SF/OS : Our Story #BinMin #NenNyeon

ตอนที่ 14 : os: energetic

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,035
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    13 ต.ค. 61

















Title: Energetic (song of Wanna one)
Pairing: hyunbin x minhyun (fem!)
Genre: ..?
Rate: PG-15+(?)
Note: รบกวนฟังเพลงEnergeticและอ่านos bodyก่อนนะคะ


















     ผ่านมาสามเดือนแล้วนับตั้งแต่วันที่ฮวังมินฮยอนก้าวเท้าเข้ามาในห้องทำงานเขาวันนั้น ฮยอนบินยังคงจำได้ดี





     มันไม่ได้มีอะไรแบบนั้นเกิดขึ้น





     ในตอนที่มือของฮยอนบินลูบไล้ก้นสวยและออกแรงบีบมันเบาๆ พร้อมกับก้มไปจูบแก้มขาวของมินฮยอน เขาก็โดนร่างบางนั่นเอาแฟ้มฟาดเต็มหัว




     ฟังไม่ผิดหรอก ฮยอนบินน่ะโดนมินฮยอนเอาแฟ้มฟาดหัวเต็มๆ แถมร่างบางยังตะโกนใส่หน้าเขา ‘ฉันขอไม่รับค่ะ!’ แล้วทำท่าจะวิ่งออกจากห้องไปจนฮยอนบินต้องรีบคว้าตัวเธอเข้าสู่อ้อมกอดแล้วอธิบายให้ฟังดีๆ




     เธอตกลงรับงานนี้แต่ว่าจากนั้นมินฮยอนก็ไม่เข้าใกล้เขาอีกเลยถ้าไม่ใช่เรื่องงาน




     แต่บังเอิญว่าเธอเป็นเลขาส่วนตัวของฮยอนบินที่ต้องทำงานด้วยกันตลอดน่ะสิ





     ฮยอนบินกำลังมองทะลุกระจกในห้องทำงานไปยังเลขาสาวหน้าห้องที่กำลังจัดเรียงเอกสารอยู่ มือเล็กๆกำลังเปิดแฟ้มแล้วตรวจเช็คอย่างถี่ถ้วน




     พูดถึงการทำงาน มินฮยอนเป็นคนที่ทำงานได้ดี เรียนรู้เร็ว แพจินยองสอนงานทุกอย่างให้เธอเพียงสัปดาห์กว่าๆ เธอก็ทำตามได้อย่างสมบูรณ์แบบ



     แต่ในบางครั้งที่ต้องออกงานสังคม พูดคุยกับคนมีหน้ามีตา มินฮยอนยังคงมีความประหม่าอยู่ตามประสาคนไม่ชิน แต่ในระยะเวลาสามเดือนเธอก็ปรับตัวและสามารถรับมือกับปัญหา แก้ไขได้อย่างรวดเร็ว




     “ท่านรองฯคะ นี่คือเอกสารที่ต้องเซ็นค่ะ ไม่ทราบว่าท่านเซ็นเอกสารอนุมัติงบของฝ่ายบัญชีที่ดิฉันนำมาให้เมื่อเช้าหรือยังคะ ดิฉันจะได้นำไปให้ฝ่ายบัญชี” เสียงหวานเอ่ยถามฮยอนบินทันทีที่เขาอนุญาตให้เธอเข้ามา



     “อืม เรียบร้อยแล้วล่ะ”



     “ค่ะ” เธอตอบรับเบาๆพลางตรวจดูเอกสารเผื่อไว้หากฮยอนบินเซ็นผิดพลาดตรงไหน เธอจะได้ไม่เสียเวลาเดินไปมาหลายรอบ


     ฮยอนบินมองสำรวจร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้า เส้นผมยาวสลวยที่ตอนนี้ถูกมัดรวบไว้ด้านหลังยิ่งเผยให้เห็นใบหน้าสวยของมินฮยอนมากขึ้น ดวงตาสวยเป็นประกายกำลังมองเอกสารในมืออย่างขะมักเขม้น คิ้วเล็กที่ขมวดเข้าหากันกับริมฝีปากล่างสีพีชที่โดนฟันขาวขบไว้นิดๆนั่นทำให้ฮยอนบินหลุดหัวเราะ จนมินฮยอนหันมาถามเขาด้วยความสงสัย



      “ท่านขำอะไรคะ?”


     “เปล่า”


     “ก็เห็นอยู่ว่าท่าน.. ช่างเถอะค่ะ”



     “เปล่าจริงๆ แค่…ตอนคุณจริงจังดูน่ารักดีน่ะ” 



     ฮยอนบินพูดพร้อมกับยืนขึ้นมาประจัญหน้ากับมินฮยอน เขาก้มตัวเล็กน้อยให้ใบหน้าตัวเองพอดีกับร่างบาง



     “แถมยังเซ็กซี่มากด้วย”



      “…ขอตัวนะคะ”



     มินฮยอนกระแอมเล็กน้อยก่อนจะโค้งให้ฮยอนบินแล้วเดินออกจากห้องไป



     เมื่อประตูปิดสนิทฮยอนบินก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง เขาเห็นว่าคุณเลขาคนสวยนั่นหน้าแดง หูแดงแค่ไหน ถ้าไม่คิดเข้าข้างตัวเองเกินไป เขาจะคิดว่าคุณเลขากำลังเขิน




     ดูได้จากตอนนี้ที่ร่างบางหน้าห้องเขากำลังใช้มือเล็กของตัวเองแนบหน้าและพัดหน้าตัวเองเบาๆ




      น่ารักจริงๆเลย







*






     เที่ยงแล้ว




     เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนมินฮยอนโทรเข้ามาถามเขาว่าวันนี้อยากกินอะไร เธอจะโทรจองร้านให้ แต่ฮยอนบินกลับปฏิเสธไป




     มันเลยทำให้รองประธานอย่างเขามานั่งอยู่ในแคนทีนของพนักงานแบบนี้




     สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่ฮยอนบินอย่างสงสัย ร้อยวันพันปีท่านรองประธานไม่เคยคิดจะมาเหยียบที่นี่ พนักงานส่วนใหญ่เลยทั้งสงสัยและเกร็งไปตามๆกัน




     แต่เจ้าตัวน่ะไม่ได้รู้ตัวอะไรหรอก มัวแต่ก้มหน้าเล่นมือถือ
  



     มินฮยอนถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอไม่ค่อยเข้าใจฮยอนบินสักเท่าไหร่ จะว่าเป็นคนแปลกก็ไม่เชิง เขาก็ดู(เหมือน)ปกติดีในทุกๆอย่าง แต่เธอไม่เข้าใจในการกระทำบางครั้งของฮยอนบิน




   แต่ที่ไม่เข้าใจที่สุดก็คงเป็นมือไม้แสนไวของฮยอนบินที่ชอบมายุ่มย่ามกับร่างกายเธอนั่นแหละ




     ทั้งที่เธอพยายามปล่อยผ่านแล้วกับเซ็กส์ครั้งนั้นแต่ดูท่าฮยอนบินจะไม่ยอมเลยสักนิด




     โอเค เธอจะยอมรับก็ได้ว่านั่นเป็นครั้งแรกและมันค่อนข้างจะเสียใจมากๆที่เธอไม่ได้เสียมันให้กับคนที่เธอรัก




     แต่ก็ไม่ได้คิดว่าคนที่พรากความบริสุทธิ์ของเธอจะกลายมาเป็นเจ้านายตัวเองเสียอย่างงั้น




     พูดแล้วก็น่าอายเป็นบ้า





     เธอไม่รู้จะเรียกการกระทำของฮยอนบินว่ายังไงดี มันค่อนข้างจะอธิบายยาก และถ้ามินฮยอนไม่ได้คิดไปเอง ท่านรองฯทำเหมือนกำลัง’จีบ’เธออย่างนั้นแหละ




     แต่มินฮยอนคงจะคิดมากไป




     ไม่มีใครจริงจังกับความสัมพันธ์แค่คืนเดียวหรอก




      ฮยอนบินกำลังจ้องร่างบางที่ยืนสั่งน้ำด้วยใบหน้าเศร้าๆ และฮยอนบินกำลังคิดว่าตัวเองทำอะไรให้เธอหนักใจหรือเปล่า เขาใช้งานเธอหนักไปอย่างงั้นเหรอ 




     “คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” ฮยอนบินเอ่ยถามทันทีเมื่อมินฮยอนยกถาดอาหารมาวางตรงหน้าเขา


     “ฉันเหรอ? เปล่านี่คะ?” 


     “แต่คุณดูไม่ค่อยดีเลยนะ ถอนหายใจก็บ่อย เมื่อกี้ก็ทำเศร้าด้วย”


     “คะ?”


     ฮยอนบินรีบยกมือปิดปากเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองหลุดพูดอะไรออกไป 




     มินฮยอนต้องรู้แน่เลยว่าเขาแอบมองเธออยู่ตลอด




      แต่ดูเหมือนว่ามินฮยอนจะไม่ได้ติดใจอะไรเธอยื่นถาดอาหารมาให้ฮยอนบินและนั่งลงฝั่งตรงข้าม



     “ทำไมคุณกินแค่ข้าวห่อสาหร่ายล่ะ” คนเป็นเจ้านายเอ่ยถาม



     “ฉันไม่ค่อยหิวน่ะค่ะ อีกอย่างต้องรีบขึ้นไปเคลียร์งานด้วย”




     เธอส่งยิ้มให้เขาเล็กน้อย ก่อนจะแกะข้าวห่อสาหร่ายและเริ่มกินมัน 





     ทำไมไม่กินเยอะๆนะ ตัวก็มีอยู่แค่นี้ ถ้าเป็นลมไปจะทำยังไง






*






      “วันนี้ตอนบ่ายสอง ท่านรองฯต้องไปห้องเสื้อคุณจงฮยอนเพื่อรับชุดที่ส่งไปแก้คราวก่อนเพื่อใส่ไปงานวันนี้ด้วยนะคะ”



      “หืม งานอะไร”



      “งานเปิดตัวน้ำหอมตัวใหม่ของคุณคิมดงฮันไงคะ นี่ท่านไม่ได้อ่านดีเทลงานนี้อีกแล้วเหรอคะ”




      อ่านสิ



      อ่านมาหลายรอบจนจำได้หมดแล้วล่ะ




     แต่ฮยอนบินชอบมองริมฝีปากสีสวยกับเสียงใสที่คอยพูดให้เขาฟังต่างหาก 




     มันทำให้ฮยอนบินนึกถึงคืนนั้น ริมฝีปากบางที่ถูกบดจูบจนบวมเจ่อ เสียงครางหวานที่ดังข้างหู เสียงใสที่เอ่ยเรียกชื่อของเขา



     “..ท่านคะ..ท่านคะ!”



      “หะ..หืม? ว่ายังไง ผมฟังอยู่”



      “ลิฟต์เปิดแล้วค่ะ”



     “อ..อืม”




     เป็นหนักแล้วควอนฮยอนบิน เก็บอาการหน่อยเถอะ




     เดี๋ยวคนอื่นเขาก็รู้หมดหรอกว่าชอบฮวังมินฮยอน




     …




     เอาล่ะ




     ฮยอนบินจะยอมรับแบบแมนๆก็ได้ว่าเขาน่ะตกหลุมรักฮวังมินฮยอนเข้าไปเต็มๆ จากในตอนแรกเขาก็คิดเพียงว่าแค่ชอบความแปลกใหม่ ชอบร่างกายของเธอ แต่ไม่ใช่ เขาชอบมินฮยอนจริงๆ




     ยิ่งได้ทำงานด้วยกัน ได้ใกล้ชิดก็ยิ่งชอบ




     ชอบรอยยิ้มแสนหวาน ใบหน้าแสนสวย น้ำเสียงสุดไพเราะ ดวงตาหวานเยิ้ม เขาชอบไปหมด




     ฮยอนบินไม่รู้จะอธิบายว่าชอบมินฮยอนตรงไหน




     รู้แค่ว่า




      แค่เป็นฮวังมินฮยอนเขาก็ชอบหมดนั่นแหละ






*






     หงุดหงิด




     “ค่ะ พี่ดงโฮ”




     ฮยอนบินเหลือบมองร่างบางข้างๆที่กำลังป้องปากคุยโทรศัพท์กับปลายสาย ตอนแรกเขาก็ไม่อะไรหรอกนะ ไม่ได้แอบฟังด้วย แต่เขาดันหูดีเกิน จนไปได้ยินเสียงปลายสายที่มินฮยอนคุยด้วยน่ะเป็นผู้ชาย




     เหอะ!



     “ค่ะ วันนี้ก็อาจจะเลิกดึกค่ะ”



     [ให้พี่ไปรับมั้ยคะ] 



      คะ ขา บ้าบออะไร รำคาญ



     “พี่จะขับรถไหวเหรอคะ สำนักอัยการอยู่ตั้งไกลนะคะ” 



    หน้าที่การงานดีด้วยแฮะ


     เหอะ




     [ไหวค่ะ พี่เป็นห่วงไม่อยากให้เหมือนคราวนั้นอีก คิดถึงเราด้วย]




     แหวะ จะอ้วก




     “เดี๋ยวไว้ค่อยคุยนะคะ ตอนนี้ฮยอนอยู่ในเวลางานค่ะ”



     ฮยอน? เหอะ มีสรรพนามเรียกแทนตัวกันด้วย??



      เหอะ! เหอะ!! เหอะ!!!



      เหอะ!!!!!!!!




     [อ่า พี่ลืมเลย ไว้คุยกันนะคะ]




     เมื่อวางสาย มินฮยอนหันมาส่งยิ้มแหยให้เจ้านายตน ก่อนจะเอ่ยขอโทษ แต่ยังไม่ทันพูดอะไรไปมากกว่านั้นก็โดนร่างสูงสวนกลับมาเสียก่อน



     “คุณฮวังครับ คุณแพไม่ได้สอนเรื่องมารยาทในเวลางานเหรอครับ เวลางานก็คือเวลางาน เวลาส่วนตัวก็คือเวลาส่วนตัว คุณต้องรู้จักแบ่งเวลาให้เป็น ถ้าหากตอนนี้คุณอยู่กับลูกค้าหรือคุยงานแล้วคุณจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาคุยกับแฟนแบบนี้ก็ได้น่ะเหรอครับ”



     “ไม่ใช่แฟ..”



     “พอ ผมไม่อยากฟังคำแก้ตัว ผมเชื่อในสิ่งที่ผมเห็นและได้ยิน ถ้าคุณอยากทำงานตรงนี้นานๆก็ช่วยปรับปรุงตัวด้วยนะครับ”



     “ค่ะ.. ขอโทษค่ะ”


     สิ้นคำขอโทษก็ไม่มีใครเปล่งเสียงอะไรออกมาอีก ฮยอนบินเลือกที่จะมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ทั้งที่ปกติแล้วสายตาเขาจะไปหยุดที่มินฮยอนเสมอ



     แต่สายตาเจ้ากรรมไม่รักดี



     เขาเห็นเงาสะท้อนในกระจกว่าร่างบางข้างๆกำลังเช็ดน้ำใสที่หางตา 



     เขาเห็น… สีหน้าเศร้าสร้อย ทั้งรู้สึกผิดและเสียใจมากขนาดไหน




     เขาอาจจะพูดแรงไป แต่ในการทำงานฮยอนบินไม่อยากให้มีข้อผิดพลาดใดๆเกิดขึ้น



     เขาทำเพื่อฮวังมินฮยอนทั้งนั้น





     แฟนเหรอ




     ก็ไม่แปลกเท่าไหร่ ทั้งสวย ทั้งเพอร์เฟ็กขนาดนั้น




     เขายิ้มสมเพชให้ตัวเอง 




     ยังไม่ทันเริ่มแข่งก็แพ้ซะแล้ว









*









     งานเปิดตัวน้ำหอมโรงแรม S




     08:15 pm




     ทันทีที่ฮยอนบินก้าวเข้างานมาก็ได้รับความสนใจจากคนรอบข้างมากมายรวมไปถึงนักข่าวที่เข้ามารุมล้อมสาดแสงแฟลชใส่เขา



     รวมไปถึงร่างบางข้างกายเช่นกัน



      ตั้งแต่มินฮยอนเริ่มทำงานกับเขา เธอก็ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ทั้งใบหน้าสวย รูปร่างที่แสนเพอร์เฟกต์ ความสามารถเพราะไม่ใช่ว่าใครก็ได้ที่จะยืนข้างกับฮยอนบินแบบนี้ แถมเธอยังมีสเน่ห์ดึงดูดผู้คนจากรอยยิ้มหวานๆของเธอ 




      อันนี้ฮยอนบินอ่านจากในข่าวมานะ




     ยิ่งวันนี้ร่างบางอยู่ชุดเดรสสีแดงที่ขับผิวขาวๆของเธอให้ขาวมากกว่าเดิม ไหนจะผมยาวสลวยที่ถูกรวบขึ้นโชว์รำคอระหงส์ ใบหน้าแสนสวยที่ถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางราคาแพง ทำให้วันนี้มินฮยอนสวย ดูดี มากกว่าปกติจนฮยอนบินไม่อยากละสายตาจากเธอแม้แต่วินาทีเดียว 



      ถึงแม้จะขัดใจกับชุดเดรสที่เปิดไหล่และรัดจนเห็นรูปร่างเธอชัดเจนก็ตาม



     แล้วถ้าหากแม้แต่เขายังไม่อยากละสายตาจากเธอแล้วผู้ชายรอบกายเธอล่ะ เพียงคิดแค่นั้นก็รู้สึก ‘หวง’ ขึ้นมา





     แล้วกับผู้ชายคนนั้นของเธอล่ะ




     “ว้าววว ผมส่งการ์ดเชิญไปเล่นๆ ไม่คิดว่าพี่จะมา เห็นว่าไม่ชอบน้ำหอม ฮ่าๆ” คิมดงฮันน้องชายคนสนิทและเจ้าของงานวันนี้เดินเข้ามากอดทักทายเขาอย่างร่าเริง



     “เงียบไปเลย” เขาตอบกลับ



     “อะไรเนี่ยย เย็นชาจัง ว่ามั้ยครับคุณเลขา” เมื่อเห็นว่าพี่ชายคนสนิทไม่เล่นด้วย ดงฮันจังหันไปแหย่มินฮยอนที่อยู่ข้างๆแทน



     “คะ?”



      “ผมล้อเล่นน่า ฮ่าๆ ดูเครียดๆกันนะครับเนี่ย ถ้างั้นเข้าไปในงา-”



      “พี่ฮยอนบิน~~” ยังไม่ทันที่ดงฮันพูดจบ ก็มีเสียงของหญิงสาวดังขึ้นแทรกซะก่อน



      เธอเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาฮยอนบิน แล้วแทรกตัวระหว่างฮยอนบินกับมินฮยอนก่อนจะกอดแขนและซบลงที่ไหล่ร่างสูงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนทำเอามินฮยอนกับดงฮันทำหน้าไม่ถูก



      “งื้ออ พี่ฮยอนบิน หนูคิดถึงพี่ที่สุดเล้ยยย”



      “ไม่เอาน่าซอนโฮ คนเยอะนะ เห็นนักข่าวมั้ย”



      “ไม่เห็นจะต้องสนใจ หนูคิดถึงพี่นี่นา”



      มินฮยอนรู้สึกชาไปทั้งร่าง เธอเองก็ไม่รู้ทำไมตัวเองถึงเป็นแบบนั้น เธอเห็นสายตาของฮยอนบินที่มองมาเป็นระยะแต่เธอเลือกที่จะหลบสายตานั้นและสุดท้ายก็เป็นตัวเธอเองที่ทำอะไรไม่ถูก




       “ดิฉันว่าเข้าไปในงานดีกว่านะคะ ตรงนี้นักข่าวเยอะ หากท่านรองฯเป็นข่าวขึ้นมาคงไม่ดีเท่าไหร่”



     “ชะ..ใช่ ผมเห็นด้วย” 



      มินฮยอนหันไปโค้งขอบคุณดงฮันเล็กน้อยที่ช่วยพูด ก่อนจะผายมือเป็นเชิงให้ฮยอนบินและหญิงสาวข้างกายเดินเข้างานไป



      พี่จินยองเคยบอกไว้ว่าท่านรองฯไม่ชอบเป็นข่าวเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่เพราะร่างสูงค่อนข้างรักชีวิตส่วนตัวเอามากๆ



      ถึงแม้ตอนนี้มินฮยอนจะรู้สึกอะไรมากแค่ไหนแต่เธอจำเป็นต้องปัดมันทิ้งออกไปให้หมด ถึงแม้ที่ผ่านมาฮยอนบินก็ดูเหมือนจะมีใจให้เธอ…




     ไม่จริงหรอก




      ฮยอนบินคงไม่มาจริงจังอะไรกับเธอ เขาอาจจะแค่เพียงแกล้งเล่นเท่านั้น ดูผู้หญิงรอบกายของเขาสิมินฮยอน ทำไมเขาต้องมาเลือกคนอย่างเธอ



      เธอย้ำกับตัวเองอีกครั้ง ไม่มีใครจริงจังกับวันไนท์สแตน 



     จำเอาไว้ฮวังมินฮยอน





     “คุณตามสบายเลยนะ แต่ผมเรียกเมื่อไหร่คุณต้องมา โอเค๊ ”



     ฮยอนบินเอ่ยบอกก่อนจะเดินตรงไปยังกลุ่มเพื่อนที่มีพัคจีฮุนและแพจินยองยืนอยู่พร้อมกับหญิงสาวข้างกายโดยไม่รอฟังคำตอบจากมินฮยอน เธอโค้งและส่งยิ้มให้กับจินยอง อดีตเลขาเก่าของฮยอนบิน



     เรียกเมื่อไหร่ต้องมางั้นเหรอ หมายความว่าเธอจะต้องอยู่ใกล้ๆในระยะสายตาของเขาไม่ใช่เหรอ




     แล้วนั่นมันเรียกตามสบายตรงไหน




     “สวัสดีครับ” เสียงทักทายที่ดังขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้มินฮยอนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันหน้าไปตามเสียง


      เมื่อหันไปมินฮยอนก็พบกับชายหนุ่มหน้าตาดีที่กำลังย่อตัวให้ใบหน้าของเขาพอดีกับใบหน้าของเธอ มันออกจะหน้าอายนิดๆ ที่ใบหน้าหล่อนั่นห่างกับใบหน้าของเธอเพียงคืบ



      เขายิ้มให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่น่าหลงไหลสามารถทำให้คนเป็นบ้าเพราะรอยยิ้มนี้ได้เลยล่ะ ถ้ามีภูมิคุ้มกันน้อยกว่านี้สักนิดมินฮยอนคงตกหลุมพลางเพราะรอยยิ้มนี้ไปแล้ว 



     แต่เธอรู้ดี รอยยิ้มนี่ไม่ได้มาจากใจ มันคือ ‘รอยยิ้มการค้า’ ดวงตาของชายหนุ่มไม่ได้ยิ้มไปด้วยสักนิด มีเพียงริมฝีปากหยักที่ยกขึ้นมาเพียงเท่านั้น



     เขากลับไปยืนตามปกติแล้วหันหยิบแก้วไวน์จากบริกร ชายหนุ่มตรงหน้ามองหน้ามินฮยอนอีกครั้งก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ 


     มินฮยอนไม่รู้ว่าเธอแสดงสีหน้าแบบใดออกไปถึงทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าหัวเราะออกมาแบบนั้น



     ผู้ชายตรงหน้าเป็นผู้ชายที่ดูดีมากคนนึง เขาสูงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบกว่าๆ เส้นผมสีบลอนด์ที่เซ็ตมาเป็นอย่างดี ชุดสูทที่ใส่มาจากแบรนด์ดัง และใบหน้าที่เพอร์เฟ็กต์ เขาเหมือนกับพวกนายแบบที่หลุดออกมาจากนิตยาสาร 



     มินฮยอนมองไปรอบๆก็พบสายตาของหญิงสาวมากมายกำลังจ้องมองที่เขา ไม่แปลกหรอก ดูดีขนาดนี้ใครไม่มองก็บ้าแล้ว



     “สวัสดีครับ ผมควานลิน ไลควานลิน” เขาแนะนำตัวแล้วยื่นมืออีกข้างที่ว่างมาเพื่อทักทาย มินฮยอนไม่ได้ปฏิเสธ เธอส่งมือไปจับกับมือใหญ่นั่น



      “มินฮยอนค่ะ” 



     ควานลินยังคงส่งยิ้มให้เธอ ก่อนมือใหญ่จะลูบเบาๆที่หลังมือมินฮยอน



      ไม่ชอบ



     มินฮยอนค่อยๆดึงมือออกมาออกมาอย่างสุภาพ เธอหยิบไวน์จากบริกรบ้าง แล้วหันไปชูแก้วไวน์ใส่ควานลินเป็นเชิงขอชนแก้ว



      จริงๆมินฮยอนตั้งใจบอกว่ามือไม่ว่างแล้วต่างหาก



     “มาคนเดียวเหรอครับ”


     “เปล่าค่ะ มากับ..” มินฮยอนที่กำลังจะเอ่ยชื่อคนที่เธอมาด้วย สายตาไม่รักดีก็เหลือบไปเห็นร่างสูงกำลังลูบหัวของหญิงสาวที่เข้ามาหาเขาก่อนหน้า


     ควานลินมองตามสายตาของมินฮยอนก็พบชายหนุ่มหญิงสาวที่เหมือนกำลังจะคุยกันอย่างกระหนุงหนิง เขายิ้มมุมปากราวกับเจอของเล่นถูกใจแต่ในขณะเดียวกันมือใหญ่ก็บีบแก้วไวน์แน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว




     “อ่า ควอนฮยอนบิน.. แฟน?” ควานลินแกล้งถาม ทั้งที่รู้ดีว่าคำตอบที่ได้คืออะไร



     “ไม่ใช่ค่ะ ดิฉันเป็นเลขาของท่านรองฯควอนค่ะ” มินฮยอนตอบพร้อมกับยกแก้วไวน์ดื่ม



      “ว้าว พี่สวยเกินกว่าจะมาเป็นเลขาอีกนะครับ"



     “ขอบคุณค่ะ แต่ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ” ร่างบางว่าพลางยกแก้วดื่มรอบก่อนจะเบ้หน้าออกมาเพราะรสชาติของมันจนควานลินหัวเราะออกมา



    “พูดธรรมดาก็พอครับ ค่ะ ดิฉันอะไร ฟังแล้วขัดหูจัง ฮ่าๆ ผมเดาว่าพี่ต้องอายุมากกว่าแน่ๆ คนหน้าเด็กมักเป็นงี้ ผมยี่สิบสี่นะ พี่อะ”



     “ยี่สิบเจ็ดค่ะ”



     “นั่นไงๆ เห็นปะ ผมบอกแล้ว แต่พี่หน้าเด็กจังมีเคล็ดลับมั้ยครับ ผมนะโดนทักหน้าแก่ตั้งแต่อายุ20 สงสัยเพราะผมสูง.. เอ้าๆ พี่ กระดกหมดแก้วแบบนี้เดี๋ยวก็เมาหรอกครับ” ควานลินว่าแล้วดึงแก้วไวน์ออกจากมือร่างบาง



     “ฉันไม่เมาง่ายๆหรอกน่า” 



      “พี่คอแข็ง?”



      “อือ”



     โกหก 



      มินฮยอนคออ่อนยิ่งกว่าอะไร 




     “งั้นอีกแก้วมั้ยครับ”



      “อือ เอา”



     ควานลินหยิบแก้วไวน์ส่งให้มินฮยอน ร่างบางรับไปแล้วดื่มเข้าไปจนหมดแก้วในทันที เธอเริ่มมีอาการมึนหัวนิดๆ อาจจะเพราะเธอใส่ส้นสูงอยู่ทำให้การทรงตัวลำบากและเริ่มเซเล็กน้อย



     ควานลินรีบเข้ามาประคองเธอเพราะกลัวเธอจะล้มไปกับพื้น มือใหญ่ประคองเอวเล็กแล้วยิ้มออกมา 




     คออ่อนแล้วยังปากเก่งซะด้วยสิ









*








     หงุดหงิดอีกแล้ว



     ฮยอนบินเห็นไอ้หนุ่มหัวทองมันจ้องมินฮยอนตั้งแต่เธอเดินเข้ามา จนเขาเดินแยกออกมากับยูซอนโฮ มันก็หาจังหวะเดินเข้าไปหาเลขาคนสวย 



    “ช่วงนี้พี่ไม่ว่างเลยเหรอ คุณแม่บ่นคิดถึงแล้วนะ” 


    “อืม ไม่ว่าง” 


     ฮยอนบินตอบทั้งที่ไม่ได้มองหน้าซอนโฮด้วยซ้ำ เขายังมองไปที่มินฮยอนกับไอ้หัวทองนั่น



     หืม นั่นมันนายแบบไลควานลินหรือเปล่า มันเปลี่ยนสีผมเหรอวะนั่น



     แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ดูมันๆ ทำเป็นยิ้มให้ เหอะ! เขาอยากจะหัวเราะให้ดังถึงไต้หวัน! ถ้าไม่ได้โง่เกินหรือหลงสเน่ห์มัน ใครก็ดูออกว่านั่นมันรอยยิ้มการค้าชัดๆ



     แต่สงสัยมินฮยอนจะดูไม่ออก



     ร่างบางส่งยิ้มกลับไปให้แถมยังยื่นมือไปจับกับมันอีก  เหอะ! ฮยอนบินล่ะอยากจะเดินไปเขย่าตัวร่างบางให้ได้สติขึ้นมา 



     ลูบหลังมือทำไมวะ! ลูบทำไมไอ้ควานลิน!



     “เหอะ!”



     “หืม เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” ซอนโฮถามขึ้นพลางยื่นแก้วไวน์ให้ฮยอนบินอีกครั้ง



     “เปล่า แล้วเราล่ะ ช่วงนี้เป็นยังไง ตั้งใจเรียนหรือเปล่า” 



     “ก็ดีค่- เฮ้ พี่ดื่มหมดแก้วแบบนั้นได้ไง”



     “พี่คอแข็งหน่า” ฮยอนบินว่าพลางลูบผมนิ่มของซอนโฮแล้วยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู



     “รู้ค่ะ แต่เล่นดื่มหมดไวแบบ- พี่ฮยอนบิน! แก้วที่สามแล้วนะ” ซอนโฮตีแขนร่างสูงเบาๆแล้วบ่นพึมพำอยู่คนเดียว




     เขาไม่ได้สนใจว่าซอนโฮจะบ่นว่าอะไร ฮยอนบินหันไปมองร่างบางที่กำลังดื่มไวน์ราวกับเป็นน้ำผลไม้รสหวานอย่างนั้น



     รู้ตัวว่าคออ่อนแล้วยังจะดื่มอีก



     มันน่าจับตีจริงๆ



    แล้วดูไอ้ควานลินให้อีกแก้วก็ยังจะรับอีก ฮวังมินฮยอนนะฮวังมินฮยอน! 



     “กูว่าค่อยๆดื่มดีมั้ย” พัคจีฮุนจับแขนฮยอนบินไว้ ร่างสูงหันมาตอบรับในลำคอเบาๆก่อนจะยกไวน์ดื่มอีกแก้ว



      จีฮุนถอนหายใจแล้วหันไปมองจินยองภรรยาคนสวยอดีตเลขาของฮยอนบิน จินยองยักไหล่กลับมาอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกัน




     “เบาหน่าพี่ เดี๋ยวก็อยู่ไม่ทันผมพูดเปิดพอดี” ดงฮันว่า



     “กูกลับก่อนได้มั้ย”



     ฮยอนบินพูดขึ้นทั้งที่สายตายังคงจ้องร่างบางที่ตอนนี้อยู่ในอ้อมกอดของไลควานลิน


 

     ให้ตาย!



     “กูกลับก่อนนะ ถ้าว่างพี่จะไปหาแม่นะ ฝากบอกด้วย”



     “อ้าวพี่! / พี่ฮยอนบิน!”



     ฮยอนเดินตรงมายังมินฮยอนและควานลินโดยไม่สนใจเสียงเรียกตามหลัง มือใหญ่กำเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัวเมืรอเห็นควานลินลูบเบาที่เอวเล็กที่เขาเคยสัมผัส


    “ขอโทษทีนะ”


   “อ้าว พี่ฮยอนบิน”


    “อ๊ะ ท่านรอง”



     มินฮยอนหันมามองเขาอย่างตกใจแล้วผละตัวออกจากควานลินแต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อยมือ ร่างบางพยายามแกะมือใหญ่ออกแต่กลายเป็นว่าควานลินกอดเธอแน่นกว่าเดิม 




     ต่างจากควานลินทักทายเขาพร้อมกับส่งรอยยิ้มไร้เดียงสาเหมือนกับเด็กที่ไม่รู้เรื่องราว



    เมื่อกี้มันยังส่งเยาะเย้ยมาให้เขาอยู่เลย!




    “ปล่อย” ฮยอนบินเอ่ยบอกอย่างใจเย็น



    “ผมก็ไม่ได้จับอะไรพี่นี่ครับ”



     “ปะ..ปล่อยฉันเถอะค่ะ” มินฮยอนเอ่ยบอก




     “ได้ไงล่ะครับ พี่เมาแล้วนะ ถ้าล้มไปจะทำยังไง”



     ควานลินพูดกับมินฮยอนอย่างเป็นห่วง..



     ซะที่ไหนล่ะ



     ฮยอนบินกำหมัดแน่น มันไม่ได้เป็นห่วงมินฮยอนแต่มันกำลังกวนประสาทเขา




     “ผมกำลังจะกลับ” ฮยอนบินเอ่ยขึ้น


     มินฮยอนตอบรับเบาๆ แล้วพยายามแกะมือควานลินออก แต่ไม่เป็นผล เธอส่งสายตาขอความช่วยไปยังฮยอนบินแต่กลับได้สายตาไม่พอใจกลับมา



     เธอทำอะไรผิดอีกแล้วงั้นเหรอ



     เมื่อควานลินเห็นสถานการณ์ของทั้งคู่ไม่ดีเท่าไหร่ เขาจึงเลือกที่จะปล่อยมือจากเอวมินฮยอนแล้วทำท่าชูมือทั้งสองข้างไว้เหนือหัวเหมือนกับผู้ร้ายที่โดนตำรวจจับ



     แต่ควานลินคงลืมไปว่ามินฮยอนมีอาการมึนเมาจากแอลกอฮอล์ ทำให้เธอทรงตัวเองไม่ได้ ร่างบางเซไปข้างหลังก่อนจะรับรู้ถึงความอุ่นรอบเอว



     ฮยอนบินคว้าตัวมินฮยอนเข้าอ้อมอกอีกครั้ง


     เหมือนกับคืนนั้น..



     ร่างสูงไม่ได้พูดอะไรกับมินฮยอนแต่กลับหันไปกระซิบกับควานลิน ก่อนจะค่อยๆประคองร่างบางออกไปจากงาน ทิ้งไว้แต่รอยยิ้มมุมปากสุดแสนจะพอใจของควานลิน



     “เลิกกวนตีนแล้วไปดูซอนโฮ รู้ไว้ซะฉันกับเด็กนั่นเป็นพี่น้องกัน”






*







     เงียบ




     เงียบเกินไป



     ต่างจากที่มินฮยอนคิดเอาไว้




     หลังจากออกมาจากงานจนมาถึงบนรถฮยอนบินก็ไม่พูดอะไรออกมา มีเพียงแค่สั่งให้คนขับรถไปส่งที่บริษัทเท่านั้น พอเธอถามร่างสูงว่าจะกลับไปทำงานหรือเขาก็เงียบ



     มินฮยอนไม่ชอบบรรยากาศตอนนี้เอาซะเลย




     ยอมให้ฮยอนบินดุหรือว่าเธอแบบเมื่อตอนกลางวันจะยังดีซะกว่า





     แถมยังมึนหัวเป็นบ้า ไม่น่าดื่มเลย




     “ถึงแล้วครับท่าน จะให้ผมรอรับกลับมั้ยครับ”



     “ไม่เป็นไร คุณคิมกลับได้เลย ทิ้งรถกับกุญแจไว้ให้ผมก็พอ นี่ค่าแท็กซี่”



     ฮยอนบินยื่นเงินให้คนขับรถก่อนจะเปิดประตูรถลงไป มินฮยอนเริ่มทำอะไรไม่ถูก เธอไม่รู้ว่าต้องตามเจ้านายตัวเองไปหรือเธอควรจะกลับบ้านเลย เพราะถามอะไรไปเขาก็ไม่ตอบกลับมา



     ก๊อก ก๊อก


     เสียงเคาะกระจกดังขึ้นฝั่งที่มินฮยอนนั่ง ทำเอาที่กำลังคิดเรื่องเจ้านายตัวเองอยู่สะดุ้งขึ้น



     เมื่อหันไปก็พบเจ้านายตัวสูงกำลังทำมือเป็นสัญญาณให้เปิดประตูลงมา




    “คุณไปกับผม เดินไหวมั้ย”



     “ค..ค่ะ” ทันทีที่มินฮยอนตอบรับ ร่างสูงก็เดินไปโดยไม่รอเธอ 



    เฮ้อ อะไรอีกล่ะเนี่ย เธอเริ่มจะเอาใจเจ้านายไม่ถูกแล้วนะ




     เมื่อร่างบางเดินเข้ามาในตึก ก็พบฮยอนบินยืนกอดออกรออยู่ในลิฟต์ ทำให้เธอต้องรีบก้าวเดินไปหาร่างสูง



     คิดจะทำอะไรของเขาอีกล่ะเนี่ย



     “คุณ..”


    “คะ?”


      ร่างสูงเอ่ยเรียกเธอเบาๆ ก่อนจะเงียบไป นี่เจ้านายตัวสูงกำลังกวนประสาทเธออยู่เหรอ



     นอกจากมึนหัวกับไวน์แล้วยังมาปวดหัวกับเจ้านายตัวเองอีกเหรอ




     “หลังจากคืนนั้น คุณได้มีอะไรกับใครอีกหรือเปล่า”


     “ค..คะ?!”

     ฮยอนบินเอ่ยถามคำถามที่ไม่คาดคิดออกมาทำเอาเลขาสาวตกใจไม่น้อย ร่างสูงไม่พูดอะไรอีก เขายิ้มกับตัวเองโดยไม่ให้มินฮยอนเห็นก่อนจะบอกปัดไป



     “ช่างเถอะ”



     “…”



     “ดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ”


     เมื่อลิฟต์เปิดร่างสูงก็เดินตรงไปยังห้องทำงานของตน มินฮยอนถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเดินตามไปเงียบๆ



เอาใจยากชะมัด แต่..คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง







     มินฮยอนนั่งลงที่โซฟาตรงข้ามกับฮยอนบิน ก่อนหน้าที่เดินเข้ามาเธอได้ปฏิเสธไปแล้วว่าขอไม่ดื่มและจะนั่งเป็นเพื่อนเท่านั้น แต่ดูเหมือนคำพูดของเธอจะส่งไปไม่ถึงฮยอนบิน ร่างสูงถึงได้กำลังรินเหล้าวิสกี้สีสวยราคาแพงใส่แก้วและส่งมันมาให้เธอ



    “ไม่ขมหรอก” ร่างสูงว่าพลางดื่มให้ดูแล้วพยักหน้าเป็นเชิงให้ลองดื่ม มินฮยอนรับมาก่อนจะจิบไปเล็กน้อยแล้วเบ้หน้าออกมา




     ไม่ขมบ้าอะไรล่ะ!!




     เสียงหัวเราะของเจ้านายตัวดีดังขึ้นข้างหูแต่มินฮยอนกลับไม่ได้สนใจว่าร่างสูงนั่นมานั่งตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ 



     “หยุดหัวเราะเลยนะคะ!”



     ร่างบางหันไปแหวใส่ฮยอนบินและไม่ทันได้รู้ตัวใบหน้าของเธอก็อยู่ห่างจากเจ้านายเพียงไม่ถึงคืบ


     ทั้งคู่สบตากันอย่างไม่มีใครคิดจะหลบตา มือใหญ่ของฮยอนบินวางแก้วเหล้าลงก่อนจะวางมือตนลงบนไหล่เล็กของมินฮยอนแล้วลูบเบาๆ


     มินฮยอนไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์หรือเปล่าที่ทำให้เธอมีความกล้ามากขึ้น




มากพอที่จะกล้าประทับริมฝีปากของตัวเองลงไปบนริมฝีปากของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านาย




    ร่างบางไม่ได้รุกล้ำไปมากกว่านั้น เธอเพียงแตะริมฝีปากหนานั่นเบาๆแล้วผละตัวออก



    ฮยอนบินยังคงเงียบและไม่เปล่งเสียงใดๆ เขาขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะถอดเสื้อสูทออกแล้วฟาดมันไว้บนโซฟา มือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกจนเห็นรอยสักที่อกซ้าย




    “คุยอะไรกับไอ้ควานลิน”


     “ค..คะ? เปล่านี่คะ”




     จบคำถามนั้นเขาก็เงียบอีก มินฮยอนเริ่มทำตัวไม่ถูกจริงๆ ฮยอนบินไม่ได้แสดงท่าทางขี้เล่นหรือฉวยโอกาสแบบทุกครั้ง จะว่าไม่ชินก็คงประมาณนั้น


    มินฮยอนถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะตัดสินใจหยิบแก้วขึ้นมาแล้วดื่มวิสกี้เข้าไปทีเดียวจนหมด มือเล็กวางแก้วลงกับโต๊ะอย่างไม่เบานัก ก่อนจะหลับตาเอนตัวลงไปกับพนักพิงโซฟา



    รสชาติห่วยที่สุด ไม่ว่าเหล้ายี่ห้อไหน ราคาแพงเท่าไหร่ สำหรับมินฮยอนรสชาติมันก็ห่วยเหมือนกันหมด



     รสชาติห่วยไม่พอตอนนี้มันกำลังทำให้มินฮยอนเมา



    ฮยอนบินหันไปมองร่างบางที่กำลังหลับตา คิ้วสวยขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกโบว์อยู่แล้ว



    มึนหัวแล้วล่ะสิตัวดี



    ฮยอนบินยิ้มมุมปากนิดๆสายตาไม่รักดีของเขาก็เอาแต่ไล่มองรูปร่างสวยๆของมินฮยอน ถึงแม้ก่อนหน้าเขาจะบอกไปว่าไม่ชอบที่เลขาคนสวยใส่ชุดรัดรูปนี่เท่าไหร่ 



     จริงๆเขาชอบให้ใส่ตอนอยู่กันสองคนแบบนี้ต่างหาก



    ร่างสูงวางมือลงบนต้นขาสวยของเลขาสาวแล้วลูบเบาๆอยู่อย่างนั้น ริมฝีปากหนายกยิ้มสมเพชให้กับตัวเอง เขาจะไม่บอกหรอกนะว่าตอนนี้เขาตื่นตัวแค่ไหน



    จะให้ทำยังไงในเมื่อมีของสวยงามอยู่ตรงหน้า ทั้งขาว ทั้นหุ่นดี ตัวก็หอม ไหนจะเมื่อครู่ที่โดนขโมยจูบไปอย่างไม่ตั้งตัว



    เหมือนกับคืนนั้นไม่มีผิด



    นี่มันเดจาวูชัดๆ




     “อื้อ” 



    เสียครางเบาๆที่ดังมาจากร่างบางที่กำลังหลับตาและกำลังใช้มือเคาะหัวตัวเอง ทำให้ฮยอนบินหลุดขำออกมาจนมินฮยอนลืมตาขึ้นมามองอย่างไม่พอใจ



    “ตาาหลกหรืองายย ฮึ่ย! มึนเนี่ยย มึนแล้วว อื้อ!”

 

     ฮยอนบินอดไม่ได้ที่ประทับริมฝีปากตัวเองลงไปบนอวัยวะเดียวกันกับมินฮยอน แต่น่าแปลกที่ครั้งนี้เธอไม่ได้ขัดขืน ไอร้อนจากริมฝีปากของเธอส่งมาถึงริมฝีปากของฮยอนบิน จนเขาอดไม่ได้จะกดจูบลงไปซ้ำๆ



     ฮยอนบินตัวแข็งทื่อไปเมื่อมินฮยอนใช้ฟันเล็กขบเข้าที่ริมฝีปากล่างของเขาก่อนจะดูดดึงมันเล่นอย่างสนุก เสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆอย่างชอบใจนั่นยิ่งทำให้ฮยอนบินตื่นมากกว่าเดิม


    ในตอนที่มินฮยอนกำลังเพลิดเพลินกับริมฝีปากของเขา มือใหญ่ก็ลูบเข้าที่หลังเล็กเบาๆก่อนจะค่อยๆรูดซิบชุดราตรีสีแดงสดลงอย่างตั้งใจ


    เสียงครางเบาๆดังขึ้นทันทีที่เขาลูบเข้าที่หลังเนียน มินฮยอนผละตัวออกจากริมฝีปากของฮยอนบินแล้วซบลงที่ไหล่แกร่ง 


    จู่ๆฮยอนบินก็รู้สึกเหมือนเขากำลังถูกไฟช็อต ร่างทั้งร่างรู้สึกชาไปหมด เพียงเพราะคุณเลขาแสนซนจูบลงบนรอยสักที่อกข้างซ้ายของฮยอนบิน



    มินฮยอนกำลังทำให้ฮยอนบินเป็นบ้า



     ความอดทนทั้งหมดของฮยอนบินพังลงทันที ร่างสูงดันมินฮยอนให้นอนราบกับโซฟาก่อนจะค่อยๆดึงชุดเดรสที่ขวางทางออกไปจากร่างกายสวยๆของมินฮยอน



     “อื้อ อย่า”



     “เรายั่วพี่ก่อนนะ”



    ฮยอนบินกระซิบที่ข้างหูเลขาคนสวย ก่อนจะแกล้งขบติ่งหูเบาๆจนมินฮยอนส่งเสียงครางออกมา



    แบบนั้นแหละ ทำให้เขาตื่นเยอะๆ



    แค่ตอนนี้มันก็จวนจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว




     “ทำแบบนี้ แฟนหนูจะว่าอะไรมั้ย”




    เขาถามพร้อมกับก้มลงจูบยอดอกสวย ริมฝีปากสวยกำลังกัดปากอย่างอดกลั้น มือเล็กของเธอจิกลงบนแขนเขาอย่างหาที่ระบาย ก่อนเสียงใสจะตอบกลับมาด้วยเสียงสั่นแต่กลับเป็นคำตอบที่น่าพอใจจนฮยอนบินอดไม่ได้ที่หอมแก้มใสที่กำลังแดงระเรื่อนั่นไปแรงๆ




     “ม..ไม่มีแ..ฟน อื้อ ซะ..หน่อย”



     ก็ดี



     ฮยอนบินยิ้มกับตัวเอง ต่อให้เธอมีแฟนจริง เขาคงต้องยอมเป็นคนชั่วทำผิดศีล





     เพราะตอนนี้ฮยอนบินหยุดตัวเองไม่ได้แล้ว









*









     เสียงหวานครางกระเส่าข้างหูกำลังทำให้ฮยอนบินเป็นบ้า มือเล็กของมินฮยอนที่ปัดป่ายไปทั่วตัวเขามันยิ่งทำให้เขาคลั่งจนอดไม่ได้ที่จะดันตัวเข้าไปแรงๆ



     ฮยอนบินมองไปที่ร่างบางใต้ล่างที่กำลังกัดปากเชิดคอและส่งเสียงหวานออกมาไม่หยุดตามแรงกระแทกของเขา 




     เขารู้สึกเหมือนกำลังสติหลุดในตอนที่มินฮยอนลืมตามามองเขา ฮยอนบินเคยบอกไปแล้วว่ามินฮยอนน่ะสวยงามราวกับภาพวาดชั้นยอด และครั้งนี้เขาก็ยังคงยืนยันแบบเดิม




     เขาไม่อยากจะพูดเลยว่าตอนนี้มินฮยอนฮอตขนาดไหน หน้าอกสวยที่กระเพื่อมไปตามแรงกระแทก เรียวขาสวยที่พาดอยู่บนบ่าเขา ไหนเสียงครางหวานที่ชวนทำให้ตื่นตัวจนหัวใจแทบหยุดเต้น



     แต่ในขณะเดียวกันกลิ่นตัวหอมๆของเธอก็ช่วยให้ผ่อนคลายไปด้วย




     “จะฆ่าพี่เหรอคะ อื้ม พี่จะตายแล้วนะ” ร่างสูงก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูก่อนจะจูบเบาๆที่จุดสีดำคอข้างคอของมินฮยอน




     เขายังไม่เคยบอกใช่มั้ยว่าจุดสีดำข้างคอขาวของมินฮยอนน่ะดูเซ็กซี่เป็นบ้า




     ร่างบางไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเพราะปากสวยดูจะไม่ว่างตอบเท่าไหร่ฟังจากเสียงที่ยังครางไม่หยุดนี่ : )



     “อื้อ อย่า!! อ๊ะ!”



    มินฮยอนร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ดีๆเจ้านายตัวเองก็ดันตัวเข้ามาลึกก่อนจะอุ้มเธอให้นั่งบนตักเขาทั้งที่ตัวยังติดกันแบบนั้น 



     ฮยอนบินส่งเสียงออกมาอย่างพอใจแล้วแกล้งดันตัวเข้าไปให้ลึกกว่าเดิม จนมินฮยอนอดไม่ได้ที่จะตีเข้าที่แขนแกร่งนั่นแรงๆ


     ทั้งคู่หยุดนิ่งสบตากันอีกครั้งฮยอนบินส่งยิ้มให้แล้วโน้มตัวมาจูบริมฝีปากสีพีชที่เขาจูบมานับครั้งไม่ถ้วนในคืนนี้



    “ขยับสิ” ฮยอนบินเอ่ยบอก



     มินฮยอนส่งเสียง ‘งื้อ’ เบาๆในลำคอแล้วซบหน้าลงกับไหล่ของฮยอนบิน ถึงแม้เสียงหอบหายใจที่ดังข้างหูจะดูเหมือนน่ารำคาญแต่สำหรับมันดูน่ารักและเซ็กซี่



     เขายิ้มเอ็นดูร่างบางบนตักอดไม่ได้ที่จะแกล้งทำรอยบนไหล่ขาว แต่ไม่ทันได้ตั้งตัวเลขาคนสวยก็เริ่มขยับตัวจนฮยอนบินส่งเสียงออกมาอย่างพอใจ



    “เร็วอีกสิ อืม”



     สิ้นคำสั่งจากเจ้านายตัวสูง เลขาคนสวยก็เต้นระบำบนร่างแกร่งนั่นทั้งคืน









*










     แสงแดดยามเช้าที่ผ่านรอดเข้ามาจากหน้าต่างส่งผลให้ร่างสูงที่กำลังหลับสบายอยู่บนโซฟาใหญ่ตื่นขึ้นมา 



     เมื่อลืมตาก็พบกับเลขาสาวที่กำลังนั่งกับพื้นหันหลังให้เขา มือเล็กของเธอที่เอื้อมมาด้านหลังพยายามติดตะขอชั้นในสีเนื้อเข้าด้วยกัน แต่ดูจะไปเป็นผลเท่าไหร่ฟังจากเสียงจิ๊จ๊ะที่ดังขึ้นอย่างขัดใจ



     ฮยอนบินลุกขึ้นแล้วนี่งลงกับพื้นด้านหลังแล้วช่วยติดตะขอให้มินฮยอน ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขอบคุณเบาๆ



     “ไหวหรือเปล่า วันนี้หยุดดีมั้ย” ฮยอนบินถามขึ้น มินฮยอนที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบชุดเดรสมาใส่ตามเดิมชะงักไป



      “ไม่เป็นไรค่ะ” 



     เสียงแหบแห้งตอบกลับมาทำเอาฮยอนบินหัวเราะดังลั่นห้องทำงานของเขา จนมินฮยอนหันมามองตาขวางร่างสูงจึงหยุดขำและทำมือบอกว่าหยุดแล้ว



    “ท่านก็แต่งตัวเถอะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะไม่ดี”



     “ใครจะมาเห็น”



     “ก็..ใครสักคน”



     ฮยอนบินเงียบไปแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจความหมายที่เลขาสาวต้องการจะสื่อ อาจจะพนักงานสักคนในบริษัทที่มาทำงานเร็วอะไรทำนองนั้น



     “หนูไม่มีแฟนจริงเหรอ”


     “ค่ะ”


     “แล้วผู้ชายที่คุยเมื่อวาน?”



     “พี่ชายค่ะ หันหน้าไปด้วยค่ะ ดิฉันจะแต่งตัว”



     “อะไรอะ อายอะไร ก็เห็นมาหมดแล้-"



     “หันไป!”



     “โอเคๆ”




     ฮยอนบินหันหน้าไปตามคำสั่งของคุณเลขาคนสวยพร้อมกับหยิบกางเกงแสลคมาใส่ก่อนจะกอดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา



     มินฮยอนลืมไปหรือเปล่าว่าห้องทำงานของเขามันเป็นกระจกทั้งหมด



     “ไม่มีแฟนพี่ก็จีบหนูได้น่ะสิ”



     คำถามที่ไม่คาดคิดทำให้มินฮยอนที่กำลังพยายามรูดซิปชุดเดรสอยู่นิ่งไป และเธอเลือกที่จะตอบกลับด้วยความไม่สนใจ



     “อย่าล้อเล่นสิคะ”



    “พี่ดูเหมือนล้อเล่นเหรอ หืม” 



     ฮยอนบินหันหน้ากลับมาหามินฮยอนก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางแล้วคว้าตัวเลขาสาวเข้าสู่อ้อมกอด



     “ไหนบอกพี่ทีซิ ว่าที่เราทำเมื่อคืนมันดูเหมือนล้อเล่นเหรอ” ฮยอนบินกระซิบที่ข้างหูก่อนจะไล่จูบจากข้างแก้มขาวมาจนถึงริมฝีปากสวยที่กำลังบวมเจ่อจากการบดจูบอย่างหนักหน่วงจากบทรักเมื่อคืน



    บทรัก? ฟังดูเข้าท่าดีแฮะ



    “ล..แล้วคุณซอนโฮล่ะคะ”



    “เฮ้อ เด็กนี่อีกแล้ว พี่จะบอกให้นะ นี่ความลับสุดยอดมากๆ”



     “…”



     “พี่กับยูซอนโฮเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน”



     “ต..แต่นามสกุล..”



     “คนละพ่อน่ะ”



     มินฮยอนพยักหน้าเข้าใจในทันที ที่เจ้านายตัวเองต้องปิดเป็นความลับเพราะมันคงไม่ดีเท่าไหร่ที่จะให้นักข่าวหรือคนนอกมารู้ถึงความสัมพันธ์ภายในครอบครัว



     “ทีนี้พี่จะจีบหนูได้หรือยัง”



    “…”



     “ลังเลอะไร ทีเมื่อคืนหนูยังยั่วพี่ จูบที่รอยสักพี่แบบนี้ๆ” 


     ฮยอนบินแกล้งทำปากจู๋แล้วยื่นหน้ามาหามินฮยอน เธอผลักร่างสูงออกเบาๆก่อนจะก้มหน้าเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีของเธอ



    “รับผิดชอบพี่เล-”



      “ฉันแค่เมา ท่านคง..ไม่ถือสาคนเมาใช่มั้ยคะ” มินฮยอนเอ่ยบอกทั้งที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมา



     ฮยอนบินอึ้งไป เขาไม่รู้จะพูดออกมาดี ในเวลานี้เธอควรจะรับข้อเสนอของเขาไม่ก็เรียกร้องสิทธิ์ที่เธอควรจะได้ไม่ใช่เหรอ แต่เธอกลับบอกปัดให้เขาลืมเหมือนกับคืนนั้นที่ฮยอนบินตื่นมาแล้วไม่พบเธอ



    มินฮยอนช่างกับต่างกับผู้หญิงคนอื่นมากกว่าที่เขาคิดจริงๆ




     “คือ..มันก็แค่วันไนท์สแต-"



     “ชู่ว” 



     “…”



     “พี่น่ะสามสิบสามแล้วนะ หนูไม่คิดอยากให้พี่เริ่มจริงจังกับชีวิตบ้างเหรอ”



     “..”


     “พี่อยากเริ่มมันกับหนูนะ”


     “แต่ว่าเรา..”


     “พี่รู้ว่าเราอาจะเริ่มกันแบบ..อืม..แปลกๆ แต่ก็นั่นแหละ พี่ชอบหนูไปแล้วให้ทำไง”



     “คะ?!”



     ฮยอนบินยิ้มให้กับปฏิกิริยาจากร่างบางก่อนมือใหญ่จะรูดซิปชุดเดรสให้มินฮยอน เขาจูบแก้มขาวของมินฮยอนแล้วหนีไปแต่งตัวทิ้งให้เลขาคนสวยยืนค้างอยู่อย่างนั้น



     ชอบ? ท่านรองชอบเธออย่างนั้นเหรอ




     เป็นไปได้หรอก



     ใครจะจริงจังกับความสัมพันธ์แค่คืนเดียว




     “คุณบอกชอบผู้หญิงทุกคนที่นอนด้วยแบบนี้เหรอ” มินฮยอนถามออกไปอย่างไร้สติ 




     ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เธอจะไม่พูดมันออกมาอย่างแน่นอน





     “ห๊ะ! ว่าไงนะ?!” มือใหญ่ที่กำลังติดกระดุมเสื้อเชิ้ตอยู่ชะงักไปก่อนจะถามกลับอย่างตกใจ


     “พิสูจน์สิ”



     “ยังไง?”



     “ไม่รู้ค่ะท่าน! ถ้าท่านชอบดิฉันจริงๆก็พิสูจน์ให้ดิฉันเชื่อสิคะ”



     “ไอ้แบบไม่แตะตัวอะไรนั่นไม่เอานะ พี่ไม่ยอมหรอก” 




    อ่านใจมินฮยอนได้หรือยังไงนะ 



     โอเค ข้อนี้ปัดตก



    และเธอก็คิดไม่ออกแล้ว..



    “งั้นเอางี้ ต้องพิสูจน์ให้หนูเชื่อว่าพี่ชอบหนูใช่มั้ย”


     “...ค่ะ”


    “จะทำยังไงก็ได้ใช่มั้ย”


     “ค่ะ..” ทำไมเธอถึงรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยของตัวเองนะ




     มุมปากของฮยอนบินยกขึ้นเล็กน้อยซึ่งมินฮยอนคิดว่านั่นมันเท่เอามากๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ดูไม่น่าไว้ใจ




     “ถ้างั้น..”



     “…”



    “เราพิสูจน์มันที่โซฟานี่อีกรอบสิ : )”





















 FIN














ในที่สุดก็มีภาคต่อจนได้!!

มาเอาใจช่วยกันะคะว่าซีนสั้นๆนั้นจะโดนแบนหรือเปล่าา แง

เป็นไงคะโซฟาในห้องทำงานพอได้หรือเปล่า แค่ก!

ตอนแรกคิดหนักมาว่าเขียนต่อดีหรือไม่แต่มีหลายคนบอกว่าอยากให้เขียนต่อก็เลยอยากลองดู ต้องขอบคุณทุกฟีดแบคด้วยนะคะ หากตอนนี้ไม่สนุกต้องขอภัยด้วยนะคะ????

หลายคนอาจจะงงธีมเพลงกันว่าเอ๊ะ ทำไมใช้ Energetic อยากให้ทุกคนลองดูความหมายเพลง อย่าโดน mvน่ารักๆ และท่าเต้นเท่ๆหลอกค่ะ! 

เนื้อเพลงเรทมากคุรพะระคุณจะเร้า แง



พูดตรงๆว่าเขียนตอนนี้ก็ไม่ยังค่อยมั่นใจเท่าไหร่ แต่ยังไงขอฝากด้วยนะคะ


อ่อๆๆ แล้วก็คอนเสิร์ตเป็นยังไงกันบ้างคะ สนุกมั้ย? เราไม่ได้ไป ฮือออ //กอดเข่าร้องไห้



ยังไงก็ฝากคอมเม้นต์ติ-ชม หรือติดแท็ก #OurStoryบินมิน ในทวิตเตอร์ด้วยนะคะ


 ไปแล้วว ซียูค่าา??’•



ด้วยรักfromมินฮยอนบินชิปเปอร์ที่มีกัปตันขี้ขิงชื่อฮยอนบินและมินฮยอน

04/08/18

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

565 ความคิดเห็น

  1. #486 N_udaen_G (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:23
    ฮยอนบินนนนน พี่ชอบหนูไม่ไหวแล้วค่ะ มินฮยอนต้องไม่ทันแน่ๆ ค่ะลูกกกก
    #486
    0
  2. #445 Love_S(B) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 13:26
    เป็นลมไปแล้ว หลานมาก่อนแต่งแน่
    #445
    0
  3. #354 premjungbana (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 22:20
    ดะ ได้ กรี๊ดดดดดด

    แอบลุ้นคู่นั้นน่ะค่ะ คู่นายแบบกับน้องสาวคุณบอสควอน
    #354
    0
  4. #318 Namkachu (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 15:40
    กรี๊ดดดด ดีมากเลยค่า แฮ่ก หน้าร้อนไปหมดเลย เขินมากกกก เอาอีดค่า ภาคต่อต้องมาาา
    #318
    0
  5. #302 LINGLINGGG69 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 11:20
    งื้ออออออแต่งต่อนะค้าาาาาา
    #302
    0
  6. #300 SkYSh (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 17:05
    ท่านรองร้ายกาจๆ เอะอะจะกินแต่เลขา ร้ายมากๆ
    #300
    0
  7. #293 anongnattt (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 23:33
    จริงๆอยากให้มีต่ออีกด้วยค่ะไรท์ แงงงงงงงงงง
    #293
    0
  8. #291 hanuSE (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 11:28
    โถ่ ท่านรองคะ คุณเลขาไม่ได้อยาดให้พิสแบบนั้นมั้ย เวลาทำงานนะคะท่านนนนน สนุกมาก อยากได้ต่ออีก
    #291
    0
  9. #288 เดช อุดม (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 01:35
    เป็นฟิคเรื่องแรกที่อ่านไทป์ชญ.ฮือ คืออ่านครั้งแรกแล้วชอบมากเลย รักแง้ หาห่หสห่หนหยหยหตหจหนหาไาาหฟฟฟ เขินตัวบิดฮืออออ
    #288
    0
  10. #287 แม่ม๑น้oe (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 00:00
    ท่านรองงงง หนูมินไม่ได้หมายถึงแบบนั้นมั้ย 55555
    #287
    0
  11. #286 HyeMin9795 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 23:37

    คือฉากนั้นมันก็ไม่เยอะ แต่สัมผัสได้ถึงความดุอะ ฮือออออ เราไม่ได้ลากมกนะ

    #286
    0
  12. #285 Sweet_Memory (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 21:00
    คุณคะ ดิฉันว่ามินฮยอนเค้าไม่น่าจะหมายถึงพิสูจน์แบบนั่นมั๊ยอะคะ ตายแล้ววววว
    #285
    0
  13. #271 PattyCarnation (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 16:39

    มินฮยอนกับเดรสสีแดง คิดกี่ทีกูรู้เลยว่าฮอตมาก แซ่บมากกกกกกก

    หนูฮยอนคะ ยอมให้ท่านรองพิสูจน์ซะหน่อยก็ดีนะคะ แค่กๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #271
    0
  14. #270 daisieelady (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 08:37
    คุณเลขาแบบเป็นแมวน้อยที่ยั่วได้น่ารักน่าชังมาก ๆ แงง
    #270
    0
  15. #269 skyfall1021 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 06:40
    ฮยอนบินนนน ปล่อยน้องไปจากโซฟาเถอะนะ พึ่งใส่เดรสเสร็จเมื่อกี้เอง 555555555555 หืมมม แต่แบบตอนมินยอนเมาเซ็กซี่เว่อ ซนด้วย หมั่นเขี้ยวจริงๆเลย เดี๋ยวเหอะะ ฮยอนบินก็แซ่บเหมือนเดิม จริงๆอยากใช้คำอื่นที่ไม่ใช่แซ่บแต่กลัวโดนแบน 5555555 ช่วงกลางๆเรื่องนี่สงสารน้องเลย โดนดุอะ ร้องไห้เลย
    แต่ตอนฮยอนบินหึงตร่กกก ขำคุณเค้า 555555 ท้ายตอนนะที่แทนตัวเองว่าพี่แล้วเรียกมินยอยว่าหนูนี่แบบ... ดิช้อนสามารถเป็นลมได้หรือไม่ เขินนนนนน ไม่ไหวหน้ามืด

    จะบอกว่าชอบทุกคู่เลย วิ้งดีพ หลินโฮ ฮือออออ เราชอบควานลินลุคนี้นะต้องเหมาะกับซอนโฮแน่ๆ! ขอบคุณที่แต่งต่อนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่า ทำดีแล้ว อย่าคิดมากน้า สนุกจ้า
    #269
    0
  16. #268 ykkomu (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 03:12
    ดีใจที่เขียนภาคต่อค่ะ คือแบบบบบบ กร้าวใจมาก คุณควอนแซ่บไม่แซ่บมีชวนต่อแบบแนบเนียน หนูก็ต้องยอมพี่เค้าแล้วล่ะค่ะคุณน้องมิน มันดีมากจริงๆ อ่านแล้วเขินไปหมด ขำคุณควอนตอนหึง
    #268
    0
  17. #258 mbnqx (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 00:42
    โอ้โหหหหหหหห แซ่บมากกกกกกกก เผ็ดไปหมดเลยยยยย ชอบตอนที่คุณควอนแทนตัวเองว่าพี่จังเลยค่ะ เขินนนนนนนนนนน ถ้าต่อที่โซฟาอีกรอบไม่กลัวว่าจะมีใครมาเห็นหรอคะแงงงงง เขินไปหมดดดดดด
    #258
    0
  18. #256 kk lovely (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 00:35
    คุณควอนนนนน เนียนเก่งมาแทนตัวเองว่าพี่ หืมมมมม ไหนจะคะขาอีก กรี๊ดดด เขินมากไม่ไหวแล้ว ล่อลวงน้องด้วยเหล้าอีกร้ายมากคุณควอน แต่ก็แซ่บมากจริงๆ ยังจะต่อกันอีกหรอคะ? ที่โซฟานั่น
    #256
    0
  19. #255 Gpinbewll (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 00:24
    วี๊ดดดดดดดดดดดมันแบบฮอตปรอทแตกไปเลยค่ะรอบนี้!!! คุณควอนนี่เค้าไม่อ่อนโยนเลยนะคะ ละยังมาเรียกหนูอีก ใจบางปัยหมด! รอติดตามเรื่องอื่นๆอีกนะคะ แบบมินฮยอนเป็นผู้หญิงก็คือดีมากค่ะ ชอบหมดเลย555555
    #255
    0
  20. #253 toffy34 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 23:48
    เปนลมแปป ตอนที่แล้วว่าฮอตแล้วตอนนี้คือกินขาดอะ มินยอนแบบน่ารักมาก ส่วนรองควอนก็แซ่บขนาด
    #253
    0
  21. #252 มิสเตอร์ฟิคชั่น (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 23:29
    อุแงงง มินฮยอนช้ำแน่
    #252
    0
  22. #251 spk4602 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 23:26
    เลือดหมดตัวเเล้ววว
    #251
    0
  23. #250 งื้อออ. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 23:16
    กี๊สสสสสสสสสสส
    #250
    0
  24. #249 berrymaii1220 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 23:10
    แค่กๆๆๆๆๆๆๆ โซฟาอีกรอบหรอคะแค่กๆๆๆ แฮ้กๆๆๆ ที่บอกซียูนี่จะมีอีกตอนหรแคะ
    #249
    0