SF/OS : Our Story #BinMin #NenNyeon

ตอนที่ 19 : Au Thai : The Neighbor #BinMinWeekly

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    5 ส.ค. 62

































     Title: The Neighbor 
   ( #BinMinWeekly Week 28 : End of a year & Week 29 : Neighbor )
   Pairing: Hyunbin x Minhyun
     Tag: #OurStoryบินมิน
   Note: หิน = ฮยอนบิน หมอก = มินฮยอน 
         จ้าว = แจฮวาน แซน = เซอุน












     23 ธันวาคม 2561



     “หมอก! เดี๋ยวสิหมอก! ฟังเราก่อน”


     “ฟังเหรอ! ให้เราฟังอะไรวะ! พอสักทีได้ไหม! หยุดทำเหมือนเราโง่ที! ”


     “มันไม่ใช่แบบนั้นนะหมอก เราอธิบายได้ เรากับน้องเขาไม่ได้เป็นอะไรกันเลย ไม่มีอะไรอะไรจริงๆนะหมอก”


     “เหรอ..แต่สายตาเราไม่ได้โกหกนะอิม เราเห็นทุกอย่าง จะดูรูปไหม ตอนที่เธอจับมือน้องเขา ลูบหัว กอด โอบ.. เหมือน อึก เธอเห็นเราโง่ขนาดนั้นเลยหรือไง..”


     “หมอก..”


     “กลับไป แล้วอย่ามาให้เราเห็นหน้าอีก”



     ปัง!




     หิน ได้แต่ยืนนิ่งมองเหตุการณ์ตรงหน้าที่ดูคล้ายกับละครหลังข่าวที่แม่เขาชอบเปิดดูบ่อยๆ เพียงแต่นี่เป็นเหตุการณ์จริงและ ‘เพื่อนบ้าน’ที่แสนคุ้นเคยก็กำลังร้องไห้จริงๆ


     เขาค่อยๆย่องไปปิดก๊อกน้ำ วางสายยางในมือลงหลังจากที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้อย่างสบายอารมณ์แล้วก็พบเพื่อนบ้านตัวขาวกำลังทะเลาะกับแฟนหนุ่มจนเสียงดังไปทั่ว


     “คุณโอเคหรือเปล่า”


     หินเอ่ยถามเสียงเบาแต่พอให้อีกคนที่นั่งร้องไห้อยู่ได้ยิน ใบหน้าหล่อชวนฝันของเพื่อนบ้านที่มีนามว่า ‘หมอก’ เงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร(ซึ่งปกติหมอกก็มองเขาไม่เป็นมิตรอยู่แล้ว แต่เพิ่มเลเวลขึ้นมาอีกนิดหน่อย)



     “อย่ามายุ่ง!”



     พูดจบก็สะบัดตัวเดินเข้าบ้านไป ปล่อยให้หินยืนเกาหัวแกรกอย่างงงๆ อยู่ริมรั้วที่กั้นเขตบ้านเอาไว้





     อะไรวะ คนอุตส่าห์เป็นห่วง











     24 ธันวาคม 2561




     15:30 




     ตั้งแต่ตื่นจนถึงตอนนี้หินถอนหายใจรวมกันมากกว่าที่เขาถอนหายใจมาทั้งชีวิตเห็นจะได้


     เขานอนไม่หลับทั้งคืนเป็นเหตุให้ใต้ตาคล้ำจนน่ากลัวแม้แต่ลูน่ากับอารือ แมวที่เลี้ยงเอาไว้ยังไม่กล้าเข้าใกล้ ทั้งที่ปกติเจ้าแมวพวกนั้นชอบอ้อนเขาจะตาย


     เมื่อคืนก่อนนอนเขาพยายามนับแกะ นับแพะ นับแมว นับหมา นับสัตว์แทบทุกชนิดที่พอนึกออกไปจนถึงนับการฟันหัวซอมบี้แต่ละตัว เขาก็ยังนอนไม่หลับ



     เพราะใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนน้ำตาของเพื่อนบ้านไม่ยอมหลุดออกไปออกจากหัวเขาเสียที



     หินมองผ่านหน้าต่างไปยังบ้านข้างๆที่เงียบงันราวกับไม่มีคนอยู่แล้วถอนหายใจอีกครั้ง



     “เฮ้อ ก็เขาไม่ให้ยุ่งนี่หว่า”



     หินย้ายมาอยู่ตัวคนเดียวที่บ้านนี้ราวๆสี่ปีได้ หลังจากเข้ามาอยู่ได้ไม่กี่เดือน บ้านเดี่ยว สองชั้นสีขาวข้างๆเหมือนกันกับบ้านเขาก็ถูกซื้อโดยเพื่อนบ้านสุดหล่อราวกับเทพบุตรลงมาจุตินามว่า ‘หมอก’



     แรกๆความสัมพันธ์ของเขากับเพื่อนข้างบ้านก็เป็นไปได้ด้วยดี.. หินคิดว่าแบบนั้นนะ


     เอาความจริงเลยแล้วกัน ตลอดสี่ปีมานี้เขากับหมอกคุยกันไม่ถึงสี่สิบคำด้วยซ้ำ มีทักทาย ส่งยิ้มให้กันอยู่บ้างเป็นครั้งคราว ด้วยความที่แฟนหนุ่มของหมอกค่อนข้างขี้หึงและหวงเอามากๆ หินเข้าใจ ก็คนตัวขาวนั่นทั้งหล่อ ทั้งน่ารัก น่าฟัดเสียขนาดนั้น


     ตอนแรกยอมรับว่าค่อนข้างตกใจที่รู้ว่าเพื่อนบ้านสุดหล่อนั้นชอบผู้ชายด้วยกัน แอบเสียดายแทนสาวๆด้วยซ้ำที่สูญเสียผู้ชายที่หล่อและดูเพอร์เฟ็กขนาดนั้นไปหนึ่งคน



     และใช่ หินเองก็เสียใจที่สาวๆพวกนั้นสูญเสียคนหล่อแบบเขาไปอีกคนเช่นกัน




     “นั่งเหม่ออะไรวะ”


     “เชี่ย!!”


     เสียงกระซิบข้างหูทำหินตกใจสะดุ้งสุดตัว หันไปก็พบจ้าว เพื่อนรักตัวเตี้ย แก้มกลมยืนหัวเราะ ปรบมือชอบใจ 


     “มึงเข้ามาได้ไงเนี่ย!”


     “เพื่อนไม่ล็อคประตูอะครับ”



     เจริญหล่ะ



     พูดจบจ้าวก็เดินไปยังโซนครัว พร้อมกับหิ้วถุงพลาสติกในมือที่เยอะแยะเต็มไปหมดเก็บเข้าตู้เย็น และบางส่วนก็แยกออกมาเพื่อทำอาหาร


     “ยังมีอยู่ในรถอีกนะ” จ้าวเอ่ยบอกทั้งที่ยังไม่หันมามองเขา


     “กูพูดขนาดนี้แล้วก็ควรออกไปเอาได้แล้วป่ะครับคุณเจ้าของบ้าน”



     หินกลอกตาใส่เพื่อนรักก่อนเดินเข้าไปใกล้จ้าวแล้วประทับฝ่ามือลงบนหัวเพื่อนจนดัง ‘ปั้ก’ และไม่รอให้ชายหนุ่มหันมาเอาคืนเขาก็คว้ากุญแจรถของจ้าว หัวเราะร่าเดินออกไปเอาของที่เหลือ


     เมื่อเดินออกมายังไม่ที่หินจะก้าวออกไปไหน ก็พบหมอกยืนอยู่หน้าประตูบ้านตัวเอง พร้อมกับแฟนหนุ่มที่กำลังยื้อยุดกันไปมา หินย่อตัวลงโดยทันที ก่อนที่จะค่อยๆเดินย่องทั้งที่ก้มตัวอยู่ไปพิงตัวติดกับรั้วข้างบ้านเพื่อให้พอได้ยินบทสนทนานั้น


     ก็ไม่ได้อยากสนใจหรอกนะ เพราะมันไม่ใช่เรื่องของเขา แต่หินก็หาเหตุผลที่ทำแบบนี้ไม่ได้เช่นกัน



     “เมื่อวานเราพูดรู้เรื่องแล้วนะ”


     “หมอก.. เราขอโทษ ให้โอกาสเรานะ” 


     หินแอบเบะปากกับคำพูดนั้น ขอโอกาสอีกแล้ว เขาเคยเห็นทั้งคู่ทะเลาะกันอยู่สาม สี่ครั้งแฟนของหมอกก็พูดแบบนี้ตลอด ขนาดหินเป็นคนนอกได้ฟังไม่กี่ครั้งยังเอียนขนาดนี้ แล้วหมอกที่ต้องทนฟังมาตลอดจะรู้สึกยังไงนะ


     อย่าให้โอกาสเขาเลยนะคุณเพื่อนบ้าน



     เผื่อมีบางคนอาจจะรอโอกาสดีๆนั้นอยู่ก็ได้



     “โอกาสเหรอ.. ได้สิ”



     หินได้แต่ถอนหายใจ อย่างที่เขาว่า ‘ความรักทำให้คนตาบอดเสมอ’



     “แต่ชาติหน้านะ!!”



     แต่มันก็มีวันที่ตาสว่างสักทีแหละหน่า



     เสียงปิดประตูของเพื่อนบ้านไม่นานก็ตามด้วยเสียงรถที่ขับออกไปทำให้หินต้องกลั้นยิ้ม เขาทุบขาตัวเองสองสามทีเพราะรู้สึกชาที่ขานิดหน่อยเนื่องจากนั่งในท่าเดิม(แอบ)ฟังบทสนทนาของเพื่อนบ้าน


     “แอบฟังเหรอคุณ”


     “เชี่ย!!!”


     เมื่อลุกขึ้นมาก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นหมอกยืนติดกับริมรั้ว เท้าคางบนรั้วที่สูงระดับอกมองเขาด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ไม่เหมือนคนที่เพิ่งทะเลาะกับแฟนมา


     ไหนจะหน้าหล่อๆที่หินมองว่าโคตรน่ารักมาตลอดสี่ปี แก้มขาวกลมเหมือนซาลาเปาน่าบีบที่ถูกมือเล็กของอีกฝ่ายดันขึ้นมายิ่งทำให้แก้มนั้นน่าบีบ น่าจิ้มเข้าไปอีก



     เอาหล่ะ ไอ้หิน กำมือให้แน่นเลยเอ็ง อย่าเผลอเชียว



     “ว่าไงครับ” หมอกถามย้ำอีกครั้ง


     “คือ..” เอาไงดีวะ


     “อือฮึ”

     “ผมออกมาเอาของทำอาหารวันคริสต์มาสอีฟน่ะ พอดีมีปาร์ตี้นิดหน่อย”

     “…” เอาวะไอ้หิน


     “ถ้าคุณไม่รังเกียจ.. ผมอยากเชิ-”


     “ขอบคุณครับ แต่พอดีผมนับถือพุทธ” 



     หมอกส่งยิ้ม..เรียกว่าแสยะยิ้มก็ได้ ให้เขาหนึ่งทีแล้วหันหลังเดินกลับเข้าบ้านไป



     โอเค ไม่ได้รังเกียจ แค่นับถือคนละศาสนา









     25 ธันวาคม 2561




     00:16





     “กลับดีๆมึง” หินโบกมือพร้อมกับเอ่ยลาจ้าวที่กำลังขึ้นรถเพื่อขับกลับบ้านในเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ 


     “คุณเพื่อนบ้านมึงนี่ยังไง เขาดูไม่ชอบมึงเลยนะแล้วมึงไปชอบ ไปตกหลุมรักเขาตรงไหนวะหิน ”


     “มึงเงียบไปเลย”


     “จ้าา ปกป้องไปเถอะ คนอะไร๊ ชวนแค่นี้ก็ปฏิเสธ”


     “กูบอกแล้วไง”


     “ว่า”


     “เขานับถือพุทธ”


     “โว๊ะ!” จ้าวหลุดเสียงเหนื่อยใจกับเพื่อนรักอย่างไม่เบานัก แต่ไม่ทันได้พูดอะไรต่อ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นเสียก่อน


     “เออๆ เอาที่มึงสบายใจก็ได้เพื่อน ไปละ แซนโทรตาม” พูดจบก็โบกมือลาเพื่อนอีกครั้งก่อนขับรถออกไป หินยืนมองรถของจ้าวจนลับตาก่อนเตรียมตัวเดินเข้าบ้านแต่ก็ต้องตกใจอีกครั้ง


     “เชี่ย!!!”


     ว้อทดาฟั.. วันนี้ไอ้หินใจวูบมากี่รอบแล้วเนี่ย! คืนนี้นอนผวาแล้วกู



     “ผมเปลี่ยนใจ ตอบรับคำชวนทันมั้ย”


     แต่เอาเถอะ จะเห็นแก่หน้าหงอยๆแต่สุดแสนน่ารักของเพื่อนบ้านตัวขาวนี่แล้วกัน





     00:29





     สุดยอดของความอึดอัด



     หินไม่เคยมองหน้าคุณเพื่อนบ้านแล้วรู้สึกอึดอัดแบบนี้มาก่อน



     เพราะปกติได้แต่แอบมอง เขาไม่รู้ตัว


     ดวงตาเรียวสวยหางตาชี้ขึ้นนิดๆกำลังมองสำรวจภายในบ้านเขาอย่างละเอียด มือขาวๆที่ดูเล็กเมื่อเทียบกับความสูงราวๆร้อยแปดสิบกำลังหยิบขนมเข้าปากสีชมพูน่ารักอย่างสบายอารมณ์



     ทำเหมือนก่อนหน้านี้ไม่เคยมองแรง ไม่เคยหยิ่งใส่ผมมาก่อนเลยนะคุ้ณ



     นี่เห็นแก่แก้มตุ่ยๆ น่ารักๆ นี่หรอกนะ



     “ผมถามได้ไหมว่าคุณทำงานอะไร เหมือนจะเห็นคุณอยู่แต่บ้าน” หมอกเอ่ยถามทั้งที่แก้มขาวนั้นยังเต็มปากไปด้วยขนมที่ยัดเข้าไป



     กำมือให้แน่นไอ้หิน ห้ามเอื้อมไปบีบแก้มเขา!


     “ผ..ผมทำฟรีแลนซ์” เสียงสั่นทำไมวะหิน!


     “อ๋อ ดีเนอะ”


     “ไม่ดีหรอกครับ งานมาๆหายๆ ไม่แน่นอน”


     “แต่ก็เงินเยอะนี่ครับ”


     “ก็พอได้ครับ”



     เมี๊ยว~




     “เฮ้ย!!”



     ในขณะที่ทั้งคู่กำลังคุยกันไปเรื่อยเปื่อย ลูน่ากับอารือแมวที่หินเลี้ยงไว้ก็ตื่นและส่งเสียงร้องออกมา


      เพื่อนบ้านตัวขาวตะโกนตกใจเสียงดัง ก่อนจะวิ่งมาหลบหลังหินอย่างรวดเร็ว ทำเอาเขามึนงงไปหมด


     “คุณเลี้ยงแมวด้วยเหรอ!”


     “ครับ เด็กๆมานี่มา” 


     “เฮ้ย! อย่าเรียกมันมา!!”



     หินส่งสายตาสงสัยกลับไปหาร่างโปร่งที่กำลังหลบหลังตัวเองพร้อมกับกำเสื้อเขาแน่น แถมยังดึงตัวตัวมาเป็นเกราะกำบังอีก


     “ผ..ผมไม่ชอบแมว คุณเอามันออกไปที”



     ไม่ชอบแมว ทั้งที่ตัวเองเหมือนแมวอ่ะนะ



     หินพยักหน้ารับก่อนจะอุ้มแมวทั้งสองตัวออกไปตามคำบอก(เชิงสั่ง)ของคุณเพื่อนบ้าน




     “คุณกลัวแมวเหรอ” หินถามขึ้นหลังจากที่พาลูน่ากับอารือ เจ้าแมวแสนรักของเขากับไปยังที่ของมันก่อนจะลงมาคุยกับหมอก


     “ไม่เชิง ผมแพ้ขนมันนิดหน่อยเลยไม่อยากเข้าใกล้”


     “อ่า”



     ทำไมหินรู้สึกเหมือนว่าจะมีอุปสรรคเพิ่มขึ้นเลยแฮะ





*





          “คุณนับถือคริสต์เหรอ” หมอกถาม


          “ครับ”


          สิ้นเสียงคำตอบของหิน ก็เกิดความเงียบขึ้น หินมองไปยังเพื่อนบ้านหน้าหล่อที่ถูจมูกตัวเองเบาๆ ดวงตาสวยที่ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน ฟันขาวที่กำลังกัดปากตัวเองเหมือนกำลังลังเลอะไรสักอย่าง และไม่ทันได้ถาม หมอกก็พูดสวนขึ้นมาเสียก่อน


     “ผม…ขอโทษนะ”


     “ครับ?” หินเลิกคิ้วอย่างสงสัย


     “วันก่อน..ที่บอกว่าคุณยุ่งน่ะ ผมขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ มัน..พลั้งปาก”


     “อ่า เรื่องนั้น ผมไม่ถือครับ คุณกำลังอารมณ์ไม่ดี ผมเข้าใจ”


     “แต่ผมก็ไม่ควร ขอโทษนะครั-”



     ไม่ทันได้พูดจบหมอกก็นิ่งไป เมื่อจู่ๆมือใหญ่ของหินก็เอื้อมมาลูบผมเขาเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มแสนอบอุ่น


     อยู่ดีๆหมอกก็ใจเต้นแรงขึ้นมาเสียอย่างนั้น


     “จริงๆ อิม เอ่อ แฟนเก่าผมน่ะ บอกว่าไม่ให้ยุ่งกับคุณ เขาบอก…ว่าคุณชอบผม” 



      หินชะงัก ราวกับเพิ่งรู้ตัว มือใหญ่ชักมือกลับมาเกาต้นคอตัวเองอย่างทำอะไรไม่ถูก กระแอมสองสามทีก่อนจะยิ้มแหยๆให้หมอก



     ครับ ผมชอบคุณครับคุณหมอก แฟน(เก่า)คุณพูดถูกแล้ว



     อย่างว่าผีเห็นผีแหละนะ



     “เอ่อ คุณดื่มไหมครับ” หินเอ่ยถาม เขาไม่ได้มีความคิดจะมอมอีกฝ่ายนะ 


     แค่อยากหาเรื่องอยู่ด้วยนานๆ เพราะไม่รู้จะมีโอกาสแบบนี้อีกเมื่อไหร่


     “ผมดื่มไม่เก่งเท่าไหร่ แต่เอามาสิครับ”




     01:13



     หมอกดื่มแอลกอฮอล์ไม่เก่ง หินต้องจำให้ขึ้นใจ

 
     ต้องจำเอาไว้มากๆ


     เพราะหินไม่รู้ว่าคำพูดที่บอก ‘ดื่มไม่เก่ง’ จะดื่มไม่เก่งขนาดนี้!!!!



     หินมองเพื่อนบ้านที่นอนฟุบหลับลงกับโต๊ะไปแล้วก็ถอนหายใจ หยิบกระป๋องเบียร์ของอีกคนขึ้นมาส่องๆเหมือนจะลดไปไม่ถึงครึ่ง ต่างกับเขาที่เปิดกระป๋องที่สามเข้าไปแล้ว


     ยังดีที่หมอกเป็นคนเมาแล้วหลับ ลองเป็นไอ้หินคนนี้เมาสิ


     เคยเกือบเลิกเป็นเพื่อนกับไอ้จ้าวเพราะดันเมาแล้วเลื้อยแถมจะไปจูบแซนแฟนมันอีก



     ดีที่เหตุการณ์พวกนี้เกิดขึ้นไม่บ่อย เพราะเขาก็คอแข็งพอสมควร แต่ถ้าเมาแล้วล่ะก็ ชิบครับ ชิบหาไม่เจออย่างเดียว


     หินถอนหายใจเฮือกใหญ่ คิดไม่ตกจะเอายังไงกับคุณเพื่อนบ้านที่นอนแก้มย้อยอยู่ตรงหน้า เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนยื่นมือไปจิ้มแก้มขาวที่ตอนนี้กำลังเป็นสีชมพูเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์


     พ่อแม่เลี้ยงด้วยอะไรทำไมน่ารักขนาดนี้


     หินชักมือกลับด้วยความรวดเร็วเมื่อเห็นว่าหมอกขยับตัว คงจะเมื่อยที่นอนท่านี้ จะให้เขาอุ้มอีกคนไปนอนบนห้องก็ยังไงอยู่ ไหนจะเตียงเขาที่เต็มไปด้วยขนแมวที่อีกฝ่ายแพ้มันอีก 


     หากให้อุ้มไปส่งที่บ้านของหมอก ผู้ชายอุ้มผู้ชายออกไปข้างนอกแม้จะแค่ข้างบ้านในเวลาแบบนี้ก็คงแปลกพิลึกและถ้าหากจะให้ปลุกหมอกตอนนี้หินก็คงไม่ทำแน่นอน


     ไม่มีทางไหนนอกจากโซฟาเพื่อนรักแล้วล่ะ


     คิดได้ดังนั้นหินก็ขออนุญาตแตะตัวคุณเพื่อนบ้านในใจเบาๆ ก่อนจะค่อยประคองอีกฝ่ายเข้าสู่อ้อมอก แขนเรียวสอดใต้ข้อพับขาของหมอกแล้วอุ้มขึ้นมา


      หินลมหายใจสะดุด เมื่อพบว่าหมอกตัวหนักกว่าที่คิด!!


     เกือบโรแมนติกแล้วกู


     เขาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วอุ้มหมอกไปยังโซฟาอย่างไม่รีบ แม้คุณเพื่อนบ้านจะตัวหนักกว่าที่เห็นแต่ยังอยู่ในระดับที่เขารับไหว ยังไงก็ผู้ชายสูงร้อยแปดสิบคนนึงล่ะนะ จะให้ตัวเบาเหมือนผู้หญิงก็คงไม่ใช่


     หินค่อยๆวางร่างโปร่งบนโซฟาอย่างเบามือเท่าที่จะทำได้ จัดการห่มผ้าให้อีกคนแล้วลูบผมนิ่ม ส่วนตัวเองก็ก้าวไปนั่งโซฟาฝั่งตรงข้าม มองหมอกที่กำลังขยับตัวไปมาเหมือนหาที่นอนให้เข้าที่แล้วยิ้มออกมา



     “วันหน้าจะเตรียมที่นอนที่ดีกว่านี้ไว้ให้นะครับ ฝันดีนะ…หมอก”



     กระซิบบอกแผ่นหลังของเพื่อนบ้านตัวขาวก่อนจะล้มตัวลงนอนบนโซฟาฝั่งตรงข้าม มองแผ่นหลังสมส่วนนั้นจนเผลอหลับไป



      โดยไม่รู้ว่าริมฝีปากสวยของคนที่นอนหันหลังให้นั้นแอบยกยิ้มออกมาเบาๆ







     27 ธันวาคม 2561


     07:30


     เมี๊ยว~ 


     ร่างสูงโปร่งลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงแมวทั้งสองที่ส่งเสียงแข่งกันไปมา มือหนาขยี้ตาตัวเอง นอนมองเพดานอยู่สักพักเพื่อเรียกสติให้ตัวเอง ก่อนเจ้าแมวตัวสีดำอย่างลูน่าที่กระโดดขึ้นอกเขามาคลอเคลียตามด้วยอารือ 


     ได้เวลาให้อาหารเด็กๆแล้วสิ


     หินลุกขึ้นบิดตัวเล็กน้อย มองออกไปนอกหน้าต่างที่สามารถมองเห็นบ้านข้างๆได้ เขาเริ่มถอนหายใจตั้งแต่เช้าเลยแฮะ 



     เช้าวันคริสมาสต์เมื่อสองวันก่อนหินตื่นมาก็ไม่พบหมอกแล้ว เหลือเพียงผ้าห่มที่หินเป็นคนห่มให้คุณเพื่อนบ้านมาอยู่บนตัวเขา


     ครั้นจะไปหาเรื่องคุย ถามไถ่ว่าออกไปตอนไหน แฮ้งค์หรือเปล่า คุณเพื่อนบ้านของเขาก็ดูจะยุ่งเหลือเกิน ตอนเช้าเห็นอีกฝ่ายวิ่งหน้าตั้งไปยังป้ายรถเมล์เพื่อไปทำงาน พอตอนเย็นก็กลับมาอย่างเหนื่อยล้า หมดแรง หินเลยไม่กล้ากวนมากเท่าไหร่


      แถมวันต่อมาก็ไม่มีโอกาสได้คุยหรือแม้แต่เจอหน้ากันเพราะเขาต้องออกไปคุยงานทั้งวัน กว่าจะฝ่ารถติดกลับมาถึงบ้านก็ค่ำแล้ว ทั้งสองวันนั้นก็ผ่านไปแบบที่หินได้แต่ถอนหายใจ


     เมี๊ยว~



     “เข้าใจแล้วครับ เข้าใจแล้ว”



     หินพูดกับแมวทั้งสองแล้วเดินลงมาข้างล่างเพื่อเอาหารให้น้องสาวทั้งสองตัว 


     ในขณะที่กำลังแกล้งกวนเหล่าน้องสาว(?) เสียงกรดกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น หินละจากแมวน้องรัก ลุกขึ้นมาส่องผ่านหน้าต่างก็พบหมอกยืนอยู่หน้าบ้าน ไม่ต้องถามเลยว่าหินนั้นยิ้มกว้างแค่ไหน 


     โอย หัวใจไอ้จะหินจะแตกแล้วค้าบบ


     เขาแอบวอร์มเสียง กระแอมอยู่สองสามทีก่อนจะเดินออกมาหน้าบ้านทำทีเหมือนไม่รู้ว่าหมอกเป็นคนกดกริ่ง


     “อ้าว คุณเองเหรอ ว่ายัง-”


     “ผมเห็นคุณเปิดดูตรงหน้าต่างแล้วล่ะ อย่ามาแสดง”



     ได้ยินเสียงหน้าแตกไหมครับ



     “แหะๆ มีอะไรหรือเปล่าคุณ” หินถามอย่างอายๆ โดนจับได้เสียอย่างนั้น




     “ผมทำแซนด์วิชมาให้” หมอกว่าแล้วยื่นกล่องสีขาวขุ่นที่บรรจุแซนด์วิชอยู่ข้างใน




     “ครับ?”


     “รับๆไปเถอะหน่า มันอาจจะไม่ได้อร่อยมาก ถือว่าตอบแทนค่าเบียร์แล้วกันครับ ผมไปทำงานก่อนนะ”


     หมอกพูดรัวใส่เขาจนแทบฟังไม่ทัน ประหนึ่งเขากำลังดูรายการโชว์มีเดอะมันนี่ไทยแลนด์ต่อหน้า พูดจบคนตัวขาวก็เดินออกไปโดยไม่ฟังเขา แต่ก็โดนหินเรียกเอาไว้เสียก่อน


     “หมอก! ..เอ่อ คุณหมอก”


     “…”


     “วันนี้ดินเนอร์ไหมครับ…ด้วยกันกับผม”


     คุณเพื่อนบ้านเหมือนจะอึ้งไป แล้วยิ้มกว้างออกมาแบบที่หินคิดว่าน่ารักโคตรๆจนอยากจะพุ่งเข้าไปฟัดก่อนพยักหน้ารับอยู่สองสามทีแล้วโบกมือวิ่งออกไป



     เมื่อเห็นแผ่นหลังของเพื่อนบ้านลับสายตาไปแล้ว หินก็เดินเข้ามาในบ้าน วางกล่องสีขาวขุ่น ตบหน้าเรียกสติตัวเอง แต่ก็อดไม่ได้


     “Yes!!!!!! Awesome!!!!!!!”




     เมี๊ยว!!!!!!!!!



     15:30 



     ไม่รู้


     หินไม่รู้อะไรเลย


     หมอกชอบกินอะไร อาหารไทย ฝรั่ง ญี่ปุ่น แพ้อะไรบ้าง หินไม่รู้แม้กระทั่งเบอร์โทรที่สามารถโทรไปสอบถามข้อมูลพวกนั้นกับอีกฝ่ายได้



     ก็อย่างว่า จะเอาอะไรกับความสัมพันธ์สี่ปีคุยไม่ถึงสี่สิบคำ


     “ลูน่า หนูว่าพี่หมอกเขาจะชอบกินอะไรคะ” หินถามแมวตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตัก แน่นอนว่ามันคงตอบไม่ได้



     “อารือล่ะ หนูรู้ไหม”  หินหันไปถามแมวอีกตัว มันตอบไม่ได้แน่ๆ แต่ยัยตัวดีของเขาสะบัดหน้าใส่ได้แถมสะบัดแรงเสียด้วย



     คุ้นๆเหมือนเคยเห็น คล้ายจะเป็นคนข้างบ้านหินเอง



     โคตรจะคล้ายกัน





     18:30 




     หินไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงต้องมานั่งรอคุณเพื่อนบ้านที่ป้ายรถเมล์ หาเหตุผลไม่ได้สักนิด แต่นั่นแหละ เขาก็มาอยู่ที่นี่แล้ว


     ส่วนเรื่องอาหารหินทำไว้แล้ว ซึ่งไม่รู้ว่าอีกคนจะชอบหรือไม่ มันเป็นอาหารสุดเรียบง่าย(ที่เป็นของชอบหินเสียส่วนใหญ่) เขาหวังว่าหมอกจะชอบมันและไม่แพ้อะไรในนั้น 


     หินนั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์สักพัก ก่อนจะเห็นคนที่เขารอเดินลงมาอย่างเหนื่อยล้า แล้วชะงัก มองมาอย่างสงสัยเมื่อเห็นเขานั่งรออยู่


     “ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับเจ้าชาย” 



     หินแกล้งโค้งให้คุณเพื่อนบ้าน ทำให้อีกคนหัวเราะเสียงออกมาดัง ดวงตาสวยนั้นหยีลง ซึ่งหินคิดว่านั่นมันน่ารักเอามากๆ


     “ส่งกระเป๋ามาสิ ผมช่วยถือ”  หินว่าพร้อมกับยื่นมือออกมารอรับกระเป๋าจากหมอก แต่กลับโดนมือขาวนั้นตีเบาๆ แล้วดันมือเขาออก


     “เห็นผมอ่อนแอขนาดนั้นหรือไงครับ”


     “ไม่ได้เห็นว่าคุณอ่อนแอผมแค่อยากช่วย”


     หมอกส่ายหน้าใส่เขาขำๆ แล้วยื่นกระเป๋ามาให้ก่อนเอ่ยถาม


     “คุณทำอะไรกินอ่ะหรือไปกินข้างนอกหรือสั่งมากิน”


     “…” หินกระพริบตาปริบๆ โดยไม่ตอบอะไร





*


     “คุณกินได้ใช่ไหม”


     หินถามอย่างกล้าๆกลัวๆ มองอาหารสุดเรียบง่ายจากฝีมือเขาเองประกอบไปด้วยผัดบรอกโคลีกุ้ง แกงจืดวุ้นเส้นและไข่เจียวหมูสับ 


     หินเม้มปากแน่นเมื่อเห็นว่าหมอกนั่งนิ่งไม่พูดจา มือใหญ่ทั้งสองข้างจิกเล็บลงกับผิวตัวเองอย่างลืมตัว ก่อนจะใจหายวูบเมื่อคนตัวขาวเอ่ยบอก



     “คุณ… ผมแพ้กุ้ง”


     “….”  หินพอเดาได้ว่าหน้าเขาตอนนี้คงซีดเป็นกระดาษ 


     “ผม…ล้อเล่น ฮ่าๆๆๆๆ”


     “หมอก!”


     “ฮ่าๆๆ หน้าคุณโคตรตลกเลยอ่ะ หน้าซีดแบบโคตรๆๆ ฮ่าๆๆๆ”


     หินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่เคยรู้สึกโล่งขนาดนี้มาก่อน เมื่อครู่เขาเกือบน้ำตาไหลแล้ว มันน่านักเชียว ยิ่งมองไปที่เพื่อนบ้านตัวดีที่กำลังปรบมือ หัวเราะชอบใจก็ยิ่งมันเขี้ยว เขายื่นมือไปบีบแก้มนุ่มข้างซ้ายอย่างลืมตัว


     “แสบนักนะ!”


     “โอ้ยย ฮ่าๆ เจ็บบ”


     มือขาวของอีกคนจับมือหินไว้ ตีเบาๆเพื่อให้ปล่อยเขาปล่อยจากแก้มนุ่ม เห็นแบบนั้นก็ยิ่งมันเขี้ยวหมอก ยื่นมือไปบีบแก้มขวาอีกข้าง มือใหญ่จับแก้มขาวนุ่มยีไปมา คุณเพื่อนบ้านก็ไม่ได้มีท่าทีจะห้าม แถมยังหัวเราะชอบใจไปอีก



     หินก็ชอบ ชอบรอยยิ้ม ชอบเสียงหัวเราะของหมอกมากกว่าน้ำตา



     และหินก็ชอบหมอกมากๆเช่นกัน



     แล้ววันนี้ก็เป็นอีกวันที่จบไปอย่างเรียบง่าย







     28 ธันวาคม 2561



     07:00



     วันนี้หินตื่นเช้ากว่าทุกวันเหตุผลที่หนึ่งคือวันนี้เขามีนัดคุยงานกับลูกค้าที่ร้านของจ้าว และเหตุผลอีกอย่าง


     หินจะไปส่งหมอกที่ทำงาน


     ตื่นเต้นอะไรไม่รู้แต่ตื่นเต้น


     เพราะเมื่อวาน(และวันอื่นๆ)หินเห็นคุณเพื่อนบ้านต้องรีบเร่งไปขึ้นรถเมล์เลยอาสาไปส่ง ตอนแรกก็โดนปฏิเสธ แต่เขาก็บอกว่ามีธุระอยู่แล้วสามารถไปส่งอีกคนได้ หมอกยอมตกลงแต่ถึงอย่างนั้นอีกคนก็ขอจ่ายค่าน้ำมันให้ เขาไม่อยากรับเท่าไหร่แต่หมอกก็ยืนยันว่าจะจ่ายให้ หินจึงทำอะไรไม่ได้ นอกจากยิ้มและตอบรับ ‘ครับ’ อย่างเรียบร้อย



     เมื่อวานที่คุยกันระหว่างมื้อเย็น ทำให้หินได้รู้อีกอย่างว่าหมอกนั้นอายุน้อยกว่าเขาสองปี หินอายุยี่สิบเก้า ส่วนหมอกนั้นอายุยี่สิบเจ็ด เขาก็แกล้งเรียกคุณเพื่อนบ้านว่า ‘น้องหมอก’ จนอีกฝ่ายนั้นรำคาญ ฟาดหมอนวางโซฟามาเต็มไหล่ หินถึงได้หยุดไป



     แต่ก็น่ารักดีไม่ใช่เหรอ ‘น้องหมอก’ น่ะ



     “วันนี้พี่ไม่อยู่ ห้ามตีกันนะคะ”


     หินหยิบกุญแจรถออกมาก่อนจะหันไปสั่งเจ้าแมวลูน่ากับอารือ



     เมี๊ยว~ 



     แล้วเด็กๆก็ไม่ได้สนใจหินเท่าไหร่ แถมลูน่าที่สุดแสนจะขี้อ้อนก็เมินเขา… เหมือนลางไม่ดีแต่เช้าเลยสิ


     หินจัดการสำรวจบ้านอีกครั้ง ปิดล็อคอย่างแน่นหนาก่อนเดินมาที่รถคู่ใจที่จอดทิ้งไว้เกือบสัปดาห์ เขาดึงผ้าคลุมรถออก หินเปิดเบาะหลังแล้วโยนกระเป๋าใบใหญ่ของตัวเองไป ก่อนเดินไปเปิดประตูบ้าน แอบชำเลืองมองบ้านข้างๆที่ยังคงเงียบอยู่


     ทำอะไรอยู่นะ เงียบจัง


     จนหินขับรถออกมารอหน้าบ้าน ล็อคบ้านเรียบร้อย หมอกก็ยังไม่ออกมา เขาจึงตัดสินใจกดกริ่งไปสองครั้ง เห็นหมอกเดินถือกล่องสีขาวขุ่นสองกล่องพร้อมกับบ่นเบาว่า ‘มาแล้วครับ กดอะไรนักหนา’


     “โห มัสแตงเหรอคุณ”


     “ครับผม”


     “เดินผ่านทุกวัน ผมไม่เคยสังเกตเลยนะเนี่ย”



     เมื่อเห็นรถที่จอดรอรับและหินเอ่ยบอกว่านี่คือรถตัวเอง คุณเพื่อนบ้านหน้าหล่อก็แสดงอาการตกใจและตื่นเต้นปิดไม่มิด


     น่ารักจังเลยนะน้องหมอก


     “ฟรีแลนซ์พอได้ของคุณนี่พอได้แค่ไหนเนี่ย ทั้งบ้าน ทั้งรถ”


     “พอได้จริงๆ”


     “แสดงว่ารวยอยู่แล้วน่ะสิ”


     “ครับ”


     สนใจมาร่วมใช้เงินกับพี่ไหมครับน้องหมอก

     อันนี้คิดในใจ



     “ขอเบะปากนะ”

     “ฮ่าๆ”

     เมื่อขึ้นมาบนรถ หมอกก็ยังถามเขาไม่หยุดเหมือนเจ้าหนูจำไม ซึ่งหินก็คิดว่าน่ารักดี ปากเล็กๆน่ารักเวลาพูด ไหนจะสีหน้า ท่าทางที่ดูน่ารักน่ามองไปเสียหมด ลองเป็นไอ้จ้าวถาม หินคงได้ไล่ลงจากรถไปตั้งแต่คำถามที่สอง



     “หมอกก็ดูรวยนะ ดูมีราศรี”


     “รวยครับ พ่อแม่อ่ะรวย ซื้อบ้านนี่ก็เงินพ่อแม่ ”


     “แล้วตกใจรถพี่ทำไมเนี่ย”


     “ตกใจเพราะตัวผมไม่มีไงคุณ อยากได้เหมือนกันนะแต่ต้องทำงานผ่อนเงินคืนค่าบ้านให้พ่อกับแม่ก่อน ส่วนรถยังไม่จำเป็นเท่าไหร่ ไว้ทีหลัง”


     “หมอกทำงานที่ไหน”


     “บริษัทพ่อ” ว่าแล้วเชียว


     “เงินเยอะกว่าคนอื่นเลยสิ”


     “ไม่อ่ะ โคตรเขี้ยว กว่าจะให้ผ่านโปรมาจนทุกวันนี้อ่ะนะ ลำบาก พยายามบังคับให้ผมกลับไปอยู่บ้านอยู่นั่นแหละ”


     หินพยักหน้าตามคำบอกเล่าของคุณเพื่อนบ้าน เท่าที่ฟังแล้วหมอกเป็นพวกชอบพึ่งพาตัวเองเอามากๆ ค่อนข้างจะหัวดื้อนิดๆไปถึงมาก เหมือนจะรักสันโดษหน่อยๆ ดูเป็นคนตรงๆ แต่หินว่าก็น่ารักดี ไม่รู้สิ ในความรู้สึกหิน เขารู้สึกว่ายิ่งรู้จักผู้ชายคนนี้ก็ยิ่งน่ารัก



      ยิ่งรู้จักก็ยิ่งชอบ



     “ถามเยอะจัง อ่ะนี่ ผมทำแซนด์วิชมาฝาก”


     “พี่ไม่หิวครับ”


     “มื้อเช้าสำคัญนะคุณ”


     “เรียก ‘พี่หิน’ ก่อน จะกิน”


     “งั้นก็เรื่องของคุณเถอะครับ”


     หมอกว่าพร้อมกับวางกล่องแซนด์วิชของหินไว้แล้วหยิบกล่องของตัวเองขึ้นมา เปิดกล่องแซนด์วิชกลิ่นหอมลอยไปทั่วรถจนหินเผลอกลืนน้ำลายดังเอือก



     “ใจร้ายจัง”


     “ครับ ผมใจร้ายมากๆเลยล่ะ”



     หินยิ้มขำๆให้หมอกก่อนจะกลับมาตั้งใจ ขับรถตามเดิม 



     ใจร้ายแต่ก็น่ารักมากๆเลยทีเดียว






*








     “เย็นนี้พี่มารับนะ” 


     “ไม่เป็นไรครับ ผมกลับเองได้” 


     “ไม่ได้ขออนุญาต พี่แค่บอกให้รับรู้”


     “ผมจะกลับเอง”


     “เย็นนี้เจอกัน”


     “คุณ!”


     เมื่อถึงที่หมายหินก็เอ่ยบอกคุณเพื่อนบ้านว่าจะมารับ แต่คนตัวขาวก็ยืนยัน(และดื้อ)ว่าจะกลับเองให้ได้ กลายเป็นว่าทั้งคู่เถียงกันอยู่ในรถมาร่วมห้านาทีได้แล้ว


     และสุดท้ายหมอกก็ต้องเป็นคนยอมเพราะคนอายุมากกว่านั้นแกล้งทำตีมึนไม่สนใจคำพูดเขาสักนิด หมอกเบะปากใส่หินอย่างเปิดเผยก่อนโดนคนตัวสูงขยี้ผมเข้าให้


     “ตั้งใจทำงานนะครับ”


     “แน่นอนอยู่แล้วครับ”


      คุณเพื่อนบ้านของเขาตอบรับด้วยเสียงไม่พอใจ ทำให้หินหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ แถมยังโดนหมอกปิดประตูรถใส่หน้าเต็มแรง เล่นเอารถเขาสั่นเลยทีเดียว 


     หินมองแผ่นหลังสมส่วนของคุณเพื่อนบ้านแล้วส่ายหน้า คนอะไรดื้อเป็นบ้า แต่น่ารัก ตาเรียวที่แสดงออกถึงความไม่พอใจนั้นเห็นจะน่ารักมากกว่าน่ากลัว  


     หินเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยเมื่อจู่ๆหมอกที่กำลังจะเดินเข้าบริษัทก็หันหลังกลับ เดินตรงมาที่เขาแล้วเคาะกระจกเรียกสองสามที



     “ว่าไง ลืมของเหรอครับ” หินเปิดกระจกก่อนอ่ยถาม


     “เปล่าครับ ผมลืมบอกว่าผมเลิกห้าโมงเย็นนะ แล้วก็จะบอกว่าอย่าลืมกินแซนด์วิชนะครับ… พี่หิน


     พูดจบหมอกก็เดินกึ่งวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วไม่สนคนในรถที่กำลังอ้าปากค้าง มึนงง จนไม่ได้ยินเสียงบีบแตรรถไล่หลังมา



     บอกแล้วว่าคุณเพื่อนบ้านของเขาน่ะน่ารัก






     14:45







     เบื่อ 



     หลังจากคุยงานที่ร้านของจ้าวเสร็จตั้งแต่เที่ยง หินก็ไม่รู้จะไปไหน ทำอะไรให้เวลาผ่านไปจนกว่าจะถึงห้าโมงเย็น ถ้าหากอยู่บ้านเขาก็คงจะเล่นกับแมว เล่นเกมบ้าง หาอะไรในเน็ตฟลิกซ์ดูไปแล้ว ครั้นจะให้กลับไปรอที่บ้าน หินก็ไม่อยากไปๆกลับๆและเสียเวลาอารมณ์เสียกับรถติด


     และเขาก็เพิ่งรู้ว่าที่ทำงานของหมอกอยู่ใกล้กับคาเฟ่ของจ้าว ซึ่งนั่นก็หมายความว่าหินจะอยู่ที่ไหนได้ถ้าไม่ใช่คาเฟ่ของจ้าวเพื่อนรัก


     “นี่มึงจะปักหลักอยู่นี่ทั้งวันเลยดิ ไม่กลับไปให้น้ำแมวเหรอ”  


     เพื่อนรักแก้มกลมเอ่ยถามพร้อมกับใช้เท้าเขี่ยมาที่ขาหิน ก่อนจะโดนเขาฟาดขากลับเบาๆ

     ถ้าบ้านกูใกล้กว่านี้และรถไม่ติดก็ไปแล้วแล้วจ้า



     “รอรับเด็กไง” หินว่า


     “เห? อีกทีสิครับคุณหิน เด็ก? แล้วคุณเพื่อนบ้านมึงนี่ปล่อยแล้วเหรอ” จ้าวยื่นหน้าเข้ามาถามอย่างสงสัย น้ำเสียงของมันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าพร้อมใส่ใจเป็นที่สุด

     “เปล่าปล่อย จะไปรับเขานั่นแหละ” หินเอ่ยบอกแล้วดันหน้าเพื่อนรักออกไป แอบหลบตาเพื่อนเอ๋อรับประทานไปเรียบร้อย 


     “เข้!!  พ่อกู! อะไร ยังไง เล่าเลย Now!”


     “พี่จ้าว! มาช่วยแซนรับออเดอร์หน่อยครับ”



     ยังไม่ทันได้คุย(หรือโดนซักถาม) จ้าวก็โดนแฟนเด็กของตัวเองเรียกให้ออกไปช่วย แต่ก่อนออกไปเพื่อนตัวเตี้ยก็ยังไม่วายชี้หน้า เอ่ยบอกเขาอย่างจริงจัง



     “เดี๋ยวมึงโดนกูซักแน่พ่อ รอก่อน ขอแบบละเอียดนะครับ ผมน่ะพร้อมใส่ใจมากๆ”






     16:50 






     หินถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าให้รถที่ติดแสนติดบนท้องถนน เขาออกจากคาเฟ่ของจ้าวเมื่อประมาณยี่สิบนาทีที่แล้ว ซึ่งที่ทำงานของหมอกห่างออกไปแค่สามถึงสี่กิโลฯเท่านั้น ตามจริงควรจะถึงได้แล้ว แต่เพราะรถติดทำให้หินต้องติดแหง็กอยู่นี่


     เอ่ยถึงจ้าว หินแทบไม่อยากจะพูดถึงมัน เพราะที่เพื่อนตัวเตี้ยบอกว่าจะใส่ใจแบบละเอียดนั่นน่ะ มันก็ถามเขาแบบละเอียดสุดไปเลย  เช่น คุยกันได้ยังไง เขาเลิกกับแฟนแบบจริงจังแล้วเหรอ เขายังหยิ่งอยู่ไหม ไปถึงขึ้นไหนกันแล้ว และคำถามอีกมากมาย 



     เขาต้องขอบคุณแซนแฟนของจ้าวมากๆที่ช่วยเบรกเพื่อนตัวเองไว้ เพราะเวลาที่จ้าวสนใจหรือใส่ใจอะไรมากๆมันก็จะถามจนกว่าตัวเองพอใจ แต่ถึงอย่างนั้นหินก็ตอบคำถามของเพื่อนรักจนครบ



     เพราะตามจริงแล้วความสัมพันธ์ของเขากับหมอกก็ยังเป็นแค่เพื่อนบ้าน คนรู้จักเพียงเท่านั้น



     พูดเองก็เจ็บเอง












     หินจอดรถหน้าที่ทำงานของหมอก หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเตรียมกดโทรหาอีกฝ่าย แล้วเพิ่งนึกได้ว่าเขายังไม่ได้ขอเบอร์ติดต่อหมอกไว้



     ครั้งนี้ต้องขอให้ได้เลย



     เขาตัดสินใจเปิดประตูรถออกมายืนรออีกคน รอไม่ถึงห้านาที หมอกก็เดินก้มหน้าออกมาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า 


     เมื่อคุณเพื่อนบ้านเงยหน้าขึ้นมาพบเขาก็ยิ้มให้เล็กน้อย หินจึงยิ้มตอบกลับไป แล้วเขาก็ต้องหุบยิ้มลงทันทีเมื่อผู้ชายอีกคนเดินออกมาจากทางเดียวกันกับหมอก คว้าแขนคุณเพื่อนบ้านของเขาจนตัวแทบปลิว


     ขายาวของหินเตรียมก้าวไปช่วยแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าผู้ชายคนนั้นคือแฟนเก่าของหมอก


     ทำงานที่เดียวกันด้วยเหรอเนี่ย


     “หมอก เราขอเวลานิดเดียวนะ”


     “อิม เราเหนื่อย”



     "ไม่นานหรอก"


     “ว่ามา”



     หินกอดอกตัวเอง ยืนพิงรถฟังบทสนทนาที่พอได้ยินอยู่ไกลๆ  ทั้งที่เขาอยากจะเดินเข้าไปแทรกระหว่างทั้งคู่ เอ่ยพูดคำแรงๆใส่หน้าแฟนเก่าของหมอกไม่ก็ฝากหมัดไว้สักทีสองทีโทษฐานที่นอกใจและทำให้คุณเพื่อนบ้านของเขาร้องไห้


     แต่ก็ต้องย้ำกับตัวเองว่านั่นไม่ใช่เรื่องของเขาและเขาไม่มีสิทธิ์ 

     หินมันก็แค่คนแอบชอบเขาข้างเดียว



     “เราไม่ได้ยุ่งกับน้องเขาแล้วนะ เราพูดจริงๆ เราตัดขาดไปแล้วจริงๆ เราบล็อคเบอร์ บล็อคไลน์ หมอกจะเอามือถือเราเช็กก็ได้” 



     นั่นคือสิ่งที่หินพอได้ยินและอีกมากมายนับไม่ถ้วนจนเขาไม่สนใจจะฟังเพราะสายตาเอาแต่จ้องมองหมอก คุณเพื่อนบ้านมีสีหน้าไม่ค่อยดีปนรำคาญอยู่หน่อย ยิ่งพนักงานที่ทยอยออกมาต่างส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นไปที่หมอกอีกคนก็มีสีหน้าไม่ดีไปใหญ่



     หมอกมองไปราวกับไม่สนใจฟังและไม่อยากอยู่ตรงนั้นแล้ว จนกระทั่งหมอกสบสายตาเข้ากับหิน 


     คุณเพื่อนบ้านขอความช่วยเหลือผ่านสายตา หินได้แต่ยักไหล่ว่าเขาไม่เกี่ยว ก่อนจะเพิ่งคิดได้ว่าที่ทำงานของหมอกนั้นคือบริษัทของพ่อตัวเอง ถ้าเรื่องแบบนี้เป็นที่พูดถึงไปทั่วนั้นคงจะไม่ดีเท่าไหร่


     คิดได้ดังนั้นขายาวๆของหินก็ก้าวตรงไปหาคุณเพื่อนบ้านทันที


     “หมอก กลับเลยไหมครับ” อีกคนมีสีหน้าโล่งอย่างเห็นได้ชัดจนเขาหลุดยิ้ม


     “คุณ.. คือเพื่อนบ้านหมอกนี่ อย่าบอกนะหมอกที่ไม่คืนดีกับเรา..” 


     “หยุดความคิดไปเลยนะอิม อย่าคิดว่าเราจะเป็นแบบอิม”


     “หมอก”


     “แล้วต่อให้เราจะชอบ จะคบกับใครตอนนี้ก็เรื่องของเรา” หินเม้มปากแน่นกลั้นยิ้ม แอบพยักหน้าเบาๆเห็นด้วยกับหมอก



     หินสะกิดคุณเพื่อนบ้าน กระซิบเอ่ยบอก ‘ไปเถอะ เดี๋ยวรถติด’ หมอกพยักหน้ารับเอ่ยบอกแฟนเก่าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเดินตามหินไปเพื่อเดินทางกลับบ้าน


     “เรื่องของเรามันจบแล้วอิม จบไปนานแล้ว มันไม่มีทางเหมือนเดิม หวังว่าอิมจะเข้าใจและไม่มาวุ่นวายกับเรา ถ้าอิมยังพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้เราจะลาออก แล้วอิมก็จะไม่มีวันได้เจอเราอีก”








*






     “คุณนะคุณ”


     หมอกเอ่ยเสียงขุ่น เขาได้หัวเราะอยู่ในลำคอ ก็เพราะคุณเพื่อนบ้านเอาแต่พูดแบบนี้มาเกือบๆยี่สิบรอบได้แล้ว แขนขาวๆของอีกคนก็เอาแต่กอดอกแน่นหันหน้ามองข้างทางราวกับเด็กที่โดนขัดใจ


     “ไม่ต้องมาขำเลย”


     “พี่เปล่า”


     “คุณขำ!”


     “ฮ่าๆ”


     สุดท้ายเป็นเขาเองที่ทนไม่ไหวหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง


     “แทนที่จะมาช่วยกัน เอาแต่ยืนดูอยู่ได้”


     “พี่อยากให้หมอกคุยกับเขาเอง ถึงแม้เขาจะดูคุยไม่รู้เรื่อง มันเป็นเรื่องของคนสองคน ปัญหาของคนสองคน ไม่ควรมีใครยื่นแขนยื่นขาเข้าไป มันจะยิ่งบานปลาย ต่อให้พี่ชอบหมอกก็เถอะ มันก็ไม่ใช่เรื่องพี่อยู่ดี”


     “…” 


     จู่ๆบรรยากาศในรถก็เปลี่ยนไปโดยที่หินไม่รู้ตัวว่าหลุดพูดอะไรไป 



     “ผมเหนื่อย ของีบหน่อยนะครับ ถ้าถึงแล้ววานปลุกผมด้วย”










     31 ธันวาคม 2561







     08:15




     “ครับพ่อ”


     (ดูแลตัวเองด้วยล่ะ)


     “ผมจะสามสิบแล้วนะ”


     (ก็นั่นแหละ ออกไปเที่ยวปีใหม่ที่ไหนก็ระวังตัว)


     “ครับผม ฝากบอกแม่ด้วยว่ารักนะครับ”


     (คุณนายน่ะเหรอ ไม่สนใจหรอก นู้น ช็อปอยู่… ไม่จริงนะ แม่รักพี่หินนะคะ ลอนดอนสวยมาก วันหน้ามาด้วยกันนะ พี่หินดูแลตัวเองด้วยน๊า รักค่ะ)


     “ครับ รัก…”


     (คุณร้านนั้นถูกมากเลย… อ่ะ เท่านี้ก่อน พ่อขอไปขนหน้าแข้งร่วงสักนิด)


     “ฮ่าๆ ครับ”


     เมื่อวางสาย รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของหินก็หายไปในทันที เขามีความสุขที่พ่อกับแม่ไปเที่ยวตามประสาคนอายุมาก(และรวย)ที่ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ



     และหินเศร้าเพราะไม่ได้เจอกับคุณเพื่อนบ้านมาสองวันแล้ว


     เมื่อสองวันก่อน พอถึงบ้านหินก็ชวนอีกคนกินข้าวปกติ แต่หมอกปฏิเสธกลับมาก่อนเอ่ยบอกเขาว่าเหนื่อย ขอพัก หินเองก็ไม่ได้ขัดอะไร แถมยังบอกว่าจะทำอาหารไปให้ คุณเพื่อนบ้านก็ยังปฏิเสธเขาอีกครั้ง แต่น้ำเสียงครั้งนี้แตกต่างออกไป ราวกับหมอกไม่พอใจอะไรเขา


     นั่นก็เป็นครั้งล่าสุดที่ได้คุยกัน


     หินพยายามนึกว่าตัวเองทำอะไรให้คุณเพื่อนบ้านไม่พอใจหรือเปล่า เขาขับรถไม่ดีจนอีกคนหงุดหงิดหรือเพราะเรื่องที่ไม่เข้าไปช่วยก็ไม่น่าจะใช่ เขาจึงกลับมาทบทวนคำพูดที่อาจจะพูดไม่เข้าหูหมอกก็เป็นได้


     ‘ต่อให้พี่ชอบหมอกก็เถอะ’


     นั่นเลย 


     อยากจะขุดหลุมลึกสักพันเมตรเพื่อฝังตัวเองลงไป



     เมื่อนึกได้ถึงสิ่งที่ตัวเองทำพลาดลงไป วันต่อมาหินตั้งใจจะอธิบายทุกอย่างให้หมอกฟังแต่กดกริ่งเท่าไหร่ก็ไม่มีทีท่าว่าคนในบ้านจะมาเปิด แถมบ้านก็เงียบราวกับไม่มีคนอยู่


     นี่คงไม่ได้ย้ายออกหนีเขาไปแล้วหรอกนะ



     Rrrrr



     -จ้าว-


     “อือ ว่า”


     (กูเข้าไปตอนบ่ายๆนะ มึงเอาไรเพิ่มไหม)


     “เบียร์ เหล้า ขอเพิ่มเยอะๆ แดกให้ตับพังแม่ง” หินเอ่ยบอกอย่างประชดประชัน แล้วถอนหายใจเมื่อโดนจ้าวด่ากลับ 


     (ไอ้เวรนี่ มึงโอเคไหมเนี่ย)


     “ไม่โอเค”


     (งั้นเดี๋ยวกูไปบ้านแซนแล้วเดี๋ยวรีบไป)











*









     18:45



     หินส่งเสียง ‘เหอะ’ ในลำคอ แต่ก็ดังพอให้จ้าวและแฟนเด็กหันมาสนใจได้


     จ้าวเบะปากกวนประสาทใส่เขาแล้วหันกลับไปทำอาหารและกวนแฟนเด็กของตัวเองต่อ เขากรอกตาบนใส่ทั้งคู่ก่อนจะหันไปเล่นกับแมวแสนรัก แต่พวกเด็กๆก็ไม่สนใจเขาอีก ต่างเดินหนีแยกย้านเข้ามุมของตัวเอง


     ครับ ให้มันได้อย่างนี้




     ติ้งต่อง~



     “เดี๋ยวแซนไปเปิดให้ครับ”


     “ไม่เป็นไรแซน เดี๋ยวพี่ไปเอง” หินเอ่ยบอกแต่ก็โดนแฟนเพื่อนชิงออกไปที่ประตูก่อนแล้ว


     “เป็นไง แฟนกู โคตรดีอ่ะ” จ้าวเอ่ยอย่างภาคภูมิใจพร้อมกับยักคิ้วกวนประสาทมาให้เขา


     “ใช่ แซนอะดี ไม่เหมาะกับมึงเลย กูสงสารน้องทุกที ทำไมเลือกมึง”


     “อ้าว พูดงี้ก็หล่อสิครับ ผมน่ะ…”


     “พี่หินครับ” 


     หินหันไปตามเสียงเรียกของแซนก่อนจะนิ่งไป เมื่อเห็นคนที่เดินตามหลังมาคือคนที่ตัวเองไม่ไก้พบหน้ามาสองวันแล้ว



     “สวัสดีครับ ผมชื่อหมอกนะครับ” 



     หมอกหันไปแนะนำตัวกับจ้าวและแซน ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะแนะนำตัวกลับ หมอกก็โดนคุณเจ้าของบ้านเข้ามาประชิดตัวก่อนจะจับมือเล็กพาเดินขึ้นไปข้างบน



     “พี่หินจะพาคุณหมอกไปไหนเหรอครับ” แซนเอ่ยถามอย่างสงสัย


     “เขามีเรื่องต้องเคลียร์กันนิดหน่อยค่ะ” จ้าวบอกแล้วลูบผมแฟนเด็กเบาๆอย่างเอ็นดู








*







     หินจูงมือหมอกขึ้นมาข้างบนบ้าน ก่อนเดินไปยังห้องทำงานของตัวเอง โดยที่อีกคนก็ไม่ได้พูดหรือขัดขืนแต่อย่างใด



     “อ้าว นึกว่าจะพาเข้าห้องนอนซะอีก” หมอกเอ่ยทีเล่นทีจริง


     “มีแต่ขนแมวจะไปไหมล่ะ” คุณเพื่อนบ้านรีบส่ายหน้าปฏิเสธแล้วยิ้มแหย



     “หายไปไหนมาครับ” หินถามทันทีเมื่อเข้ามาห้องทำงาน


     “กลับบ้านมาครับ พ่อเรียก” หมอกเอ่ยบอกอย่างสบายอารมณ์ ก่อนเดินไปปลดล็อคประตูระเบียงเปิดมันออกแล้วมานั่งเก้าอี้ที่มีไว้ตั้งแต่แรก ทำให้หินต้องเดินตามอีกคนมานั่งลงข้างๆ


     “ไม่โดนว่าอะไรใช่ไหม”  


     “ไม่ครับ ท่านแค่บอกว่าจะทำอะไรก็คิดดีๆแค่นั้น”


     “จริงๆนะ” หินถามย้ำอีกครั้งอย่างเป็นกังวล


     “จริงสิ ผมไม่แกล้งพูดให้คุณสบายใจหรอก”


     “อ่า ก็ดีแล้ว”


     สิ้นเสียงหินก็เกิดความเงียบ เขามองหมอกที่ส่งสายตามองทอดออกไปยังบ้านอื่นที่กำลังมีปาร์ตี้เล็กๆกัน 


     เขาอยากถาม ถ้าคุณพ่อของหมอกเรียกเพื่อพูดแค่นั้นทำไมถึงหายไปตั้งสองวัน ไม่ได้หลบหน้าเขาใช่ไหม


     “ที่จริง..”  ในตอนที่เขากำลังคิดไปต่างๆนานา คุณเพื่อนบ้านก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ


     “ผมหายไปเพราะแม่คิดถึงน่ะเลยดึงตัวไว้ ท่านอยากให้อยู่ฉลองปีใหม่ด้วยกัน แต่พ่อผมท่านซื้อตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวฮ่องกงเซอร์ไพร์สแม่ไว้ ท่านก็เลยไปเที่ยวกัน ผมเลยกลับมานี่”

     หมอกพูดออกมาทั้งที่ไม่ได้หันมามองหน้าเขา ดวงตาสวยยังคงมองไปข้างหน้า ซึ่งหินคิดว่านั่นก็ดีแล้ว ไม่งั้นอีกคนคงเห็นว่าเขายิ้มกว้างแค่ไหน


     และปากเขากำลังจะฉีกเพราะคำพูดของหมอกอีกครั้ง



     “คุณว่า… เราควรมีเบอร์โทรฯกันและกันได้หรือยังครับ” 








*








     23:43


     จ้าวกับแซนกลับไปได้สักพักแล้วเพราะไอ้เพื่อนตัวดีของเขาบอกว่าขอกลับไปนับเคาท์ดาวน์กันสองคนตามประสาแฟน เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร มีก็แต่ความหมั่นไส้เลยรีบๆไล่ให้มันกลับไป


     “อันนี้เก็บตรงไหนครับ”


     ตอนนี้เหลือเพียงแค่หินกับหมอกแค่สองคน


     “ขวาล่างครับ”  


     หมอกพยักหน้ารับแล้วหันไปล้างจานต่อ หินมองยิ้มๆก่อนจะเดินเข้าจับมืออีกคนให้หยุด


     “พอได้แล้ว มือเปื่อยแล้วครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ทำต่อเอง” 


     “เดี๋ยวผมช่วยดีกว่า”


     “ไปรอเค้าท์ดาวน์กันดีกว่าครับ” 


     หินบอกพร้อมหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดมือให้หมอก ก่อนจูงมือพาอีกฝ่ายขึ้นมาที่ระเบียงห้องทำงานอีกครั้ง ส่วนมืออีกข้างที่ว่างก็หยิบกระป๋องเบียร์ติดมาอีกสองกระป๋อง



     “ตรงนี้เห็นพลุชัดดี”



     หินเอ่ยแล้วเปิดกระป๋องเบียร์ยกดื่ม เกือบสำลักเมื่อเห็นคุณเพื่อนบ้านจับกระป๋องเบียร์และทำท่าจะเปิดมัน เขาทำเสียงอู้อี้ในลำคอห้าม ก่อนจะเอื้อมไปหยิบมันออกมาจากมือหมอก


     “ห้ามเลย เราคออ่อน”


     “คุณยังดื่ม เยอะด้วย ตอนกินข้าวคุณกับพี่จ้าวดื่มจนเกือบหมด ผมทำไปงั้น ไม่ดื่มหรอก ไม่เห็นมันจะอร่อย” หมอกว่าแล้วเบะปากใส่เขา


     “เดี๋ยวนะ.. เราเรียกไอ้จ้าวว่าพี่ แต่เรียกพี่ว่าคุณเนี่ยนะ ไม่เกินไปหน่อยเหรอครับ” 


     หมอกไม่ตอบแต่ยิ้มตาหยีให้เขาแทน อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปขยี้ผมนุ่มแล้วบีบแก้มอีกฝ่ายไปทีนึง




     23:49




     “พี่ขอถามอะไรหน่อยสิ”

     “ครับ”


     “วันนั้นที่ทะเลาะกับแฟนเก่า หมอกดูร้องไห้เสียใจมาก แต่พอเขามาขอคืนดีทำไมถึงใจแข็งล่ะ แถมยังดูไม่สนใจเขาไปเลย” หมอกนิ่ง แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะหัวเราะกับตัวเอง


     “ถ้าผมบอกว่าผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับอิมแล้ว คุณจะเชื่อไหม”


     “…”


     “ฟังดูใจร้ายเนอะ แต่อิมนอกใจผมมาหลายต่อหลายครั้ง เท่าที่ผมจับได้ก็สามครั้งยังไม่รวมที่ได้ยินผ่านๆมาอีก และในทุกครั้งความเชื่อใจ ไว้ใจหรือแม้แต่ความรักที่มีให้ก็ลดน้อยลงจนแทบไม่เหลือ”


     “…”


     “ครั้งล่าสุดที่จับได้มันทำให้ผมทนเป็นคนโง่ต่อไปไม่ไหวแล้ว หนักหัวนะคุณเวลาที่มีเขาอยู่บนหัว ผมเสียใจ ผมโกรธที่เขาโดนจับได้ขนาดนั้นแต่ก็ยังปฏิเสธ ทำเหมือนผมโง่มากที่จะเชื่อคำพูดของเขาแล้วน้ำตามันก็ไหลออกมาเอง”





     23:53




     “อ่า ขอโทษที่ถามนะ”

     “ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ซีเรียสนะ” 

     “อย่าคุยเรื่องเครียดดีกว่าเนอะ” หินเอ่ยพร้อมกับยกกระป๋องเบียร์ขึ้นมาเตรียมดื่มแต่ก็ต้องวางมันลงอีกครั้ง เมื่อได้ยินประโยคต่อมาของหมอก

     “งั้นคุยอะไรดี เรื่องที่คุณบอกชอบผมดีไหม” 


     เรียกว่ามืออ่อนจนหลุดมือคงน่าจะเหมาะกว่า


     “เอ่อ คือเรื่องนั้น…”


     “นานแค่ไหนแล้ว”




     23:55




     หินสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด จังหวะการเต้นของหัวใจเร็วขึ้นเมื่อได้ยินคำถามจากปากคุณเพื่อนบ้าน และรู้สึกหน้าร้อนเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งข้างนั่นก็กำลังหน้าแดงเหมือนกัน



     “ประมาณสองปีที่แล้ว…”


     “อือฮึ”


     “ตอนที่เรากำลังคุยโทรศัพท์กับใครสักคน ไม่รู้สิ มันดูธรรมดาแต่รอยยิ้มนั้น…พี่ชอบมัน รอยยิ้มนั้นมันทำให้พี่ใจเต้นแรง”


     “…”


     “เวลาที่เรายิ้มมันทั้งน่ารัก สดใส น่ามองไปหมด พี่ชอบมากถึงมากๆ พี่ชอบให้หมอกยิ้มเยอะๆนะครับ รอยยิ้มน่ะเหมาะกับเราที่สุดแล้ว”



     23:58



     “หมอก.. ไม่รังเกียจพี่ใช่ไหม”


     “…”


     คนข้างๆไม่ตอบแต่หันมามองเขานิ่งก่อนก้มหน้าลงเพื่อซ่อนแก้มขาวที่ขึ้นสีแดง

     “ถ้าผมบอกว่าผมยังไม่พร้อม” หมอกเอ่ยบอกเสียงเบาหากแต่ริ้วรอยสีแดงข้างแก้มยังคงไม่หายไป


     “เราค่อยเป็นค่อยไปก็ได้ พี่ไม่รีบ เราค่อยๆก้าวไปพร้อมกันทีละก้าว ถ้าหมอกไม่ย้ายหนีพี่ไปซะก่อนนะ”


     หินว่าแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ มือหนาหยิบกระป๋องเบียร์ขึ้นมากระดกที่เหลือจนหมด 

     “ทำไมวันนั้นต้องทำเสียงไม่พอใจด้วยล่ะ”

     “จริงๆไม่รู้จะแสดงออกยังไงมากกว่า คุณก็ดูเหมือนไม่รู้ตัวว่าหลุดพูดออกมา ซึ่งผมคิดว่าดีมาก ผมทำตัวไม่ถูก” หมอกเอ่ยขำๆ

     “เรียก ‘พี่หิน’ ให้ชื่นใจหน่อยสิ คุณคนน่ารัก” 

     หินขยับเข้ามาใกล้หมอกแล้ววางมือไว้บนผมนุ่มก่อนลูบเบาๆ ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้อีกคน


     23:59 


     “จะเรียกตอนที่อยากเรียกแล้วกันนะครับ” 


     “พี่ชอบเราๆมากนะครับ” 


     จู่ๆหินก็พูดออกมาทำเอาหมอกไปไม่ถูกจนต้องหลบสายตาคนอายุมากกว่า


     “ชอบมากๆจนอยากชอบไปตลอดชีวิตเลยนะ”


     “เมาแล้ว”


     “เปล่าครับ”


     “เมา”


     10


     “เดินไปด้วยกันเรื่อยๆนะครับ”


     9


     “ครับ”


     8

     “ค่อยๆศึกษากันไป”


     7


     “ครับ” 


     6


     มือใหญ่ของหินค่อยๆประคองใบหน้าของคุณเพื่อนบ้าน ลูบแก้มขาวอย่างเบามือ


     5


     “อย่าขี้โกงหน่า” หมอกว่า


     4


     “สงสัยจะเมาจริงๆแล้วสิ”


     3


     2


     “ขอมัดจำหน่อยนะครับ”



     1


     แสงและเสียงจากพลุรอบข้างที่จุดขึ้นฉลองเข้าสู่ปีใหม่ดังขึ้นพร้อมกับริมฝีปากของหินที่ประทับลงบนริมฝีปากสีสวยของคุณเพื่อนบ้าน




     00.00



     1 มกราคม 2562











FIN







สวัสดีค่ะ สวัสดีค่าา หายไปนานมาก เดือนกว่าๆไม่รู้ว่ามีใครคิดถึงไหมม อัพตอนแปดโมงเช้าด้วย ใครอยู่ส่งเสียงหน่อยเร้วว (กริบ) 


ไม่มีอะไรมากแค่อยากจะสารภาพว่าจริงๆตอนนี้ทุกคนควรได้อ่านตั้งต้นเดือนมกราด้วยซ้ำเพราะเราแอบแต่งไว้ตั้งปลายธันวาแต่พอดีมีเรื่องเครียดเข้ามานิดหน่อย ทำให้การแต่งฟิกตอนนี้ชะงักไป กลับมาแต่งอีกทีถ้าแปลกต้องขออภัยมากๆ(กราบ)

ตอนนี้เป็นวีคลี่ที่รวมสองวีคเข้าด้วยกัน(เพิ่งเห็นตอนแต่งไปด้วยว่าวีคถัดมาคือneighbor๕๕๕๕) ยังไงฝากตอนนี้ด้วยนะคะ ช่วงนี้มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย ต่อจากนี้อาจจะไม่ได้แต่งฟิกในพาร์ทบรยายและอัพบ่อยเท่าไหร่ เพราะเราเป็นคนที่แต่งฟิกบรรยายนานมาก ซึ่งอาจจะไม่ค่อยมีเวลา ได้แต่หวังว่านักอ่านทุกท่านจะไม่ลืมนักเขียนตัวเล็กๆคนนี้ แต่อาจจะมีอัพจอยเป็นครั้งคราวบ้าง

ฝากคอมเม้นต์ติ-ชม หรือ แท็ก #OurStoryบินมิน 

ฝากด้วยนะคะ ทุกคอมเม้นต์คือกำลังใจของเราจริงๆ



ปั่นทั้งคืน ไมไหวแล้วว ขอตัวไปนอนก่อน


ด้วยรัก from มินฮยอนบินชิปเปอร์ที่มีกัปตันขี้ขิงชื่อฮยอนบินและมินฮยอน (2019แล้วขอโมเม้นต์หน่อยจ้าา)


02/02/2019








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

565 ความคิดเห็น

  1. #491 N_udaen_G (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:17
    เอ่ใจช่วยพี่หินเลยค่ะ ค่อยๆ เรียนรู้กันไปนะคะ น้องหมอกก็ไม่ต้องรีบนะ เรื่อยๆ กับพี่เขาเลย มาอยู่เป็นครอบครัวแมวกัน :)
    #491
    0
  2. #411 jiyg (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 11:59
    พี่หินน้องหมอกนี่ทำให้หัวใจผมชุ่มชื้นเหมือนต้นไม้เ-่ยวได้น้ำเบยฮะ (เพราะล่าสุดทำผมเจ็บผวดไพหมก แงงง ล้องแบ้ว) เริ่มต้นปีด้วยกันนะทั้งสองคนนนน
    #411
    0
  3. #401 แม่ม๑น้oe (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:27
    พี่หิน น้องหมอก
    ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีนะ
    #401
    0
  4. #400 illumi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:29

    ฮือออน่ารักมากเลยยยยย พี่หินกับน้องหมอก คือแบบว่าเป็นหมอกก็เขินอะ แบบว่าพี่หินแบบทำดีอะ คือเหมือนน้องแบบไม่คิอิะไรกับแฟนเก่าแล้วแบบโดนหักหลังมาด้วยแหละ แล้วเจอพี่หินเทคแคร์ดีเข้าไป เป็นนี่ก็เขินนนนรรร เป็นแฟนพี่หินคือได้เป็นคุ๊กตาหน้ารถมัสแตงเลยนะลูกกกกก น่ารักกกก อยากบีบแก้มน้องหมอกบ้างงงงงง

    #400
    0
  5. #399 Akumaploy Decamono (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:34
    ฮืออออ น่ารักมากๆเลยค่ะ
    #399
    0
  6. #398 toffy34 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:13
    นึกว่าพี่หินจะไม่เริ่มรุกซะแล้วววยิ่งตอนชวนดินเนอร์คือกีใจยิ่งกว่าพี่แกอีก 55555 ตอนสุดท้ายคือเขินตายไปเลยจ้าาา
    #398
    0
  7. #397 PangChenYeol (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:44
    แงงงงงงง้ พี่หินละมุนมากเลยค่ะ ค่อยๆรุกจีบน้องหมอก ;_______; เขินแทนเลย น้องหมอกก็น่าร้ากกกกก
    #397
    0
  8. #396 มิสเตอร์ฟิคชั่น (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:14
    น่ารักกก อ่านไปเขินไปหึ้ยยย พี่หินอบอุ่นมาก อิจฉาน้องหมอกเลย
    #396
    0
  9. #395 มิสเตอร์ฟิคชั่น (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:13
    น่ารักกก อ่านไปเขินไปหึ้ยยย พี่หินอบอุ่นมาก อิจฉาน้องหมอกเลย
    #395
    0
  10. #394 ptckk (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:53
    น่ารักมากๆเลยหมอกคนเขินนน อยากแอบจุ๊บแก้มน้องหมอกเหมือนกันเลยนะพี่หินน สู้ๆนะคะนักเขียนน หวังว่าตอนนี้จะผ่านไปได้แล้วนะคะ ขอให้กัปตันมีโมเม้นมาให้ชื่นใจเร็วๆนะคะะ
    #394
    0
  11. #393 HyeMin9795 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:08

    หล่อ รวย อบอุ่น ครบสุด อิจฉาน้องหมอกมากกว่าแร้วววว

    #393
    0
  12. #392 kk lovely (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:36
    ฮือออออออออพี่หินนี่ละมุนมากเลย แอบชอบมาตั้งสองปีตอนนี้ได้ก้าวข้ามความเป็นเพื่อนบ้านมาเป็นคนคุยแล้วน้า ฮรุกกกกกเขินที่พี่เอาแต่เรียกน้องหมอก ส่วนน้องหมอกก็น่ารักมากกกกตอนที่วิ่งกลับมาเรียกพี่หิน โอ๊ยยยน่ารักๆ

    อยากบีบแก้มตามพี่หินเลย แต่มาตลกตรงบอกว่าน้องตัวหนัก น้องไม่ได้อ้วนนะแค่แก้มอ้วนเอง5555555555
    #392
    0
  13. #391 berrymaii1220 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:12
    โอ้นยยยยยยย โรแมนติกแมนมากพี่หิน!!!
    #391
    0
  14. #390 EMO_TUNG (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:14
    ฮืออออ นี่พี่หินหรือไมโครเวฟค่ะ อบอุ่นเหลือเกินนน ฮือออออ
    #390
    0
  15. #389 Trexjj (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:53
    น่ารักมากกก
    #389
    0
  16. #388 mbnqx (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:45
    ฮือออออน้องหมอกน่ารักมากเลย อยากบีบแก้มแทนพี่หิน พี่หินก็อบอุ่นมากกกหน้าร้อนเลยเนี่ยฉากสุดท้ายเขินนนนนน
    #388
    0
  17. #387 planktonenteen (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:26

    ละมุนมากค่ะ แค่เค้าขอเบอร์กันทำไมเราต้องกรี๊ด ฮืออออออออ

    #387
    0
  18. #386 konpe_ki (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:29
    อ่านแล้วใจฟู ฮืออออออ น่ารักมากเลย พี่หินโคตรอบอุ่น น้องหมอกก็โคตรน่ารัก
    #386
    0
  19. #385 Leigh (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:55
    อยากมีพี่หินเป็นของตัวเองบ้าง
    #385
    0
  20. #384 Yvesrola (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:41
    พี่หินไมโครเวฟบอยมาก
    #384
    0
  21. #383 P.poppy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:38
    ฮื่อออน่ารักก พี่หินน้องหมอก อรุ่มมอ่านไปยิ้มไปดีต่อใจคู่ชิปมากค่ะไรท์ รักส์>3<
    #383
    0