าย ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี พีรภัทรเพียงแค่อยากเห็นเหมือนฝันเข้าบ้านอย่างปลอดภัย





     *****





     เหมือนฝันมองถนนที่ว่างเปล่า คิ้วเล็กขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด

     พีรภัทรไปแล้ว ไปไหนเหมือนฝันไม่อาจรู้ แต่คุณชายหมอคนดังเห็นว่าเขาเดินเข้าซอยเล็กๆนี้มา อีกคนก็ทำคอยืดคอยาว มองบ้านสองสามหลังข้างหลังเขาก่อนจะขับรถออกไป

     เหมือนฝันไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร คุณชายพีรภัทรขับรถตามเขามาหลายกิโลจากโรงแรมจนถึงบ้านเขา แต่พอคิดจะไปก็ไปง่ายๆ

     แปลกคนจริงๆ ถึงจะบอกว่ามาทางเดียวกันก็เถอะ เหมือนฝันก็มองว่าแปลกอยู่ดี


     “เอ้ย! ลูกบ้านไหนวะ อึก งามจริงเว้ย!”


     เสียงยานครางของชายวัยกลางคน ตัวใหญ่ ยืนขวางตรอกทางเข้าบ้าน ทั้งยังถือขวดเหล้าไว้ในมือ กลิ่นเหล้าลอยฟุ้งจนเหมือนฝันถอยหลังหนี แต่ยังทำใจดีสู้เสือพูดเสียงแข็งใส่อีกฝ่าย


     “ผ..ผมขอทางด้วยครับ ผมจะกลับบ้าน”

     “อยู่บ้านหลังไหนจ๊ะ ขอพี่เข้าไปกินน้ำหน่อยซี”


     ชายตัวใหญ่ตรงหน้าพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน ท่าทางคุกคามจนเหมือนฝันตัวสั่นด้วยคามกลัว หากอีกฝ่ายทำอะไรขึ้นมา เขาคงสู้ไม่ได้แน่


     “ว่าไง บ้านหลังไหนจ๊ะ”

     “นี่ ปล่อยผมนะ!”


    ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาหาเหมือนฝันอย่างอุกอาจ คว้าข้อมือเล็ก ฉุดกระชากให้ร่างเพรียวเข้าหาตัว เหมือนฝันพยายามดึงมือออก ทั้งทุบ ทั้งตีสุดแรงแต่ก็ไม่เป็นผล 


     ทั้งที่เป็นผู้ชายเหมือนกันแต่ทำไม.. ทำไมเขาถึงไม่เป็นผู้ชายที่เป็นผู้ชายจริงๆ ผู้ชายทั่วไป ผู้ชายที่ไม่ต้องโดนเชื้อบ้าๆนั่น


     “ไอ้เวรเอ๊ย!!”


     เสียงสบถของผู้มาใหม่ดังลั่นตรอก ขายาวถีบเข้าที่อกของชายวัยกลางคนจนล้มไป คนตัวสูงดึงเหมือนฝันมาสำรวจร่างกายคร่าวๆ ก่อนดึงให้มาหลบข้างหลัง


     “มึงเป็นใครวะ!! กล้าดียังไงมาถีบกู! โอย”

     “เป็นคนที่จะเอามึงเข้าคุกได้ หากยังไม่รีบไสหัวไป!!”

     “ค..คุกเรอะ”


     เมื่อได้ยินคำว่าคุก ชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนจะสร่างเมาแล้วก็รีบกุลีกุจอ ยกมือไหว้แล้ววิ่งหนีไป


     “เหมือนฝัน เธอเป็นอะไรหรือเปล่า”

     
     พีรภัทรเอ่ยถามอย่างร้อนใจ ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ดวงตาสวยที่มีน้ำใสคลออยู่แล้วยิ่งแค้นใจ เขาน่าจะมาให้เร็วกว่านี้ 

     เหมือนฝันรู้สึกเหมือนตนเองไร้เรี่ยวแรง มือสั่น ขาสั่นจนเสียหลัก ทรุดนั่งลงกับพื้นจนพีรภัทรตกใจ


     “เหมือนฝัน!! เธอเป็นอะไร มันทำอะไรเธอ บอกฉันมา”

     “ผมไม่… ผมไม่เป็นอะไรครับ ผมแค่..” กลัว เหมือนฝันละล่ำละลักบอกไม่เป็นภาษา คนตัวขาวยังคงตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่ มือเล็กลูบหน้าตัวเองหลายครั้งเพื่อตั้งสติ ลูบแรงขึ้นเรื่อยๆจนพีรภัทรจนไม่ไหว จับมือขาวนั่นไว้ อีกมือก็คอยลูบหลังปลอบใจเหมือนฝัน


     เหมือนฝันไม่ได้ดึงมือออกหรือปฏิเสธเหมือนปกติที่มีคนแปลกหน้ามาโดนเนื้อต้องตัว กลับกัน แค่จับมือพีรภัทรเอาไว้แค่นี้ เขากลับรู้สึกปลอดภัย


     “แล้ว…คุณชายมาได้อย่างไรครับ” เมื่อรู้สึกคลายกังวลและความกลัวแล้ว เหมือนฝันจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “คุณชายไปแล้วไม่ใช่หรือครับ”

     “ฉันย้อนมาดูเธอน่ะซี ว่าเข้าบ้านปลอดภัยไหม ใครจะไปรู้ว่าเธอไม่ปลอดภัยสักนิด”

      “ย้อนมาดูผมหรือครับ”


     พีรภัทรรีบปิดปากตนเองเมื่อรู้ว่าพูดอะไรออกไป คุณชายหมอคนเก่งเหมือนกำลังโดนคาดคั้นด้วยสายตาใคร่รู้ของนักร้องหนุ่มหน้าสวย 


     “ก..ก็ ช่างเถอะ!! เอาเป็นว่าเธอไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว หัดระวังตัวเสียบ้าง เธองามน้อยเสียที่ไหน ใครเห็นก็อยากเข้าหาทั้งนั้น ฉันเป็นห่วงหรอกนะ คราวหน้าก็ให้ท่านสมบัติมาส่งเธอเสีย ซอยทางเข้าบ้านเธอมืดแทบไม่มีไฟ ต้นไม้ใบหญ้าก็รก-”

     “เก็บความห่วงใยของคุณชายไว้เถิดครับ ผมดูแลตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาส่งทั้งนั้น เชิญครับ คุณชายมาทางไหนก็เชิญทางนั้น และผมหวังว่าเราคงไม่พบกันอีก”


     ไม่รอให้พีรภัทรพูดไม่เข้าหูไปมากกว่านี้ เหมือนฝันตัดบท แล้วเดินหันหลังให้พีรภัทร ไม่กลับมามองอีก คุณชายหมอมองอีกคนเดินเข้าในบ้านไม้สองชั้นสีขาวที่มีรั้วสีขาวกั้น โดยรอบเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ ไม่วายคนตัวขาวยังส่งสายตาเคืองขุ่นมาให้เขาอีกซ้ำ ก่อนปิดประตูรั้วเสียงดังเสียจนพีรภัทรที่ยืนไกลหลายเมตรยังได้ยิน


     “มาทางไหน ไปทางนั้น หวังว่าจะไม่พบกันอีกงั้นหรือ…เป็นคำพูดขอบคุณที่แปลกดีนะ”
      

     พีรภัทรพูดกับตัวเองขำๆก่อนจะเดินกลับไปตามทางที่มาตามคำพูดของคนตัวขาว อย่างน้อยๆเหมือนฝันก็เข้าบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนเรื่องจะได้พบกันอีกไหม ก็รอให้เป็นเรื่องของโชคชะตาฟ้าลิขิตแล้วกัน






*****




หวังว่าจะชอบและสนุกกับการอ่านนะคะ หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ด้วย 

จะพยายามให้เต็มที่ค่ะ ขอฝากไว้ด้วย

#เหมือนดั่งฝัน ♡




๒๕/๐๑/๒๕๖๓





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

565 ความคิดเห็น

  1. #515 Qbnteal♥ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 22:35
    คุณชายหมอ คุณจีบคนเปนไหมเนี่ย มาพูดอะไรแบบนี้ใส่คนอื่นเค้า ห้ะ555555555 เหมือนฝันก็เป็นหม่อมหลวงเหรอ ~
    #515
    0
  2. #511 sxpans (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 16:51
    เกือบจะหล่อแล้วนะคุณชายหมอ ถ้านายไม่เอาแต่พูดเรื่องนั้นน่ะ แง อยากรู้มากว่าทำไมถึงมีข่าวลือแบบนั้นออกไป y______y แต่นายนักเฟลิร์ตแห่งพระนครนี่ไม่เบานะ แอบตามไปส่งเค้าด้วย แล้วก็ที่นังติดใจอีกเรื่องคือเรื่องของคุณอาคิรากับเหมือนฝันนี่แหละ มีเรื่องอะไรกันอะ เหมือนจะเคยสนิทกันมาก่อนด้วย
    #511
    0
  3. #500 yxxxkx (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 09:06
    5555555555พีฟังนะ อย่าพูดถึงเรื่องที่นายไม่รู้ น้องจะได้ไม่สะบัดใส่นาย ทำไมไม่จ๊ามมมมมม
    #500
    0
  4. #497 Binminlover (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 02:06

    เหมือนฝันก็คือท็อปฟอร์มไม่หยุดเลยนั่นคุณชายนะลู้กกก555555 ส่วนชายพีก็เบาได้เบา รุกแลงอยู่นา รู้จักวันแรกก็ขับรถมาส่งเค้าแล้ว เขิลตรงชมเหมือนฝันงามเหมือนพูดความจริงทั่วไปอะ เขินตรงเค้าไม่เขินที่พูดออกไปเลยนี่แหละ แงงงง

    #497
    0
  5. #478 mintramiin (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:45

    ตาคุณชายพีนี่ปากร้ายเหลือเกิน ทำให้น้องเหมือนไม่ชอบหน้าไปใหญ่ จากนี้คือยากแน่ จะตามจีบเค้ายากแน่ๆ

    #478
    0
  6. #475 dlmn (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 22:35
    ชอบมากๆเลยค่า คุณชายปากร้ายมากกก ส่วนน้องก็น่ารัก อาคิรานี่ลูกต่างแม่เเน่เลย รอติดตามนะคะ
    #475
    0
  7. #474 EMO_TUNG (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 21:29
    ขอตีปากทีเถอะคุณ​ชาย ปากร้ายนักก
    #474
    0
  8. #473 ptckk (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 05:35
    ทำไมคุณชายต้องปากร้ายย จะตี
    #473
    0
  9. #472 LINGLINGGG69 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 00:22

    ขอบคุณนะคะรอตามค่าาา

    #472
    0
  10. #471 beenie (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 23:43

    อยากตีปากมาก ฝันก็โกรธก็ไม่แปลกหรอก

    #471
    0
  11. #470 floralista (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 21:28
    คุณพีรภัทรนี่หูเบาจังเลยนะคะ แถมขี้แซะอีกต่างหาก
    #470
    0
  12. #469 KissCYeol (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 21:00
    คุณช้ายยยย อยากจะตีปากนัก
    #469
    0
  13. #468 shiplost (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 19:23
    ยังไม่ถึงวันดีทำเขาโกรธไปกี่รอบแล้วคุณช๊ายยยยยยย
    #468
    0
  14. #467 nonny_popo (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 19:11
    อยากตีปากคุณชายเลยยย น้องเสียใจหมดดดด รอนะค่าาาาา
    #467
    0
  15. #466 little girl (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 18:20
    คำพูดคำจานะคุณชาย อยากจะตีให้!
    #466
    0
  16. #465 พีพีวาย (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 17:41
    เรามันปากไม่ดีน่ะคุณชายทำน้องโกรธกี่รอบนังไม่สำนึกอีก555555
    #465
    0
  17. #464 puroi1113 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 17:41
    กรี้ดมากกก ชอบแนวนี้มากๆเลยค่ะะะ เป็นกำลังใจให้นะคะะ // ปล. คุณชายนี่มันน่าตีจริงๆ เอาเลยน้องเหมือนงอนเลยๆๆๆ
    #464
    0